เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 291 เขตแดนเทพเจ้า

บทที่ 291 เขตแดนเทพเจ้า

บทที่ 291 เขตแดนเทพเจ้า


บทที่ 291 เขตแดนเทพเจ้า

รูปปั้นทั้งสิบสองของค่ายกลแม่ทัพหยินสะกดภูติผีเองก็ถูกวางไว้โดยมีระยะห่าง 5,000 เมตรจากแท่นบูชาสีแดงโลหิต และก่อตัวขึ้นเป็นค่ายกลไร้รูปร่างร่างขนาดใหญ่ยักษ์

ถึงแม้ว่าค่ายกลนี้จะช่วยข่มเหล่าภูตผีไว้ แต่มันก็ยังส่งผลต่อสิ่งมีชีวิตที่ชั่วร้าย แม้ว่าผลของมันจะลดประสิทธิภาพลงก็ตาม

จากนั้นจ้าวฝูได้เอาแผ่นศิลาออกมาสี่แผ่น ซึ่งมีมังกรคราม เต่าทมิฬ หงส์แดง และพยัคฆ์ขาวถูกสลักไว้อยู่ พวกมันก่อตัวขึ้นเป็นค่ายกลผนึกสี่มุมซึ่งเขาได้ซื้อมาจากเทศกาลภูตผี และเขาได้จัดเรียงไว้ในสี่ทิศทางที่แตกต่างกันก่อนที่จะตั้งค่ายกลจักรพรรดิตะวันสาดแสงอมตะไว้ด้วย

สุดท้าย จ้าวฝูได้มอบขวดยาต้านทานปีศาจให้กับทหารทุกคนของเขา ยานี้ทำให้พวกเขามีความต้านทานต่อการโจมตีของปีศาจ และมันยังช่วยเพิ่มความเสียหายให้กับปีศาจด้วย

หลังจากเตรียมการเหล่านี้แล้ว จ้าวฝูก็มองไปที่ทหารรอบๆกาย ทหารทุกคนรู้ว่าเขาจะทำอะไร และพวกเขาก็มีสีหน้าอันจริงจังและแผ่จิตสังหารที่เข้มข้นออกมา

"ทุกคนพร้อมหรือยัง?" จ้าวฝูถาม

ทหารทั้ง 50,000 คนตอบโดยพร้อมเพรียงกัน "ขอรับ!"

เสียงดังอื้ออึงไปหมด

"เตรียมค่ายกล!" ไป่ฉี เว่ยเลี่ยว และหวังเจี้ยนตะโกนออกมา และทหารทั้ง 50,000 คนก็เริ่มเคลื่อนไหว ฝีเท้าของพวกเขาขยับโดยพร้อมเพรียงกันในขณะที่พวกเขาแยกตัวออกเป็นสามกลุ่มที่เฝ้าระวังในทิศตะวันออก ทิศใต้ และทิศตะวันตก

ด้านทิศเหนือได้รับการเฝ้าระวังโดยจ้าวฝู ทีมสำรวจสองทีม และบาริสต้าอีก 1,000 อัน นอกจากนี้ยังมีเดซี่และผู้ใช้สกิลแสงศักดิ์สิทธิ์คนอื่นอีกด้วย

หลังจากทั้งหมดเตรียมการเสร็จเรียบร้อยแล้ว จ้าวฝูและผู้อาวุโสโล๊คก็ได้เดินขึ้นไปยังแท่นบูชาสีแดงโลหิต และจ้าวฝูก็ได้กล่าวอย่างจริงจังว่า "มาเริ่มกันเถอะ!"

ผู้อาวุโสโล๊คปฏิบัติตาม และยกไม้เท้าของเขาขึ้น จากนั้นก็เริ่มร่ายคาถา การสวดนี้ทั้งรู้สึกมืดมน แปลกประหลาด และอึดอัด และในขณะที่ผู้อาวุโสโล๊คร่ายมันซ้ำอีก กลิ่นอายชั่วร้ายก็เริ่มออกมาจากแท่นบูชา

สัตว์ป่าและมนุษย์ที่ถูกผูกไว้เริ่มร้องไห้ออกมาด้วยความหวาดกลัวในขณะที่ออร่าสีแดงโลหิตพวยพุ่งออกมาจากร่างกายของพวกมันและรวมตัวกันบนอากาศเหนือแท่นบูชา ในไม่ช้า ร่างกายของสัตว์ป่าและผู้คนก็เริ่มแห้งเหี่ยวไปในอัตราที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า

ในขณะที่ออร่าสีแดงโลหิตจำนวนนับไม่ถ้วนได้มารวมตัวกันเหนือแท่นบูชา ผู้อาวุโสโล๊คก็จบการร่ายคาถาและตะโกนออกมา "เทพเจ้าเคอร์ผู้ยิ่งใหญ่ ข้าขออัญเชิญท่านลงมาด้วยสิ่งมีชีวิตเครื่องเซ่นสังเวยหลายพันตัว!"

หลังจากเสร็จสิ้นการสวด ผู้อาวุโล๊คได้ยกไม้เท้าขึ้นและกระแทกมันลงไปที่แท่นบูชา ในทันใดนั้นเอง ออร่าสีแดงโลหิตเหนือแท่นบูชาก็เริ่มหมุนวน และก่อตัวขึ้นเป็นวังวนสีแดงโลหิตและก่อให้เกิดลมพายุอันบ้าคลั่ง

"อ๊ากกกก!!!" รอบๆ แท่นบูชา สัตว์ป่าและมนุษย์ต่างกรีดร้องออกมาเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่จะกลายเป็นซากศพแห้ง ดูน่ากลัวมาก

ตู้ม!!!

