- หน้าแรก
- สิบปีที่โลกตราหน้าว่าไร้ความสามารถ แท้จริงข้าคือเทพสงครามปราณทอง
- บทที่ 32 - มหาวินาศถ้ำถล่มสยบอสรพิษ
บทที่ 32 - มหาวินาศถ้ำถล่มสยบอสรพิษ
บทที่ 32 - มหาวินาศถ้ำถล่มสยบอสรพิษ
บทที่ 32 - มหาวินาศถ้ำถล่มสยบอสรพิษ
“ส่าย”
ซือหม่าเอ้าสัมผัสได้ว่าขนทั่วทั้งร่างของเขาพลันลุกซู่ขึ้นมาทันที คำเตือนจากหลินอิงลั่วและเย่ อู๋เชวียที่ดังขึ้นซ้อนกันทำให้เขาเข้าใจได้ในทันทีว่ายามนี้เบื้องหลังของเขามีสัตว์อสูรที่อาจจะคร่าชีวิตเขาได้ปรากฏตัวขึ้นแล้ว!
ในวินาทีวิกฤต ดวงตาของซือหม่าเอ้าฉายแววดุดันออกมา เขาเข้าใจดีว่ายามนี้ไม่อาจหันหลังกลับไปมองได้ มีเพียงการทุ่มเทสุดกำลังเพื่อสู้ตายเท่านั้นจึงจะมีโอกาสรอดชีวิตไปได้!
“วูบ”
พลังวิญญาณทั่วร่างไหลเวียนอย่างบ้าคลั่ง ก่อนจะไปรวบรวมอยู่ที่ฝ่ามือขวาในชั่วพริบตา จนเกิดเป็นรูปฝ่ามือเมฆาขนาดสิบจางวนเวียนอยู่รอบตัว ซือหม่าเอ้าระเบิดพลังทั้งหมดออกมาโดยไม่มีการออมมือ สองเท้าเหยียบดินมั่นคงโดยไม่หันหน้ากลับไปมอง ทว่าเขากลับชูฝ่ามือขวาขึ้นสูงแล้วฟาดไปทางด้านหลังอย่างสุดกำลัง!
“ปัง”
ฝ่ามือขวาเข้าปะทะกับบางอย่างที่แข็งแกร่งอย่างจัง ดูเหมือนจะฟาดโดนสัตว์อสูรที่ลอบจู่โจมเขาเข้าให้แล้ว ทว่าในวินาทีต่อมาซือหม่าเอ้ากลับสัมผัสได้ถึงพละกำลังอันมหาศาลที่ไม่อาจต้านทานได้พุ่งผ่านฝ่ามือขวาเข้าสู่ร่างกายของเขาอย่างรวดเร็ว มันทั้งร้อนระอุและลี้ลับดูราวกับเปลวเพลิงที่กำลังแผดเผา!
“อั่ก”
เขากระอักเลือดออกมาคำโต ใบหน้าของซือหม่าเอ้าซีดเผือดลงในทันที ความเจ็บปวดที่ส่งมาจากภายในร่างกายทำให้เขาเข้าใจได้ว่าแม้จะลงมือสุดกำลัง ทว่าเขาก็ไม่อาจต้านทานการจู่โจมเพียงครั้งเดียวของอีกฝ่ายได้เลย!
ทว่าแม้การลงมือสุดกำลังของซือหม่าเอ้าจะทำให้เขาได้รับบาดเจ็บ ทว่าแรงสะท้อนมหาศาลก็ทำให้ร่างของเขาถูกซัดจนกระเด็นออกไปพ้นจากแท่นหินขนาดเล็ก ร่วงหล่นลงสู่ทะเลสาบลาวาเบื้องหน้า!
“ปัง”
โชคดีที่ครั้งนี้เขายังพอมีโชคอยู่บ้าง ทิศทางที่ซือหม่าเอ้าร่วงลงไปกลับเป็นเส้นทางเดินเล็กๆ อีกเส้นหนึ่งที่พาดผ่านทะเลสาบลาวาพอดี เขาพยายามควบคุมร่างกายให้ทรงตัวอย่างสุดความสามารถจนสามารถคุกเข่าลงบนเส้นทางที่กว้างเพียงหนึ่งฟุตได้อย่างยากลำบาก ซือหม่าเอ้าที่มีใบหน้าซีดขาวค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองสัตว์อสูรที่ลอบโจมตีเขาอย่างชัดเจน!
