- หน้าแรก
- เป็นเทพสังหารมันเหนื่อย ขอแกล้งกากให้ภรรยาเลี้ยงดีกว่า
- บทที่ 70 - ทำอะไรพลการ
บทที่ 70 - ทำอะไรพลการ
บทที่ 70 - ทำอะไรพลการ
บทที่ 70 - ทำอะไรพลการ
"เรื่องประสานงานคงไม่จำเป็นครับ ประธานต่งอวี่ฉิงทราบดีว่าเจ้านายของเราเป็นเพื่อนกับเธอ เจ้านายจะส่งคนไปประสานงานกับเธอโดยตรงเอง"
พอพูดถึงต่งอวี่ฉิงสีหน้าของเหล่าบอร์ดบริหารก็ดูเจื่อนลงไปทันที หนึ่งในกรรมการบริหารดึงเช็คมาไว้ตรงหน้าตัวเองอย่างเงียบเชียบก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย "ประธานต่งอวี่ฉิงน่ะเหรอ ช่วงนี้เธออยู่ในช่วงพักร้อน คงจะมาประสานงานด้วยไม่ได้หรอก เอาอย่างนี้ดีไหมเพื่อแสดงให้เห็นว่าบริษัทของเราให้ความสำคัญกับดีลธุรกิจนี้มากแค่ไหน ตอนนี้ผมขอตามคุณไปพบเจ้านายของคุณเลยแล้วกัน"
ชายหนุ่มยิ้มอย่างมีมารยาท "น่าเสียดายจริงๆ ครับ เจ้านายของผมยอมรับแค่ประธานต่งอวี่ฉิงคนเดียวเท่านั้น ถ้าเธอพักร้อน งั้นดีลธุรกิจนี้ก็คงต้องยกเลิกไป"
พูดจบเขาก็โบกมือเป็นสัญญาณ คนที่อยู่ด้านหลังรีบก้าวเข้ามาปิดกระเป๋าแล้วหิ้วเดินออกไปทันที
"เดี๋ยวก่อน!" กรรมการบริหารคนนั้นพุ่งเข้าไปคว้าแขนชายหนุ่มไว้ แล้วหันไปตะคอกใส่เลขาของตัวเอง "รีบโทรหาประธานต่งเดี๋ยวนี้ บอกว่ายกเลิกวันหยุดพักร้อนแล้วให้เธอรีบกลับมาที่บริษัทด่วน ไม่สิ เดี๋ยวฉันโทรตามเอง!"
ช่วงที่ผ่านมาต่งอวี่ฉิงรู้สึกเหนื่อยล้าพอสมควร การที่พวกบอร์ดบริหารก่อเรื่องวุ่นวายขึ้นมาแบบนี้ก็ถือเป็นโอกาสดีที่เธอจะได้พักผ่อนสักสองสามวัน
เธอเพิ่งจะหย่อนตัวลงแช่ในอ่างอาบน้ำ เสียงโทรศัพท์ก็ดังขัดจังหวะขึ้นมาเสียก่อน
ต่งอวี่ฉิงเอื้อมมือไปหยิบมือถือแล้วกดรับสาย
ปลายสายคือบอร์ดบริหารคนที่คอยหาเรื่องกลั่นแกล้งเธอมาตลอด ทว่าตอนนี้น้ำเสียงของเขากลับนอบน้อมสุดชีวิต เขาเริ่มต้นด้วยการเอ่ยทักทายไถ่ถามสารทุกข์สุกดิบ จากนั้นก็หว่านล้อมอ้อมค้อมเพื่อให้เธอกลับไปที่บริษัทและจัดการคว้าตัวลูกค้ารายใหญ่คนนี้ให้อยู่หมัดก่อนที่จะลาออก
ต่งอวี่ฉิงแค่นหัวเราะเสียงเย็น เธอตัดสายทิ้งแล้วกดปิดเครื่องทันที
กลุ่มธุรกิจต่งซื่อคือหยาดเหงื่อแรงกายของตระกูลต่ง เธอจะไม่มีวันยอมให้มันตกไปอยู่ในมือของคนอื่นเด็ดขาด ดังนั้นเธอจึงตั้งใจจะใช้โอกาสนี้จัดระเบียบคณะกรรมการบริหารของบริษัทใหม่ทั้งหมด
