- หน้าแรก
- เกิดใหม่ในโลกยุทธ์ขั้นสูง แท้จริงแล้วข้าคือผู้ฝึกตนมาร
- บทที่ 225 จะมุ่งหน้าไปทางใด
บทที่ 225 จะมุ่งหน้าไปทางใด
บทที่ 225 จะมุ่งหน้าไปทางใด
บทที่ 225 จะมุ่งหน้าไปทางใด
หนานตู
การที่เฉินหยางประกาศว่าจะจากไปกะทันหัน สร้างความตกตะลึงให้แก่ผู้บริหารระดับสูงของหนานตูเป็นอย่างมาก ผู้ว่าการสือหยางส่งคนมาเกลี้ยกล่อมหลายชุด แม้กระทั่งมาพูดคุยด้วยตนเองและเสนอจะเพิ่มค่าตอบแทนให้มากกว่าเดิม ทว่าเฉินหยางกลับปฏิเสธไปทั้งหมด
ในที่สุดเฉินหยางเริ่มรำคาญ จึงได้บอกเล่าเรื่องราวที่เขาต้องทำออกมา เมื่อได้ยินว่าเฉินหยางต้องการสืบหาความจริงเบื้องหลังเหตุการณ์พลังปราณฟื้นฟู ครั้งนี้สือหยางก็ไม่มีเหตุผลจะรั้งเขาไว้อีกต่อไป
ทว่าสือหยางก็ยังคงใจกว้างนัก เขาบอกเฉินหยางว่าตำแหน่งที่ปรึกษาของหนานตูนั้นไม่ต้องลาออก พวกเขายังคงจ่ายเงินเดือนให้เฉินหยางตามเดิม และได้จ่ายเงินเดือนล่วงหน้าให้เฉินหยางถึงห้าปีเต็ม โดยมีเงื่อนไขเพียงข้อเดียวคือหากเฉินหยางสืบพบความจริงใดๆ ขอให้แบ่งปันข้อมูลนั้นให้แก่หนานตูด้วย
เรื่องนี้เฉินหยางย่อมไม่ปฏิเสธ หินวิญญาณที่ได้มาฟรีๆ เหตุใดต้องปฏิเสธด้วยเล่า
เมื่อได้รับของจากเมืองเจียงเรียบร้อย เฉินหยางก็ทิ้งสิ่งของบางอย่างในตัวเขาไว้ ให้หนานตูส่งต่อไปยังเมืองเจียงในภายหลัง
จากนั้นเขาก็จากมาอย่างเงียบเชียบโดยไม่แจ้งใคร เฉินหยางไม่ชอบบรรยากาศแห่งการอำลา
"นายท่าน เราจะมุ่งหน้าไปทางไหนเจ้าคะ?"
"เดิมทีข้าคิดจะมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออกเพื่อไปยังริมทะเล แต่ตอนนี้ ข้าคิดว่าเราควรเบนเข็มไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้แทน" เฉินหยางกางแผนที่ออก เป็นแผนที่แบบคร่าวๆ ที่เฉินหยางวาดขึ้นตามบันทึกการเดินทางของหยวนอิงแซ่ฉี
ตามบันทึกการเดินทาง หากมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออกของหนานตู จะมีเพียงเมืองไม่กี่แห่ง เช่น เมืองตงซิง ซึ่งได้กลายเป็นเขตอิทธิพลของวัดหลงกู่ไปหมดแล้ว ทางทิศใต้ก็เป็นเช่นเดียวกัน
อย่างไรเสียเฉินหยางก็เป็นผู้ฝึกมาร ไม่ใช่ผู้ฝึกพุทธทุกคนจะเป็นเหมือนเมี่ยวฝ่า หากก้าวเข้าสู่ดินแดนพุทธ ย่อมเกิดการปะทะที่รุนแรงได้ง่าย เมืองไม่กี่แห่งทางตะวันออกของหนานตูเฉินหยางไม่เกรงกลัว แต่ไม่ได้แปลว่าพวกมันจะเรียกพวกมาช่วยไม่ได้
ดังนั้นเฉินหยางจึงตัดสินใจเบนเข็มไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ ที่นั่นยังมีเมืองเดิมของแคว้นเซี่ยอยู่อีกหลายแห่ง แม้ขนาดจะไม่ใหญ่นักแต่ก็ยังเป็นขุมกำลังของแคว้นเซี่ย เฉินหยางตัดสินใจจะไปดูที่นั่น
"นายท่าน ทิศตะวันตกเฉียงใต้ของแคว้นเซี่ยเดิมเป็นป่าเขาเสียส่วนใหญ่ บัดนี้หลังพลังปราณฟื้นฟู ภูมิประเทศเปลี่ยนไปมาก ย่อมต้องทวีความทุรกันดารยิ่งขึ้น ป่าลึกเขาสูงมักซ่องสุมอสูรปีศาจ ไม่มีทางสงบสุขแน่นอนเจ้าค่ะ"
"งั้นมุ่งหน้าขึ้นเหนือ?"