“ส่าย”
ลิ้นสีแดงเข้มแลบออกมาจากปากไม่หยุด ร่างกายยาวสิบห้าจางขดตัววนเวียนไปมา เกล็ดสีแดงเข้มดูราวกับถูกหลอมสร้างขึ้นมาจากลาวา บนหัวอสรพิษที่ดูน่าเกลียดน่ากลัวมีดวงตาสีทองเข้มคู่หนึ่งที่ไร้ซึ่งอารมณ์ความรู้สึก ยามนี้มันกำลังชูคอขึ้นกลางอากาศจ้องมองมายังซือหม่าเอ้า ดูเหมือนมันจะรู้สึกเสียดายที่ไม่อาจสังหารมนุษย์ที่กล้ามาแตะต้องสมบัติของมันได้ในการโจมตีเพียงครั้งเดียว!
อสรพิษยักษ์สีแดงเข้มจ้องมองซือหม่าเอ้าจากที่สูง เมื่อสบเข้ากับดวงตาสีทองเข้มคู่นั้น ซือหม่าเอ้าก็สัมผัสได้ถึงความเย็นเยือกที่พุ่งผ่านไปทั่วทั้งร่างทันที!
“ส่าย” “ซ่า ซ่า ซ่า”
อสรพิษยักษ์สีแดงเข้มพลันเคลื่อนไหว ร่างกายยาวสิบห้าจางไม่ได้ทำให้ความคล่องแคล่วของมันลดน้อยลงเลย ทะเลสาบลาวาเดือดพล่านไปตามการเคลื่อนไหวของมัน กลิ่นอายความร้อนที่น่าหวาดหวั่นแผ่ซ่านออกมา อสรพิษตัวนี้สามารถใช้ชีวิตอยู่ในลาวาได้จริงๆ!
‘แย่แล้ว! มันไม่คิดจะปล่อยข้าไป!’
จากการเคลื่อนไหวที่กะทันหันของอสรพิษยักษ์ ซือหม่าเอ้าเข้าใจได้ทันทีว่ามันไม่ได้ตั้งใจจะปล่อยเขาไป!
ทว่าในยามนี้ซือหม่าเอ้าได้รับบาดเจ็บไม่น้อย ทั้งยังติดอยู่บนเส้นทางเดินแคบๆ ที่กว้างเพียงหนึ่งฟุตท่ามกลางทะเลสาบลาวาอันน่าหวาดหวั่น หากเกิดความผิดพลาดเพียงนิดเดียว ผลที่ตามมาคงยากจะจินตนาการได้!
‘ข้ากำลังจะ... ตายรึ?’
ในวินาทีนั้น สมองของซือหม่าเอ้าขาวโพลนไปหมด เมื่อมองดูอสรพิษยักษ์ที่พุ่งเข้าใส่เขาอีกครั้ง หัวใจของเขาก็พลันแหลกสลายด้วยความสิ้นหวัง!
“หมัดพยัคฆ์ปฐพี! จงออกมา! หลินอิงลั่ว! ช่วยซือหม่าเอ้าเร็วเข้า!”
“โฮก”
ในวินาทีวิกฤต เสียงตะโกนลั่นดังกขึ้นจากทางขวาของซือหม่าเอ้า พร้อมกับเงาร่างเพรียวบางที่พุ่งกายออกมาดุจสายฟ้า หมัดทั้งสองมีหัวเสือสีทองจางวนเวียนอยู่ นำพาพลังอำนาจอันยิ่งใหญ่พุ่งเข้าใส่หัวอสรพิษยักษ์ทันที!
คนผู้นั้นคือเย่ อู๋เชวียนั่นเอง ในที่สุดเขาก็ตามมาทันเวลา เขาเหยียบลงบนแท่นหินขนาดเล็กแล้วปลดปล่อยหมัดสองหมัดออกไป เพื่อขัดขวางไม่ให้อสรพิษยักษ์สังหารซือหม่าเอ้า!
“ปัง” “ปัง”
หมัดที่ห่อหุ้มด้วยหัวเสือสีทองจางพุ่งกระแทกเข้าที่ลำคอของอสรพิษยักษ์อย่างจัง เสียงระเบิดดังก้องไปทั่วจนหนึ่งคนหนึ่งอสรพิษต่างถูกแรงสะท้อนมหาศาลซัดจนกระเด็นออกจากกัน เย่ อู๋เชวียถอยหลังไปตั้งหลักอยู่บนแท่นหินได้อีกครั้ง ส่วนอสรพิษยักษ์ก็ถูกหมัดของเย่ อู๋เชวียซัดจนถอยร่นไปกว่าสามจาง!
