- หน้าแรก
- The Lord's Empire
- บทที่ 303 อำนาจสวรรค์
บทที่ 303 อำนาจสวรรค์
บทที่ 303 อำนาจสวรรค์
บทที่ 303 อำนาจสวรรค์
หลังจากที่ ดวงดาวจักรพรรดิแห่งความสับสน ถูกปิดผนึกโดยโซ่ที่นับไม่ถ้วน ไฟสีเเดงเลือดก็ค่อยๆหายไปเเละออร่าของมันก็ลดลงเรื่อยจนกลายเป็นดาวสีเเดงเท่านั้น ทำให้มันไม่หลงเหลือความเป็น ดวงดาวจักรพรรดิแห่งความสับสน เลย
"สวรรค์และปฐพี กองกำลังลึกลับและธรรมะ และสิ่งมีชิวิตทั้งหลาย จงฟังคำสั่งของข้า: ผนึก!"
"อามิตตาพุทร รอดจากบ่วงทั้งมวล แสงสว่างแห่งพระพุทธเจ้าส่องลงมาสู่โลกกว้าง, กำจัดความชั่วทั้งหลายทั้งปวง: ผนึก!"
"หยินหยางห้าธาตุ, ห้าธาตุเกื้อหนุนซึ่งกันเเละกัน, ห้าธาตุทำลายซึ่งกันเเละกัน,ห้าธาตุหลอมรวมเข้าด้วยกันกลายเป็นหนึ่ง:ผนึก!"
เมื่อพวกเขาเห็นว่า ดวงดาวจักรพรรดิเเห่งความสับสน ไม่มีพลังพอที่จะสามารถต้านค่ายกลได้ ผู้นำนิกายเเละผู้นำก็ไม่ลังเลที่จะใช้ค่ายกลที่เเข็งเเกร่งที่สุดของพวกเขา โดยเร็วที่สุดเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นดูก็รู้เเล้วว่า ดวงดาวจักรพรรดิเเห่งความสับสน น่ากลัวเเค่ไหน
ผู้นำนิกายเเละเหล่าผู้นำได้ปลดปล่อยค่ายกลที่เเข็งเเกร่งที่สุดออกมา เเละค่อยๆลาก ดวงดาวจักรพรรดิเเห่งความสับสน เเละ สามดวงดาวแม่ทัพ ขึ้นไปสู่ท้องฟ้า
ในบริเวณใต้ดินหัวใจของ จ้าวฝู ได้หยุดเต้นทำให้เขาดูเหมือนศพขณะที่ ไป่ฉี หวังเจี้ยน และเว่ยเลี่ยว พยายามที่จะช่วย จ้าวฝู ได้ได้มากที่สุด แต่มันก็ไร้ประโยชน์และไม่เพียง แต่พวกเขาไม่สามารถช่วย ดวงดาวขักรพรรดิเเห่งความสับสน แต่ดวงดาวสามเเม่ทัพกูยังถูกผนึกไปด้วย
ตอนนี้ต้าฉิน ไม่มีกำลังพอที่จะต่อต้านสรรพาวุธคู่บ้านคู่เมือง,สำนักและนิกายได้
ที่ร้านอาหารอาทิตย์อัสดง เหอเซัยนหลู เฝ้าดู ดวงดาวจักรพรรดิเเห่งความสับสน ถูกปิดผนึกอย่างช้าๆและถอนหายใจ นี่ไม่ใช่สิ่งที่เปลี่ยนเเปลงได้เลยเเละมันก็เกินความคาดหมายของเธอ ด้วยความสับสนวุ่นวายของดวงดาวจักรพรรดิเเห่งความสับสน ทำให้สำนักเเละนิกายทั้งโลกต้องร่วมมือกันกำจัด รวมถึงผู้นิกายของเธอด้วย เธอจะเเทรกเเซงได้อย่างไร?
