เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

◈ บทที่ 622. [เนื้อเรื่องเสริม] เทศกาลสุดท้าย (12)

◈ บทที่ 622. [เนื้อเรื่องเสริม] เทศกาลสุดท้าย (12)

◈ บทที่ 622. [เนื้อเรื่องเสริม] เทศกาลสุดท้าย (12)


◈ บทที่ 622. [เนื้อเรื่องเสริม] เทศกาลสุดท้าย (12)

ไม่ว่าสถานการณ์รอบข้างจะเป็นอย่างไร

ไม่ว่าผู้ชมจะโห่ร้องยินดีหรือโห่ไล่ ไม่ว่าเพื่อนพ้องคนอื่นจะต่อสู้อย่างไร ไม่ว่าสิ่งที่ถืออยู่ในมือจะเป็นดาบจริงหรือไม่ก็ตาม นั่นไม่สำคัญเลย

ลูคัสและเฮคาเตต่างจดจ่ออยู่กับอีกฝ่ายและประดาบกัน ไม่มีใครยอมถอยแม้แต่ก้าวเดียว พวกเขาแลกเปลี่ยนเพลงดาบกันด้วยความสามารถสูงสุดที่มี

เวลาล่วงเลยผ่านไปเนิ่นนานนับตั้งแต่เรียนจบ

ทั้งสองคนขัดเกลาวิชาดาบในขุมนรกของตนเอง พวกเขาฝึกฝนในสมรภูมิรบที่หากไม่ฆ่าก็ไม่อาจมีชีวิตรอด

ชำระล้างเส้นทางที่กองทับถมด้วยซากศพด้วยหยาดเลือด เพื่อกรุยทางให้แก่ผู้เป็นนายของตนเองได้ก้าวเดิน

ทั้งสองคนเปลี่ยนไปแล้ว วิชาดาบของทั้งคู่ก็เปลี่ยนไปเช่นกัน

ทว่า กระนั้น

แก่นแท้และวิถีดาบอันเป็นรากฐานของพวกเขายังคงเดิมไม่แปรเปลี่ยน

ทักษะพื้นฐานที่สั่งสมไว้ ณ เบื้องลึกสุดอันเป็นรากฐานของผู้ใช้ดาบ ซึ่งได้ร่วมกันฝึกฝนมาตั้งแต่สมัยเรียน มีเพียงสิ่งนั้นที่ยังคงหลงเหลืออยู่อย่างสมบูรณ์ดั่งเช่นวันวาน นั่นจึงทำให้ทั้งสองคนรู้สึกเบาใจ

แม้จะร่วงหล่นลงสู่ขุมนรกของตนเอง

แต่ทั้งลูคัสและเฮคาเตต่างก็ยังคงรักษาความเป็นตัวเองเอาไว้ได้

ตึง!

ดาบไม้และร่มกันแดดที่ปะทะกันผลักดันออกจากกัน อัศวินทั้งสองทิ้งระยะห่างแล้วยืนหยัด

เฮคาเตกำด้ามจับด้วยมือทั้งสองข้าง แล้วค่อยๆ ยกร่มกันแดดขึ้นเหนือศีรษะ

ลูคัสเองก็ใช้มือทั้งสองข้างจับด้ามดาบเช่นกัน เขาลดดาบไม้ลงต่ำพร้อมกับย่อตัวลงจนสุด

เฮคาเตคุมพื้นที่ด้านบน ส่วนลูคัสคุมพื้นที่ด้านล่าง อัศวินทั้งสองที่ตั้งท่าแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงต่างจ้องมองกันและกันอย่างดุดัน

เป็นรูปแบบเดียวกับการต่อสู้ในวันจบการศึกษาอย่างไม่มีผิดเพี้ยน

และ

ผลแพ้ชนะก็ถูกตัดสินในชั่วพริบตา

ฉัวะ!

ลูคัสถีบตัวพุ่งทะยานจากพื้น เข้าจู่โจมเฮคาเตด้วยสภาวะอันน่าเกรงขามพร้อมกับตวัดดาบออกไป

ทว่าเฮคาเตกลับเบี่ยงตัวหลบการพุ่งชนนั้นได้อย่างพลิ้วไหวราวกับมาทาดอร์ แล้วฟาดร่มกันแดดของตนลงมาอย่างนุ่มนวล

ฉับ!

