เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 60 - ทะลวงขีดจำกัดกลางสนามรบ

บทที่ 60 - ทะลวงขีดจำกัดกลางสนามรบ

บทที่ 60 - ทะลวงขีดจำกัดกลางสนามรบ


บทที่ 60 - ทะลวงขีดจำกัดกลางสนามรบ

"ไอ้ขยะ! คิดว่าลำพังฝีมือแค่นี้จะหยุดกูได้งั้นเหรอ ประเมินตัวเองสูงไปแล้ว!"

เฉินเสียงถลึงตาใส่เฉินสืออย่างเกรี้ยวกราด เขากวัดแกว่งคมมีดคู่ใจแล้วพุ่งทะยานเข้าใส่ร่างของน้องชายต่างมารดาทันที

ถึงแม้เฉินสือจะเป็นคนสมองทึบไปสักหน่อยแต่เขาก็ไม่ได้โง่ เขาจำคำสอนของอาจารย์ได้ดีว่าหน้าที่ของเขาคือการถ่วงเวลา ไม่ใช่การพุ่งเข้าไปแลกหมัดกับเฉินเสียงแบบเอาเป็นเอาตาย ดังนั้นเขาจึงอาศัยความรวดเร็วของกายาสายฟ้าประกายแสงพลิ้วตัวหลบหลีกการโจมตีของเฉินเสียงไปมาได้อย่างหวุดหวิดนับครั้งไม่ถ้วน

"เฉินเสียง ฉันว่าแกต่างหากล่ะมั้งที่เป็นขยะ ถึงขนาดกล้ายืมพลังวิญญาณร้ายมาสิงร่างแบบนี้ มิน่าล่ะพักหลังมานี้บารมีของตระกูลเฉินถึงตกต่ำลงทุกปี"

เฉินสือพยายามพูดยั่วยุเพื่อดึงความสนใจของเฉินเสียงในขณะที่กระโดดหลบคมมีดไปด้วย

"ไอ้ลูกเมียน้อยกบในกะลาอย่างแกจะไปรู้อะไร?! สิ่งที่กูทำลงไปทั้งหมดก็เพื่อตระกูลเฉินทั้งนั้น! กูจะทำให้ตระกูลเฉินผงาดขึ้นสู่จุดสูงสุด เป็นผู้กุมอำนาจเบ็ดเสร็จของเมืองนี้ให้ได้!"

นัยน์ตาของเฉินเสียงเต็มไปด้วยความทะเยอทะยานอันบ้าคลั่ง ใบมีดที่เกิดจากการควบแน่นของไอหยินพิฆาตขยายขนาดใหญ่ขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า

"เพื่อที่จะเป็นใหญ่ถึงกับยอมสังเวยชีวิตของพ่อตัวเองเลยงั้นเหรอ?! สิ่งที่แกทำมันก็เพื่อตัวแกเองทั้งนั้นแหละ ไอ้คนทรยศเห็นแก่ตัว แกมันไม่คู่ควรที่จะเป็นคนของตระกูลเฉินด้วยซ้ำ!"

ประโยคสุดท้ายของเฉินสือแทงใจดำเฉินเสียงเข้าอย่างจัง แววตาของเขาเปลี่ยนเป็นเหี้ยมโหดอำมหิต ความเร็วในการพุ่งตัวเพิ่มสูงขึ้นจนถึงขีดสุด เขาฉวยจังหวะที่เฉินสือยังไม่ทันตั้งตัวตวัดคมมีดฟันฉับเข้าที่เกราะสายฟ้าบริเวณหัวไหล่ของอีกฝ่ายจนขาดสะบั้น

เลือดสีแดงสดสาดกระเซ็นไปทั่วบริเวณ

"อ๊าก!"

แม้จะโดนฟันเข้าเต็มๆ แต่เฉินสือก็ตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว เขาเอี้ยวตัวเหวี่ยงหมัดสวนกลับไปอย่างสุดแรงเพื่อผลักระยะห่างระหว่างเขากับเฉินเสียงให้ออกห่างจากกัน

