- หน้าแรก
- เกมสยองขวัญแล้วไง พอดีตรรกะผมมันโกง
- บทที่ 70 - ยิงถล่มจากเวหาไร้แรงต้าน
บทที่ 70 - ยิงถล่มจากเวหาไร้แรงต้าน
บทที่ 70 - ยิงถล่มจากเวหาไร้แรงต้าน
บทที่ 70 - ยิงถล่มจากเวหาไร้แรงต้าน
"ฉันมีเรื่องให้เธอช่วยหน่อย"
กลางทุ่งทราย ซูเหยียนเทียบแผนที่กับทิศทางที่กระสุนปืนใหญ่พุ่งมาแล้วหันไปพูดกับชิงเสวี่ย
"ว่ามาสิ"
"เรื่องง่ายๆ" ซูเหยียนถาม "สายตาของเธอมองได้ไกลสุดถึงห้าพันเมตรไหม"
เขาไม่ได้ถามตรงๆ ว่าขีดจำกัดสายตาของเธออยู่ที่เท่าไหร่ ข้อมูลที่สามารถใช้ประเมินสมรรถภาพร่างกายได้แบบนี้ ต่อให้เป็นผู้เล่นที่ร่วมมือกันอยู่ก็ถือเป็นเรื่องละเอียดอ่อนมาก
แต่เขาเชื่อมั่นในฝีมือของชิงเสวี่ย
จากข้อมูลที่ได้จากสถาบัน ทุกครั้งที่เคลียร์ดันเจี้ยนสำเร็จ 'สมรรถภาพร่างกายในเกม' ของผู้เล่นจะได้รับการบัฟเพิ่มขึ้นในระดับหนึ่ง
ไม่ว่าจะเป็นความหนาแน่นของร่างกาย ความเร็ว ปฏิกิริยาตอบสนอง การมองเห็น จิตใจ... ล้วนได้รับการยกระดับขึ้นเป็นทวีคูณ จนท้ายที่สุดก็จะกลายเป็นร่างกายระดับยอดมนุษย์
อย่างซูเหยียนในตอนนี้สามารถเมินเฉยต่อดาเมจจากปืนพก ใช้สายตาจับวิถีกระสุนปืนไรเฟิลได้ทัน และใช้ร่างกายทนรับแรงกระแทกจากสะเก็ดระเบิดได้สบายๆ...
ความเร็วในการตวัดดาบของชิงเสวี่ยนั้นเร็วกว่าขีดจำกัดสายตาของเขาซะอีก การจะไปถึงเกณฑ์ขั้นต่ำที่เขาต้องการจึงไม่ใช่เรื่องยาก
"ถึง" ชิงเสวี่ยตอบสั้นๆ ได้ใจความ
"งั้น บนฟ้าเหนือหัวฉันขึ้นไปห้าพันเมตรมีเพื่อนฉันอยู่คนหนึ่ง เธอมองเห็นไหม" ซูเหยียนชี้ไปบนฟ้าเหนือหัวตัวเอง พูดราวกับเล่านิทานหลอกเด็ก
ชิงเสวี่ยเลิกคิ้วเล็กน้อย เธอเงยหน้ามองขึ้นไปบนท้องฟ้า เพ่งสายตามองดู ก็เห็นว่าบนฟ้าสูงลิบลิ่วมีร่างเงาสีทองที่เหมือนจริงสุดๆ ปรากฏขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้
แถมกำลังร่วงหล่นลงมาจากฟ้าอย่างบ้าคลั่ง
รูปร่างหน้าตานั่น ถอดแบบมาจากซูเหยียนเป๊ะๆ
วินาทีต่อมา