“ซ่า ซ่า ซ่า”
ร่างกายยาวสิบห้าจางทำให้ทะเลสาบลาวาเดือดพล่านขึ้นมาอีกครั้ง ฟองอากาศผุดขึ้นมาไม่หยุด อสรพิษยักษ์สีแดงเข้มจ้องมองเย่ อู๋เชวียด้วยดวงตาสีทองเข้มคู่นั้น!
หนึ่งคนหนึ่งอสรพิษต่างพากันจ้องหน้ากันนิ่ง!
‘เกล็ดช่างแข็งแกร่งนัก! อสรพิษตัวนี้ร้ายกาจยิ่ง! ข้าลงมือสุดกำลังทว่ามันกลับไม่ได้รับบาดเจ็บเลยแม้แต่น้อย!’
เย่ อู๋เชวียจ้องมองอสรพิษยักษ์ด้วยแววตาคมกริบประดุจคมมีด จากการปะทะเมื่อครู่ทำให้เขารู้ซึ้งถึงความน่าสะพรึงกลัวของอสรพิษตัวนี้ จนเขาไม่อาจเสียสมาธิได้เลยแม้แต่นิดเดียว!
“ฟิ้ว”
หลินอิงลั่วเคลื่อนไหวด้วยความเร็วสูงสุด ในวินาทีที่เย่ อู๋เชวียลงมือ เธอก็พุ่งกายไปที่เส้นทางเดินที่ซือหม่าเอ้าอยู่ ยามนี้เธอมาถึงข้างกายซือหม่าเอ้าแล้วจึงแบกเขาขึ้นหลังแล้วรีบมุ่งหน้ากลับไปยังฝั่งอย่างรวดเร็ว ทว่าเธอก็ยังตะโกนบอกเย่ อู๋เชวียเสียงดังลั่นว่า “ระวังตัวด้วย! นี่คืออสรพิษอัคคีพิษกลืนเพลิง สัตว์อสูรระดับสามขั้นกลาง! ร่างกายแข็งแกร่งดุจเพชรนิลจินดา ความเร็วรวดเร็วปานสายฟ้า ทั้งยังพ่นพิษอัคคีได้ พละกำลังเทียบเท่ากับขั้นชำระจิตบริสุทธิ์ระยะกลาง!”
‘ขั้นชำระจิตบริสุทธิ์ระยะกลางรึ? จัดการยากจริงๆ เสียด้วย!’
คำอธิบายของหลินอิงลั่วทำให้เย่ อู๋เชวียแววตาสั่นไหว ปราณรบวิถีศักดิ์สิทธิ์ในร่างกายไหลเวียนอย่างบ้าคลั่งขณะที่ปราณโลหิตสีทองแดงพลุ่งพล่านขึ้นมา!
‘ยามนี้แม้ข้าจะเอาชนะผู้ฝึกยุทธ์ขั้นชำระจิตบริสุทธิ์ระยะแรกได้ ทว่าแม้จะเปิดใช้งานพลังจากต้นกำเนิดวิถีศักดิ์สิทธิ์แห่งการต่อสู้แล้ว ข้าจะสู้กับผู้ฝึกยุทธ์ระยะกลางได้หรือไม่ก็ยังเป็นปัญหา! เดิมทีข้านึกว่าข้าทำได้ ทว่ายามนี้ดูเหมือนจะยากกว่าที่คิดเสียแล้ว!’
“วูบ”
ภายในตันเถียน ต้นกำเนิดวิถีศักดิ์สิทธิ์แห่งการต่อสู้พลันสั่นสะเทือนขึ้นมาทันที พละกำลังอันยิ่งใหญ่ หนักแน่น และมหาศาลพุ่งออกมาหลอมรวมกับปราณรบวิถีศักดิ์สิทธิ์ในร่างกายของเย่ อู๋เชวียในชั่วพริบตา!
เย่ อู๋เชวียสัมผัสได้ว่ากลิ่นอายพลังของตนในยามนี้แข็งแกร่งขึ้นกว่าเมื่อครู่หลายเท่าตัว นี่คือครั้งแรกที่เขาเปิดใช้งานการเสริมพลังจากต้นกำเนิดวิถีศักดิ์สิทธิ์แห่งการต่อสู้หลังจากที่ควบแน่นดวงจันทร์วิญญาณและก้าวเข้าสู่ขั้นชำระมรรตัย!
