- หน้าแรก
- ระบบล่มแล้วไง ระบบชดเชยให้ผมเป็นเทพด้วยพรสวรรค์หนึ่งเดียวในจักรวาล
- บทที่710: สังหารโหดร่างวิญญาณระดับ 【กลาง】 เผ่าซาซ่า!
บทที่710: สังหารโหดร่างวิญญาณระดับ 【กลาง】 เผ่าซาซ่า!
บทที่710: สังหารโหดร่างวิญญาณระดับ 【กลาง】 เผ่าซาซ่า!
จักรวาลมืด เขตความมืดลึก
กระต่ายทมิฬอีกตัวถูกซูเซวียนแทงตาย!
เพียงชั่วครู่ เขาก็ฆ่าไปหลายสิบตัวแล้ว
แถมยังทำได้ในขณะที่ต้องคอยหลบหลีกการกวาดล้างของพวกอสูรฉมวกอย่างต่อเนื่องด้วย
“ก็ไม่เลว”
แม้ผลตอบแทนจะไม่สูงเท่ากับการฆ่าพวกเผ่าซาซ่า แต่ซูเซวียนก็พอใจมากแล้ว
กระต่ายทมิฬในเขตความมืดลึก เทียบได้กับพวกกระต่ายป่าหรือหนูในทุ่งหญ้าบนดาวบลูสตาร์เมื่อชาติก่อน
พวกมันมีจำนวนไม่น้อยเลย แต่ต้องรู้จักหา
พวกอสูรฉมวกก็เปรียบเหมือนนายพรานดั้งเดิมที่ถือธนู เก่งเรื่องซ่อนตัวในเงามืดแล้วขว้างฉมวกออกไปล่า ประสิทธิภาพก็ถือว่าไม่ต่ำนัก
ส่วนเขาก็เปรียบเหมือนซูเปอร์สไนเปอร์ที่มีระบบระบุตำแหน่งสิ่งมีชีวิต แถมยังพกเครื่องร่อนมาเองอีกต่างหาก
ทรัพยากรกระต่ายทมิฬพวกนี้ ก็เหมือนกับเพื่อนนักเรียนเสี่ยวหานที่ใส่แค่ชุดชั้นในนั่นแหละ ขาวจั๊วะจนแสบตา
เขาไม่ยอมปล่อยให้พวกมันรอดสายตาไปได้แม้แต่ตัวเดียว กระต่ายทมิฬแต่ละตัวกลายเป็นสารอาหารหล่อเลี้ยงการเติบโตของร่างวิญญาณ
แต่จะว่าไปก็แปลก
ตลอดทางที่ผ่านมา ไม่มีลูกแก้วคุณสมบัติดรอปออกมาเลยสักลูก
ซูเซวียนก็ไม่ได้รีบร้อน ตอนนี้เขาต้องการเพิ่มพลังวิญญาณอย่างรวดเร็ว ต่อให้ดรอปออกมา เขาก็จะไม่เป็นฝ่ายดูดซับมันก่อนอยู่ดี
เวลาผ่านไปอย่างเงียบเชียบเนิ่นนาน ขนาดตัวของซูเซวียนใหญ่กว่าตอนที่เพิ่งมาถึงจักรวาลมืดถึงสองเท่าแล้ว
ภายใต้การ “ซุ่มยิง” อย่างบ้าคลั่งและแม่นยำของเขา จำนวนกระต่ายทมิฬในเขตความมืดลึกก็ลดลงอย่างฮวบฮาบ
ส่วนระยะห่างในการเลื่อนเป็นร่างวิญญาณระดับ 【ใหญ่】 นั้น เขายังขาดสสารมืดอีกประมาณ 500 เค่อหลิง
......
“ไม่มีงั้นเหรอ?!”
“เป็นไปไม่ได้! หาดูอีกรอบ!”
นายพลอวี่ส่งเสียงฟองอากาศออกมาอย่างต่อเนื่อง สั่งการให้ทหารเผ่าซาซ่าใต้บังคับบัญชากวาดล้างในเขตความมืดลึกแห่งนี้
แต่อีกฝ่ายกลับไร้ร่องรอย ราวกับหายตัวไปในอากาศ
“กูลูกู...”