คมมีดไอหยินพิฆาตของเฉินเสียงสูบเลือดที่หยดลงบนพื้นเข้าไปอย่างบ้าคลั่ง เขามองดูเฉินสือพลางแสยะยิ้มเย็นชา "ยิ่งเป้าหมายยิ่งใหญ่เท่าไหร่ก็ยิ่งต้องเสียสละมากเท่านั้น ตั้งแต่โบราณกาลมา มีทรราชคนไหนบ้างที่ก้าวขึ้นสู่บัลลังก์โดยไม่เหยียบย่ำซากศพและกองเลือด?! สิ่งที่กูทำก็เพื่อความเจริญรุ่งเรืองของตระกูลเฉิน แต่ไอ้แก่หัวรั้นนั่นดันเอาแต่ขัดขวางกูอยู่ได้! ในเมื่อเป็นแบบนี้ก็โทษกูไม่ได้แล้วล่ะ! วางใจเถอะ พอพวกมึงตายไปแล้ว กูจะสูบเลือดพวกมึงให้หมดตัว พวกมึงจะได้กลายเป็นขุนพลคู่ใจบนเส้นทางสู่อำนาจของกูยังไงล่ะ!"

พูดจบเฉินเสียงก็ระเบิดเสียงหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง พริบตาเดียวไอหยินพิฆาตก็แผ่กระจายพุ่งทะลักไปทั่วทั้งคฤหาสน์ ใครก็ตามที่ยังอพยพหนีออกไปไม่ทันต่างก็ถูกไอหยินสูบพลังชีวิตจนล้มพับหมดสติไปตามๆ กัน

เฉินสือกัดฟันข่มความเจ็บปวด เขากระชากผ้าม่านที่ตกอยู่บนพื้นมาฉีกเป็นริ้วๆ แล้วพันแผลห้ามเลือดให้ตัวเองอย่างลวกๆ

กายาสายฟ้าประกายแสงขั้นที่หนึ่ง... เปิดขีดจำกัด!

"เฉินเสียง! ตราบใดที่ฉันยังมีลมหายใจอยู่ ฉันจะไม่มีวันยอมให้แกก้าวผ่านไปได้แม้แต่ก้าวเดียว!"

เฉินสือรีดเร้นพลังกายาสายฟ้าประกายแสงออกมาจนถึงขีดสุดแล้วพุ่งตัวเข้าปะทะกับเฉินเสียงอีกครั้ง

หลังจากได้สูบเลือดของผู้บำเพ็ญเพียรเข้าไป พลังของเฉินเสียงก็เพิ่มพูนขึ้นอย่างมหาศาล การเคลื่อนไหวของเฉินสือในสายตาของเขาตอนนี้เชื่องช้าราวกับภาพสโลว์โมชั่นก็ไม่ปาน

เขาแค่นเสียงหัวเราะเยาะ "ในเมื่ออยากตายนัก กูก็จะสงเคราะห์ให้"

สิ้นคำราม คมมีดไอหยินก็พุ่งแหวกอากาศเข้าใส่เฉินสืออย่างรุนแรง

เฉินสือรวบรวมพละกำลังทั้งหมดที่มีกระโดดหลบคมมีดนั้นไปได้อย่างหวุดหวิด ทว่าเขาหารู้ไม่ว่าเฉินเสียงได้ไปโผล่ที่ด้านหลังของเขาพร้อมกับเงื้อคมมีดมรณะรอไว้แล้ว

ฉึบ—

แผ่นหลังของเฉินสือถูกฟันจนเหวอะหวะ บาดแผลลึกน่ากลัวมีเลือดไหลทะลักออกมาไม่หยุด เขาก้าวเท้าโซเซไปมาแล้วเหวี่ยงหมัดกลับหลังเพื่อตอบโต้ ทว่าเฉินเสียงก็เคลื่อนที่พริบตามาโผล่ที่ด้านหน้าของเขาเสียแล้ว

คมมีดฟันลงมาอีกครั้ง ฉึบ—

คราวนี้โดนเข้าที่สีข้าง

เหตุการณ์ดำเนินไปเช่นนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทุกครั้งที่เฉินสือพยายามจะสวนหมัดกลับ เฉินเสียงก็จะฝากแผลฉกรรจ์เอาไว้บนร่างของเขาเสมอ และในที่สุดเรี่ยวแรงของเฉินสือก็เหือดหาย เขาทรุดเข่าลงกับพื้นไม่อาจขยับเขยื้อนร่างกายได้อีก

ทั่วทั้งร่างของเขาชุ่มโชกไปด้วยเลือดซึ่งกำลังถูกไอหยินสูบกลืนเข้าไปอย่างตะกละตะกลาม ลมปราณของเขาถูกใช้ไปจนหมดเกลี้ยง พลังกายาสายฟ้าประกายแสงมอดดับลง แม้แต่จะเอาชีวิตรอดจากดงไอหยินพิฆาตนี้ได้หรือไม่ก็ยังยากจะคาดเดา

"เมื่อกี้ยังปากเก่งอยู่เลยไม่ใช่หรือไง ทำไม ลมปราณหมดจนวิ่งไม่ไหวแล้วล่ะสิ ขยะยังไงก็เป็นขยะอยู่วันยังค่ำ ต่อให้มีลมปราณก็ยังเป็นได้แค่สวะ!"