ดาบไม้ถูกตัดขาดกระเด็น

นี่คือภาพจำลองของการประลองในวันจบการศึกษา เฮคาเตคิดว่าตนเองเป็นฝ่ายคว้าชัยชนะมาได้เหมือนอย่างวันนั้น ทว่า

"ฮึบ!"

ดาบไม้ที่เหลือเพียงครึ่งท่อนไม่ได้หยุดนิ่งลง

ดาบไม้ของลูคัสยังคงวาดวิถีดาบต่อไปอย่างลื่นไหล มันหมุนวนเป็นเส้นโค้งอันงดงาม และในวินาทีถัดมาที่เฮคาเตกะพริบตา ดาบนั้นก็หยุดนิ่งอยู่ตรงหน้าลำคอของเธอเสียแล้ว

ลูคัสคาดการณ์ไว้ตั้งแต่แรกแล้วว่าเฮคาเตจะต้องฟันดาบไม้ของตนขาด เขาจึงกำหนดวิถีดาบเอาไว้เพื่อให้สามารถสยบเฮคาเตได้ด้วยคมดาบเพียงครึ่งท่อนที่เหลืออยู่

แม้ดาบจะพังทลาย แต่ลูคัสก็เป็นผู้คว้าชัยชนะไปได้

สายลมกรรโชกพัดผ่านตามการเคลื่อนไหวของลูคัสมาในภายหลัง หมวกปีกกว้างของเฮคาเตลอยละล่องขึ้นกลางอากาศก่อนจะร่วงหล่นลงสู่พื้น

เฮคาเตค่อยๆ ลดร่มกันแดดลงแตะพื้น จากนั้นเธอก็ยกมือทั้งสองข้างขึ้นเหนือศีรษะ

"......เติบโตขึ้นแล้วสินะ ลูคัส"

"หากเป็นสมัยเรียน ชัยชนะคงเป็นของเธอตั้งแต่ตอนที่ฟันดาบฉันขาดแล้ว"

ลูคัสเองก็ค่อยๆ ชักดาบไม้กลับมาเช่นกัน

"แต่ในการต่อสู้จริง มันไม่ได้จบลงแค่นั้นหรอก"

"ใช่แล้ว ไม่มีอาจารย์คอยเป่านกหวีดบอกผลแพ้ชนะ ไม่มีเครื่องแบบนักเรียนคอยปกป้องพวกเรา และไม่มีรั้วโรงเรียน...... อีกต่อไปแล้วละ"

เฮคาเตหัวเราะเบาๆ ออกมา

"พวกเรากลายเป็นผู้ใหญ่กันแล้วสินะ"

โลกภายนอกรั้วโรงเรียนนั้นช่างโหดร้ายทารุณ และพวกเขาทั้งสองคนก็สามารถปรับตัวให้เข้ากับมันได้สำเร็จ

ปัจจัยที่ตัดสินผลแพ้ชนะมีเพียงสิ่งเดียว นั่นคือใครเฝ้าทบทวนถึงการประลองครั้งสุดท้ายมากกว่ากัน

ลูคัสครุ่นคิดหาวิธีต่อสู้อย่างไม่หยุดหย่อนเพื่อให้ชนะการประลองในวันนั้น จนกระทั่งเขาค้นพบคำตอบ และเขาก็ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วในวันนี้

"แพ้ซะแล้วสิ!"

เมื่อเฮคาเตยอมรับความพ่ายแพ้ด้วยน้ำเสียงสดใส ลูคัสก็พูดเสริมขึ้นมาอย่างช้าๆ

"ครั้งหน้า"

"หืม?"

"ครั้งหน้าช่วยแสดงคำตอบของเธอให้ฉันเห็นทีนะ"

ลูคัสส่งยิ้มเก้อเขินให้เฮคาเตที่กำลังเบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจ

"ว่าเธอจะเคลื่อนไหวอย่างไรเพื่อป้องกันกระบวนท่านี้"

"......"