แรงสั่นสะเทือนอันยิ่งใหญ่แผ่ซ่านออกมาจากร่างกาย ปราณรบวิถีศักดิ์สิทธิ์สีทองจางปกคลุมไปทั่วร่าง ปราณโลหิตสีทองแดงพลุ่งพล่านไม่หยุด เย่ อู๋เชวียผมยาวพริ้วไหว อาศัยพลังจากต้นกำเนิดวิถีศักดิ์สิทธิ์ทำให้สภาพร่างกายของเขาพุ่งขึ้นสู่จุดสูงสุดในวินาทีนี้!
ทว่าถึงจะเป็นเช่นนั้น ยามที่เผชิญหน้ากับอสรพิษอัคคีพิษกลืนเพลิง เย่ อู๋เชวียก็ยังคงมีสีหน้าที่เคร่งขรึมอย่างยิ่ง!
“ส่าย ส่าย ส่าย”
“ซ่า ซ่า ซ่า”
ดวงตาสีทองเข้มของอสรพิษอัคคีพิษกลืนเพลิงฉายแววแห่งความเฉยเมยและจิตสังหารที่ดูราวกับมนุษย์ออกมา ดูเหมือนมันจะเริ่มมีความคิดที่จะสังหารมนุษย์ที่บุกรุกเข้ามาทีละคนอย่างจริงจัง มนุษย์สามคนนี้กล้าหมายปองสมบัติของมัน เช่นนั้นพวกเขาทุกคนก็ต้องตาย!
“ฟิ้ว”
หัวอสรพิษที่ดูน่าเกลียดพุ่งทะยานออกมาประดุจสายฟ้า ปากอสรพิษขนาดมหึมาอ้ากว้างจนเห็นเขี้ยวที่แหลมคมน่าสยดสยองซึ่งมีหยดน้ำพิษแวววาวติดอยู่ มันนำพาพิษร้ายแรงถึงชีวิตพุ่งเข้าจู่โจมเย่ อู๋เชวียทันที!
“หมัดพยัคฆ์ปฐพี!”
“โฮก”
หัวเสือสีทองจางวนเวียนอยู่รอบหมัดทั้งสองข้าง เย่ อู๋เชวียถีบเท้าลงบนพื้น ร่างกายทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าแล้วชกหมัดทั้งสองออกไปพร้อมกัน พุ่งเป้าไปที่ส่วนล่างของหัวอสรพิษที่กำลังจู่โจมเข้ามา!
ตีงูต้องตีที่เจ็ดนิ้ว!
แม้จะเป็นสัตว์อสูร ทว่าอสรพิษอัคคีพิษกลืนเพลิงก็ยังคงมีจุดอ่อนตามธรรมชาติที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้เช่นเดียวกัน
“วูบ”
หัวเสือสีทองจางพุ่งทะยานผ่านห้วงอากาศพร้อมเสียงคำราม พุ่งเป้าไปที่ตำแหน่งเจ็ดนิ้วของอสรพิษอัคคีพิษกลืนเพลิงอย่างแม่นยำ!
“ตูม”
เสียงระเบิดดังก้องไปทั่วห้วงอากาศ ร่างกายของอสรพิษอัคคีพิษกลืนเพลิงยามนี้กลับบิดเบี้ยวไปมาอย่างประหลาดจนลาวาในทะเลสาบกระเด็นไปทั่ว หัวอสรพิษอาศัยพละกำลังสายนั้นบิดตัวหลบหมัดอันรุนแรงของเย่ อู๋เชวียไปได้อย่างหวุดหวิด!
‘เอ๊ะ?’
เมื่อเห็นหมัดของตนชกโดนเพียงความว่างเปล่าและพุ่งผ่านหัวอสรพิษไป กลิ่นลาวาที่รุนแรงและร่างกายที่ร้อนระอุของอสรพิษทำให้เย่ อู๋เชวียใจสั่น ร่างกายที่กระโดดขึ้นสูงของเขาร่วงลงบนเส้นทางเดินเล็กๆ ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของทะเลสาบลาวา!
“วูบ”
อสรพิษอัคคีพิษกลืนเพลิงที่หลบหมัดไปได้บิดร่างกายไปมา หัวอสรพิษหันกลับมาอย่างรวดเร็วแล้วพุ่งตามเย่ อู๋เชวียไปติดๆ หมายมั่นจะสังหารมนุษย์ผู้นี้ให้จงได้!
