เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 469 ภัยพิบัติทำลายล้าง

บทที่ 469 ภัยพิบัติทำลายล้าง

บทที่ 469 ภัยพิบัติทำลายล้าง


บทที่ 469 ภัยพิบัติทำลายล้าง

ตู้ม!!!!!!

เสียงระเบิดดังกึกก้องออกมา และมันก็ราวกับว่าทุกๆคนในโลกจุติสวรรค์จะได้ยินเสียงนี้และมองไปทางทิศเหนือ

ผู้สืบทอดมรดกเพนดราก้อน ผู้สืบทอดมรดกจักรวรรดิโรมัน ผู้สืบทอดมรดกอียิปต์ ผู้สืบทอดมรดกต้าเซี่ย หัวหน้านิกายเต๋า หัวหน้าสำนักหยินหยาง เจ้าอาวาสนิกายพุทธะ โป๊ปแห่งวาติกัน...

ผู้คนจำนวนนับไม่ถ้วนดูเหมือนจะตรวจพบบางสิ่ง และมันก็ราวกับว่าภัยพิบัติทำลายล้างกำลังจะก่อตัวขึ้น การแสดงออกของทุกคนกลายเป็นความตื่นตระหนกในขณะที่พวกเขารีบกล่าวออกมา "ทุกคน ออกไปจากโลกจุติสวรรค์!"

ทุกคนไม่เข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นเท่าไรนักว่าทำไมถึงทำให้ผู้นำของพวกเขาตื่นตระหนกมากขนาดนี้ แต่พวกเขาก็ยังเชื่อฟังและพยายามจะออกไป อย่างไรก็ตาม พวกเขาก็ได้รับการประกาศจากระบบ "ประกาศจากระบบ! เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงที่ผิดปกติ ท่านไม่สามารถออกไปจากโลกจุติสวรรค์ได้..."

การประกาศของระบบดังออกมาอย่างต่อเนื่องเพราะว่ามันสายเกินไปแล้ว

ทุกคนเฝ้ามองในขณะที่ดวงดาวสีแดงโลหิตขนาดใหญ่ยักษ์ที่แผ่กลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวไร้ขอบเขตค่อยๆปรากฏขึ้นบนฟากฟ้า

ดาวดวงนี้แผ่กลิ่นอายกระหายเลือด ชั่วร้าย และน่าสะพรึงกลัวออกมา และท้องฟ้าก็ดูเหมือนจะถูกย้อมด้วยสีแดง สีแดงแผ่กระจายออกมาจากมันอย่างต่อเนื่องจนกระทั่งมันดูราวกับทั่วทั้งโลกจุติสวรรค์กลายเป็นสีแดงโลหิต

คนธรรมดาบางคนไม่รู้ว่ามันกำลังเกิดอะไรขึ้น และพวกเขาได้เงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าสีแดงโลหิต และสงสัยว่าจะเกิดอะไรขึ้น

ภายในภูมิภาคที่แปด ผู้คนจำนวนนับไม่ถ้วนมองไปยังดวงดาวสีแดงโลหิตด้วยความตกใจและรู้สึกถึงลางไม่ดี ซูหยานเองก็รู้สึกถึงเรื่องไม่ดี และคลื่นแห่งความกลัวได้แผ่กระจายเข้าสู่หัวใจของเขา

ต่อจากนั้น สิ่งที่น่ากลัวจริงๆก็บังเกิดขึ้น

เคร้ง เคร้ง เคร้ง...

เสียงโซ่ขนาดใหญ่ยักษ์ดังออกมา เพราะทุกๆคนกำลังเงียบอยู่ เสียงนี้จึงดังเป็นอย่างยิ่ง แขนที่ยกขึ้นของจ้าวฝู ซึ่งแห้งเหี่ยวไปมากแผ่พุ่งโซ่ออกมา 5 เส้น และโซ่ทั้ง 5 เส้นนี้ก็พุ่งลงไปยังพื้นดินราวกับสายฟ้าฟาด

พื้นดินแตกร้าวในทันใด และเจตจำนงที่เย็นเฉียบเข้าไปถึงดวงวิญญาณก็พุ่งออกมาจากพื้นดิน ส่งผลให้ทุกๆคนรู้สึกราวกับว่าพวกเขาตกลงไปยังถ้ำน้ำแข็ง

พื้นดินเริ่มสั่นสะเทือนอย่างฉับพลันในขณะที่มือปีศาจขนาดยักษ์ที่มีความยาวหลายร้อยเมตรเหยียดออกมาและกดลงบนพื้น หลุมขนาดยักษ์ปรากฏขึ้นบนพื้นในขณะที่ร่างกายอันน่าสะพรึงกลัวปีนป่ายออกมาจากหลุม