ซูเหยียนก็หายตัวไปจากจุดที่ยืนอยู่ แล้วไปโผล่แทนที่ไอ้โชคร้ายที่กำลังร่วงหล่นลงมาจากฟ้าคนนั้น
"ทำแบบเมื่อกี้ต่อไป!" เขาตะโกนลั่น
รูม่านตาของชิงเสวี่ยหดเกร็ง เธอเห็นร่างเงาอีกร่างปรากฏขึ้นเหนือหัวซูเหยียน
ซูเหยียนพริบตาหายไปอีกครั้ง คราวนี้เขาไปโผล่อยู่บนท้องฟ้าที่ความสูงห้าพันเมตร
ร่างเงาสีทองกะพริบไปมาอยู่รอบตัวเขาอย่างต่อเนื่อง ตำแหน่งของเขากลางอากาศก็เปลี่ยนไปเรื่อยๆ แต่สุดท้ายเขาก็ไม่ได้ร่วงตกลงมา
ในตอนนี้ การที่ซูเหยียนจะได้ความสามารถในการ 'ลอยตัวค้างกลางอากาศ' มาได้ ก็ต้องพึ่งพาการช่วยเหลือจากเพื่อนร่วมทีมและ NPC เท่านั้น
ตอนที่เขาอยู่ในดันเจี้ยนนี้ เขาเคยลองมาหลายครั้งแล้ว การจะขอให้ 'โลก' สลับตำแหน่งระหว่างตัวเขากับเพื่อนนั้นมันยากกว่าปกติมาก
จนถึงตอนนี้ อัตราความสำเร็จของเขายังไม่ถึงหนึ่งในสิบด้วยซ้ำ
ในดันเจี้ยนก่อนๆ ตอนที่ช่วยหนงหมิงหย่วนครั้งหนึ่งก็ทำท่ามกลางสายตาคนมากมาย ส่วนอีกครั้งก็ในคุก ซูเหยียนสงสัยว่าที่ทำสำเร็จในครั้งเดียวได้ ความจริงแล้วเป็นเพราะมีสารวัตรหมีขาวคอยแอบดูอยู่เงียบๆ แน่เลย
ส่วนในดันเจี้ยนรอบนี้ ครั้งเดียวที่ซูเหยียนทำสำเร็จ ก็คือตอนที่ไปช่วยชิงเสวี่ยนั่นแหละ
แต่เขาเชื่อว่าผ่านไปอีกสักสองสามดันเจี้ยน เอฟเฟกต์การตีความของทักษะนี้จะถูกกระตุ้นได้อย่างเสถียร ยิ่งล้วงลึกเข้าไปในดันเจี้ยนมากเท่าไหร่ ดูเหมือนว่าตัวเขาจะยิ่งสัมผัสได้ถึงความละเอียดอ่อนของโลกใบนี้ได้ง่ายขึ้น
"เอาล่ะ ปราสาทโบราณเซียร์สินะ"
ซูเหยียนโต้ลมหนาวมองไปทางทิศที่ปืนใหญ่ยิงมา พลางแสยะยิ้มชั่วร้าย "หลังจากนี้ ที่นั่นจะได้กลายเป็นซากปรักหักพังของจริงแล้ว..."
เขายื่นมือออกไปวาดวงกลมวงใหญ่กลางอากาศ
ป๊อป—
แผ่นแป้งขนาดเท่าจานรองแก้วก่อตัวขึ้นบนฝ่ามือ เขาประคองมันไว้อย่างมั่นคง
เพียงแต่มันไม่ใช่แผ่นแป้งนุ่มๆ สีขาวเหมือนคราวก่อนแล้ว แต่มันแข็งโป๊กเหมือนจานร่อน ผิวนอกเป็นสีเหลืองดิน
[เลิกขายฝันฉันสักที: วงกลมที่คุณวาดสามารถกลายเป็นแผ่นแป้งทอด 'ไม่จำกัดวัสดุและไส้ใน' ได้...]