“ตึง”
เย่ อู๋เชวียที่ยืนหยัดมั่นคงแล้วสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนที่ดังมาจากด้านหลัง เขาจึงรวบรวมปราณรบวิถีศักดิ์สิทธิ์ไว้ที่หมัดขวาแล้วซัดหมัดพยัคฆ์ปฐพีออกไปสุดกำลัง เข้าปะทะกับหัวอสรพิษในชั่วพริบตา!
“ปัง”
พละกำลังอันยิ่งใหญ่แผ่กระจายออกมา เย่ อู๋เชวียชกเข้าที่หัวของอสรพิษอัคคีพิษกลืนเพลิงอย่างจัง พละกำลังอันมหาศาลที่ส่งมาจากหมัดของมนุษย์ผู้นี้ทำให้อสรพิษยักษ์ถึงกับมึนงงไปชั่วขณะ ร่างกายอันมหึมาสั่นเทือนไปมาก่อนจะถอยร่นไปไกลหลายจาง!
“หลินอิงลั่ว! พาซือหม่าเอ้ารีบไปจากที่นี่เร็วเข้า! ยิ่งเร็วเท่าไหร่ยิ่งดี!”
เมื่อเห็นว่าหมัดที่ลงมือสุดกำลังของตนทำได้เพียงทำให้อสรพิษมึนงงทว่าไม่สามารถสร้างความเสียหายที่แท้จริงได้ เย่ อู๋เชวียก็มีสีหน้าเคร่งเครียดขึ้นมาทันที เขามองไปยังหลินอิงลั่วที่ยืนมองด้วยความร้อนรนอยู่ไม่ไกลและซือหม่าเอ้าที่กำลังนั่งขัดสมาธิกินยาอยู่ จึงรีบตะโกนบอกให้ทั้งคู่ไปก่อน
อสรพิษอัคคีพิษกลืนเพลิงตัวนี้ยามนี้กำลังถูกเขาดึงดูดความสนใจเอาไว้ชั่วคราว ทว่าหากมันละทิ้งเขาแล้วไปโจมตีหลินอิงลั่วและซือหม่าเอ้า ทั้งคู่ก็คงไม่มีปัญญาจะขัดขวางมันได้แน่ มีเพียงการรีบหนีไปก่อนเท่านั้นถึงจะรักษาชีวิตไว้ได้ ส่วนผลอัคคีหยกมรกตนั่น เย่ อู๋เชวียแววตาไหววูบขณะลอบมองมันแวบหนึ่ง
“ส่าย”
อสรพิษอัคคีพิษกลืนเพลิงที่มึนงงเพราะหมัดของเย่ อู๋เชวียได้สติกลับมาแล้ว มันเงยหน้าขึ้นคำรามลั่นด้วยความโกรธแค้น แรงสั่นสะเทือนอันน่าหวาดหวั่นแผ่ซ่านออกมาจากร่างกายยาวสิบห้าจางของมัน!
อสรพิษอัคคีพิษกลืนเพลิง โกรธจัดเสียแล้ว!
หลินอิงลั่วที่ได้ยินคำพูดของเย่ อู๋เชวียฉายแววตาแห่งความลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหันไปมองซือหม่าเอ้าที่ใบหน้าซีดเผือดและกำลังรักษาตัวอยู่ เธอจึงเข้าใจได้ว่าเย่ อู๋เชวียต้องการให้พวกเขาหนีไปก่อน เมื่อไม่สามารถรวมค่ายกลมังกรทะยานได้ในยามนี้ ด้วยพละกำลังของพวกเขาหากอยู่ที่นี่ต่อไปนอกจากจะช่วยอะไรไม่ได้แล้วยังจะเป็นตัวถ่วงของเย่ อู๋เชวียอีกด้วย
เธอมองเย่ อู๋เชวียด้วยสายตาที่ลึกซึ้งครั้งหนึ่ง หลินอิงลั่วเชื่อว่าอสรพิษอัคคีพิษกลืนเพลิงไม่มีทางฆ่าเขาได้แน่ แววตาจึงฉายชัดถึงความเชื่อมั่น เธรีบพยุงร่างของซือหม่าเอ้าแล้วมุ่งหน้ากลับไปยังทางเดินที่เพิ่งจะผ่านมาทันที ส่วนผลอัคคีหยกมรกตนั่น เธอได้ลืมมันไปจากสมองนานแล้ว
“ส่าย”
เสียงคำรามด้วยความโกรธแค้นของอสรพิษอัคคีพิษกลืนเพลิงดังก้องไม่หยุดขณะมันจ้องมองเย่ อู๋เชวียเขม็ง เย่ อู๋เชวียอาศัยจังหวะนี้มองดูจนแน่ใจว่าหลินอิงลั่วและซือหม่าเอ้าไปพ้นแล้ว ความกังวลในใจจึงมลายหายไป
‘แม้จะมีต้นกำเนิดวิถีศักดิ์สิทธิ์คอยเสริมพลังจนสู้ได้อย่างเต็มที่ ทว่าข้าก็ยังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของอสรพิษอัคคีพิษกลืนเพลิงที่เทียบเท่าขั้นชำระจิตบริสุทธิ์ระยะกลางตัวนี้อยู่ดี! ดูท่าต้องหาโอกาสหนีแล้ว...’
