- หน้าแรก
- ลูกหลานกตัญญูทั้งหลาย จงคุกเข่าลง ฉันคือย่าทวดของพวกนาย
- บทที่ 1 ทะลุมิติมาเจ็ดสิบปีให้หลัง
บทที่ 1 ทะลุมิติมาเจ็ดสิบปีให้หลัง
บทที่ 1 ทะลุมิติมาเจ็ดสิบปีให้หลัง
หรงอวี่ตายแล้ว! วันนั้น เธอพาลูกชายวัยแปดขวบออกไปฉลองวันเกิด รถคันหนึ่งวิ่งพุ่งเข้ามา เธอผลักลูกออกไปได้ทัน ก่อนจะถูกชนกระเด็น พอลืมตาขึ้นอีกครั้ง กลับอยู่ในห้องจัดเลี้ยงหรูหรา แชนเดอเลียร์คริสตัลสว่างจ้า ผู้ชายในชุดสูท ผู้หญิงแต่งตัวหรูราวถอดออกมาจากนิตยสาร… ทุกอย่างรอบตัวแปลกตาไปหมด แม้แต่การควบคุมแขนขาก็ไม่ใช่ของตัวเองนี่มัน—ไม่ใช่ร่างเธอ!
หลายคนกำลังมองมาทางเธอ “นี่น่ะเหรอ คุณหนูใหญ่สกุลหรง?”
“ลูกสาวที่ประธานหรงมีจากอดีตภรรยา อยู่ต่างจังหวัดมาสิบแปดปี เพิ่งกลับมาเมืองไห่เฉิงได้สองเดือน…”
หัวของหรงอวี่เจ็บจนแทบระเบิด ข้อมูลบางอย่างหลั่งไหลเข้ามาไม่หยุด
…เธอทะลุมิติจากยุคสร้างชาติของจีน มาอยู่ในอนาคตอีกเจ็ดสิบปีให้หลัง!
วิญญาณของเธอมาสิงในร่างเด็กสาว ม.ปลายวัยสิบแปดปี เธอไม่ใช่อาจารย์หรงอีกต่อไป
แต่เป็นลูกสาวคนโตของตระกูลหรง เติบโตมากับแม่เพียงสองคน แม่เพิ่งเสียไปเมื่อสองเดือนก่อน จึงถูกรับตัวมาอยู่กับพ่อ
“พี่คะ ที่แท้พี่อยู่ตรงนี้เอง” หรงอวี่เงยหน้าขึ้น มองเห็นหญิงสาวตรงหน้า น้องสาวร่วมพ่อ หรงรั่วเหยา
หลังถูกรับเข้าบ้าน หรงรั่วเหยาก็กลั่นแกล้งสารพัด ไหนจะแม่เลี้ยงที่กดขี่ พ่อที่ไม่ใส่ใจ เพื่อนร่วมชั้นที่ล้อเลียน… เพียงสองเดือน เด็กสาวคนเดิมก็ป่วยเป็นโรคซึมเศร้ารุนแรง
หรงรั่วเหยาเดินเข้ามา เสียงหวานจนเลี่ยน “พี่ชอบดื่มไวน์เหรอคะ แต่ท่าจับแก้วของพี่ผิดนะ”
หรงอวี่เขย่าแก้วเล็กน้อย แล้วยิ้มบาง ๆ “อย่างนั้นเหรอ?”
“ใช่ค่ะ” หรงรั่วเหยาว่าอย่างใส่ใจ “ไวน์แดงควรดื่มที่อุณหภูมิไม่เกินสิบแปดองศา การจับโดนตัวแก้วจะทำให้รสชาติเปลี่ยน พี่คะ เดี๋ยวฉันสอน—”
ไม่ทันพูดจบ หรงอวี่ยกยมือขึ้น สาดไวน์แดงทั้งแก้วใส่หน้าอีกฝ่าย ไวน์สีแดงเข้มไหลลงมาตามใบหน้าและเครื่องสำอางราคาแพง เลอะชุดราตรีหรูทันที
หรงรั่วเหยาตะลึง “พะ พี่…พี่บ้าไปแล้วเหรอ!”
หรงอวี่วางแก้วเปล่าลง ช้า ๆ “ตอนนี้ รสชาติเปลี่ยนไหมล่ะ?”
คนรอบข้างอุทานเสียงดัง “โอ้พระเจ้า ไร้มารยาทสิ้นดี!”