ซูเหยียนฉีกแผ่นแป้งบางๆ ออก ไส้ข้างในกลับเป็นเม็ดสีดำหนาเตอะที่แฝงไปด้วยสีเขียว
ดูยังไงก็เหมือนก้อนหญ้าปูพื้นชัดๆ
"หึหึหึ รวยนักแล้วเจ๋งเหรอ เจออาวุธสงครามสายกรีนเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมแบบอันลิมิตเข้าไปหน่อย กลัวปะล่ะ" ซูเหยียนมองไปทางฐานที่มั่นของกองกำลังพลางแค่นหัวเราะเย็นชา ในมือปรากฏการ์ดใบเล็กที่มีรูปถั่วลันเตาสีเขียวสลักอยู่
แสงสว่างวาบขึ้น พีชูตเตอร์ปรากฏตัวขึ้นบน 'ผืนดินเคลื่อนที่' ในมือของเขาทันที มันหยั่งรากลงบนดินอย่างมั่นคง
ซูเหยียนเอาหมวกเหล็กครอบหัวมันอีกที มันก็กลายร่างเป็นแกตลิงพีทันที
"เห็นตรงนั้นแล้วใช่ไหม ยิงรัวๆ ไปเลย เรื่องทิศทางเดี๋ยวฉันปรับเอง" ซูเหยียนชี้ไปทางทิศหนึ่งอย่างชิลๆ แกตลิงพีทำหน้าขึงขังจริงจัง มันพ่นถั่วลันเตาสี่นัดซ้อนออกจากปากรัวๆ
พีชูตเตอร์ (ระดับ D): ...มีพลังทำลายล้างซอมบี้อย่างรุนแรง แต่สามารถโจมตีได้แค่ด้านหน้าเท่านั้น 'ระยะยิงไม่จำกัด'...
เม็ดถั่วลันเตาสีเขียวสดใสพุ่งทะยานออกไปทางทิศหนึ่งด้วยความเร็วที่สม่ำเสมอ ในขณะเดียวกันข้อมือของซูเหยียนก็สั่นไหวอย่างรวดเร็วเพื่อ 'ปรับทิศทาง' แบบไมโคร
ถ้าไม่ใช่เพราะลมแรงจัดบนที่สูงล่ะก็ ตอนนี้เขาคงจัดทอร์ชวูดมาบูสต์ดาเมจให้มันสะใจไปแล้ว
จงลิ้มรสการโจมตีจากสัตว์อัญเชิญป้อมปืนซะเถอะ!
...
ค่ายทหารกองกำลัง
ข้อมูลข่าวสารถูกส่งเข้าเต็นท์บัญชาการอย่างต่อเนื่องและเป็นจังหวะ
"เรดาร์เทคโนโลยีตรวจไม่พบความเคลื่อนไหวของศัตรูครับ"
"เรดาร์อินฟราเรดตรวจไม่พบคลิ่นพลังงานอื่นนอกจากสิ่งมีชีวิตในดันเจี้ยนครับ"
"ทักษะสอดแนมครั้งต่อไปจะคูลดาวน์เสร็จในอีกห้านาทีครับ"
จินอวี้หมิงฟังเสียงรายงานที่ไม่มีอะไรคืบหน้า หัวคิ้วที่ขมวดมุ่นก็เริ่มคลายลง
อีกฝ่ายดูจะไม่มีความกล้าหาญเท่าที่เขาคิดไว้เลย ถึงกับไม่มีวี่แววว่าจะตอบโต้กลับมาเลยสักนิด
ถึงแม้หน่วยสอดแนมที่หนึ่งที่เก่งที่สุดจะถูกกวาดล้างยกทีม แต่นั่นไม่ได้หมายความว่ากองกำลังของพวกเขาจะตกเป็นฝ่ายตั้งรับ ตรงกันข้ามต่างหาก
ด้วยอาวุธยุทโธปกรณ์ทางทหารจากโลกแห่งความเป็นจริงและทักษะสายสนับสนุนการป้องกันต่างๆ หากศัตรูโผล่มาป้วนเปี้ยนใกล้ๆ กองกำลังก็ต้องรู้ตัวอย่างแน่นอน
ส่วนเรื่องอาวุธหนักน่ะเหรอ หึ นั่นมันของถนัดของกองกำลังพวกเราอยู่แล้ว
จินอวี้หมิงปรายตามองเครื่องกวนสัญญาณบนโต๊ะ นี่คือผลงานวิจัยล่าสุดจากสถาบันวิจัย ต่อให้อีกฝ่ายแบกขีปนาวุธมาจริงๆ ก็คงยิงมาได้แค่แบบมั่วๆ เท่านั้นแหละ
"รายงาน หน่วยทหารแนวหน้าทำภารกิจสำเร็จแล้วครับ"
เสียงวิทยุสื่อสารแจ้งข่าวดีเข้ามา แววตาของจินอวี้หมิงยิ่งผ่อนคลายลงไปอีก
อำนาจการยิงเหนือกว่า กำลังคนก็มีเหลือเฟือ มีกองกำลังอยู่ทั้งที ดันเจี้ยนนี้จะแพ้ได้ยังไง...