กลิ่นอายกดดันอันน่าสะพรึงกลัวเป็นอย่างยิ่งหกสายแผ่ออกมา และผู้คนจำนวนนับไม่ถ้วนก็รู้สึกราวกับว่าพวกเขาเป็นแค่เรือลำเล็กๆบนมหาสมุทรที่กำลังบ้าคลั่ง ร่างกายของพวกเขาสั่นอย่างต่อเนื่องจากความหวาดกลัวที่พวกเขารู้สึกได้ในดวงวิญญาณ และแม้กระทั่งแสงแห่งพุทธะก็ไม่อาจทำให้จิตใจของพวกเขาสงบลงได้

ภาพมายาเทพปีศาจทั้งหกคลานออกมาจากพื้นดินและปรากฏขึ้นตรงหน้าของทุกๆคน

ภาพมายาเทพปีศาจเหล่านี้มีความสูงหลายพันเมตร และพวกมันก็มีโซ่พันอยู่รอบๆคอ ร่างกายของพวกมันแต่ละตัวแผ่เปลวเพลิงปีศาจที่พุ่งทะยานขึ้นไปถึงท้องฟ้า แผ่กลิ่นอายสะกดข่มอันน่าพลังออกมา ต่อหน้าพวกมัน ทุกๆคนดูอ่อนแอและเล็กเป็นอย่างยิ่ง

ภาพมายาเทพปีศาจแต่ละตัวมีลักษณะต่างกันออกไป - นอกจากภาพมายาปีศาจอสุราที่สวมเกราะศึกและถือหอกอยู่ อีกห้าตัวต่างก็เป็นเทพปีศาจคนละชนิด

ภาพมายาปีศาจอเวจี!

รูปร่างหน้าตาของมันเหมือนกับปีศาจอสุรกาย และมันมีร่างกายที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อและผิวหนังสีดำ ร่างของมันเปลือยเปล่า ริ้วเปลวเพลิงปรากฏขึ้นบนร่างกายของมันเป็นครั้งคราว และมันก็แผ่กลิ่นกำมะถันออกมา มันมีเขาสองข้างอยู่บนศีรษะ และมันก็ถือตรีศูลไว้ในมือ

ภาพมายาปีศาจเปรต!

ภาพมายาเทพปีศาจตัวนี้ดูราวกับคนผอมที่ไม่มีกล้ามเนื้อ แขนขาทั้งสี่ของมันยาวและบาง และท้องของมันก็มีขนาดใหญ่และกลมเป็นอย่างยิ่ง มันมีผิวหนังสีเทาและมีใบหน้าที่บิดเบี้ยวน่าเกลียด ทั้งยังมีหูที่แหลม ดวงตาสีเทาอ่อนของมันเต็มไปด้วยความดุร้าย และมีเศษผ้าผืนหนึ่งพันอยู่รอบเอวของมันเพื่อปกปิดร่างกายส่วนล่าง นอกจากนี้มันยังถือมีดโครงกระดูกเล่มโตเอาไว้หนึ่งเล่ม

ภาพมายาปีศาจมนุษย์!

มันดูคล้ายกับมนุษย์ที่มีใบหน้าหล่อเหล่าและมีรูปร่างที่ดูดี มันสวมชุดสีขาวและถือดาบสีแดงโลหิต ดวงตาของมันเองก็มีสีแดงโลหิต และมันได้แผ่จิตสังหารที่หนาแน่นออกมา

ภาพมายาปีศาจสวรรค์!

ภาพมายาเทพปีศาจตัวนี้ดูราวกับปีศาจอสุรกายที่มีดวงตาสีดำบริสุทธิ์และมีฟันอันแหลมคม มันมีปีขนาดใหญ่หนึ่งคู่อยู่บนหลังและหางอีกหนึ่งข้าง มันสวมชุดเกราะสีดำและถือง้าวเล่มโตไว้ในมือ

ภาพมายาปีศาจเดรัจฉาน!

มันคือฮิวแมนนอยด์ที่มีร่างกายอันเต็มไปด้วยมัดกล้ามที่ทั้งสูงใหญ่และดูมั่นคง มันมีผิวสีเทาและมีหัวสามหัว - หัวแรกคือหัวของไก่ หัวที่สองคือหัวของเป็ด และหัวที่สามคือหัวของหมู มันมีหนังสัตว์พันอยู่รอบเอว และร่างกายของมันได้แผ่พลังอันมหาศาลออกมา