"คำแนะนำของข้าคือมุ่งหน้าขึ้นเหนือเจ้าค่ะ แม้แผนที่ของภพผู้ฝึกเซียนจะใช้การไม่ได้แล้ว แต่ที่ตั้งของสำนักชิงอวิ๋นอยู่ทางทิศเหนือของสำนักอวี้เฉวียนจริงๆ เจ้าค่ะ"
"ได้ งั้นขึ้นเหนือ" เฉินหยางพยักหน้า ในเมื่อไม่มีเบาะแสอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน งั้นก็ขึ้นเหนือนี่แหละ
เฉินหยางหยิบยาสัตว์อสูรออกมาหนึ่งกำมือยัดเข้าปากแม่ม้าตัวน้อย จากนั้นตบที่คอของมันสั่งให้มันเปลี่ยนทิศทาง
แม่ม้าตัวน้อยได้กินยาสัตว์อสูรไปกำมือใหญ่ก็ตื่นเต้นยิ่งนัก วิ่งพล่านไปข้างหน้าอย่างร่าเริง
ปัจจุบันแม่ม้าตัวน้อยยังคงอยู่ระดับที่ 2 ความเร็วนับว่าใช้ได้ แต่ในด้านอื่นเริ่มจะตามทีมของเฉินหยางไม่ทันแล้ว ดังนั้นการขึ้นเหนือครั้งนี้ หากสามารถสังหารอสูรระดับสูงได้สักตัว ก็คงจะช่วยยกระดับความแข็งแกร่งให้แม่ม้าตัวน้อยขึ้นมาได้บ้าง
........
เมืองอวิ๋นหยาง
เรือเหาะลำหนึ่งปรากฏขึ้นเหนือน่านฟ้าเมืองอวิ๋นหยาง บนเรือเหาะมีผู้ฝึกเซียนสิบกว่าคนในชุดอาภรณ์ของภพผู้ฝึกเซียน
"ท่านอาจารย์อา นี่คือเมืองอวิ๋นหยางขอรับ เดิมทีเป็นเพียงเมืองธรรมดาเมืองหนึ่งในแคว้นเซี่ย" ผู้ฝึกเซียนคนหนึ่งกล่าวกับผู้นำกลุ่ม
"ดีมาก สำนักเทียนเถา ของเราในตอนนี้ต้องการประชากรอย่างยิ่ง เมืองนี้ดูไม่เลวเลย" ผู้นำกลุ่มกล่าว สำนักเทียนเถากำลังฟื้นตัวอย่างเต็มที่ รับศิษย์เพิ่มขึ้นมากมาย จึงต้องการทรัพยากรสารพัด พวกเขายังค้นพบเหมืองแร่อีกหลายแห่ง บัดนี้คนงานเหมืองเริ่มไม่พอใช้ เพราะในปกครองมีประชากรเพียงไม่กี่แสนคน จึงจำเป็นต้องหาประชากรเพิ่ม
"ท่านอาจารย์อา งั้นเราบุกยึดเมืองนี้กันเถอะขอรับ"
"ได้ พวกเจ้าไปหยั่งเชิงดูเสียหน่อย หากเจ้าเมืองผู้นี้รู้งาน สำนักเทียนเถาเราก็ไม่ตระหนี่ พร้อมจะมอบเงินทองยาเม็ดเป็นรางวัลให้เขา แต่หากมันไม่รู้งาน ก็จงสังหารทิ้งเสีย แล้วกวาดต้อนราษฎรมาให้หมด" ผู้นำกลุ่มกล่าว เขาจัดการเรื่องนี้ตามวิธีคิดดั้งเดิมของภพผู้ฝึกเซียน ในสายตาเขา ราษฎรทั้งเมืองคือทรัพย์สินส่วนตัวของเจ้าเมือง เพียงแค่มอบยาเม็ดปรับสมดุลร่างกายหรือเงินทองเล็กน้อย ก็สามารถซื้อประชากรจำนวนมหาศาลมาเป็นทาสแรงงานเหมืองได้แล้ว
ไม่นานนัก ผู้ฝึกเซียนสองคนก็เหินลงจากเรือเหาะ ในขณะเดียวกัน ภายในเมืองอวิ๋นหยาง นักพรตชิวหยาง ก็ได้ตรวจพบเรือเหาะลำนี้แล้ว เมื่อเห็นคนจากเรือเหาะมาถึง เขาก็ออกมารับหน้าทันที
"ผู้ฝึกเซียน"
ผู้ฝึกเซียนสองคนจากสำนักเทียนเถาเมื่อเห็นนักพรตชิวหยางก็หน้าเปลี่ยนสีทันที
สิ่งที่พวกเขากังวลที่สุดเกิดขึ้นแล้ว เมืองอวิ๋นหยางแห่งนี้เป็นเขตอิทธิพลของสำนักอื่นอย่างนั้นหรือ?
