- หน้าแรก
- The Lord's Empire
- บทที่ 348 เจ็ดอาชีพต่อสู้แห่งทะเลสาบสีเงินอมตะ
บทที่ 348 เจ็ดอาชีพต่อสู้แห่งทะเลสาบสีเงินอมตะ
บทที่ 348 เจ็ดอาชีพต่อสู้แห่งทะเลสาบสีเงินอมตะ
บทที่ 348 เจ็ดอาชีพต่อสู้แห่งทะเลสาบสีเงินอมตะ
สิ่งทำจ้าวฝูคิดถึงก็คือเศษซากอารยธรรมโรแลนด์ เพราะเขาได้รับบาดเจ็บและพลังของเขาก็ถูกผนึกเมื่อครั้งนั้น เขาจึงไม่สามารถเข้าไปในป่าแห่งความขุ่นมัวได้ลึกนัก อัญมณีค่าสถานะและไอเท็มอื่นๆ ที่ได้จากที่นั่นมีมูลค่ามากๆ ดังนั้นจ้าวฝูจึงคิดเกี่ยวกับการกลับไปที่นั่นอีก
ด้วยความแข็งแกร่งในตอนนี้ของเขา มันก็คุ้มค่าที่จะไปที่นั่นอีกครั้ง ที่นั่นมีสิ่งมีชีวิตระยะที่ 1 และ 2 อยู่มากมาก อย่างเช่นฮ็อปก็อบลินและมิโนทอร์ บางทีเขาอาจจะสร้างยาโลหิตเทพเจ้าขึ้นมาได้ถ้าเขากลั่นซากศพพวกมัน
นอกจากนี้มันยังมีแมวปีศาจที่ต่างก็อยู่ในระยะที่ 2 แม้ว่าพวกมันจะไม่ใช่สิ่งมีชีวิตที่มีรูปร่างเป็นมนุษย์ แต่ถ้าเขากลั่นพวกมัน เขาก็คงจะได้ศิลายกระดับมามากมาย
หลังจากกลับมายังนครต้าฉิน จ้าวฝูก็เลือกทหารหัวกะทิมากว่า 300 คน ซึ่งทั้งหมดนี้มีการบ่มเพาะเหนือกว่าระยะที่ 1 การบ่มเพาะของพวกเขาอยู่ราวๆระยะที่ 1-5 และพวกเขาก็เป็นทหารที่รับใช้ต้าฉินมาเนิ่นนานและมีประสบการณ์การต่อสู้มากมาย มันมีทหารราบ 100 คน ผู้ใช้โล่ 100 คน นักธนู 100 คน และนักลวงตาร้อยภูตผี 30 คน ด้วยกลุ่มเช่นนี้ จ้าวฝูจึงรู้สึกว่าเขาคงสามารถเคลียร์ป่าแห่งความขุ่นมัวได้ ซึ่งส่วนใหญ่นั้นก็เป็นเพราะความสามารถลวงตาของนักลวงตาร้อยภูตผี
จ้าวฝูพากลุ่มของเขาไปยังทุ่งหญ้าตะวันออกอย่างรวดเร็วและไปที่เมืองไม้ภูผา การจัดการของหลิวซูไป่ค่อนข้างดี และการพัฒนาของเมืองไม้ภูผาก็มีการพัฒนาที่ค่อนข้างรวดเร็ว กองทัพของพวกเขาเองก็ดีมาก และพวกเขาในตอนนี้ก็เป็นกองกำลังที่ทรงพลังที่สุดในรัศมี 1,000 กิโลเมตรโดยรอบ
จ้าวฝูจัดการแค่กับอุปกรณ์และทรัพยากรเท่านั้น ในขณะที่สิ่งอื่นๆล้วนแล้วแต่ถูกทิ้งไว้ให้กับเมืองไม้ภูผา ในบางครั้งเท่านั้นที่เขาจะเลือกหัวกะทิบางคนให้มาเข้าร่วมกับกองทัพต้าฉิน
หลังจากนั้น จ้าวฝูได้ใช้ช่องทางการเคลื่อนย้ายเพื่อไปยังหมู่บ้านซฺยงหนูที่เขาได้พิชิตก่อนจากไป เศษซากอารยธรรมโรแลนด์นั้นได้มีการป้องกันอันสมบูรณ์แบบไว้อยู่แล้ว
หลังจากผ่านมานานขนาดนี้ หมู่บ้านก็มีคนกว่า 800 คนแล้ว และก็อบลินกว่า 20 ตัวก็ยังยืนคุ้มกันอยู่ ดูเหมือนว่าจะไม่มีใครโจมตีสถานที่แห่งนี้เลย
หลังจากมาถึงประตูใหญ่ของเศษซากอารยธรรมโรแลนด์ จ้าวฝูก็ยื่นมือออกมาและผลักประตูเข้าไป มันมืดเป็นอย่างยิ่ง ทำให้มันยากที่จะมองเห็น
จ้าวฝูมีเหรียญคำสั่งแห่งความขุ่นมัวอยู่ 67 อัน และเพราะป่าแห่งความขุ่นมัวนั้นอันตรายมาก จ้าวฝูจึงไม่ได้เอาทหารมาด้วยมาก เหตุผลหลักที่เขาพาพวกเขามาก็เพื่อการฆ่าศัตรูที่เป็นปัญหา ซึ่งจะปรากฏตัวขึ้นเป็นจำนวนมาก