"ฉันจะรอการประลองครั้งต่อไปนะ เฮคาเต"

ริมฝีปากที่แข็งค้างของเฮคาเตค่อยๆ คลี่รอยยิ้มออกมา

เพราะแววตาอันแน่วแน่ของลูคัสนั้น ไม่ได้แตกต่างไปจากสมัยเรียนเลยแม้แต่น้อย

"โล่งอกไปที ถึงจะเติบโตขึ้น และเปลี่ยนไปมากขนาดไหน...... แต่นายก็ยังคงเป็นนายสินะ ลูคัส"

"เธอเองก็เช่นกัน เฮคาเต แล้วก็"

ลูคัสค่อยๆ หันหน้าไปด้านข้าง

"ฝ่าบาทเองก็เช่นกัน"

สายตาของลูคัสทอดมองไปยังมังกรจำลอง

ดาเมียนกำลังระดมยิงลูกศรปลายยางอย่างบ้าคลั่ง ในขณะที่สมาชิกคนอื่นๆ กำลังพยายามต้านทานมันเอาไว้อย่างสุดความสามารถ

ลูกศรดอกหนึ่งพุ่งลอดผ่านง่ามนิ้วของแอชที่กระโดดโหยงขึ้นไป แอชกรีดร้องลั่นพลางกลิ้งไปตามพื้น ลูกศรที่หลุดรอดไปนั้นถูกเอวานเจลีนยกโล่ขึ้นมาปัดป้องไว้แทน

แอชตบมือรัวๆ ประหนึ่งว่าไม่เคยกรีดร้องมาก่อน

"ฝ่าบาททรงสูญเสียความทรงจำไป"

ลูคัสซึ่งยืนมองภาพนั้นเงียบๆ หันกลับมามองเฮคาเตอีกครั้ง

"หลายสิ่งหลายอย่างเปลี่ยนไป พระองค์ไม่ใช่คนเดิมในสมัยเรียนอีกแล้ว ทว่า...... ยามที่พระองค์ตรัสถึงเป้าหมายอันยิ่งใหญ่และเพ้อฝันที่ว่าจะปกป้องโลกใบนี้"

"......"

"รอยยิ้มที่ปรากฏบนพระพักตร์ในยามนั้น ยังคงเป็นรอยยิ้มเดิมไม่เปลี่ยนไป มันคือแสงสว่างที่ฉันปราณาตัวจะคอยติดตามไปชั่วชีวิต"

ทันใดนั้น ภาพจำในสมัยเรียนก็แล่นเข้ามาในหัวของเฮคาเต

เด็กหนุ่มผมดำที่เดินนำอยู่หน้าสุดด้วยสายตาอันอิดโรย

เด็กหนุ่มผมทองที่ยืนหยัดอยู่เบื้องหลังเด็กหนุ่มผมดำคนนั้นอย่างมั่นคงเสมอมา

และเด็กสาวผมสีเบจที่คอยลอบมองท่าทีของเด็กหนุ่มผมทองพลางเดินตามอยู่เคียงข้าง...... ตัวเธอเอง

เมื่อเฮคาเตหลับตาลงแล้วลืมตาขึ้นอีกครั้ง ภาพในวัยเด็กเหล่านั้นก็มลายหายไปราวกับภาพลวงตา เผยให้เห็นภาพของพวกตนที่เติบโตเป็นผู้ใหญ่แล้วแทน

"หลังจากเรียนจบและต้องเผชิญกับโลกที่โหดร้าย พวกเราต่างก็เปลี่ยนไปเรื่อยๆ...... แต่ถ้าหากมีสิ่งหนึ่งที่ไม่แปรเปลี่ยนไป หากเรายังคอยปกป้องสิ่งเดียวที่ห้ามเปลี่ยนไปนั้นเอาไว้"

"......"

"แค่นั้นก็เพียงพอแล้วไม่ใช่หรือ ด้วยสิ่งนั้น พวกเราก็ยังคงเป็นพวกเราอยู่"

ลูคัสฉีกยิ้มบางๆ

"ฉันจะปกป้องสิ่งที่ไม่แปรเปลี่ยนไปนั้นเอาไว้"

แม้หลายสิ่งหลายอย่างจะเปลี่ยนไป

แต่เขาก็ยังคงซื่อบื้อ ยังคงซื่อสัตย์ต่อเจ้านายของตนแต่เพียงผู้เดียว และยังคง...... อยากประลองฝีมือกับเธอเหมือนเดิม

ขณะจ้องมองใบหน้าของรักแรกคนนั้นเงียบๆ เฮคาเตก็หลุดหัวเราะออกมาอย่างห้ามไม่อยู่

"ฮ่าๆ ดีจริงๆ ที่มาร่วมเทศกาลในครั้งนี้ ดีจริงๆ......"

