- หน้าแรก
- ลูกหลานกตัญญูทั้งหลาย จงคุกเข่าลง ฉันคือย่าทวดของพวกนาย
- บทที่ 4 จี้จื่อหยวนตกตะลึง
บทที่ 4 จี้จื่อหยวนตกตะลึง
บทที่ 4 จี้จื่อหยวนตกตะลึง
เช้าวันรุ่งขึ้น หรงอวี่ยื่นใบขอพักการเรียนให้ครูประจำชั้น มีลายเซ็นผู้ปกครองแล้ว ครูประจำชั้นก็ไม่สามารถเกลี้ยกล่อมอะไรได้อีก ทำได้แค่เดินเรื่องตามขั้นตอน
คะแนนสอบเอนทรานซ์ของเธอมีแค่ร้อยกว่าคะแนน ยิ่งมองยิ่งปวดใจ ถูกจัดเข้าห้องบ๊วยสายวิทย์ทันที—ห้องยี่สิบ ซึ่งเป็นห้องที่ขึ้นชื่อเรื่องเด็กเกเรเรียนไม่รู้เรื่อง
ครูประจำชั้นห้องยี่สิบแซ่เผย เป็นผู้หญิงวัยกลางคน พอเห็นหรงอวี่ก็ได้แต่ส่ายหัว เรียนสายศิลป์ยังเอาไม่รอด จะมาเรียนสายวิทย์อีก นี่ยังจะมองว่าการเรียนเป็นเรื่องเล่น ๆ อยู่หรือไง
เดิมทีห้องที่เธอดูแลก็แย่อยู่แล้ว โรงเรียนยังส่งเด็กที่แย่กว่าอีกเข้ามา…เอาเถอะ ปล่อยเลยตามเลยก็แล้วกัน หรงอวี่เดินตามครูเผยมาที่ห้องเรียนใหม่
“ดูเร็วๆ โว้ย ครูพาเด็กสาวสวยมาอีกคน”
“ห้องยี่สิบเรามีเด็กย้ายเข้าเหรอ?”
“ไม่ใช่โว้ย! เฮ้ พี่เย่ ตื่นก่อน อย่าพึ่งนอนสิ นั่นมันผู้หญิงเมื่อวานนั่น!”
จี้โจวเย่ มาถึงห้องเช้า ๆ ก็ฟุบหน้าหลับยาว ถูกเฉินเหนียน เพื่อนสนิทเขาเขย่าตัวปลุก เขาโมโหเมื่อตื่นเต็มเหนี่ยว กำลังจะอ้าปากด่า พอเงยหน้าขึ้นมาก็เห็นเด็กสาวที่ยืนอยู่บนโพเดี้ยม
“สวัสดีค่ะ ฉันชื่อหรงอวี่ ดีใจมากที่ได้เป็นเพื่อนร่วมชั้นกับทุกคน”
ครูเผยชี้ไปยังที่ว่างแถวหลังสุดที่มีเก้าอี้เดียว “เธอไปนั่งตรงนั้นนะ”
หรงอวี่ถือกระเป๋าเดินไป หญิงสาวเลิกคิ้วแล้วยิ้มออกมา ช่างบังเอิญเกินไปแล้ว
“ฮึ” จี้โจวเย่เอนหลังพิงเก้าอี้ เท้าแขนกับโต๊ะ มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้ม
“ทีแรกก็เรียกร้องความสนใจ ต่อมาก็ตามสอดส่องฉัน ตอนนี้ถึงขั้นย้ายมาอยู่ห้องเดียวกัน แถมนั่งข้างฉันอีก จะว่าไงล่ะ เธอคิดจะทำอะไรฉัน?”
หรงอวี่: “……” ไม่แม้แต่จะมองหน้าเขาด้วยซ้ำ คว้าหนังสือออกมาแล้วอ่านทันที
“เฮ้ย โจวเย่ เธอไม่เห็นหัวนายว่ะ” เฉินเหนียนกระซิบ “ต้องสั่งสอนหน่อยไหม?”