“วูบ”
อสรพิษอัคคีพิษกลืนเพลิงส่ายร่างกายพุ่งเข้าหาเย่ อู๋เชวียอย่างรวดเร็ว ความเร็วนั้นรวดเร็วกว่าเมื่อครู่อย่างน้อยสามส่วน!
“ปัง”
หัวอสรพิษและร่างกายพุ่งเข้ากระแทกรอบๆ ถ้ำอย่างต่อเนื่องจนหินก้อนใหญ่ร่วงหล่นลงมาจากเพดานถ้ำตกลงไปในทะเลสาบลาวา ภายใต้พละกำลังทำลายล้างที่น่าหวาดหวั่นของอสรพิษอัคคีพิษกลืนเพลิง ทั่วทั้งถ้ำก็เริ่มสั่นสะเทือนขึ้นมาทีละน้อย!
“ตึง”
เย่ อู๋เชวียที่หลบการจู่โจมของอสรพิษยักษ์ได้พุ่งกายไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว เส้นทางเดินเล็กๆ ไม่กี่เส้นกลางทะเลสาบลาวายามนี้ถูกอสรพิษทำลายไปเกือบหมดแล้ว พื้นที่ที่เย่ อู๋เชวียพอจะใช้ยืนหยัดได้จึงลดน้อยลงเรื่อยๆ และภายใต้การจู่โจมอย่างต่อเนื่องของอสรพิษยักษ์ เย่ อู๋เชวียก็เริ่มจะต้านทานไว้อย่างยากลำบากขึ้นทุกที!
‘ไม่อาจลากยาวไปมากกว่านี้ได้แล้ว! ไม่อย่างนั้นข้าคงต้องตายอยู่ที่นี่แน่นอน!’
ร่างกายที่หลบหลีกไปมาถูกกดดันจนถอยร่นไปจนในที่สุดก็เหยียบลงบนแท่นหินขนาดเล็ก ที่นั่นเนื่องจากมีผลอัคคีหยกมรกตตั้งอยู่อสรพิษอัคคีพิษกลืนเพลิงจึงจงใจปกป้องมันไว้ทำให้พื้นที่ตรงนั้นยังไม่ถูกทำลาย!
‘ฟู่ว! ดูท่าคงต้องใช้ท่าไม้ตายนั้นเสียแล้ว!’
เมื่อไม่มีทางให้ถอยอีกต่อไป เย่ อู๋เชวียจ้องมองอสรพิษอัคคีพิษกลืนเพลิงที่กำลังพุ่งเข้ามา ในดวงตาฉายแววดุดันขณะที่เขาวาดมือทั้งสองข้างออกไปเตรียมจะประสานมุทรา!
“มองไปที่เพดานถ้ำสิ”
ในวินาทีนั้นเอง เสียงของคงที่ไม่เคยเอ่ยปากมาตลอดทางก็ดังกขึ้นในสมองของเย่ อู๋เชวีย ขัดจังหวะการทำมุทราของเขา เย่ อู๋เชวียชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะรีบเงยหน้าขึ้นมองเพดานถ้ำตามคำบอก!
“ซ่า ซ่า ซ่า”
ที่แท้ท่ามกลางการต่อสู้ที่ดุเดือดระหว่างเขากับอสรพิษยักษ์ เพดานถ้ำทั้งหมดก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรงและมีก้อนหินร่วงหล่นลงมาไม่หยุด!
‘นี่มัน...’
เมื่อเห็นภาพนั้น ในใจของเย่ อู๋เชวียก็ดูเหมือนจะมีสายฟ้าแลบผ่านไปทันที แววตาของเขาเจิดจ้าขึ้นมาในชั่วพริบตา และเขาก็เข้าใจความหมายของคงได้ทันที!
“พยัคฆ์ทลายโลก!”