ในท้ายที่สุด จ้าวฝูจึงตัดสินใจที่จะพาผู้ใช้โล่ 20 คน นักธนู 30 คน ก็อบลินฟ้าแดง 6 ตัวและนักลวงตาร้อยภูตผี 10 คนไปด้วย เขาได้มอบคบเพลิงให้กับพวกเขาก่อนที่จะนำพวกเขาเข้าไป
หลังจากผ่านทางเดินไปแล้ว จ้าวฝูก็มาถึงที่ป่าสลัวอีกครั้ง มันมืดมัว และมีต้นไม้หนามากพร้อมด้วยเสียงร้องอันแปลกประหลาดที่ดังออกมาจากภายใน
ในไม่ช้า จ้าวฝูก็เห็นก็อบลินดำบางตัวกำลังแบกกระบองไม้อยู่ สิ่งมีชีวิตภายในป่าแห่งความขุ่นมัวนั้นจะดุร้ายและโหดเหี้ยมมากกว่าข้างนอกมาก หลังจากได้เห็นจ้าวฝูและพรรคพวกของเขา พวกมันก็ยกกระบองไม้ขึ้นและพุ่งเข้ามา
มันมีก็อบลินอยู่กว่า 30 ตัว และจ้าวฝูก็ไม่สนใจที่จะเคลื่อนไหวเอง ผู้ใช้โล่ 20 คนยกโล่ขึ้นและป้องกันอยู่ตรงหน้าเขา ก่อตัวขึ้นเป็นกำแพงโล่ นักธนูเริ่มยิง ส่งผลให้ลูกศรอันแหลมคมฉีกผ่านอากาศเข้าหาก็อบลินดำ
ฉึก ฉึก ฉึก...
ลูกศรทะลวงผ่านหน้าอกของก็อบลิน ทหารทุกคนของจ้าวฝูคือหัวกะทิของต้าฉิน และลูกศรทั้งหมดก็พุ่งเข้าหาเป้าหมายของมันอย่างแม่นยำ
ก็อบลินฟ้าแดงโยนลูกไฟและบอลน้ำแข็งออกไป ซึ่งทั้งแช่แข็งก็อบลินดำหรือไม่ก็ระเบิดพวกมันออกไป ในไม่ช้า ก็อบลินดำทั้ง 30 ตัวถูกจัดการไปอย่างง่ายดาย
ก็อบลินเกือบทั้งหมดดรอปชิ้นส่วนเหรียญคำสั่งออกมา และแค่ห้าชิ้นส่วนก็สามารถสร้างขึ้นเป็นเหรียญคำสั่งแห่งความขุ่นมั่วได้แล้ว
มันน่าเสียดายที่ก็อบลินไม่ได้ดรอปอะไรอื่นอีก จ้าวฝูมองไปที่ซากศพและพบว่าพวกมันอยู่ในระยะที่1 ดังนั้นอย่างน้อยเขาก็สามารถใช้ซากศพของพวกมันเพื่อกลั่นเป็นยาโลหิตเทพเจ้าได้
เมื่อกลุ่มของจ้าวฝูได้เดินทางต่อ พวกเขากก็พบเข้ากับกลุ่มก็อบลิน 70 ตัว ในกลุ่มนี้ มีก็อบลินปาหินและฮ็อปก็อบลินอยู่ด้วย ฮ็อปก็อบลินมีทั้งถือดาบ กระบี่ ขวาน หอก และค้อน กลิ่นอายของพวกมันทรงพลังมากกว่าก็อบลินตัวอื่นๆ และพวกมันก็น่าจะอยู่เหนือกว่าระยะที่ 1
เมื่อเผชิญหน้ากับก็อบลินทั้ง 70 ตัวนี้ จ้าวฝูก็ยังไม่ลงมือ ถึงแม้ว่าก็อบลินเหล่านี้จะแข็งแกร่งกว่ากลุ่มก่อนหน้า แต่พวกมันก็ไม่ได้ฉลาดมาก พวกมันฉลาดน้อยกว่าก็อบลินข้างนอกด้วยซ้ำและรู้เพียงแต่วิธีการพุ่งเข้าใส่ศัตรูของพวกมัน
ทหารของต้าฉินสร้างกระบวนทัพขึ้นมาอีกครั้ง คราวี้ ผู้ใช้โล่ได้ติดตั้งหอกแหลมด้วย โล่และหอกของพวกเขาต่างเป็นอุปกรณ์ระดับเงิน และพวกมันก็มีความคมและความมั่นคงเป็นอย่างยิ่ง
นักธนูเริ่มยิง และกำจัดก็อบลินปาหินก่อนที่จะมุ่งเน้นไปยังฮ็อปก็อบลิน และปล่อยให้ก็อบลินธรรมดาพุ่งเข้ามา
ก็อบลินธรรมดาโบกกระบองไม้ของพวกมันและวิ่งเข้ามาด้วยความรวดเร็วเป็นอย่างยิ่ง อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้โล่ที่มีประสบการณ์ก็ยืนอยู่กับที่อย่างไร้ซึ่งความหวาดกลัว จับหอกของตัวเองไว้แน่น และรวบรวมความแข็งแกร่งเพื่อแทงออกไป
ฉึก ฉึก ฉึก...