......ตัดภาพมาที่อีกด้าน นอกเหนือจากการประลองของอัศวินทั้งสอง

สถานการณ์ทางฝั่งนี้กลายเป็นว่า ฉัน เอวานเจลีน จูเนียร์ และอัศวินทมิฬอีกสี่คนต้องคอยบิดตัวหลบและปัดป้องลูกศรปลายยางที่ดาเมียนกระหน่ำยิงมา

แถมยังต้องคอยหลบปืนฉีดน้ำและแส้เชือกที่มังกรจำลองยิงใส่อีกต่างหาก!

จะบอกว่าเป็นศึกระหว่าง ดาเมียนและมังกรจำลอง (ลิลลี่) ปะทะ อีกเจ็ดคนที่เหลือก็คงไม่ผิดนัก

ท้ายที่สุดดาเมียนก็เป็นฝ่ายชนะ เพราะในตอนหลังลูกศรเล่นพุ่งหมุนควงสว่านกลางอากาศราวกับลูกเตะพายุหมุนเลยทีเดียว หยุดใช้สูตรโกงเดี๋ยวนี้นะโว้ย?!

โชคดีที่ผลการประลองของลูคัสกับเฮคาเตออกมาก่อน โชคดีจริงๆ ที่หลุดพ้นจากสถานการณ์บ้าบอที่เราต้องมาขัดขวางชัยชนะของทีมตัวเองเนี่ย!

อัศวินทั้งสองแสดงความเคารพซึ่งกันและกันด้วยสีหน้าที่ผ่อนคลายลงมากก่อนจะหันหลังกลับ

เฮฮฮฮ......!

แปะ แปะ แปะ แปะ

เสียงปรบมือดังกึกก้องจากอัฒจันทร์มอบให้แก่อัศวินทั้งสองที่แสดงฝีมือการต่อสู้อันยอดเยี่ยม เสียงโห่ร้องชื่นชมก็ลอยมาทางพวกเราที่ต้องทนเหนื่อยยากเช่นกัน

ฉันตบไหล่อัศวินทมิฬที่ลำบากมาด้วยกันทีละคน

เหล่าอัศวินทมิฬดูเขินอายเล็กน้อย แต่ไม่นานพวกเขาก็ยิ้มรับและทักทายกับสมาชิกทีมฝั่งเรา ช่างเป็นภาพที่อบอุ่นหัวใจจริงๆ

'ถึงรอบชิงชนะเลิศแล้วสินะ......'

คู่ต่อสู้ในรอบชิงชนะเลิศคือดัสก์บริงเกอร์และกองอัศวินมังกรโลหิตที่ผ่านรอบรองชนะเลิศมาล่วงหน้าแล้ว

แกรนด์ดยุคมังกรโลหิตผู้เป็นแชมป์เก่าจากศึกประลองยุทธ์ครั้งก่อน และเหล่าอัศวินมังกรที่ได้ฉายาว่านักรบคลั่งแห่งแดนตะวันตก เรียกได้ว่าเป็นทีมระดับท็อปที่ทุกคนล้วนอยู่ระดับ SSR

เมื่อหันหน้าไป ฉันก็เห็นดัสก์บริงเกอร์ยืนนิ่งมองฉันอยู่บนอัฒจันทร์ โดยมีอัศวินใต้บังคับบัญชาทั้งสี่นายยืนเรียงแถวอย่างเป็นระเบียบอยู่เบื้องหลังเธอ

"......"

"......"

พวกเราสบตากันโดยไร้ซึ่งคำพูด

จู่ๆ ฉันก็นึกถึงจดหมายประกาศสงครามที่เธอส่งมาให้เมื่อสองปีก่อน ตอนนั้นเธอก็บอกให้มาดวลกันโดยมีครอสโรดเป็นเดิมพันนี่นา

บางทีไม่ว่าเมื่อไร พวกเราก็คงต้องมาสู้กันแบบนี้ในท้ายที่สุดอยู่ดี

"......"

"......"