ต่งอวี่ฉิงวางแผนเอาไว้ในหัว ทว่ายังไม่ทันจะได้เริ่มลงมือทำตามแผน พวกบอร์ดบริหารก็แห่กันมาหาเธอด้วยตัวเองเพื่อเชิญให้เธอกลับไปนั่งแท่นประธานคอยบริหารจัดการงานใหญ่ที่บริษัท
พอเธอกลับมาถึงบริษัทถึงได้รู้ว่ามีชายลึกลับคนหนึ่งเจาะจงระบุชื่อว่าจะขอร่วมงานกับเธอแค่คนเดียวเท่านั้น
โปรเจกต์งานก่อสร้างมูลค่าหลักร้อยล้านแบบนี้ ต่งอวี่ฉิงลองค้นหารายชื่อในหัวดูแล้วก็พบว่ามีคนที่มีศักยภาพระดับนี้อยู่แค่ไม่กี่คน แต่ทำไมพวกเขาถึงเลือกมาขอร่วมงานในจังหวะเวลาที่สำคัญแบบนี้กันนะ
ต่งอวี่ฉิงคิดเท่าไหร่ก็คิดไม่ออก สุดท้ายเธอก็เลิกคิดให้ปวดหัว ในเมื่ออีกฝ่ายบอกเอาไว้แล้วว่าจะส่งคนมาคุยรายละเอียดกับเธอเอง
ณ คฤหาสน์ชานเมืองของตระกูลเฉิน
เนื่องจากคฤหาสน์หลังเดิมของตระกูลเฉินพังพินาศไปแล้ว ตอนนี้คนในตระกูลเฉินจึงต้องย้ายมาพักอาศัยชั่วคราวที่คฤหาสน์แถวชานเมือง
"คุณอวิ๋น ต้องขอบคุณคุณจริงๆ ที่ช่วยทำให้ความสามารถของเฉินสือลูกชายผมพัฒนาไปได้เร็วขนาดนี้"
นายท่านเฉินนั่งอยู่บนรถเข็นโดยมีพ่อบ้านเข็นพาเข้ามาหา
อวิ๋นจื่อฝานเพิ่งจะฝึกฝนเฉินสือเสร็จ เขาลุกขึ้นเดินไปหานายท่านเฉินแล้วพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "หลักๆ เป็นเพราะเฉินสือเขามีพรสวรรค์ติดตัวมาดีอยู่แล้วครับ ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับผมมากนักหรอก"
เฉินสือนอนแผ่หลาอยู่บนพื้น เหนื่อยหอบจนขยับตัวแทบไม่ไหว
"อาจารย์ครับ อย่าพูดแบบนี้สิ คราวที่แล้วพออาจารย์ชมว่าผมมีพรสวรรค์ อาจารย์ก็เพิ่มตารางฝึกซ้อมซะโหดเป็นสองเท่า ตอนนี้ผมหมดสภาพกลายเป็นปลาเค็มตากแห้งไปแล้ว ผมไหว้ล่ะ เลิกชมผมเถอะครับ"
คำพูดของเฉินสือเรียกเสียงหัวเราะจากทุกคนที่อยู่ในบริเวณนั้น
อวิ๋นจื่อฝานมองไปที่ขาทั้งสองข้างของนายท่านเฉินพลางเอ่ยเรียบๆ "นายท่านครับ ความจริงคุณลองเริ่มหัดเดินโดยไม่ต้องพึ่งรถเข็นได้แล้วนะครับ"
"เกลียดเจ้ารถเข็นคันนี้มาครึ่งค่อนชีวิต พอตอนนี้โรคที่ขาหายดีแล้วกลับรู้สึกไม่อยากทิ้งมันไปซะงั้น" นายท่านเฉินลูบคลำรถเข็นเบาๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาถาม "คุณอวิ๋น คุณแน่ใจแล้วใช่ไหมว่าจะรับแค่หุ้นของบริษัทโดยไม่ขอเข้าไปมีส่วนร่วมในการตัดสินใจใดๆ เลย"