พวกมันคือภาพมายาปีศาจหกวิถี และกลิ่นอายที่พวกมันแผ่ออกมานั้นต่างก็ทรงพลังผิดปกติ - ถึงอย่างไรก็ตาม แต่ละตัวก็ถูกอัญเชิญออกมาโดยใช้ชีวิตนับสิบล้าน นี่คือเหตุผลว่าทำไมภัยพิบัติอันเดดถึงไม่ใหญ่ขึ้นหลังจากข้ามผ่านไปอีก 4 ภูมิภาค - จ้าวฝูได้ใช้ซากศพทั้งหมดไปกับการอัญเชิญพวกมัน

หลังจากถูกอัญเชิญออกมาแล้ว พวกมันก็ไม่สามารถควบคุมได้เฉกเช่นเดียวกับภาพมายาปีศาจอสุรา เหมือนดังสัตว์ป่า พวกมันต้องการสังหารและทำลายทุกๆสิ่ง จ้าวฝูสามารถทำได้เพียงแค่ใช้เลือดของเขาเพื่อเสริมความแข็งแกร่งในการควบคุมพวกมันและใช้โซ่ของมงกุฏแห่งราชาเข้าช่วย ซึ่งช่วยให้ในทึ่สุดเขาก็สามารถควบคุมพวกมันได้

นั่นคือเหตุผลว่าทำไมจ้าวฝูถึงดูเหมือนกับโครงกระดูกในตอนนี้ - เพื่อที่จะควบคุมภาพมายาปีศาจหกวิถี จ้าวฝูได้เสียเลือดไปมากและอ่อนแอสุดขีด และชีวิตของเขาก็ตกอยู่ในอันตรายตลอดเวลา

ดวงดาวจักรพรรดิแห่งความสับสนก่อตัวขึ้นจากดวงดาวแห่งความสับสนและดวงดาวจักรพรรดิเมอร์เทิล ทั้งคู่ต่างก็เป็นดวงดาวที่ทรงพลังมาก - เพราะหนึ่งในนั้นคือตัวแทนแห่งราชา และอีกหนึ่งคือตัวแทนแห่งภัยพิบัติอันไร้ขอบเขต พลังที่รวมตัวกันของพวกมันจึงทรงพลังยิ่งขึ้นไปอีก

กลับไปยังการปรากฏขึ้นของดวงดาวจักรพรรดิแห่งความสับสน มันมีกลิ่นอายที่น่ากลัวเป็นอย่างยิ่ง และมันก็ค่อนข้างยากที่จ้าวฝูจะอัญเชิญมันออกมา เพราะความทรงพลังของมัน ถ้าจ้าวฝูไม่ระวัง มันก็อาจทำให้เขาฟั่นเฟือนไปได้ง่ายๆ

ภาพมายาปีศาจหกวิถีคืออำนาจที่ทรงพลังเหลือล้นภายในโลกใต้พิภพ - พวกมันทรงพลังพอที่จะสังหารเทพเจ้าและทำให้อันเดดทั้งหมดรู้สึกหวาดกลัว คนธรรมดาย่อมไม่สามารถควบคุมพวกมันได้ ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมมันถึงเป็นเคล็ดวิชาต้องห้าม

จ้าวฝูได้ใช้ซากศพและเลือดของสิ่งมีชีวิตจำนวนนับไม่ถ้วนเพื่ออัญเชิญพวกมันออกมา ส่งผลให้พวกมันมีพลังอันน่าสะพรึงกลัวเช่นนี้

ในตอนนี้ที่พลังของดวงดาวจักรพรรดิแห่งความสับสนและพลังของภาพมายาปีศาจหกวิถีรวมเข้าด้วยกัน แม้แต่จ้าวฝูก็ไม่รู้ว่าพวกมันจะทรงพลังแค่ไหน พลังนี้ย่อมต้องเป็นจุดจบของโลก และลากโลกจุติสวรรค์ทั้งใบลงไปสู่วิกฤติ ถึงอย่างไรก็ตาม มันก็ได้ทำให้ผู้คนไม่สามารถออกไปได้

เมื่อรู้สึกถึงพลังนี้ ผู้สืบทอดมรดก ผู้นำ และหัวหน้านิกายทั้งหลายต่างก็รู้สึกตื่นตระหนกเป็นอย่างยิ่งและบอกให้คนของพวกเขาออกไปจากโลกจุติสวรรค์ อย่างไรก็ตาม มันก็สายเกินไปแล้ว

ในตอนนี้ พวกเขาต่างมองไปทางทิศเหนืออย่างจริงจัง - แม้แต่คนที่อยู่ห่างไกลก็สามารถตรวจจับระลอกคลื่นที่น่าสะพรึงกลัวเหล่านี้ได้ ทำให้พวกเขารู้สึกตกตะลึงเป็นอย่างยิ่ง

จบบทที่ บทที่ 469 ภัยพิบัติทำลายล้าง

คัดลอกลิงก์แล้ว