ไม่สิ นั่นมันคนละเรื่องกันแล้ว

จู่ๆ บรรยากาศก็เปลี่ยนเป็นการแข่งจ้องตาซะงั้น ฉันกับดัสก์บริงเกอร์ต่างเบิกตากว้างจ้องเขม็งใส่กัน มาดูกันว่าใครจะหลบตาก่อน!

"......อึก!"

ในที่สุดฝ่ายที่หลบตาก่อนก็คือดัสก์บริงเกอร์

ดัสก์บริงเกอร์ที่ทนไม่ไหวจนต้องกะพริบตากลมโตของเธอ หน้าแดงระเรื่อด้วยความเจ็บใจพลางกัดฟันกรอด ก่อนจะสะบัดหน้าหนีไป

"หึหึ ดูเหมือนว่าการข่มขวัญคู่ต่อสู้พวกเราจะเป็นฝ่ายชนะนะ......"

ในระหว่างที่ดาเมียนกำลังร่ายเวท 'จงหาย จงหาย' รักษาดวงตาที่แดงก่ำจากการแข่งจ้องตาของฉัน ลูคัสก็เดินมายืนอยู่ตรงหน้า พอชนะเฮคาเตมาได้ สีหน้าก็ดูสดใสเชียวนะ

"เป็นการประลองล้างตาอีกแมตช์หนึ่งสินะครับ น่าสนุกดีนะครับ"

"อา จะว่าไปแล้ว"

คนที่รับมือกับดัสก์บริงเกอร์ในรอบชิงชนะเลิศของศึกประลองยุทธ์ครั้งก่อนก็คือลูคัสนี่นา ถึงตอนนั้นจะแพ้ราบคาบก็เถอะ......

"ศึกประลองยุทธ์ในตอนนั้นห้ามใช้ดาบครับ และต้องต่อสู้ด้วยพละกำลังล้วนๆ การจะเอาชนะเผ่าครึ่งคนครึ่งมังกรจึงเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลยครับ"

ลูคัสชักดาบไม้อันใหม่ออกมาด้วยใบหน้าเปี่ยมล้นไปด้วยความมั่นใจ แล้วชูขึ้นฟ้า

"แต่ครั้งนี้ผมมีดาบครับ! แถมตั้งแต่ตอนนั้นจนถึงตอนนี้ผมก็ฝึกฝนมาอย่างหนัก ครั้งนี้แหละครับผมจะล้างแค้นให้จงได้!"

"พอชนะเฮคาเตมาได้ ความมั่นใจนายก็พุ่งปรี๊ดเลยนะ ลูคัส......"

ทางฝั่งเฮคาเตถึงจะแพ้แต่สีหน้าก็ดูสดใสขึ้น กระบวนการความคิดของพวกนักดาบนี่เข้าใจยากชะมัด

ตอนนั้นเอง จูเนียร์ก็เอ่ยถามฉันอย่างระมัดระวัง

"ว่าแต่จะดีเหรอคะ ฝ่าบาท? ดูเหมือนว่าแกรนด์ดยุคจะเอาจริงน่าดูเลยนะคะ"

"เหอะ ทางนี้เองก็เอาจริงเหมือนกันแหละน่า"

ฉันเหยียดยิ้มอำมหิตพลางหักข้อนิ้วดังกรอบแกรบ

กลยุทธ์การประลองแบบห้าต่อห้าที่วางแผนไว้เพื่อรับมือกับกองอัศวินมังกรโลหิตได้ถูกกำหนดมาตั้งแต่เนิ่นนานแล้ว

ตั้งแต่ตอนที่ดัสก์บริงเกอร์ส่งคำประกาศสงครามมาเมื่อสองปีก่อน ฉันก็วางแผนไว้อย่างละเอียดถี่ถ้วนเพื่อเตรียมพร้อมรับมือในกรณีฉุกเฉิน

ในศึกประลองยุทธ์ครั้งนี้ก็เช่นกัน ฉันให้สมาชิกในปาร์ตี้ของพวกเราฝึกฝนกลยุทธ์นี้อย่างหนักตั้งแต่แรกเพื่อเอาชนะดัสก์บริงเกอร์ให้ได้

ถึงขนาดใช้เวลาเกือบครึ่งหนึ่งของช่วงฝึกพิเศษไปกับการเตรียมตัวรับมือทางฝั่งนี้เลยทีเดียว

'นักรบคลั่งแห่งแดนตะวันตกเหรอ? กองอัศวินมังกรโลหิตเหรอ? ระดับ SSR กันทุกคนเลยเหรอ? ใครจะไปสนล่ะ! ดาหน้ากันเข้ามาเลย!'