อวิ๋นจื่อฝานล้วงมือทั้งสองข้างซุกไว้ในกระเป๋ากางเกง ยืนด้วยท่าทางสบายๆ "จะว่าไปแล้ว การดึงบริษัทไปร่วมงานกับกลุ่มธุรกิจต่งซื่อก็นับว่าเป็นการตัดสินใจของผมไม่ใช่เหรอครับ"
นายท่านเฉินยิ้มบางๆ พลางส่ายหน้า ตอนนั้นอวิ๋นจื่อฝานไม่ได้ช่วยชีวิตแค่เขาคนเดียว แต่ยังช่วยชีวิตคนทั้งตระกูลเฉินเอาไว้ด้วย ตระกูลเฉินเป็นหนี้บุญคุณเขาอย่างใหญ่หลวง ต่อให้ยกบริษัทให้เขาทั้งหมดก็ยังสมเหตุสมผลเลยด้วยซ้ำ
แต่เขากลับยอมรับไว้แค่หุ้นส่วนหนึ่งของบริษัทเท่านั้น และตลอดเวลาที่ผ่านมาการตัดสินใจเพียงครั้งเดียวที่เขาเคยทำก็คือการใช้กลยุทธ์ทางธุรกิจเข้าสนับสนุนต่งอวี่ฉิงในตอนที่เธอกำลังสูญเสียอำนาจ
มีอยู่เรื่องหนึ่งที่นายท่านเฉินไม่เข้าใจเอาเสียเลย ในเมื่อต่งอวี่ฉิงก็เป็นภรรยาของเขาแท้ๆ ทำไมถึงต้องปิดบังไม่ให้อีกฝ่ายรู้ด้วยว่าเขาเป็นคนคอยช่วยเหลือ
โลกของคนหนุ่มสาวนี่มันเข้าใจยากซะจริงๆ
ณ ห้องทำงานประธานกลุ่มธุรกิจต่งซื่อ
"ท่านประธานคะ วันนี้มีคนส่งช็อกโกแลตมาให้คุณอีกแล้วค่ะ"
ผู้ช่วยสาวอุ้มกล่องของขวัญดีไซน์หรูหราเดินผลักประตูห้องทำงานเข้ามา
"ในการ์ดเขียนไว้ด้วยนะคะว่า 'ขอส่งความปรารถนาดีอย่างสุดซึ้งแด่เทพธิดาในดวงใจของผม' ลงชื่อ ชายลึกลับ ว้าว ท่านประธานคะ แบบนี้มันจะโรแมนติกเกินไปแล้วนะคะเนี่ย"
ต่งอวี่ฉิงไม่ได้เงยหน้าขึ้นมามอง เธอเอ่ยเสียงเรียบ "ในเมื่อเธอชอบขนาดนั้นก็เอาช็อกโกแลตนั่นไปกินเถอะ"
"ท่านประธานคะ นี่มันช็อกโกแลตไฮเอนด์สั่งทำพิเศษจากฝรั่งเศสเลยนะคะ เม็ดนึงตั้งหลายหมื่นดอลลาร์ คุณจะยกให้ฉันเอาไปกินจริงๆ เหรอคะ"
"ถ้าเธอไม่เอาก็เอาไปทิ้งลงถังขยะหน้าลิฟต์ได้เลย"
"ใครบอกว่าไม่เอาล่ะคะ ช็อกโกแลตแพงหูฉี่ขนาดนี้ใครจะกล้าทิ้งลงไปได้ลงคอ ช็อกโกแลตนี่ฉันขอรับไว้ก็แล้วกัน แต่ว่าการ์ดใบนี้น่ะ ท่านประธานคะฉันวางไว้ให้บนโต๊ะนะคะ"
ช่วงนี้ต่งอวี่ฉิงได้รับช็อกโกแลตพร้อมกับการ์ดส่งมาให้ทุกวัน ข้อความหวานเลี่ยนในการ์ดเปลี่ยนไปไม่ซ้ำกันเลยสักวัน ทว่าชื่อที่ลงท้ายกลับเป็นคนคนเดียวกันตลอดนั่นคือ 'ชายลึกลับ'
หรือว่าชายลึกลับคนนี้ จะเป็นคุณผู้ชายคนที่เคยยื่นมือเข้ามาช่วยเธอไว้คราวก่อน
ต่งอวี่ฉิงชะงักปลายปากกาในมือ สายตาเลื่อนไปหยุดอยู่ที่การ์ดใบนั้น ลายมือที่ตวัดเขียนตัวอักษรบนนั้นดูหนักแน่นทรงพลังและสวยงามมาก จู่ๆ เธอก็นึกขึ้นมาได้ว่าตัวเองเหมือนจะไม่เคยเห็นอวิ๋นจื่อฝานจับปากกาเขียนหนังสือเลยสักครั้ง ไม่รู้เหมือนกันว่าลายมือของเขาจะเป็นแบบไหน