ในอีกภูมิภาคหนึ่ง จางเหิงขี่ลาของเขาขณะที่เขาเฝ้าดู ดวงดาวจักรพรรดิเเห่งความสับสน ที่ถูกปิดผนึกไว้ ใบหน้าของเขาก็เคร่งครึมจากนั้นก็ถอนหายใจออกมา นี่เป็นความสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ของ ต้าฉิน และเป็นที่น่าเสียดายที่ดาวของพวกเขาไม่ได้เป็นสิ่งที่ดี มิฉะนั้นพวกเขาก็จะได้การสนับสนุนจากจีน
ซูหยานเงยหน้ามองไปที่ ดวงดาวจักรพรรดิเเห่งความสับสน ที่ถูกผนึกเเละเขาก็หัวเราะออกมา ความเเข็งเเกร่งของต้าฉินได้ทำให้เขารู้สึกอึดอัดเเละชั่งใจมาตลอด
ผู้สืบทอดต่างก็แสดงสีหน้าดีใจออกมา ตั้งแต่เริ่มแรกต้าฉินได้มีอำนาจเหนือพวกเขาเเละมันได้เผยพลังที่ยิ่งใหญ่ออกมา มันได้สร้างความหวาดกลัวให้กับมนุษย์เเละตอนนี้มันก็ถูกทั้งโลกกำจัดไปเเล้ว
ถ้าดวงดาวจักรพรรดิเเห่งความโกลากลเเละดวงดาวสามเเม่ทัพถูกผนึก มันก็เป็นงานหยาบของต้าฉิน ชะตากรรมที่ครอบครองจะลดลงไปในระดับเดียวกับประเทศอื่น ๆ ไม่ได้มีมากกว่าประเทศอื่นๆอีกต่อไปเเล้ว ๆ
ต้าฉิน กำลังอยู่ในอันตรายเพราะพวกเขาได้ต่อต้านทั้งโลก ต้าฉิน จะสามารถต่อสู้กับทั้งโลกได้อย่างไร? ไม่ว่าจะมีพลังเท่าไหร่ก็ไม่สามารถต่อสู้กับโลกทั้งใบได้และผลที่ทะเยอทะยานมากเกินไปก็คือ ดวงดาวเเห่งจักรพรรดิเเห่งความสับสน ถูกผนึกไว้
หลังจากเหตุการณ์นี้ ต้าฉิน ได้หายไปจากโลก เเละฝ่ายใหญ่ทั้งหมดก็รู้ว่าการกระทำของพวกเขาได้ไปกระตุ้นความโกรธของต้าฉิน เเละในอนาคตก็อาจจะกลายเป็นพวกเขาเองที่กลายสภาพเป็นเเบบนี้
แม้ว่าพวกเขาจะถูกบังคับให้ทำเช่นนี้ แต่พวกเขาก็ยังคงกลัวการแก้แค้นจาก ต้าฉิน
อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ทำให้ฝ่ายต่าง ๆ มีโอกาสที่จะพัฒนามากขึ้น ตอนนี้ต้าชินไม่ได้มีอำนาจมากขนาดจนที่พวกเขาต้องกลัวอีกเเล้ว ฝ่ายต่างๆส่วนใหญ่รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ดวงดาวจักรพรรดิเเห่งความสับสนของต้าฉินถูกผนึกไว้
ดาวปีศาจและดวงดาวสามเเม่ทัพถูกดึงขึ้นไปบนท้องฟ้าและดวงดาวจักรพรรดิเเห่งความสับสน ก็ไม่สามารถมองเห็นได้อีกเลย เร็ว ๆ นี้ทั้ง ดวงดาวจักรพรรดิเเเห่งความสับสน จะหายไปและถูกปิดผนึก
ตอนนี้ ดวงดาวจักรพรรดิเเห่งความสับสน ถูกปิดผนึกแล้ว ผู้คนส่วนใหญ่จึงคิดว่า อะไรที่สามารถต่อสู้ได้กับสรรพาวุธคู่บ้านคู่เมืองและโซ่นับหลายพัน? มันไม่มีอะไรอยู่เเล้ว
ในพื้นที่ใต้ดิน ร่างกายของ จ้าวฝู ได้นอนอยู่บนเเท่นบูชาไม่มีสัญณาณของการมีชีวิตอยู่เลย
ทันใดนั้นสัญลักษณ์ก็ปรากฏอยู่ที่มือของ จ้าวฝู เป็นวงกลมที่มีรูปอยู่8รูปที่มีความลึกซึ้งเเละลึกลับอยู่เเละที่ตรงกลางจะมีจุดสีดำอยู่ในนั้น นี่คือเครื่องหมายอาณาจักรปฐพี
ในขณะนี้ เครื่องหมายอาณาจักรปฐพี ก็ส่องแสงสีรุ้งจาง ๆ ทำให้มือขวาของ ขยับขึ้นมาเเละกำมือไว้
ตู้ม !!