ทั้งหมดนั่นอยู่ในขอบเขต 'บทสรุป' ของฉันเรียบร้อยแล้ว ฉันจะงัดเอาสารพัดลูกไม้สกปรกที่เตรียมไว้มาจัดการให้หมดเลย

"ฉันจะสวมบทเป็นตัวร้าย! ลากแชมป์เก่าลงมาจากสังเวียน! แล้วแย่งเข็มขัดมาคาดเอวตัวเองซะ!"

ฉันยกมือขึ้นปิดหน้าแล้วหัวเราะในลำคออย่างชั่วร้าย ฮึๆๆๆ

จากนั้นสมาชิกปาร์ตี้หลักก็หันไปสบตากัน...... ก่อนจะหันมาส่งยิ้มอ่อนโยนให้ฉัน ราวกับจะบอกว่า 'ปล่อยให้เขาสนุกไปเถอะ'

อะไรเล่าเจ้าพวกนี้! มีอะไรจะพูดก็พูดมาสิ!

และแล้ว หนึ่งชั่วโมงต่อมา

ศึกประลองยุทธ์อันเป็นกิจกรรมหลักของเทศกาลในครั้งนี้ ในที่สุดการประลองรอบชิงชนะเลิศที่จะเป็นบทสรุปของศึกประลองยุทธ์ก็เริ่มต้นขึ้น

ทั้งน้ำหนักของคำว่ารอบชิงชนะเลิศ ชื่อเสียงอันน่าเกรงขามของทั้งสองทีมที่ก้าวออกมารบพุ่งกัน และความอาลัยอาวรณ์ต่อเทศกาลที่กำลังจะจบลง......

ด้วยเหตุผลต่างๆ นานาเหล่านี้ ทำให้ที่นั่งบนอัฒจันทร์เนืองแน่นไปด้วยผู้คน ทุกคนต่างเฝ้ารอคอยการแข่งขันด้วยใบหน้าเปี่ยมความคาดหวัง

......จนกระทั่งเมื่อประมาณห้านาทีก่อนหน้านี้ มันเป็นเช่นนั้น

"กรี๊ดดดด!"

"อ๊ากกก!"

"หนีเร็ว ทุกคนหนีเร็ว!"

"โดนลูกหลงมีหวังตายแน่!"

ผู้คนที่นั่งอยู่บนอัฒจันทร์ส่วนใหญ่พากันกรีดร้องและวิ่งหนีแตกกระเจิง

เมฆดำม้วนตัวทึบทึมอยู่บนท้องฟ้า ในอากาศสั่นสะเทือนไปด้วยพลังเวทที่ทำเอาแทบหายใจไม่ออก ไม่เพียงแต่ผู้คนเท่านั้น แม้แต่สัตว์ในละแวกนั้นก็ต่างวิ่งหนีด้วยความหวาดกลัว

มังกรข่มขวัญ

ทักษะสร้างความหวาดกลัวเป็นวงกว้างของเผ่าพันธุ์มังกร ที่สะกดข่มรอบข้างด้วยเพียงกลิ่นอายตัวตนของพวกมัน

ไม่สิ ไม่ใช่แค่มังกรข่มขวัญอย่างเดียวเท่านั้น...... พลังเวทที่แฝงไปด้วยจิตสังหารอย่างชัดเจนกำลังพัดกระหน่ำไปทั่วบริเวณอย่างบ้าคลั่ง

ฉันปาดเหงื่อเย็นเยียบ พลางจ้องมองตัวการที่ทำให้สถานการณ์บานปลายถึงขั้นนี้อย่างตรงไปตรงมา

ครืนนน

ดัสก์บริงเกอร์

เธอที่ค่อยๆ ก้าวเดินมาทางพวกเรานั้นมีรูปลักษณ์ที่แตกต่างไปจากปกติอย่างเห็นได้ชัด

บนหน้าผากเล็กๆ มีเขาสีแดงงอกออกมาหนึ่งคู่ ใต้สะบักทั้งสองข้างมีปีกสีแดงที่ประกอบขึ้นจากพังผืดหนึ่งคู่ และบริเวณบั้นเอวก็มีหางสีแดงงอกออกมาหนึ่งเส้น

เมื่อดวงตาที่ปิดสนิทบนพวงแก้มที่มีเกล็ดสีแดงผุดขึ้นลืมตาขึ้นมา ตาขาวรอบดวงเนตรมังกรสีอำพันของเธอก็แปรเปลี่ยนเป็นสีดำสนิท

'ปลดปล่อยพลังโลหิตมังกร?!'