เฉินเสียงมองเฉินสือด้วยสายตาเหยียดหยาม คมมีดทุกดาบที่เขาฟันลงไปก่อนหน้านี้ล้วนหลีกเลี่ยงจุดตายทั้งสิ้น เขาจงใจทรมานเฉินสือเล่นราวกับแมวหยอกหนู

"ไม่ต้องห่วง ตอนนี้กูยังไม่ฆ่ามึงหรอก กูจะปล่อยให้มึงมีชีวิตอยู่ดูไอ้แก่นั่นขาดใจตายไปต่อหน้าต่อตา"

เฉินเสียงหัวเราะร่าอย่างอหังการก่อนจะหันหลังเตรียมลอยตัวขึ้นไปบนชั้นสอง

"ฉันบอกแกแล้วไง ว่าตราบใดที่ฉันยังไม่ตาย แกก็อย่าหวังจะได้เหยียบเข้าไปในห้องนั้น!!"

สิ้นเสียงคำราม ซากรูปปั้นหินก็ถูกเขวี้ยงแหวกอากาศพุ่งตรงเข้าใส่เฉินเสียงอย่างจัง

เฉินเสียงเบี่ยงตัวหลบได้อย่างง่ายดาย เขาหันขวับกลับมาขบกรามแน่น "ในเมื่อมึงรนหาที่ตายนัก กูก็จะจัดให้!"

ใบมีดแหลมคมหลายเล่มพุ่งทะยานเข้าถล่มตำแหน่งที่เฉินสือนั่งอยู่ทันที

ตูมมม!

ใบมีดกระแทกพื้นจนแหลกละเอียด ฝุ่นควันคลุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ ภายใต้การโจมตีอันรุนแรงขนาดนี้ เฉินสือไม่มีทางรอดชีวิตไปได้อย่างแน่นอน

"ไอ้สวะไม่เจียมตัว"

เฉินเสียงแค่นเสียงเย็นชา ทว่าจังหวะที่เขากำลังจะหมุนตัวเดินเข้าห้องนั้น จู่ๆ เฉินสือก็โผล่พรวดขึ้นมาตรงหน้าแล้วประเคนหมัดเข้ายอดหน้าเขาอย่างจัง

เฉินเสียงพยายามจะหลบแต่หมัดนั้นพุ่งมาด้วยความเร็วที่เหนือชั้นกว่ามาก ใบหน้าของเขาปะทะเข้ากับกำปั้นลุ่นๆ อย่างจัง แรงกระแทกส่งผลให้ร่างของเฉินเสียงลอยละลิ่วไปกระแทกกับพื้นห้องโถงจนเกิดเป็นรอยลากยาวลึก ฝุ่นควันลอยฟุ้งขึ้นมาอีกระลอก

เฉินเสียงยันกายลุกขึ้นยืน ยังไม่ทันจะได้เช็ดเลือดที่มุมปาก เฉินสือก็เคลื่อนที่พริบตามาปรากฏตัวอยู่ตรงหน้าเขาแล้ว

หมัดที่หลบไม่พ้นกระหน่ำซัดเข้าใส่ รัวหมัดที่หนึ่ง สอง สาม...

ครืนนน!

หมัดทั้งสิบหกหมัดกระแทกเข้าเป้าอย่างแม่นยำ กระดูกและอวัยวะภายในของเฉินเสียงแหลกเหลวไม่มีชิ้นดี หากไม่ได้พลังของวิญญาณร้ายช่วยพยุงร่างเอาไว้ ป่านนี้เขาคงกลายเป็นศพไปนานแล้ว

"เป็นไป... ไม่ได้..."

เฉินเสียงเบิกตากว้างมองเฉินสือด้วยความตกตะลึงสุดขีด เขาไม่อยากจะเชื่อเลยว่าไอ้สวะนี่จะสามารถทะลวงขีดจำกัดจากกายาสายฟ้าประกายแสงขั้นที่หนึ่งขึ้นสู่ขั้นที่สองได้ในสถานการณ์ความเป็นความตายแบบนี้!