เมื่อได้ยินคำสั่งของนายพลอวี่ กองทหารเผ่าซาซ่าแต่ละทีมก็เริ่มเคลื่อนไหวอีกครั้ง
ที่น่าแปลกก็คือ เมื่อพวกเขาเชื่อมต่อกันด้วยหาง พลังวิญญาณที่ใช้ในการเคลื่อนที่จะลดลงอย่างมาก
ด้วยความสามารถนี้นี่เอง เผ่าซาซ่าจึงกลายเป็นกำลังหลักในการรุกรานของจักรวาล 【กุ่ย】
“นายพลอวี่ หรือว่าพวกเราจะไปเชิญองค์ชายลำดับที่เจ็ดจากเขตความมืดลึกข้างๆ มาดีครับ”
หลังจากกวาดล้างไปสองรอบแต่ไร้ผล รองแม่ทัพระดับ 【ใหญ่】 ที่อยู่ข้างกายนายพลอวี่ก็ส่งเสียงงึมงำเสนอแนะขึ้นมา
“ดี งั้นนายไป!”
นายพลอวี่ตวัดหาง รู้สึกว่าเป็นไปได้
ถึงแม้วิธีการเคลื่อนที่แบบนี้ของเผ่าพวกเขาจะใช้พลังวิญญาณค่อนข้างน้อย แต่ก็ไม่สามารถทำต่อเนื่องไปได้ตลอด
การเชิญองค์ชายลำดับที่เจ็ดที่มีพรสวรรค์พิเศษมาช่วยถือเป็นเรื่องจำเป็น อีกอย่างองค์ชายลำดับที่สิบก็เป็นน้องชายแท้ๆ ของเขา ไม่ว่าจะมองในมุมของผลประโยชน์หรือการแก้แค้น เขาก็ต้องช่วยเหลืออย่างเต็มที่แน่นอน
“เดี๋ยวก่อน นายพาทีมไปด้วยทีมหนึ่ง!”
“แบบนี้จะไม่ดีมั้งครับนายพลอวี่ ถ้าคุณเจอ...”
“ไม่หรอก ถ้ามันกล้ามา ฉันจะทำให้ทายาทของ 【ผาน】 ได้รู้ถึงความร้ายกาจของฉัน ฉันเป็นถึงแม่ทัพที่มีอาวุธวิญญาณตั้ง 3 ชิ้นเชียวนะ” นายพลอวี่ไม่สนใจคำเตือนของลูกน้องเลยสักนิด
ในพื้นที่แถบนี้ ร่างวิญญาณระดับ 【ใหญ่】 แทบจะเดินกร่างได้สบายๆ
อย่างแย่ที่สุด เขาก็ยังสามารถยื้อเวลาจนกว่าองค์หญิงใหญ่ระดับ 【ยักษ์】 จะมาสนับสนุนได้
“งั้นก็ได้ครับ นายพลอวี่ระวังตัวด้วย พวกเราจะรีบกลับมา”
......
ดาวหุบเหว ภายในห้องโถงใจกลางโลก
“เอ๊ะ? ยังไม่ตายอีกเหรอ?”
นอสเวียส่ายหน้า ท่ามกลางแสงโค้งระหว่างเขาแกะทั้งสอง เธอสามารถรับรู้ถึงร่องรอยการเคลื่อนไหวของซูเซวียนในเขตความมืดลึกได้อย่างเลือนราง
ท้ายที่สุดแล้วในฐานะทางออกของ 【ผาน】 เธอก็ยังสามารถรับรู้ถึงความเคลื่อนไหวบริเวณใกล้เคียง 【ประตูโยว】 ได้
“ฮิลล์ นายคิดว่าไง?”
“......”