“ไม่อยากเชื่อว่าประธานหรงจะมีลูกสาวแบบนี้”
หรงอวี่กวาดสายตามองทุกคน แววตาคมกริบ
“พวกที่ว่ามีมารยาทกันนักนั่นแหละ แต่แอบอยู่ในมุมห้อง ชี้ไม้ชี้มือวิจารณ์ฉัน แบบนั้นไม่หยาบคายหรือยังไง?” ฝูงชนเงียบกริบ
หรงรั่วเหยาอับอายจนสุดจะทน ปิดหน้าแล้ววิ่งร้องไห้ออกไป ในที่สุด หรงอวี่ก็มีเวลาตั้งสติ
เธอหยิบมือถือออกจากกระเป๋า ใช้ความทรงจำของร่างเดิม ลองกดดูอยู่ครู่หนึ่งก็รู้วิธีอ่านข่าวแล้ว เจ็ดสิบปีผ่านไปในพริบตา อดีตความเจ็บปวดของประเทศกลายเป็นเพียงประวัติศาสตร์
มาตุภูมิยิ่งใหญ่ผงาดบนเวทีโลก… ระหว่างที่เธอก้มดูโทรศัพท์
ในห้องจัดเลี้ยงก็เกิดเสียงฮือฮาขึ้น ร่างสูงใหญ่ผู้หนึ่งเดินเข้ามาทางแสงไฟ เขาใส่สูทสีดำเข้ารูป ไหล่ตั้งสง่า รูปร่างสูงโปร่ง ทุกการเคลื่อนไหวเต็มไปด้วยความสง่างามโดยกำเนิด แสงจากโคมระย้าสะท้อนบนใบหน้าด้านข้างที่คมกริบ จนเด่นสะดุดตา
หรงอวี่เงยหน้าขึ้นมอง แล้วลมหายใจก็ชะงักงัน ทั้งรูปร่าง ใบหน้า แม้แต่แววตาและสีหน้าเล็กๆน้อยๆนั้น ช่างเหมือน “สามี” ของเธอไม่มีผิด
แต่…! สามีเธอเสียชีวิตไปนานแล้ว
“ประธานจี้มาแล้ว!”
“ไม่อยากเชื่อว่าประธานจี้จะมาร่วมงานนี้ด้วย”
เสียงผู้คนตื่นเต้นดังไปทั่ว ทุกคนกรูเข้าหาชายคนนั้น ตระกูลจี้งั้นหรือ? ดวงตาหรงอวี่หดแคบลง เธอรีบเดินฝ่าไปจนถึงด้านหน้า พอได้เห็นใกล้ ๆ ยิ่งเหมือน เธอกดอารมณ์ลง และถามตรง ๆ
“คุณมีความเกี่ยวข้องอะไรกับจี้ซุ่นอิง?”
ทันทีที่เอ่ย ห้องจัดเลี้ยงก็เงียบสนิท ก่อนจะตามมาด้วยเสียงแตกตื่น
“เด็กคนนี้ ทำไมถึงกล้าเอ่ยชื่อผู้เฒ่าจี้แบบไม่ให้เกียรติ!”
“นั่นน่ะสิ ลูกสาวบ้านนอกที่เพิ่งถูกรับเข้าบ้านนี่ เรียนก็ไม่เก่ง แถมมารยาทก็ไม่มี”
หรงวั่งเทียน พ่อของร่างเดิมถึงกับตัวแข็งทื่อด้วยความตกใจ เขารีบค้อมหัวขอโทษ
“ประธานจี้ ลูกสาวผมโตในชนบท ไม่รู้เรื่องอะไร ต้องขออภัยด้วยครับ”
จากนั้นหันมาดุเสียงเข้ม “เร็วเข้า รีบขอโทษประธานจี้!”
หัวหรงอวี่มึนไปหมด จี้ซุ่นอิง—คือ “ลูกชาย” ที่เธออุ้มท้องสิบเดือน
ถ้าเช่นนั้น ชายหนุ่มตรงหน้า…คือ “เหลน” ของเธออย่างนั้นหรือ?
