- หน้าแรก
- The Lord's Empire
- บทที่ 298 จักรพรรดิได้ล่วงหล่นลงสู่เส้นทางแห่งปีศาจ
บทที่ 298 จักรพรรดิได้ล่วงหล่นลงสู่เส้นทางแห่งปีศาจ
บทที่ 298 จักรพรรดิได้ล่วงหล่นลงสู่เส้นทางแห่งปีศาจ
บทที่ 298 จักรพรรดิได้ล่วงหล่นลงสู่เส้นทางแห่งปีศาจ
นอกเขตใต้ดิน ไป่ฉีและแม่ทัพคนอื่นๆเฝ้ารออย่างกระวนกระวาย แต่พวกเขาก็ได้ยินเสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดของจ้าวฝูดังออกมาอย่างฉับพลัน พวกเขาต้องการที่จะเข้าไปในทันที แต่ก็ถูกหยุดไว้โดยภูตผีแห่งการเข่นฆ่าและอสูรนภาที่กล่าวว่า "เจ้าของบอกว่าห้ามใครเข้าไป!"
เมื่อพวกเขาได้ยินว่านี่เป็นคำสั่งจากจ้าวฝู ไป่ฉีและคนอื่นๆก็ทำได้เพียงแค่หยุดและกระวนกระวายอยู่ข้างนอกเท่านั้น
"อ๊ากกกกก!!" จ้าวฝูเอนหัวไปด้านหลังและกรีดร้องออกมาอีกครั้ง จากนั้นก็บิดไปมาด้วยความเจ็บปวดอย่างต่อเนื่อง ผิวของเขาดูราวกับถูกปอกเปลือกออก เนื้อและอวัยวะภายในของเขาเริ่มหลอมละลายภายใต้อำนาจแห่งเปลวเพลิง และกระดูกของเขาก็เริ่มแตก ในตอนนี้ เสียงของจ้าวฝูเริ่มแหบพร่า และเขาก็อ่อนแรงลงอย่างช้าๆในขณะที่เลือดของเขาสาดกระเซ็นไปบนแท่นบูชา
แสงสีเทาแดงได้ปกคลุมแท่นบูชา และกลิ่นอายสีดำที่ชั่วร้ายเป็นอย่างยิ่งได้กระเพื่อมออกมา เสียดแทงเข้าสู่หัวใจของผู้คนที่กำลังเฝ้ารออยู่ที่ทางเข้า
บนพื้นดิน หลังจากเทพเจ้าเคอร์ตาย สัญญาณผิดปกติก็หายไป และสภาพอากาศก็กลับคืนสู่สภาวะปกติ ทำให้ผู้คนเป็นจำนวนมากถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก
อย่างไรก็ตาม ณ เมืองต้าฉิน สรรพาวุธคู่บ้านคู่เมืองและราชลัญจกรต่างเริ่มสั่นสะท้าน และดูไม่สงบเอาซะเลย ในเวลาเดียวกัน ร่องรอยของออร่าสีแดงโลหิตและสีดำก็ได้พวยพุ่งขึ้นมาจากพื้นในเมืองต้าฉิน และนำพากลิ่นอายแห่งการทำลายล้างมากับพวกมันด้วย
เหอเซียนหลูที่กำลังฝึกฮั่วฉิงอยู่รู้สึกถึงบางสิ่งบางอย่างในทันใด และสีหน้าของเธอก็เริ่มตกตะลึงในขณะที่เธอก้มหน้าลงและเห็นร่องรอยของออร่าสีแดงโลหิตและสีดำที่กำลังพุ่งออกมาจากเธอ
เหอเซียนหลูพุ่งออกไปข้างนอกในทันทีและมองขึ้นไปบนฟ้า มีดวงสีม่วงดวงใหญ่ดวงหนึ่งกำลังลอยลงมาอย่างช้าๆ และในขณะที่มันเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ มันก็ดูเหมือนว่าจะมีภัยพิบัติกำลังจะตกลงมา ความรู้สึกแห่งความกดดัน ความอึดอัด และอันตรายเริ่มเพิ่มมากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ
ณ สำนักต่างๆ
ทุกๆคนจากร้อยสำนักแห่งความคิดที่เข้าใจเกี่ยวกับทุกๆสิ่งที่เกี่ยวข้องกับโชคชะตาสามารถตรวจพบการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ได้ และม่านตาของพวกเขาก็หดตัวลงในขณะที่พวกเขามองไปยังดวงดาวสีม่วง
ณ ส่วนอื่นของโลก โหรและแม่มดเองก็ตรวจพบระลอกอันน่าสะพรึงกลัวเหล่านี้