มีการระเบิดขึ้นทั่วทุกมุมโลก ไม่ว่าจะอยู่ที่ใด ผู้คนต่างก็ได้ยินเสียงนี้
ผู้นำนิกายเเละผู้นำก็ตื่นตระหนกเพราะมีออร่าเเห่งจิตวิญญาณของโลกนี้เเละโชคชะตาจำนวนมากได้เริ่มรวบรวมไปยังจุดเดียว ลมเริ่มพัดอย่างรวดเร็วเเละทุกๆคนก็สามารถที่จะตรวจจับการไหลเวียนของออร่าเเห่งจิตวิญญาณเเละโชคชะตาได้อย่างชัดเจน
ที่บริเวณทางเข้าดินใต้ดิน ไป่ฉี และคนอื่น ๆ ก็รู้สึกได้เช่นกันเเละพวกเขาก็ตกใจ พวกเขารีบมองเข้าไปข้างใน
เหล่าผู้นำและผู้นำนิกายรู้สึกว่าบางสิ่งกำลังเกิดขึ้นและพวกเขาพยายามที่จะทำให้การปิดผนึกให้เสร็จสิ้นโดยเร็วที่สุด อย่างไรก็ตามท้องฟ้าเริ่มที่จะจางลง เเละความมืดก็กลับเข้ามาอีกครั้ง บรรดาผู้นำและผู้นำนิกายต่างก็รู้สึกตกใจอย่างมากเมื่อพบว่าการปิดผนึกของพวกเขาล้มเหลว
ดวงตาสีเลือดขนาดใหญ่เต็มไปด้วยความเย็นชาเเละชั่วร้าย ค่อยๆเปิดออกบนท้องฟ้า
ทันใดนั้นรอยร้าวปรากฏขึ้นบนท้องฟ้าในขณะที่พลังอำนาจอันสูงส่งสาดเทลงมา ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตามไม่ว่าจะเป็น ผู้สืบทอด ผู้อาวุโสหรือ เจ้าเมือง ทุกคนรู้สึกว่าร่างกายของพวกเขาจมลงราวกับว่ามีเพชรฆาตมาจับที่หัวใจของพวกเขา พวกเขารู้สึกเสี่ยวที่สันหลังของพวกเขาและขาของพวกเขาก็อ่อนเเรง – นี่คือสัญชาตญาณความกลัว
ดวงตาสีเลือดแดงจ้องมองมาอย่างเย็นชาเเละไม่เหลือความเป็นมนุษย์เลย พวกมันเต็มไปด้วยแสงสีแดงเลือดปีศาจที่เต็มไปด้วยความชั่วร้ายที่ไร้ขอบเขต
ดวงตาเหล่านี้ปรากฏอยู่เหนือ ดวงดาวจักรพรรดิเเห่งความสับสน เเละระหว่างดวงตาขนาดยักษ์มีดวงดาวจักรพรรดิเเห่งความสับสนอยู่ซึ่งเมื่อเทียบกับดวงตาเเล้ว ดวงดาวจักรพรรดิเเห่งความสับสนดูเล็กลงไปเลย
ดวงตาสีเเดงเลือดคู่นี้สร้างความตกใจให้กับทุกคน เเละดวงตานี้ก็มองไปยังสิ่งมีชีวิตทุกชนิด ที่ด้านล่างทุกคนรู้สึกเย็นไปถึงขั้วหัวใจ
ราวกับมีคลื่นกระเเทกไปที่หัวใจของทุกคนทำให้ทุกคนไม่กล้าที่จะมองไปยังดวงตาคู่นี้ นี่เป็นเพราะพวกเขารู้สึกถึงพลังกฎแห่งสวรรค์ซึ่งเป็นแหล่งพลังงานของโลกนี้
พวกเขาล้มเหลวในการต่อต้านฟ้าสวรรค์และเปลี่ยนชะตากรรม พวกเขาไม่เคยคิดว่าการปิดผนึกนี้จะถูกขัดขวางโดยกฎหมายของสวรรค์ในตอนท้าย ดูเหมือนว่าการต่อต้านที่ฟ้าสวรรค์จะไม่ได้ง่ายขนาดนั้นทำให้ผู้นำเเละผู้นำนิกายต่างๆต่างรู้สึกขมขื่น
ดวงตาสีแดงเลือดเนื้อมองไปที่สรรพาวุธคู่บ้านคู่เมือง
ภาพของสรรพาวุธคู่บ้านคู่เมืองล่มสลายเเละผู้สืบทอดทั้ง9ต่างก็รู้สึกถึงพลังที่ยิ่งใหญ่กำลังถาโถมใส่พวกเขา พวกเขาถูกพลังผลักกระเด็นไปเเละไอออกมาเป็นเลือด กระดูกตามร่างกายของพวกเขาก็หักลงทันที พวกเขานอนอยู่กับพื้นเเละบาดเจ็บสาหัส
ดวงตาสีเเดงได้มองไปที่ ดวงดาวจักรพรรดิเเห่งความสับสน ด้วยสายตาอันน่าสะพรึงกลัว