เกิดความโกลาหลขึ้นที่นอกค่ายทหาร
"ไอ้นั่นมันตัวบ้าอะไรวะ ขี้นกเหรอ"
"ไอ้โง่ ขี้นกสีเขียวที่ไหนกันล่ะ! แถมตั้งแต่เข้าเกมมาก็ยังไม่เห็นนกสักตัวเลย!"
"ทำไมข้ามองยังไงมันก็เหมือนถั่วลันเตาวะ"
"ไอ้โง่เอ๊ย ถั่วบ้าอะไรจะเม็ดใหญ่เท่าลูกบิลเลียดวะ!"
"แปลกจริงเว้ย คงไม่ใช่กระสุนปืนใหญ่สีเขียวหรอกนะ เรดาร์ก็ตรวจไม่เจอด้วย"
จินอวี้หมิงรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมา เขาเดินออกจากเต็นท์บัญชาการแล้วตวาดเสียงเย็น "พวกแกว่างกันนักหรือไง!"
ทุกคนหุบปากเงียบกริบ ทหารหลายคนมองเขาตาปริบๆ
จินอวี้หมิงแปลกใจ เขามองตามสายตาที่แตกตื่นของคนพวกนั้นขึ้นไปบนฟ้า แล้วก็ต้องหรี่ตาลง
นั่นมัน... ถั่วลันเตาเหรอ ทำไมเม็ดใหญ่ขนาดนั้นล่ะ
สายตาของจินอวี้หมิงก็เฉียบแหลมไม่เบา เขามองเห็นลูกกลมๆ สีเขียวที่พุ่งตรงดิ่งมาจากขอบฟ้าอันไกลโพ้นได้อย่างชัดเจน แต่พอเห็นว่ามีแค่สี่เม็ด เขาก็ไม่ได้ใส่ใจอะไร
"ยิงมันให้ร่วง" เขาออกคำสั่ง ไม่ว่ามันจะเป็นตัวอะไร ยิงให้ร่วงไว้ก่อนเป็นดีที่สุด
ขณะที่เขากำลังจะละสายตากลับมา ร่างกายก็สะดุ้งเฮือก เขาขยี้ตาอย่างแรงราวกับไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง
เมื่อถั่วลันเตาสี่ลูกนั้นพุ่งเข้ามาใกล้ ไกลออกไปบนท้องฟ้าก็มีถั่วลันเตาโผล่ขึ้นมาอีกสี่ลูก ไม่สิ ไม่ใช่แค่สี่ลูก แต่มันเป็นแปดลูก สิบหกลูก... นับไม่ถ้วน!
ถั่วลันเตาแต่ละลูกมีทิศทางที่คลาดเคลื่อนกันเพียงเล็กน้อย แต่ตอนนี้ถั่วลันเตาที่พุ่งทะยานมาเต็มท้องฟ้า กลับครอบคลุมพื้นที่ปราสาทโบราณเอาไว้แทบจะทั้งหมด!
จินอวี้หมิงเบิกตากว้าง ถ้ามาถึงขั้นนี้แล้วเขายังดูไม่ออกว่ามีความผิดปกติล่ะก็ ตำแหน่งแม่ทัพของเขาก็คงได้มาเพราะโชคช่วยแล้วล่ะ
"ถอยทัพ!!!" เขาตาเหลือกแดงก่ำ แต่ตอนนี้มันไม่ทันแล้ว
"นั่นมันขี้นกบ้าอะไรล่ะ พวกแกตาบอดมองไม่ออกหรือไง!!!"
[จบแล้ว]