- หน้าแรก
- The Lord's Empire
- บทที่ 333 นักฆ่าต้าฉิน
บทที่ 333 นักฆ่าต้าฉิน
บทที่ 333 นักฆ่าต้าฉิน
บทที่ 333 นักฆ่าต้าฉิน
จากอัญมณีมัจฉาเกือบ 7,000 อัน พวกเขาได้รับอุปกรณ์ระดับทองมา 2,000 ชิ้น หนังสือทักษะหลายร้อยอัน และไอเท็มอื่นๆอีก 2,000 อัน
อัญมณีมัจฉาระดับเงิน ระดังคราม และระดับทั่วไปต่างถูกเปิดออกทั้งหมด ก่อให้การมหาสมุทรของอุปกรณ์และไอเท็ม
หากพวกเขาหลอมสร้างวัสดุระดับทองทั้งหมด มันจะกลายเป็นอุปกรณ์ระดับทองทั้งสิ้น 5,000 ชิ้น หัวหน้าหน่วยทุกๆคนจะได้รับอุปกรณ์ระดับทองไป 1 ชิ้น และแม่ทัพส่วนใหญ่ก็มีอุปกรณ์ระดับตำนานกันแล้ว
ทหารทั้ง 60,000 คนมีอุปกรณ์ระดับเงินอย่างน้อย 2 ชิ้นหรือเหนือกว่านั้นแล้ว และเพียงแค่จากสิ่งนี้ ความแข็งแกร่งของกองทัพต้าฉินก็เพิ่มขึ้นอีกครั้ง มันไม่ใช่สิ่งที่คนทั่วไปจะสามารถต้านทานได้อีกแล้ว
สำหรับอุปกรณ์ระดับครามและระดับทั่วไปรวมทั้งไอเท็ม จ้าวฝูวางแผนที่จะใช้พวกมันแลกกับคน นี่จะทำให้เขาประหยัดค่าใช้จ่ายในการซื้อคนไปได้มาก
ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้รับศิลาสร้างเมืองระดับตำนานทั้งสิบมา แต่ก็ย่อมไม่มีฝ่ายไหนที่สามารถเทียบเคียงผลประโยชน์ที่เขาได้รับมาได้ ดังนั้นจ้าวฝูจึงไม่รู้สึกผิดหวังมากนัก
หลังจากที่จัดการกับเรื่องเหล่านี้แล้ว จ้าวฝูก็กลับไปยังโลกแห่งความเป็นจริงและเข้าไปยังฟอรั่มโลกจุติสวรรค์ เขายุ่งอยู่กับการตกปลาในเทศกาลปลาเทวะและไม่ได้ตรวจสอบฟอรั่มเลย เขารู้สึกว่ามีเรื่องใหญ่ๆเกิดขึ้นแน่นอน ดังนั้นเขาจึงเข้ามาดู
ประการแรกเขาได้ตรวจสอบว่าใครเป็นเจ้าของศิลาสร้างเมืองระดับตำนานทั้งสิบ และเขาก็ต้องประหลาดใจที่พบว่ามันไม่มีผู้สืบทอดมรดกสักคน
พวกมันต่างถูกชิงไปโดยคนธรรมดาที่ได้รับคำอวยพรแห่งสวรรค์และถูกลิขิตให้เป็นคนพิเศษในอนาคต อย่างไรก็ตาม พวกเขาก็ได้ซ่อนข้อมูลเกี่ยวกับตัวเองไว้ให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ไม่เช่นนั้นแม้ว่าจะเป็นตระกูลที่อ่อนแอกว่าตระกูลใหญ่ก็คงจะสามารถทำลายพวกเขาได้อย่างง่ายดายในโลกแห่งความเป็นจริง ดังนั้นจึงไม่มีใครกล้าเผยอะไรออกมาและเลือกที่จะพัฒนาอย่างลับๆ
ข่าวใหญ่อื่นๆคือลูกหลานของตระกูลซวนหยวนได้ต่อสู้กับลูกหลานของตระกูลชิยู การต่อสู้ของพวกเขาส่งผลให้ฟ้าดินมืดดับลง และมันก็แบ่งแยกขุนเขาและสายน้ำออกจากกัน ดาบเรกูลัสและกระบี่ชิยูได้ก่อให้เกิดสัญญาณผิดปกติขึ้นและแผ่พลังอันมหาศาลออกมา - มันเป็นไปได้ว่าระดับของพวกมันเกิดกว่าระดับมหากาพย์ไปแล้วและเข้าใกล้ระดับยุทธภัณฑ์เทวะ
ในความเป็นจริง จ้าวฝูรับรู้ถึงระดับที่เหนือกว่ามหากาพย์ได้จากข้อมูลของเทพเจ้าเคอร์ ในความเป็นจริง แม้แต่ยุทธภัณฑ์เทวะก็ยังไม่ใช่สิ่งที่ทรงพลังที่สุด
ในท้ายที่สุด การต่อสู้ก็จบลงแบบพัวพัน และทั้งสองฝ่ายก็ดูจะได้รับบาดเจ็บสาหัสไป