มาใช้ทักษะที่มีความเสี่ยงบ้าระห่ำขนาดนี้เอาตอนนี้เนี่ยนะ?!

ฉันเอ่ยปากพูดด้วยสีหน้าปั้นยาก

"เอ่อ...... แกรนด์ดยุค? ขอโทษนะครับ ที่นี่ไม่ใช่สนามรบ แต่เป็นศึกประลองยุทธ์นะครับ......"

"สิ่งที่มอบความอบอุ่นให้กับโลกใบนี้อาจจะเป็นอุณหภูมิความร้อน"

ดัสก์บริงเกอร์ตอบกลับมาอย่างไม่ตรงคำถาม

"ทว่าสิ่งที่ชี้เป็นชี้ตายผู้คนก็คือคมดาบ ดังนั้น"

ครืนนนน!

พลังเวทสีอาทิตย์อัสดงอันเจิดจ้าพัดกระหน่ำมารวมตัวกัน ก่อนจะควบแน่นเป็นรูปทรงของดาบใหญ่ยักษ์ในมือของดัสก์บริงเกอร์

พรึ่บ!

กุญแจมือสำหรับใช้ในศึกประลองยุทธ์เพื่อจำกัดพลังเวทที่สวมอยู่บนข้อมือของเธอไม่อาจทนรับไหว มันระเหยกลายเป็นไอและแตกสลายไปในอากาศ

พละกำลังที่เหนือความคาดหมายนี้ทำเอาพวกเราทุกคนถึงกับอ้าปากค้าง

คนๆ นี้ ไม่สิ มังกรตนนี้ เอาจริงแหง......!

"ฉันจะเป็นคมดาบ เพื่อปกป้องนาย ฉันจะโค่นนายนี่แหละ แอช"

ดัสก์บริงเกอร์จ่อดาบใหญ่มาข้างหน้าพร้อมกับจ้องมองฉันอย่างเยือกเย็น

"หากนายยังเอาชนะแม้แต่ฉันไม่ได้ นายก็ไม่มีทางเอาชนะมังกรทมิฬได้หรอก"

"......!"

"หากนายตั้งใจจะปราบมังกรชั่วร้ายนั่นจริงๆ ละก็ จงเอาชนะบททดสอบนี้ให้ได้ซะ......!"

ฉัวะ!

ดัสก์บริงเกอร์ถีบตัวทะยานขึ้นจากพื้น กระพือปีกบินพุ่งทะยานเข้าหาฉันอย่างรวดเร็วในชั่วพริบตา

สมาชิกปาร์ตี้หลักของฉันต่างพร้อมใจกันหันมามองฉันด้วยใบหน้าซีดเผือด นั่นก็เพราะว่าในกลยุทธ์รับมือกองอัศวินมังกรโลหิตที่พวกเราฝึกฝนมา ไม่เคยมีกรณีเช่นนี้เกิดขึ้นมาก่อนเลยสักครั้ง

"ฝ่าบาท?! เจอแบบนี้ต้องทำยังไงครับ?!"

"ก่อนอื่นก็......"

ฉันแหกปากตะโกนลั่นพลางหันหลังกลับ

"เผ่นโว้ยยย-!"

ตูมมม!

ในเวลาเดียวกัน พลังเวทก็ระเบิดออกกัมปนาทจากดาบใหญ่ที่ดัสก์บริงเกอร์ฟาดฟันลงมา ทำเอาพื้นของลานประลองปลิวว่อนไปในพริบตา

[จบแล้ว]

จบบทที่ ◈ บทที่ 622. [เนื้อเรื่องเสริม] เทศกาลสุดท้าย (12)

คัดลอกลิงก์แล้ว