เฉินสือที่ยืนอยู่เบื้องหน้าเขามีกล้ามเนื้อที่ปูดโปนขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด ทั่วทั้งร่างมีประกายสายฟ้าสีม่วงอมฟ้าแลบแปลบปลาบ แววตาที่จ้องมองมานั้นราวกับสายฟ้าที่พร้อมจะผ่าทะลวงเมฆหมอกอันมืดมิดให้แหลกสลาย

เฉินเสียงขบกรามกรอด เขากำลังจะอ้าปากพูด ทว่าจู่ๆ สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน ไอหยินพิฆาตทั้งหมดในคฤหาสน์พากันไหลย้อนกลับเข้ามาในร่างของเขา พวกมันราวกับมีชีวิตและมีสติสัมปชัญญะเป็นของตัวเอง พวกมันอ้าปากกว้างโชว์เขี้ยวแหลมคมแล้วเริ่มกัดกินผิวหนังของเฉินเสียงอย่างตะกละตะกลาม

เฉินเสียงอ้าปากค้าง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวสุดขีด "ชะ... ช่วยด้วย..."

ทว่าความเร็วในการกัดกินของไอหยินนั้นรวดเร็วเกินจินตนาการ เพียงไม่กี่อึดใจ เลือดเนื้อและกระดูกของเฉินเสียงก็ถูกกลืนกินจนไม่เหลือแม้แต่ซาก

เฉินสือเริ่มสัมผัสได้ถึงความผิดปกติ เขาก้าวถอยหลังไปครึ่งก้าวพลางจ้องมองกลุ่มก้อนไอหยินนั้นเขม็ง

พริบตาต่อมา ใบหน้าของภูตผีก็ปรากฏขึ้นท่ามกลางกลุ่มควันสีดำ มันใช้ไอหยินพิฆาตประกอบสร้างเป็นเสื้อคลุมยาว และในที่สุดมันก็กลายร่างเป็นวิญญาณร้ายขั้นสมบูรณ์

สภาวะวิญญาณร้ายสิงสู่ร่วมร่าง หากไม่เป็นฝ่ายกลืนกินก็ต้องถูกกลืนกินเสียเอง และจุดจบของการใช้วิชานี้ ส่วนใหญ่ผู้ใช้มักจะไม่ได้ตายดีเสมอ

"ไอ้สวะชั้นต่ำ... สุดท้ายมึงก็ต้องพึ่งพาพลังของข้าอยู่ดี... วางใจเถอะ ร่างกายที่มึงอุทิศให้ ข้าขอรับไว้ด้วยความเต็มใจ ส่วนความปรารถนาของมึง ข้าจะเป็นคนทำให้มันเป็นจริงเอง"

สิ้นเสียงสะท้อนอันน่าขนลุก ใบหน้าภูตผีก็สะบัดชายเสื้อคลุมเบาๆ

พริบตาเดียว กลุ่มควันไอหยินที่เต็มไปด้วยคมเขี้ยวก็กรีดร้องเสียงแหลมแล้วพุ่งทะยานเข้าใส่เฉินสืออย่างบ้าคลั่ง

"ต่อให้แกจะเป็นตัวบ้าอะไร ฉันก็จะอัดแกให้น่วมอยู่ดี!"

เฉินสือกำหมัดแน่นแล้วพุ่งตัวเข้าปะทะกับกลุ่มไอหยินนั้นตรงๆ

"ค่ายกลหลีหั่ว... พิทักษ์"

เสียงใสกระจ่างดังขึ้นพร้อมกับม่านพลังแสงสีทองที่ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าเฉินสือ กลุ่มควันไอหยินที่พุ่งเข้ามาปะทะถูกแผดเผาจนกลายเป็นเถ้าถ่านในชั่วพริบตา

"ทำได้ดีมาก ที่เหลือตรงนี้ปล่อยให้เป็นหน้าที่ฉันเอง"

"อาจารย์!"

เฉินสือยิ้มกว้างด้วยความตื่นเต้นดีใจเมื่อได้รับคำชม เขาหันขวับกลับไปมอง ทว่ากลับเห็นเพียงชายเสื้อของอวิ๋นจื่อฝานที่สะบัดพลิ้วไหว

วินาทีนั้นอวิ๋นจื่อฝานได้เหินร่างทะยานขึ้นสู่กลางอากาศและพุ่งตรงเข้าไปหาวิญญาณร้ายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 60 - ทะลวงขีดจำกัดกลางสนามรบ

คัดลอกลิงก์แล้ว