จี้โจวเย่ดึงหนังสือเธอออกไปดื้อ ๆ “ได้ยินมาว่าเอนทรานซ์เธอได้แค่ร้อยกว่าคะแนน ต่ำกว่าฉันอีก แค่นี้ยังจะกลับมาเรียนซ้ำอีกเหรอ เสียดายทรัพยากรป่ะ? กลับไปเลี้ยงหมูยังจะคุ้มกว่า”
เฉินเหนียนรีบเสริม “ฮ่าฮ่าฮ่า ไปเลี้ยงหมูไป๊”
หรงอวี่เหลือบตามองเขาเย็นชา “ดูท่าว่าเมื่อคืนจะตีเบาไปพอควร…ดีเลย ฉันกำลังคันมืออยู่พอดี”
เธอลุกขึ้น หยิบเก้าอี้ขึ้นมา ตอนนี้เป็นคาบอ่านหนังสือเช้า ครูไม่อยู่ ห้องเด็กเกเรเสียงดังไปทั่ว ไม่ค่อยมีใครอ่านหนังสือกัน แต่พอเห็นท่าทีแบบนี้ ทุกคนก็หันมามองเป็นตาเดียว เก้าอี้ถูกยกขึ้นจนอยู่เหนือหัวจี้โจวเย่แค่ไม่กี่เซน
จี้โจวเย่กลืนน้ำลาย เขารู้ดี ผู้หญิงคนนี้กล้าฟาดลงมาจริง ๆ เขาเคยโดนเธอเล่นงานมาสองรอบแล้ว สู้เธอไม่ได้เลยสักครั้ง
“ดูดิ แค่นี้ทำเป็นโกรธ” เขาแค่นเสียง “ก็แค่ล้อเล่น ทำเป็นทนไม่ไหวกับมุกนิด ๆ หน่อย ๆ ไปได้”
หรงอวี่วางเก้าอี้ลง “ฉันก็แค่ล้อเล่นเหมือนกัน แค่นี้ก็กลัวแล้วเหรอ?”
“ใครกลัว! เธอพูดว่าใครกลัวหา!” เฉินเหนียนกระโดดขึ้นมา “โจวเย่ของพวกเรากลัวเธอที่ไหนล่ะ รอหลังเลิกเรียนเลย เดี๋ยวเจอกันตัว ๆ”
จี้โจวเย่: “……” สู้ตัวต่อตัวยังไงก็แพ้แน่นอน แต่จะให้รุมผู้หญิง ก็เสียศักดิ์ศรีหัวโจกโรงเรียนหมด หรงอวี่หันกลับมาอ่านหนังสือต่อ แต่จิตใจกลับไม่ค่อยสงบ
โรงเรียนม.ปลายอันดับหนึ่งของเมือง ตอนเย็นคาบเรียนหลังเลิกเรียนเป็นคาบอ่านหนังสือล้วน ๆ จะมาไม่มาก็ได้ หลังเลิกเรียน เธอโบกแท็กซี่ตรงไปยัง “ฝูหรงจวงหยวน”
“ที่นี่มีแต่คนใหญ่โตอยู่กันทั้งนั้น ได้ข่าวว่าเป็นตระกูลเก่าแก่ร้อยปีนะ” คนขับจอดหน้าประตู เงยหน้าถามอย่างสงสัย
“หนูรู้จักเจ้าของบ้านนี้เหรอ?” หรงอวี่พยักหน้าแล้วลงจากรถ
นี่คือ “เรือนหอ” ที่ตระกูลจี้เตรียมไว้ให้เธอตอนแต่งงานในวัยก่อน ช่วงนั้นฝูหรงจวงหยวนตั้งอยู่ชานเมือง ปัจจุบันกลายเป็นเขตเมืองเต็มตัว ตึกสูงล้อมรอบ แต่ที่นี่ร่มรื่น เงียบสงบ ตัวคฤหาสถ์ถูกซ่อมแซมมาหลายรอบ สีผนังด้านนอกถูกปรับใหม่ ให้ความรู้สึกเก่าแก่และละเมียดละไมมากกว่าเดิม