ดวงจันทร์วิญญาณสีเงินจางสั่นสะเทือนขณะที่รูปเสือโคร่งสีทองปรากฏขึ้นที่เบื้องหลัง ก่อนจะทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าคำรามลั่นเข้าใส่เพดานถ้ำภายใต้การควบคุมของเย่ อู๋เชวีย และในขณะที่เขาซัดหมัดออกไป เย่ อู๋เชวียก็ก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วแล้วยื่นมือขวาไปเด็ดผลอัคคีหยกมรกตทั้งสามผลที่แผ่รัศมีสีเขียวมรกตออกมาเก็บไว้ทันที!
“ส่าย”
เมื่อเห็นการกระทำของเย่ อู๋เชวีย อสรพิษอัคคีพิษกลืนเพลิงก็โกรธจัดถึงขีดสุด ความคิดที่จะเล่นสนุกก่อนตายมลายหายไปสิ้นถูกแทนที่ด้วยจิตสังหารอันรุนแรง หัวอสรพิษคำรามลั่นพุ่งผ่านระยะทางสามจางมาถึงข้างกายเย่ อู๋เชวียในชั่วพริบตา!
ทว่าสำหรับการจู่โจมนี้ เย่ อู๋เชวียกลับไม่ได้ป้องกันตนเองเลยแม้แต่น้อย เขากลับจ้องมองเพดานถ้ำด้วยแววตาที่เป็นประกาย!
“ครืนนน”
สิ่งที่เขาคาดหวังได้เกิดขึ้นแล้ว หมัดของเย่ อู๋เชวียเปรียบเสมือนฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้ถ้ำทั้งถ้ำพังถล่มลงมา!
“ตึง ตึง ตึง”
ก้อนหินขนาดมหึมาจำนวนนับไม่ถ้วนร่วงหล่นลงมาจากเพดานถ้ำ นำพาพละกำลังอันน่าหวาดหวั่นพุ่งกระแทกลงในทะเลสาบลาวา ซึ่งก้อนหินก้อนหนึ่งบังเอิญร่วงลงมากระแทกเข้าที่หัวของอสรพิษอัคคีพิษกลืนเพลิงที่กำลังพุ่งเข้าหาเย่ อู๋เชวียอย่างจัง ในชั่วพริบตาอสรพิษยักษ์ตัวนั้นก็ถูกก้อนหินขนาดใหญ่ที่ร่วงลงมาจากฟ้ากระแทกจนมึนงงไป!
เมื่อเห็นดังนั้น แววตาของเย่ อู๋เชวียก็ระเบิดประกายเจิดจ้าออกมา ร่างกายของเขาเคลื่อนไหวในชั่วพริบตา ยามนี้ทะเลสาบลาวาถูกก้อนหินขนาดใหญ่ทับถมจนเกือบหมด เย่ อู๋เชวียจึงสามารถเหยียบลงบนก้อนหินเหล่านั้นเพื่อข้ามไปหาเส้นทางเดินที่เขาเพิ่งผ่านมาได้อย่างง่ายดาย ในมือเขากำผลอัคคีหยกมรกตสีแดงสดใสทั้งสามผลเอาไว้แน่น!
“ครืนนน”
ก้อนหินขนาดใหญ่ในทะเลสาบลาวาพลันถูกพละกำลังมหาศาลซัดจนกระเด็นออกมาจากด้านล่าง อสรพิษอัคคีพิษกลืนเพลิงที่มีร่างกายยาวสิบห้าจางพุ่งออกมาจากก้นทะเลสาบลาวาได้อย่างง่ายดาย ทว่าในยามนี้มันกลับพบว่าสมบัติล้ำค่าของมันและเจ้ามนุษย์ที่น่าตายคนนั้นหายลับไปแล้ว!
ดวงตาสีทองเข้มของอสรพิษอัคคีพิษกลืนเพลิงหดเกร็งอย่างรุนแรง ทั่วทั้งร่างแผ่ซ่านกลิ่นอายคาวสังหารที่เข้มข้นถึงขีดสุดออกมา จากนั้นลิ้นอสรพิษก็แลบออกมาเบาๆ ราวกับมันสามารถระบุทิศทางได้แล้ว ร่างกายยาวสิบห้าจางจึงพุ่งออกจากทะเลสาบลาวาทันที มันบดขยี้ก้อนหินขนาดใหญ่ตลอดทางขณะพุ่งตามเย่ อู๋เชวียไปตามเส้นทางเดินที่เขาใช้หลบหนีไปอย่างรวดเร็ว!