ฮิลล์ที่อยู่ไกลออกไปในจักรวาลชั้นนอกไม่ได้ตอบกลับ จิตใจของเขาจดจ่ออยู่กับการคำนวณหาร่องรอยของซูเม่ย ในเมื่อยอมทิ้งโอกาสในจักรวาลมืดไปแล้ว ก็ต้องรีดเค้นทรัพยากรทั้งหมดภายในร่างของ 【ผาน】 ออกมาให้หมด
“จิ๊ๆ แต่ซูเซวียนก็คงอยู่ได้อีกไม่นานแล้วล่ะ เผ่าซาซ่าเอาจริงแล้ว...” นอสเวียพึมพำกับตัวเอง
ในช่องว่างของแสงโค้ง มองเห็นร่างหนึ่งพุ่งทะยานเป็นเส้นโค้งด้วยความเร็วสูงไปยังทิศทางหนึ่งอย่างเลือนราง
ตอนนี้ ปากของเขากำลังพึมพำบางอย่าง:
“ขอฝากประโยคหนึ่งไว้ให้พวกแก ‘ภูมิประเทศ คือตัวช่วยของการทหาร’”
ในช่วงเวลาที่ถูกพวกอสูรฉมวกค้นหา เขาคอยมองหาโอกาสอยู่ตลอด
ในที่สุด เขาก็รอจนได้จังหวะเหมาะ!
หลายสิบอึดใจต่อมา ทีมขนาดร้อยคนก็ปรากฏขึ้นในระยะสายตาของซูเซวียน
ครั้งนี้ เขาซ่อนเกราะวิญญาณไว้ล่วงหน้าอีกครั้ง
ตอนนี้อาวุธวิญญาณรูปฉมวกกว่าร้อยชิ้นที่ส่องประกายในเขตความมืดลึกอันสลัว ดูราวกับแสงดาวระยิบระยับในห้วงอวกาศอันลึกล้ำ
วินาทีที่เห็นซูเซวียน รูปขบวนอันเป็นระเบียบของเผ่าซาซ่าก็เกิดความตื่นตระหนกขึ้นเล็กน้อย
หลักๆ เป็นเพราะซูเซวียนไม่มีท่าทีเหมือนคนถูกไล่ล่าเลยสักนิด เขาพุ่งเข้ามาอย่างดุดัน ดูราวกับว่าพวกมันต่างหากที่เป็นฝ่ายถูกล่า
ท่ามกลางกองทหารเผ่าซาซ่า อสูรฉมวกระดับ 【กลาง】 ตัวหนึ่งคำรามลั่น แล้วพุ่งเข้าหาซูเซวียน
ถึงแม้อีกฝ่ายจะตัวใหญ่กว่าตัวเองนิดหน่อย แต่ฝั่งนี้ก็มีเพื่อนร่วมทีมคอยสนับสนุนตั้งเยอะ สู้ได้สบายมาก!
ฉมวกถูกขว้างออกไปเป็นอันดับแรก พุ่งตรงไปยังใบหน้าของซูเซวียน
ในเวลาเดียวกัน พรรคพวกระดับ 【เล็ก】 ที่อยู่ด้านหลังก็พากันเปิดฉากโจมตี
ฉมวกแต่ละเล่มพุ่งเข้าใส่ซูเซวียนราวกับดาวตก ถึงขั้นปิดกั้นพื้นที่หลบหลีกของเขาจนหมด
เผ่าซาซ่าระดับ 【กลาง】 ที่ชื่อว่าหูตัวนี้ เริ่มจินตนาการถึงฉากที่ตัวเองได้รับรางวัลเป็นสสารมืดแล้ว
ต่อให้อีกฝ่ายจะมีเกราะวิญญาณหนึ่งชิ้น ก็ยังยากที่จะต้านทานการโจมตีจำนวนมหาศาลขนาดนี้ได้
ในจักรวาลมืด เผ่าพันธุ์ที่มีความสามารถในการโจมตีระยะไกลมีไม่มากนัก นี่แหละคือพลังอำนาจที่น่าเกรงขามของเผ่าซาซ่า!