เหลนที่ตัวโตขนาดนี้แล้ว…ใช่สิ ตามเวลา เธออายุเกือบร้อย ลูกชายก็อายุเจ็ดสิบแปดสิบแล้ว
เมื่อครู่ เธอยังจับมือลูกเดินออกจากบ้านด้วยกัน พริบตาเดียว เวลากลับหมุนผ่านมาถึงเจ็ดสิบปี แม่ลูกแยกจากกันมานานแสนนาน หรงอวี่เอ่ยเสียงสั่น
“จี้ซุ่นอิง…ยังมีชีวิตอยู่หรือเปล่า?”
หรงวั่งเทียนรีบยกมือขึ้นปิดปากเธอไว้ทันที เรียกชื่อผู้เฒ่าจี้ตรง ๆ ก็ว่าไปอย่าง แต่ตอนนี้ถึงกับพูดเหมือนสาปแช่งผู้เฒ่าจี้อีก!ไม่น่าพาเด็กนี่มาเลยจริง ๆ
ประธานจี้—จี้จื่อหยวน—ยกยิ้มบาง “ผู้เฒ่าของบ้านเราสุขภาพดี ยังแข็งแรงมาก คุณหรงนี่เลี้ยงลูกสาวได้กล้าเกินผู้คนจริงๆ”
เหงื่อเย็นไหลเต็มหน้าหรงวั่งเทียน “ประธานจี้ ลูก…ลูกสาวผมคนนี้”
ไม่ทันพูดจบ จี้จื่อหยวนก็เดินจากไปทันที หรงอวี่คิดเพียงอย่างเดียว ลูกชายยังมีชีวิต ต่อให้ตายก็ต้องเห็นหน้าให้ได้ เธอรีบจะตามไป แต่กลับถูกหรงวั่งเทียนคว้าข้อมือไว้
“แม่เธอสั่งสอนยังไง ทำไมไร้มารยาทถึงขนาดนี้ ตระกูลหรงไม่มีหน้าจะเหลือแล้ว!”
หรงอวี่สะบัดออกมือออกแล้วยิ้มน้อย ๆ “นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันเห็นคนด่าตัวเองแบบนี้”
เส้นเลือดขมับหรงวั่งเทียนปูดขึ้น เขายกมือขึ้นตบอย่างแรง หรงอวี่กำลังจะป้องกัน แต่ทันใดนั้น
สมองเหมือนถูกลูกธนูนับร้อยพุ่งทะลุ ความเจ็บรุนแรงจนแทบจะระเบิด ดวงตาพร่า แล้วร่างก็ล้มลงไปตรง ๆ คนรอบข้างรีบพูดขึ้น
“คุณหรง เด็กยังเล็ก ค่อย ๆ สอนก็ได้ค่ะ”
“ทำไมถึงตีจนสลบแบบนั้นล่ะ คุณหรงลงมือแรงไปนะ”
“ไม่เห็นหรือว่าเด็กมันลามปามใส่ตระกูลจี้ ตบแค่ครั้งเดียวถือว่าเบาแล้ว…”
หรงวั่งเทียนอึดอัดจนเลือดแทบพุ่ง เขายังไม่ได้ตบเลยด้วยซ้ำ ยัยเด็กคนนี้ต่างหากที่แกล้งเป็นลม! แต่พอก้มลงไปดู ใบหน้าหรงอวี่ซีดเผือด ราวกระดาษ ดูยังไงก็ไม่เหมือนแกล้งเป็นลมแม้แต่นิดเดียว
ติดตามผลงานของผู้แปลใน Thai Novel ได้ดังนี้ค่ะ
ทั้งครอบครัวข้าทะลุมิติมาพร้อมพลังวิเศษ
https://www.thai-novel.com/%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%81/%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%b0%e0%b8%a5%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%95/?_j=1769522551713
จิ่วฮุ่ย....ข้าผู้นี้แสนสามัญ
https://www.thai-novel.com/%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%81/%e0%b8%88%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%ae%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%a2-%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b9%81%e0%b8%aa%e0%b8%99%e0%b8%aa/?_j=1769522551713
ลูกหลานกตัญญูทั้งหลาย จงคุกเข่าลง ฉันคือย่าทวดของพวกนาย
https://www.thai-novel.com/%e0%b8%84%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b9%89/%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8d%e0%b8%b9%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a2-%e0%b8%88/?_j=1769522551713
เริ่มต้นทะลุมิติมาเป็นรูปสลักเทพ ฉันถูกยกให้เป็นเทพหญิงในปีทุพภิกขภัย
ภรรยาที่ถูกเอ็นดูแห่งยุค 70