นอกจากนี้ มันยังมีสัญญาณผิดปกติที่แตกต่างกันอีกมากมายในหลายๆที่ในช่วงเทศกาลปลาเทวะ สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นจากคนทั่วไปที่ได้รับพรจากสวรรค์ และจ้าวฝูก็มองไปที่ข้อมูลเหล่านั้น ถ้าคนเหล่านี้ปรากฏตัวต่อหน้าจ้าวฝู เขาจะไม่ยอมปล่อยคนพวกนี้ไปแน่ๆ
เพราะการฆ่าพวกเขาจะส่งผลให้เขาได้รับโชคชะตามากมาย แม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้มีโชคชะตาเท่ากับผู้สืบทอดมรดก แต่มันก็ยังบริสุทธิ์และเข้มข้นเป็นอย่างยิ่ง
จ้าวฝูยังได้อ่านว่ามีสามสถานที่ที่ปลาสายรุ้งเทวะได้ปรากฏตัวขึ้น - ที่แรกคือในมหาสมุทร และมันก็ดูเหมือนจะเป็นปลาวาฬ ที่ที่สองคือแม่น้ำนิทรา และมันก็ดูเหมือนกับปลาคาร์ฟ ซึ่งก็คือตัวที่จ้าวฝูจับได้ และที่ที่สามก็คือมหาสมุทรขนาดใหญ่ และมันก็ดูเหมือนกับปลาทอง
ตัวแรกมันถูกพบโดยคนๆหนึ่งด้วยความบังเอิญ ปลาสายรุ้งเทวะตัวนั้นมีความอ่อนโยนมากและไม่ได้โจมตีใคร มันแค่ว่ายน้ำออกไปเมื่อตรวจพบว่ามีคนต้องการที่จะทำร้ายมัน
ตัวที่สองถูกจับได้โดยบุคคลที่ลึกลับเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งได้รับอัญมณีมัจฉาไป ผู้คนจำนวนนับไม่ถ้วนได้คาดเดาว่าเขาเป็นใคร และคนส่วนใหญ่ก็เดาว่ามันเป็นต้องเป็นเจ้าของนครดาบสวรรค์
ตัวที่สามดูเหมือนจะได้รับความโกรธจากอะไรบางอย่าง มันสร้างคลื่นยักษ์ที่จมผู้คนหลายหมื่นลงสู่น้ำและถูกสังหารโดยลอร์ดแห่งนครทั้งสองในท้ายที่สุด อย่างไรก็ตาม มันก็ไม่ได้ดรอปอัญมณีมัจฉาออกมา
มันยังมีบางประเด็นที่ไม่ค่อยสำคัญอะไรเท่าไร และจ้าวฝูก็อ่านพวกมันด้วยเช่นกัน และในขณะที่จ้าวฝูกำลังจะกลับเข้าไปยังโลกจุติสวรรค์อีกครั้ง อู๋ชิงเหนียงก็โทรมาหาเขาและบอกว่าเธอต้องการให้เขาสร้างความสัมพันธ์กับพันธมิตรทหาร
พันธมิตรทหารคือฝ่ายระดับสูงในป่าทหาร และมันก็ว่ากันว่าความสัมพันธ์ของอู๋ชิงเหนียงกับหัวหน้าพันธมิตรนั้นค่อนข้างดี ก่อนหน้านี้ อู๋ชิงเหนียงก็บอกให้จ้าวฝูไปพบเขา แต่เขาก็ปฏิเสธ
หลังจากการพัฒนาเป็นอย่างมาก ทางเลือกแห่งสวรรค์ก็กลายเป็นฝ่ายขนาดใหญ่ภายในนครพฤกษาปีศาจ และมีคนอยู่กว่า 20,000 คน
จ้าวฝูสามารถเข้าใจถึงเจตนารมณ์ของอู๋ชิงเหนียงได้ - เธอต้องการให้พวกเขารวมตัวกันเป็นพันธมิตรเพื่อกลายเป็นฝ่ายอันทรงพลังเป็นอย่างยิ่งเพื่อที่จะได้ปกครองดินแดนป่าแห่งความพรั่นพรึง
จ้าวฝูตอบว่าเขาเข้าใจและคุยกันอีกสักพักก่อนที่จะวางสายไปและกลับเข้าไปยังโลกจุติสวรรค์
ตอนนี้มันเป็นเวลากลางวันในโลกจุติสวรรค์ และต้าฉินก็กลับคืนสู่สภาพปกติแล้ว พันธมิตรวานิชและฝ่ายผลิตต่างๆเริ่มต้นวุ่นวายอีกครั้ง และทหารก็เริ่มออกไปข้างนอกเพื่อพิชิตหมู่บ้านต่างๆ จ้าวฝูต้องการที่จะเลื่อนระดับเมืองต้าฉินอย่างรวดเร็วเพราะพวกเขาขาดค่าประสบการณ์อีกแค่เพียง 100,000 หน่วย และมันก็ไม่ได้ใช้เวลานานอะไรนัก
ในเวลานั้นเอง นักฆ่าต้าฉินในชุดคลุมก็เดินเข้ามาเพื่อรายงานเรื่องๆหนึ่งที่ทำให้รอยยิ้มสว่างปรากฏขึ้นบนใบหน้าของจ้าวฝู
………………………..