ทว่ามุมปากของซูเซวียนกลับยกยิ้มบางๆ เกราะวิญญาณบนร่างเปล่งแสงเจิดจ้า
ครั้งนี้ เขาไม่ได้ใช้มันเพื่อปัดป้อง
แต่ในจังหวะที่ปลายฉมวกอันแหลมคมห่างจากหว่างคิ้วเพียงแค่ 1 เซนติเมตร เขากลับอาศัยแรงเสียดทานของเกราะวิญญาณคว้าด้ามฉมวกเอาไว้แน่น
“ลู่?! เกราะวิญญาณสองชิ้นเหรอ?”
หูร้องเสียงหลง สัญชาตญาณสั่งให้ดึงฉมวกกลับ
วินาทีต่อมา มันก็ตระหนักได้ว่าตัวเองทำผิดพลาดอย่างมหันต์
เพราะสองมือของซูเซวียนไม่ได้ปล่อยออกเลยแม้แต่น้อย เขากลับอาศัยแรงดึงฉมวกกลับ พุ่งเข้าสังหารร่างวิญญาณระดับ 【กลาง】 ตัวนี้!
จับโจรต้องจับหัวหน้า!
พวกเผ่าซาซ่ารอบๆ ถึงกับมองตาค้าง
พวกมันฝันไปก็ยังคิดไม่ถึง ว่าความสามารถในการดึงฉมวกกลับ จะกลายมาเป็นช่องโหว่ให้ศัตรูโจมตีได้
ต้องมีการตัดสินใจที่แม่นยำขนาดไหน ถึงจะเล่นท่ายากแบบนี้ได้?
หูอยากจะหนี แต่ก็หนีไม่พ้น
ฉมวกที่เชื่อมต่อกับเส้นด้ายลากจูงล้วนเป็นอาวุธวิญญาณผูกจิตของมัน
แต่ตอนนี้ อีกฝ่ายพุ่งเข้ามาหาตัวเองตามแรงลากจูง แถมอาวุธของตัวเองก็ยังถูกอีกฝ่ายจับเอาไว้อีก แล้วจะสู้ยังไง?
ชั่วพริบตาที่หอกวิญญาณแทงออกไป บนร่างของหูก็ปรากฏเกราะวิญญาณมายาชั้นหนึ่งสว่างขึ้น แต่คุณภาพมันห่วยเกินไป
เพียงชั่วพริบตา มันก็ถูกซูเซวียนแทงจนแตกละเอียด ร่างวิญญาณก็ถูกทะลวงจนเป็นรูพรุน
“กู!——”
ซูเซวียนสะบัดข้อมือ ออกแรงสั่นหอกวิญญาณ พลังวิญญาณอันมหาศาลกระแทกร่างของอีกฝ่ายจนแหลกสลายไปในทันที
นี่แหละคือสนามรบวิญญาณ!
ไม่มีพื้นที่ให้ความผิดพลาด หากถูกจับจังหวะได้ ก็มีแต่ตายสถานเดียว!
“ฮูลูลู่!”
พวกเผ่าซาซ่ารอบๆ พากันส่งเสียงร้องโหยหวนออกมาพร้อมกัน ฉมวกระลอกที่สองถูกขว้างเข้าใส่ซูเซวียน!
เพราะในการประเมินของพวกมัน ยังสามารถสู้ต่อได้!
“หึ ยังกล้าขว้างมาอีกเหรอ?”
ซูเซวียนแค่นเสียงเย็นชา ไม่หลบไม่หนี เกราะวิญญาณทั้งห้าเปล่งแสงเจิดจ้า เพียงชั่วพริบตาก็ดูดซับผงอาวุธวิญญาณที่ดรอปจากอสูรฉมวกระดับ 【กลาง】 เข้าไป
คุณภาพเลื่อนระดับจาก 【หายาก · ชั้นเลิศ】 ขึ้นไปเป็น 【เทพนิยาย · ขั้นต่ำ】 ในทันที!
“ปัง ปัง ปัง!——”
เสียงปะทะดังถี่ยิบดังขึ้นบนผิวของซูเซวียน แสงของเกราะวิญญาณกะพริบวูบวาบ แต่ก็ยังคงยืนหยัดได้อย่างมั่นคง
เขาตวัดมือ คว้าฉมวกทั้งห้าเล่มเอาไว้แน่น:
“เข้ามานี่เลย พวกแก!”