เสียงแทงดังออกมาในขณะที่หอกแทงเข้าใส่หน้าอกของก็อบลิน และสังหารพวกมันในทันที ก็อบลินตัวอื่นๆพุ่งเข้ามาอีก และผู้ใช้โล่ก็ก่อกำแพงโล่ของตัวเองขึ้นอีกครั้ง และนักธนูก็จัดการกับก็อบลินปาหินและฮ็อปก็อบลินเสร็จเรียบร้อยแล้ว
เมื่อเผชิญหน้ากับก็อบลินธรรมดาในระยะใกล้เช่นนี้ นักธนูก็ยิงลูกศรไปยังศีรษะของพวกมันอย่างต่อเนื่อง และสังหารพวกมันในทันที ในเวลาเพียง 5 - 6 นาที พวกเขาก็จัดการกับก็อบลินทั้งหมดจนเสร็จสิ้น
ก็อบลินทั่วไปและก็อบลินปาหินดรอปเศษเหรียญคำสั่งออกมา แต่สิ่งที่ทำให้จ้าวฝูสนใจก็คือแสงสีขาวเงินที่ดรอปออกมาจากฮ็อปก็อบลิน
[มรดก: กระบี่แห่งทะเลสาบสีเงินอมตะ - แก่นแท้กระบี่]: ชิ้นส่วนของอาวุธระดับตำนาน กระบี่แห่งทะเลสาบสีเงินอมตะ เมื่อเก็บรวบรวมแก่นแท้กระบี่ได้ 1,200 อันจะสามารถผสานแก่นแท้กระบี่เป็นกระบี่แห่งทะเลสาบสีเงินอมตะและได้รับมรดกที่ติดมากับกระบี่
[มรดก: หอกแห่งทะเลสาบสีเงินอมตะ - แก่นแท้หอก]: ชิ้นส่วนของอาวุธระดับตำนาน หอกแห่งทะเลสาบสีเงินอมตะ เมื่อเก็บรวบรวมแก่นแท้หอกได้ 1,200 อันจะสามารถผสานแก่นแท้หอกเป็นหอกแห่งทะเลสาบสีเงินอมตะและได้รับมรดกที่ติดมากับหอก
[มรดก: ค้อนแห่งทะเลสาบสีเงินอมตะ - แก่นแท้ค้อน]: ชิ้นส่วนของอาวุธระดับตำนาน ค้อนแห่งทะเลสาบสีเงินอมตะ เมื่อเก็บรวบรวมแก่นแท้ค้อนได้ 1,200 อันจะสามารถผสานแก่นแท้ค้อนเป็นค้อนแห่งทะเลสาบสีเงินอมตะและได้รับมรดกที่ติดมากับค้อน
จ้าวฝูพบว่ามันมีแก่นแท้อยู่ 7 ประเภท ซึ่งก็คือดาบ กระบี่ หอก ค้อน ธนู โล่ และขวานถ้าเขาสามารถรวบรวมแก่นแท้ได้เพียงพอ เขาก็จะสามารถสร้างอุปกรณ์ระดับตำนานได้ 7 ชิ้นและปลดล็อคอาชีพด้านการต่อสู้ของเจ็ดทะเลสาบสีเงินอมตะ มันไม่ได้มีข้อมูลอะไรมากเกี่ยวกับอาชีพพวกนี้ และเขาคงจะได้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับพวกมันหลังจากที่ปลดล็อคพวกมันแล้วเท่านั้น
หลังจากที่เก็บซากศพไป จ้าวฝูก็นำทหารของเขาเดินทัพต่อ