“ฟู่ว”
เย่ อู๋เชวียที่ทุ่มเทพละกำลังทั้งหมดเพื่อหลบหนีออกมา ยามนี้เขากำลังจะถึงจุดสิ้นสุดของเส้นทางเดินแล้ว ขอเพียงเวลาอีกแค่ห้าถึงหกอึดใจ เขาก็จะสามารถหนีออกจากที่นี่ไปได้!
“ครืนนน”
ทว่าในวินาทีนั้น แรงสั่นสะเทือนที่น่าหวาดหวั่นสายหนึ่งก็แผ่ซ่านออกมาจากทางด้านหลังของเขา!
‘แย่แล้ว! อสรพิษอัคคีพิษกลืนเพลิงนั่นไม่ได้จัดการได้ง่ายๆ จริงๆ!’
“วูบ”
ปราณรบวิถีศักดิ์สิทธิ์ในร่างกายหมุนเวียนจนถึงขีดสุด เย่ อู๋เชวียรีบพุ่งหนีไปข้างหน้าด้วยความเร็วสูงสุด!
ที่ปากถ้ำอันมืดมิดท่ามกลางป่าโบราณ!
หลินอิงลั่วและซือหม่าเอ้ายืนอยู่เคียงข้างกัน ทั้งคู่ต่างจ้องมองปากถ้ำที่มืดมิดเขม็ง ซือหม่าเอ้าที่กินยารักษาตัวแล้วแม้ใบหน้าจะยังซีดเผือดอยู่บ้างทว่าก็ไม่ได้เป็นอันตรายถึงชีวิตแล้ว
ยามนี้ทั้งคู่ต่างมองไปที่ปากถ้ำพลางลอบภาวนาในใจ ขอให้เย่ อู๋เชวียสามารถออกมาจากที่นั่นได้อย่างปลอดภัย
ถึงขนาดที่หลินอิงลั่วและซือหม่าเอ้าได้ตัดสินใจกันแล้วว่า หากผ่านไปอีกครึ่งก้านธูปแล้วเย่ อู๋เชวียยังไม่ออกมา พวกเขาก็จะกลับลงไปข้างล่างอีกครั้ง ไม่ว่าจะอย่างไร พวกเขาก็ไม่มีวันทอดทิ้งเย่ อู๋เชวียไว้เบื้องหลังเด็ดขาด!
“วูบ”
ในขณะที่ทั้งคู่กำลังรอคอยจนถึงขีดสุด ทันใดนั้นร่องรอยแห่งแรงสั่นสะเทือนที่คุ้นเคยก็ดังออกมาจากปากถ้ำที่มืดมิด ท่ามกลางดวงตาที่ยินดีของทั้งสองคน เงาร่างที่คุ้นเคยก็พุ่งกายออกมาจากถ้ำที่มืดมิดนั้นในชั่วพริบตา!
ยังไม่ทันที่ซือหม่าเอ้าจะได้เอ่ยคำใด เย่ อู๋เชวียที่หนีออกมาจากถ้ำได้แล้วเห็นพวกเขาทั้งสองคนก็รีบตะโกนลั่นทันทีว่า “หนีเร็ว!”
เมื่อได้ยินคำพูดของเย่ อู๋เชวีย หลินอิงลั่วและซือหม่าเอ้าก็ไม่รั้งรออีกต่อไป ทั้งคู่รีบพุ่งกายหนีไปในทิศทางตรงกันข้ามทันที!
“ส่าย”
ตามติดเบื้องหลังของเย่ อู๋เชวียมา เงาร่างขนาดสิบห้าจางก็พลันพุ่งออกมาจากปากถ้ำที่มืดมิดดุจสัตว์ร้าย ดวงตาสีทองเข้มคู่หนึ่งทอประกายท่ามกลางแสงสลัวของป่าโบราณยามเช้ามืด ลิ้นอสรพิษแลบออกมาสัมผัสอากาศเพียงครู่เดียว อสรพิษอัคคีพิษกลืนเพลิงก็รับรู้ถึงร่องรอยการหลบหนีของเย่ อู๋เชวียได้ทันที!
“ส่าย”
หลังจากคำรามด้วยความโกรธแค้นถึงขีดสุด อสรพิษอัคคีพิษกลืนเพลิงก็นำพากลิ่นอายคาวสังหารอันมหาศาลพุ่งตามทิศทางที่เย่ อู๋เชวียหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว!
[จบแล้ว]