ผู้สืบทอดมรดกของประเทศต่างๆกำลังทำธุระของตนอยู่ - บ้างก็ปรึกษาหารือ บ้างก็นำกองกำลังเข้าต่อสู้ บ้างก็กำลังดูแลเรื่องการบริหาร
ทันใดนั้นเอง การเคลื่อนไหวของพวกเขาทั้งหมดก็หยุดลงเพราะพวกเขารู้สึกได้ว่าโชคชะตามังกรของพวกเขาระส่ำระสายเป็นอย่างยิ่ง หลังจากนั้นพวกเขาจึงสังเกตเห็นดวงดาวสีม่วงบนท้องฟ้า และพวกเขาต่างพากันขมวดคิ้วออกมา
ลอร์ดแห่งนครต่างๆพากันรู้สึกถึงบางสิ่งและเดินออกมาข้างนอก และรู้สึกระส่ำระสายลึกๆเมื่อพวกเขาเห็นดวงดาวสีม่วง
สัตว์ประหลาดระดับสูงในส่วนลึกของแต่ละภูมิภาคต่างก็อยู่ในที่พำนักของมันด้วยความหวาดกลัว และมองไปยังดวงดาวสีม่วง
ภายในป่าแห่งความสยดสยอง ลอร์ดทั้งสามยืนอยู่ในอากาศและมองไปยังดวงดาวสีม่วงด้วยความตกใจ ภายใต้กลิ่นอายแห่งการทำลายล้างอันยิ่งใหญ่ที่มันแผ่ออกมา ร่างกายของพวกเขาสั่นสะท้าน และพวกเขาก็รู้สึกราวกับว่าพวกเขาเป็นเม็ดทรายที่อยู่ตรงหน้าสึนามิยักษ์
ลอร์ดทั้งสามมองหน้ากันก่อนที่จะกลับไปยังนครหลักของพวกเขา และไม่กล้ารั้งอยู่อีกต่อไป
สิ่งมีชีวิตทั้งหมดภายในป่าแห่งความสยดสยองต่างทำปฏิกิริยาราวกับว่ามีแผ่นดินไหวอยู่ใกล้ๆ และพวกมันได้เริ่มหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว
เมื่อเวลาผ่านไป คนธรรมดาที่อยู่ในเขตกันดารบางคนก็เริ่มรู้สึกแน่นหน้าอก และพวกเขาก็ได้มองไปดวงดาวสีม่วง
ในโลกแห่งความเป็นจริง ดวงดาวสีม่วงดวงใหญ่ได้ปรากฏขึ้นมาในระหว่างวันด้วย หลายๆคนได้เห็นดวงดาวจักรพรรดิเมอร์เทิลมาเมื่อครั้งล่าสุด ในเวลานั้น พวกเขาแค่มองมันด้วยความสงสัยก่อนจะเบือนหน้าหนี
อย่างไรก็ตาม กลิ่นอายทำลายล้างที่ดวงดาวสีม่วงแผ่ออกมาใลกจุติสวรรค์ก็ปรากฏขึ้นในโลกแห่งความเป็นจริงด้วย เมื่อแรงกดดันนี้ตกลงบนร่างกายของผู้คน พวกเขาก็พบว่ามันยากที่จะหายใจขึ้นเรื่อยๆ ทำให้พวกเขารู้สึกไม่สบายใจ
ผู้อาวุโสของตระกูลต่างๆพากันออกมาข้างนอกและเงยหน้าขึ้นมองดวงดาวสีม่วงอย่างจริงจัง
ผู้อาวุโสจากตระกูลเก่าแก่จำนวนนับไม่ถ้วนขมวดคิ้วในขณะที่พวกเขามองขึ้นไปยังดวงดาว และเงียบไป
ในเวลานั้นเอง สาวน้อยหน้าตาน่ารักคนหนึ่งก็เดินเข้ามาหาชายชราคนหนึ่งและเงยหน้าขึ้นมองดวงดาวในขณะที่เธอถามด้วยความสงสัย "ท่านปู่ ดวงดาวจักรพรรดิเมอร์เทิลดวงนี้แปลกจัง! หนูรู้สึกกลัวเมื่อหนูมองมัน"
ชายชราก้มหน้าลงอย่างจริงจังและลูบหัวเด็กน้อยในขณะที่เขาพูดด้วยเสียงต่ำ "นี่ไม่ใช่ดวงดาวจักรพรรดิเมอร์เทิลอีกแล้ว ดาวสีม่วงดวงนั้นได้สูญเสียเกียรติของมันไปแล้ว"
"โอ้!" เด็กสาวตัวน้อยตอบก่อนที่จะถาม "งั้นดวงดาวนี้คืออะไร?"
ในขณะที่ชายชรากำลังจะตอบ เขาก็พบว่าท้องฟ้าได้มืดลงเรื่อยๆ และความรู้สึกกดดันได้ทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น การแสดงออกของชายชราเปลี่ยนไป และเขาได้ลูบหัวเด็กน้อยพร้อมกับกล่าวว่า "รีบกลับเข้าไป!"