ภายในนครออร์ค กูนาดอร์ขมวดคิ้วในขณะที่เขามองไปยังออร์คที่นอนอยู่ภายในเต็นท์กว่า 10 ตัว ร่างกายของพวกมันร้อนเป็นอย่างยิ่ง และใบหน้าของพวกมันก็ซีดเซียวพร้อมกับมีเหงื่อเย็นไหลอยู่ทั่วร่างกายของพวกมัน พวกมันดูเจ็บป่วยและอ่อนแอเป็นอย่างยิ่ง
ออร์คชาแมนป้อนยาออร์คเหล่านี้อย่างต่อเนื่องและร่ายทักษะรักษา ส่งผลให้แสงสีเขียวตกลงสู่ร่างกายของพวกมัน อย่างไรก็ตาม สิ่งเหล่านี้ก็ดูเหมือนจะไม่ได้ช่วยอะไร และออร์คก็ยังคงดูเจ็บปวดและอ่อนแรง
กูนาดอร์อดถามไม่ได้ "มันคืออาการเจ็บป่วยอะไรกัน? ทำไมยาเหล่านี้และทักษะรักษาของเจ้าถึงไม่ได้ผลเลย?"
ชาแมนเองก็หลั่งเหงื่อออกมาด้วยความไม่สบายใจและไม่รู้ว่าจะตอบยังไง "ท่านรองลอร์ดที่เคารพ พวกเราก็ไม่รู้ว่าพวกเขาเจ็บป่วยอะไร ถ้ามันเป็นความเจ็บป่วยปกติ การรักษาของพวกเราก็ควรจะได้ผล แต่ไม่มียาหรือทักษะอะไรของพวกเราเลยที่มีประโยชน์"
ออร์คทั้งสิบคือหัวกะทิในนครออร์ค พวกมันทุกตัวคือระดับ S และได้รับการฟูมฟักเป็นอย่างดี การบ่มเพาะของพวกมันเกือบจะอยู่ในระยะที่ 2 และเหตุผลที่การบ่มเพาะของพวกมันรวดเร็วมากขนาดนี้ก็เป็นเพราะจำนวนยาที่พวกมันกินเข้าไป มันเป็นเพราะปีศาจซ่อนเร้นที่ทำให้พวกมันเป็นเช่นนี้
พวกมันไม่เคยคิดว่าจ้าวฝูจะวางยาพิษที่ส่งผลอย่างช้าๆในยาเหล่านั้น และหลังจากผ่านมานาน ปีศาจซ่อนเร้นก็ค่อยๆสะสมอยู่ในร่างกายของพวกมัน แม้แต่ยาแก้พิษทั่วไปก็ไม่ได้ผล นับประสาอะไรกับทักษะรักษา
เว้นเสียแต่ว่ามันจะเป็นยาแก้พิษระดับสูงมาก มันก็ไม่มีอะไรสามารถรักษาออร์คพวกนี้ได้ อย่างไรก็ตาม มันก็ไม่มีใครรู้ว่านี่ไม่ใช่โรคแต่เป็นยาพิษ นอกจากนี้ แม้ว่าพวกมันจะรู้ พวกมันก็ไม่มียาแก้พิษระดับสูงแบบนั้น
หญ้าปีศาจซ่อนเร้นคือหญ้าพิษระยะที่ 2 และถ้ามันถูกบริโภคเข้าไปเป็นเวลานาน แม้แต่ยาแก้พิษระยะที่ 5 ก็ไม่สามารถรักษามันได้อย่างเต็มที่ แม้ว่านครออร์คจะมียาแก้พิษระยะที่ 5 แต่พวกมันก็มีเพียงแค่ไม่กี่อันเท่านั้น
กูนาดอร์ดูตกอกตกใจเป็นอย่างยิ่งในขณะที่มันสั่ง "พยายามคิดให้ได้ พวกเราต้องรักษาพวกเขาให้ได้ไม่ว่ายังไง พวกเขาคือทหารที่ดีที่สุดของพวกเรา และพวกเราไม่อาจยอมปล่อยให้อะไรเกิดขึ้นกับพวกเขาได้!"
ชาแมนรีบพยักหน้าด้วยความเป็นกังวล