ทั้งสองสบตากันแล้วทำตามแผนที่ตกลงกันไว้อย่างรวดเร็ว พวกเขาไม่ได้ระบุเจตนาโดยตรง แต่อ้างว่าเดินทางผ่านมาท่องเที่ยว และระบุนามของสำนักเทียนเถาออกมา
นักพรตชิวหยางนึกในใจว่าแย่แล้ว เขาไม่รู้จักที่มาของสำนักเทียนเถา ทว่านักพรตชิวหยางก็ยังคงพยายามเจรจาพรรณนาความกับพวกเขาอย่างเต็มที่ ขณะเดียวกันก็แอบส่งคนไปแจ้งข่าวที่เมืองเจียง
ทั้งสองฝ่ายเจรจาพรรณนาความกันอยู่นาน ทักทายปราศรัยกันสารพัด ทว่ากลับไม่สามารถล่วงรู้ที่มาของนักพรตชิวหยางได้เลย เรื่องนี้ทำให้คนของสำนักเทียนเถาเริ่มสงสัย ตามปกติแล้ว ขั้วอำนาจภายใต้สำนักผู้ฝึกเซียนย่อมต้องไม่ปิดบังตัวตนของสำนักที่ตนสังกัด
ด้วยเหตุนี้ ทั้งสองจึงเริ่มแสดงท่าทีโอหังขึ้นมาทันที วาจาและท่าทีไม่เกรงอกเกรงใจอีกต่อไป ทว่าท่าทีที่ยะโสขึ้นเรื่อยๆ ของพวกเขากลับทำให้นักพรตชิวหยางเริ่มรับมือลำบาก และไม่กล้าแสดงท่าทีแข็งกร้าวออกมา
"ที่แท้ก็แค่พวกผู้ฝึกตนพเนจร เท่านั้น ผู้ฝึกตนพเนจรเพียงคนเดียวกลับกล้าโอหังปานนี้ ช่างไม่รู้จักตายจริงๆ" ในที่สุดเมื่อแน่ใจว่านักพรตชิวหยางไม่ใช่ศิษย์สำนักใด ทั้งคู่ก็ผ่อนคลายลงอย่างสิ้นเชิง
"สหายทั้งสอง นี่หมายความว่าอย่างไร?"
"ฮ่าๆ หมายความว่ายังไงน่ะหรือ ชิวหยาง ข้าคือศิษย์สำนักเทียนเถา บัดนี้ปู่ของเจ้าจากสำนักเทียนเถามาถึงแล้ว ยังกล้าเสียมารยาทอีก ช่างไม่รู้จักตายจริงๆ"
"ชิวหยาง ถ้ารู้จักกาลเทศะก็จงยอมสวามิภักดิ์เป็นเบี้ยล่างให้สำนักเทียนเถาของเราเสีย มิฉะนั้นวันนี้ข้าจะสังหารเจ้า"
"อาตมาต้อนรับขับสู้ด้วยมารยาท ศิษย์ผู้ทรงเกียรติของสำนักเทียนเถากลับไร้มารยาทเช่นนี้หรือ?"
"ไร้มารยาท? เช็ดเป็ด... พี่ชาย ท่านว่าจะทำอย่างไรดี"
"จัดการมัน!"