เด็กน้อยเบ้ปาก มองดูไม่เต็มใจในขณะที่เธอเดินกลับเข้าไปในบ้าน
ในไม่ช้า ท้องฟ้าก็มืดสนิททั้งในโลกจุติสวรรค์และโลกแห่งความเป็นจริง พระจันทร์และดวงดาวไม่ได้ส่องแสงอีก มีเพียงแค่ดวงดาวสีม่วงดวงใหญ่เท่านั้นที่เปล่งแสงสีม่วงเจิดจ้า ในการตอบสนอง โลกพลันเงียบงัน
"อ๊ากกกกก!!"ภายในเขตใต้ดิน ม่านตาของจ้าวฝูเบิกกว้างขึ้นในขณะที่เขากรีดร้องออกมาอีกครั้ง และจิตวิญญาณของเขาก็ดูเหมือนจะถูกบีบให้บิดเบี้ยวและแตกออกเป็นเสี่ยงๆ
ตู้ม!!!
การระเบิดครั้งใหญ่แผ่ซ่านไปทั่วทั้งเขตใต้ดินในขณะที่เสาแสงสีแดงโลหิตได้ระเบิดออกมาจากร่างกายของจ้าวฝู ทะลวงขึ้นสู่พื้นดินและทะยานขึ้นสู่ดวงดาวสีม่วง
ตู้ม!!!
เสียงระเบิดดังกึกก้องออกมาอีกครั้งในขณะที่เสาแสงสีแดงโลหิตได้เชื่อมต่อกับดวงดาวสีม่วง จากระยะไกล มันดูราวกับว่าเสาสีแดงโลหิตนี้ได้เชื่อมต่อกับฟ้าดิน ก้อนเมฆเริ่มรวมตัวกัน และสายลมเริ่มโบกพัด ในขณะที่ดวงดาวสีม่วงแผ่ขยายคลื่นแสงสีม่วงออกมา
แคว๊ก!!
ท้องฟ้าดูเหมือนจะระเบิดออกมาในขณะที่เส้นสายฟ้าสีแดงโลหิตจำนวนนับไม่ถ้วนผ่าลงมาที่พื้นดินอย่างฉับพลัน ก่อให้เกิดหลุมมากมายบนพื้น
พื้นดินเริ่มสั่นไหวในขณะที่สายลมโหยหวน แม้แต่จากระยะไกล ผู้คนก็สามารถได้ยินเสียงสายลมโหยหวนและการระเบิดที่ดูเหมือนจะเป็นสัญญาณแห่งจุดจุบของโลก
ท้องฟ้ามืดดับ สายฟ้า พื้นดินสั่นไหว และสายลมอันรุนแรงส่งผลให้ผู้คนจำนวนนับไม่ถ้วนกรีดร้องออกมาด้วยความหวาดกลัว และมันดูราวกับว่าวันสิ้นโลกกำลังจะมาถึง
บนท้องฟ้า ดวงดาวสีม่วงเริ่มเปลี่ยนแปลง
ในเวลานั้นผู้สืบทอดมรดกต่างๆ และผู้คนอีกนับไม่ถ้วนก็เริ่มสั่นในขณะที่พวกเขามองไปยังดวงดาวสีม่วง พวกเขาพบว่าแสงสีม่วงที่มันแผ่ออกมาเริ่มหายไป และกลายเป็นแสงสีแดงโลหิตอันชั่วร้าย
ในไม่ช้า ดวงดาวก็เริ่มกลายเป็นสีแดงโลหิต และค่อยๆเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
ในที่สุด ดวงดาวสีแดงโลหิตที่ดูชั่วร้ายซึ่งแผ่จิตสังหารและความชั่วร้ายอันไร้ก้นบึ้งก็ได้ปรากฏขึ้น
ผู้สืบทอดมรดกจำนวนนับไม่ถ้วนยืนนิ่งในขณะที่พวกเขาจ้องมองไปยังดวงดาวสีแดงโลหิต ร่องรอยแห่งโลหิตรินไหลออกมาจากริมฝีปากของพวกเขาในขณะที่ร่างกายของพวกเขาได้รับผลจากโชคชะตาที่ปั่นป่วนอีกครั้ง
เหล่าคนที่เข้าใจในโชคชะตาได้รับบาดเจ็บจากดวงตาของพวกเขาด้วยแสงสีแดงโลหิตอันชั่วร้าย และเลือดสองสายได้ไหลออกมาจากดวงตาของพวกเขาในขณะที่ร่างกายของพวกเขาสั่นสะท้าน และพวกเขาได้ตะโกนออกมา "จักรพรรดิได้ล่วงหล่นลงสู่เส้นทางแห่งปีศาจ โลกได้ตกลงสู่ความโกลาหลและการทำลายล้าง!"