เธอก้าวขึ้นบันไดไป ยังไม่ทันได้เคาะประตู ประตูก็ถูกเปิดออกจากด้านใน
จี้จื่อหยวนยืนอยู่ตรงนั้นด้วยใบหน้าอิดโรย ใต้ตาคล้ำเข้ม เหมือนแทบไม่ได้นอนทั้งคืน
พอเห็นเด็กสาวที่ยืนอยู่หน้าบ้าน เขาขมวดคิ้วทันที แล้วจำขึ้นมาได้
“คุณหรง?” บนโลกนี้แทบไม่มีใครกล้าเรียกชื่อท่านปู่จี้แบบตรงๆ เขาจึงจำหน้าเด็กสาวคนนี้ได้ทันที
“ท่านประธานจี้คะ” หรงอวี่เอ่ย “ฉันได้ยินว่าท่านปู่จี้อาการหนัก เลยมาขอเยี่ยมตัวถึงที่ หวังว่าท่านประธานจะอนุญาตค่ะ” แววตาของจี้จื่อหยวนเข้มขึ้นเล็กน้อย คนตระกูลจี้ถูกนักข่าวตามราวีมาตลอดจนเอือมระอา เพราะแบบนั้น ที่อยู่ส่วนตัวจึงไม่เคยถูกเปิดเผย นอกจากญาติสนิทมิตรสหาย แทบไม่มีใครรู้ว่าตระกูลจี้อยู่ที่ไหน
เด็กสาวคนนี้เป็นใคร? ทำไมถึงหาทางเข้ามาถูก?
“ไม่ต้องตกใจค่ะ ท่านประธานจี้” หรงอวี่ยิ้มเล็กน้อย “ถ้าฉันเดาไม่ผิด รหัสของตู้เซฟส่วนกลางของกลุ่มตระกูลจี้ น่าจะเป็น…”
เธอพูดรหัสอังกฤษชุดหนึ่งออกมาได้อย่างคล่องแคล่ว
“คุณ…” จี้จื่อหยวนเป็นคนที่แทบไม่แสดงอารมณ์บนหน้า แต่ตอนนี้ ดวงตาของเขาเบิกกว้างอย่างเห็นได้ชัด รหัสเข้าห้องนิรภัยหลักของตระกูลจี้ มีเพียงผู้กุมอำนาจสูงสุดของบ้านเท่านั้นที่รู้
มีทั้งหมดยี่สิบหกตัว และจะเปลี่ยนใหม่ทุกเดือน ไม่มีทางเกิดการรั่วไหล เห็นสีหน้าเขาแบบนี้ หรงอวี่ก็รู้ทันทีว่าตัวเองเดาถูก รหัสชุดนี้ เธอเป็นคนออกแบบเมื่อหลายปีก่อน ถูกใช้ในระบบ ต่างๆ ของตระกูลจี้ มองภายนอกเหมือนเป็นตัวอักษรภาษาอังกฤษธรรมดา แต่จริง ๆ คือการแปลงค่าจาก “ปี เดือน วัน” แล้วเอาตัวเลขที่ได้ไปเข้าระบบแปลงฐานซับซ้อน พร้อมกับใส่ค่าเลื่อนแบบคงที่…แม้จะเปลี่ยนทุกเดือน แต่ถ้ารู้ปี เดือน วัน
เธอก็คำนวณรหัสปัจจุบันได้ง่ายดาย “ตอนนี้ ฉันเข้าไปเยี่ยมท่านปู่ได้หรือยังคะ?”