ทั้งสองไม่แสร้งทำอีกต่อไป ลงมือลอบโจมตีทันที โดยพุ่งเข้าหานักพรตชิวหยางจากคนละฝั่ง
"จงตายเสีย!" นักพรตชิวหยางในตอนนี้เดือดดาลยิ่งนัก ในฐานะเจ้าเมืองเขาไม่เคยต้องมารับโทสะเช่นนี้ ในเมื่อคุยกันไม่รู้เรื่อง ก็มีแต่ต้องฆ่ากันเท่านั้น
เมื่อเผชิญกับการโจมตีของทั้งสอง นักพรตชิวหยางไม่มีความเกรงกลัว เขาสะบัดมือฟาดฝ่ามือออกไปสองครั้ง ศิษย์สำนักเทียนเถาทั้งสองถูกซัดจนกระเด็นออกไป
"ตูม!" ศิษย์สำนักเทียนเถาแต่ละคนเรียกดาบวิเศษของตนออกมาฟันใส่ชิวหยาง บังเกิดปราณดาบพุ่งเข้าจู่โจมอย่างบ้าคลั่ง
"สังหารมันซะ!" นักพรตชิวหยางกล่าวกับสวี่จืออี้และพวกที่รีบมาสมทบหลังจากต้านรับการโจมตีระลอกแรกของทั้งสองไว้ได้
ยอดฝีมือในเมืองอวิ๋นหยางเหล่านี้มีพลังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้จะยังไม่มีผู้ฝึกเซียนระดับจินตัน แต่ระดับขั้นสร้างฐานกลับมีถึงยี่สิบสามสิบคน ศิษย์สำนักเทียนเถาทั้งสองที่เป็นเพียงระดับขั้นสร้างฐานเช่นกันย่อมไม่ใช่คู่ต่อสู้ พวกเขาจึงรีบร้องขอความช่วยเหลือ
"ตูม!" ทันใดนั้น บนเรือเหาะก็มีปราณดาบอันน่าสะพรึงกลัวฟันลงมา นักพรตชิวหยางสีหน้าเปลี่ยนไปทันที เขาฝืนกำลังทะยานร่างขึ้นรับดาบนี้ตรงๆ ทว่าเพียงดาบเดียวนี้เองก็ซัดนักพรตชิวหยางจนบาดเจ็บสาหัส กระอักเลือดคำโตแล้วกระเด็นไป
"พลังของเมืองนี้ดูไม่เลวเลยจริงๆ" บรรพชนระดับจินตันของสำนักเทียนเถาปรากฏตัวขึ้น เขาส่งสัมผัสวิญญาณกวาดไปทั่วเมือง พบว่าภายในเมืองมีนักยุทธ์นับแสนคน จึงได้เผยรอยยิ้มออกมา
นักยุทธ์น่ะดี นักยุทธ์หนังเหนียวและมีแรงเยอะ นับว่าเป็นแรงงานเหมืองชั้นยอด ดีกว่าคนธรรมดาสามัญเป็นไหนๆ
"ข้าคือเจียงชุนหลิน ผู้อาวุโสระดับจินตันแห่งสำนักเทียนเถา วันนี้ข้าจะเข้ายึดครองเมืองอวิ๋นหยาง ใครไม่อยากตายจงยอมจำนนเดี๋ยวนี้" ในพริบตาต่อมา เสียงของบรรพชนระดับจินตันแห่งสำนักเทียนเถาก็ดังก้องไปทั่วทั้งเมือง
"ถอย! ทุกคนตีฝ่าวงล้อมออกไป!" นักพรตชิวหยางที่บาดเจ็บสาหัสทิ้งคำพูดไว้เพียงประโยคเดียวก็หมดสติไปทันที
"ศิษย์พี่! ศิษย์พี่!"
"ศิษย์พี่ ท่านเป็นอย่างไรบ้าง"
"เร็วเข้า พาตัวศิษย์พี่หนีไป ข้าจะอยู่ระวังหลังเอง!" มั่วเซี่ยงเทียนคำรามลั่น ศิษย์สำนักเทียนเถาหลายคนพุ่งเข้ามาหมายจะสังหารพวกเขา มั่วเซี่ยงเทียนจึงตัดสินใจอยู่ระวังหลังให้
"ตีฝ่าวงล้อมออกไป!" นักยุทธ์และผู้ฝึกเซียนคนอื่นๆ ต่างพากันหนีตาย ขั้นสร้างฐานสู้กับจินตัน คิดจริงๆ หรือว่าตนเองเป็นอัจฉริยะล้ำโลก พวกเขาย่อมรู้ตัวดีว่าไม่มีทางสู้ได้แน่นอน
ทว่าแม้พวกนักพรตชิวหยางจะตีฝ่าวงล้อมหนีไปได้ แต่ทหารจำนวนมากในเมืองอวิ๋นหยางกลับไม่ยอมจำนนหรือหนีไป เพราะครอบครัวของพวกเขาล้วนอยู่ในเมืองอวิ๋นหยาง หากพวกเขาหนีไป ครอบครัวจะทำอย่างไร
"ตับ ตับ ตับ..." ภายในกองทัพ แม้จะมีผู้ฝึกตนอยู่ไม่น้อยแต่ระดับยังต่ำเตี้ยนัก ดังนั้นวิธีการหลักของพวกเขาจึงยังคงเป็นอาวุธความร้อน
ทหารผู้ไม่เกรงกลัวความตายเริ่มเปิดฉากโต้กลับ ทำให้กลุ่มสำนักเทียนเถาที่มีเพียงยี่สิบคนต้องเสียคนไปสองสามคนทันที เรื่องนี้ทำให้เจียงชุนหลินโกรธแค้นจนต้องลงมือด้วยตนเอง
คราวนี้เมืองอวิ๋นหยางจึงต้องเผชิญกับความสูญเสียอย่างใหญ่หลวง แม้อาวุธความร้อนจะสร้างความเสียหายให้ระดับจินตันได้ ทว่าปัญหาก็คือพวกเขาไม่สามารถเล็งเป้าผู้ฝึกเซียนระดับจินตันที่เคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงได้เลยสักนิดเดียว