"ท่านประธานคะ ช็อกโกแลตนี่อร่อยมากเลยค่ะ" ผู้ช่วยสาวแกะห่อช็อกโกแลตเคี้ยวตุ้ยๆ จนแก้มตุ่ยพูดจาอู้อี้ "แต่ต่อให้อร่อยแค่ไหน ฉันก็ยังยืนอยู่ข้างคุณผู้ชายของเราอยู่ดีนะคะ"
ต่งอวี่ฉิงดึงสติกลับมา ละสายตาจากการ์ดแล้วลงมือเซ็นเอกสารต่อ "จู่ๆ เธอพูดถึงเขาขึ้นมาทำไม"
"ก็ฉันรู้สึกว่าคนที่ช่วยคุณแก้ปัญหาในที่ประชุมบอร์ดคราวก่อนก็น่าจะเป็นคุณผู้ชายไงคะ"
ต่งอวี่ฉิงยิ้มพลางส่ายหน้า "ถ้าเขามีความสามารถล้นเหลือขนาดนั้น เขาจะยอมลดตัวมาเป็นลูกเขยแต่งเข้าบ้านผู้หญิงทำไมล่ะ"
"ถึงอย่างนั้นก็เถอะคะ แต่หลังจากที่ฉันส่งคลิปวิดีโอไปให้คุณผู้ชายดู วันรุ่งขึ้นก็มีบริษัทติดต่อเข้ามาขอร่วมธุรกิจด้วยทันทีเลยนี่คะ แถมมูลค่าโปรเจกต์ก็มหาศาลขนาดนั้น แล้วยังระบุเจาะจงอีกว่าจะขอร่วมงานกับคุณแค่คนเดียว ถ้าไม่ใช่ฝีมือคุณผู้ชายแล้วจะเป็นใครไปได้ล่ะคะ"
ต่งอวี่ฉิงหรี่ตาลง เงยหน้าขึ้นจ้องมองผู้ช่วย "คลิปวิดีโออะไร แล้วเธอไปเอาช่องทางติดต่อของอวิ๋นจื่อฝานมาจากไหน"
ผู้ช่วยสาวเพิ่งรู้ตัวว่าตัวเองเผลอหลุดปากพูดเรื่องที่ไม่ควรพูดออกไป จะหาทางหนีตอนนี้ก็ไม่ทันเสียแล้ว เธอจึงจำใจต้องสารภาพเรื่องราวทั้งหมดออกมา
ตอนที่ต่งอวี่ฉิงสั่งให้ซื้อมือถือกับซิมการ์ดให้อวิ๋นจื่อฝาน ผู้ช่วยเป็นคนจัดการเรื่องนี้ทั้งหมด ถึงตอนนั้นเธอจะแอบดูถูกอวิ๋นจื่อฝานอยู่ลึกๆ แต่เธอก็ยังแอบเมมเบอร์ติดต่อของเขาเอาไว้ ส่วนคลิปวิดีโอนั่นเธอเป็นคนแอบไปขอคัดลอกจากห้องกล้องวงจรปิดมาเอง
"ท่านประธานคะ ฉันขอโทษ ฉันผิดไปแล้วค่ะ" ผู้ช่วยสาวทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ วางช็อกโกแลตลงแล้วเดินมาอ้อนวอนอยู่ตรงหน้าต่งอวี่ฉิง "ต่อไปนี้ฉันจะไม่กล้าทำแบบนี้อีกแล้วค่ะ"
ต่งอวี่ฉิงยกมือขึ้นนวดขมับ "ช่างเถอะๆ ปกติเขาก็ไม่ค่อยพกมือถือติดตัวอยู่แล้ว ไม่รู้ป่านนี้จะได้เปิดดูคลิปนั่นหรือเปล่าก็ไม่รู้ จำไว้นะ ต่อไปนี้ถ้ามีเรื่องอะไรเกิดขึ้นในบริษัทห้ามเอาไปเล่าให้เขาฟังเด็ดขาด ถ้าขืนทำผิดซ้ำอีกก็เตรียมตัวย้ายไปอยู่แผนกการเงินได้เลย เข้าใจไหม"
"ท่านประธานคะ ฉัน ฉันเข้าใจแล้วค่ะ ต่อไปนี้ฉันจะไม่ทำอะไรพลการอีกแล้วค่ะ"