จี้จื่อหยวนจ้องหน้าเธอนิ่ง ประมาณหนึ่งนาที หรืออาจจะนานกว่านั้น เขาก็หลีกทางให้
“เชิญครับ คุณหรง”
ในตระกูลจี้ มีเพียงท่านปู่กับเขาที่รู้รหัสนี้ เขาไม่มีทางบอกใคร ถ้าอย่างนั้น…ต้องเป็นท่านปู่ที่บอกเธอ? แต่ท่านปู่จะบอกเรื่องสำคัญระดับนี้ให้เด็กสาวอายุไม่เท่าไหร่ทำไม? หรือว่าผู้ใหญ่ในบ้านของคุณหรงคนนี้ มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับท่านปู่จี้มาตั้งแต่ก่อน? แม้จี้จื่อหยวนจะมั่นใจในสติปัญญาตัวเองแค่ไหน ตอนนี้เขาก็คิดไม่ตกจริงๆ เขาส่งสัญญาณให้คนรับใช้
—
ฝูหรงจวงหยวนได้ชื่อแบบนี้ เพราะตรงทางเข้า มีทะเลสาบธรรมชาติอยู่หนึ่งผืน ปลูกดอกบัวเต็มแน่น ตอนนี้เป็นเดือนเก้า ดอกบัวโรยไปหมดแล้ว เหลือเพียงใบกว้างๆ หรงอวี่มองสระบัวอย่างเหม่อลอย เหตุการณ์ในอดีตไหลเข้ามาเหมือนเมฆหมอก เธอกัดริมฝีปากแน่น
เมื่อก้าวเข้าบ้าน พบว่าทั้งห้องเต็มไปด้วยอุปกรณ์แพทย์ ชายชราที่นอนอยู่บนเตียงซีดเผือด
รอยเหี่ยวย่นแต่ละเส้นเหมือนเข็มที่ทิ่มลงกลางหัวใจเธอ
เธอเคยคิดว่า ตัวเองคงทำใจยอมรับไม่ได้ ถ้าต้องมีลูกชายที่อายุห่างกันขนาดนี้
แต่ความจริงแล้ว… พอเห็นเขาในเสี้ยววินาทีแรก สายเลือดความเป็นแม่ลูกก็พุ่งเข้ามาควบคุมความรู้สึกทั้งหมด
“อิงเป่า…” เธอเรียกชื่อเล่นเขาอย่างแผ่วเบา จี้จื่อหยวนกลืนน้ำลายอย่างลำบาก เขา…ได้ยินอะไรนะ?
อิงเป่า? ผู้ใหญ่ในบ้านของคุณหรง เรียกท่านปู่จี้แบบนี้งั้นเหรอ? ความสัมพันธ์มันลึกซึ้งขนาดไหนกัน? ยังไม่ทันที่เขาจะคิดหาคำตอบ หรงอวี่ก็เดินไปนั่งข้างเตียง ทั้ง ๆ ที่น้ำตาคลออยู่เต็มตา
แล้วยื่นมือจับมือเหี่ยวย่นของท่านปู่ ก่อนจะยกขึ้นมาแนบแก้มตัวเอง
ผัวะ——! สมองเขาเหมือนถูกระเบิดขึ้นมาในวินาทีนั้น
“คุณชายใหญ่ครับ!”
คนรับใช้รีบวิ่งมา “สืบมาแล้วครับ!” ข้อมูลของหรงอวี่ มีแค่กระดาษแผ่นเดียวก็เขียนจบ
ลูกสาวคนโตของตระกูลหรง พ่อแม่หย่ากัน โตมากับแม่ จนสองเดือนก่อน ผู้ปกครองถูกเปลี่ยนเป็นพ่อ ถูกพามาอยู่ไห่เฉิง ตอนนี้เรียนอยู่ที่ไห่เฉิงหมายเลขหนึ่ง
จี้จื่อหยวนเอ่ยเสียงเรียบ “สืบต่อไป ดูที่ผู้ใหญ่ในบ้านฝั่งคุณหรง ว่ามีใครเกี่ยวข้องกับตระกูลจี้หรือไม่” ห้านาทีต่อมา คนรับใช้กลับมารายงานอีกครั้ง
“ตระกูลหรงไม่ใช่คนไห่เฉิง เพิ่งย้ายมาในยุคแปดศูนย์
ไม่เคยมีธุรกิจเกี่ยวข้องกับตระกูลจี้…ส่วนฝั่งคุณหรง แม่ของเธอแซ่หยวี๋ บรรพบุรุษเป็นชาวบ้านธรรมดา ทำการเกษตร ไม่มีความเกี่ยวพันใด ๆ กับตระกูลจี้เลยครับ”