เสียงระเบิดดังออกมาราวกับว่าตัวมิติได้ถูกฉีกออก ในขณะที่รอยแยกขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นตรงกลางระหว่างวังวนสีโลหิต ออร่าสีดำเริ่มไหล่บ่าออกมาจากรอยแยก ซึ่งเต็มไปด้วยความมืดและความชั่วร้าย

ดาบอสูรนภาที่เองของหลิงเฉินก็สามารถรู้สึกถึงกลิ่นอายนี้ได้ และมันก็อดที่จะตื่นเต้นไม่ได้ ส่งผลให้ตัวดาบสั่นสะท้าน

ร่างที่แผ่กลิ่นอายอันน่าตกตะลึงได้ปรากฏตัวขึ้น มันดูเหมือนกับอิมฟ์และสูง 1.3 เมตร มันมีเขาสั้นๆ อยู่บนหัวของมัน 3 เขา และดวงตาของมันก็เป็นสีดำสนิท นอกจากนี้ยังมีปีกเล็กๆคู่หนึ่งอยู่บนหลังของมันด้วย

นี่คือเทพเจ้าเคอร์ และมันก็เป็นเวลานานแล้วนับตั้งแต่ที่จ้าวฝูได้เห็นมัน เพียงแต่ว่าร่างกายของมันที่เขาเห็นในตอนนี้กลับดูเป็นของจริง แทนที่จะเป็นภาพเสมือนจริงเหมือนเมื่อก่อน

"ข้ารับใช้อันต่ำต้อยของเรา เจ้าอัญเชิญเรามาเพื่ออะไร?" เทพเจ้าเคอร์พอใจกับการสังเวยของผู้อาวุโสโล๊คมาก ดังนั้นมันจึงส่งร่างแยกออกมาอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม สำหรับจิตวิญญาณเทพเจ้า การสร้างร่างแยกนับพันร่างก็ง่ายดายมาก

จ้าวฝูโยนขวดใบหนึ่งให้กับผู้อาวุโสโล๊ค และเขาได้ใช้มันอย่างรวดเร็วโดยไม่สนใจเทพเจ้าเคอร์ สิ่งนี้ได้ทำให้อารมณ์อันพึงพอใจของเทพเจ้าเคอร์ขุ่นมัวในทันที

ในเวลานั้นเอง จ้าวฝูได้หันไปมองเทพเจ้าเคอร์ด้วยสีหน้าอันเยือกเย็น เขาโบกมือของเขา และเปิดใช้งานค่ายกลทั้งหมด ปราการหกไม้สัมบูรณ์ปลดปล่อยเสาแสงที่พุ่งขึ้นสู่อากาศจนมันปะทะเข้ากับเพดาน และแสงสีขาวก็เริ่มแผ่ออกมา ส่งผลให้มิติโดยรอบถูกปิดกั้นไว้

เทพเจ้าเคอร์รู้สึกได้ในทันทีว่ามีพลังจำนวนมากกำลังสกัดกั้นมันไว้อยู่!

มันมองไปที่จ้าวฝูและผู้อาวุโสโล๊คด้วยดวงตาสีดำสนิทและรู้สึกได้ในทันใดว่ามันถูกหลอก สายตาของมันแปรเปลี่ยนเป็นเย็นชาในขณะที่มันตะโกนออกมา "เจ้าสิ่งมีชีวิตต่ำต้อย!"

เทพเจ้าเคอร์เหยียดมือที่แหลมคมของมันออกมาและชี้ไปที่จ้าวฝูกับผู้อาวุโสโล๊คในขณะที่พลังงานไร้รูปร่างได้กระจายออกมา

อย่างไรก็ตาม จ้าวฝูและผู้อาวุโสโล๊คก็ไม่เป็นอะไรเลย และพวกเขาก็ไม่ได้ระเบิดออกมาเหมือนอย่างที่เทพเจ้าเคอร์คิดไว้ สิ่งนี้ทำให้บรรยากาศอึดอัดมาก

จ้าวฝูคาดการณ์ไว้นานแล้วว่าเทพเจ้าเคอร์สามารถใช้ความเป็นจริงที่ว่าอาชีพของเขาและผู้อาวุโสโล๊คถูกมอบให้โดยเทพเจ้าเคอร์เพื่อสังหารพวกเขาอย่างง่ายดาย ดังนั้นพวกเขาจึงกำจัดอาชีพนั้นออกไป การเปลี่ยนอาชีพทำได้ง่ายมาก แต่พลังแห่งปีศาจ ซึ่งเป็นพลังที่ถูกมอบให้โดยเทพเจ้าเคอร์นั้นไม่ง่ายเลยที่จะกำจัดออกไป

ณ 'สุดยอดงานประมูล' จ้าวฝูได้ซื้อขวดของเหลวมาอันหนึ่ง ซึ่งก็คือน้ำยาลบล้างอาชีพ มันจะลบค่าสถานะ ทักษะ และคุณสมบัติของอาชีพผู้ใช้ไปอย่างสมบูรณ์

คนส่วนใหญ่หวังที่จะมีอาชีพมากๆ ดังนั้นมันจึงเป็นเรื่องผิดธรรมดาที่พวกเขาจะลบล้างอาชีพและผลประโยชน์ทั้งหมดของมันออกไป ดังนั้น น้ำยาลบล้างอาชีพจึงหายากมาก และจ้าวฝูก็พบมันในงานประมูลครั้งล่าสุด

แม้ว่าพวกเขาจะกำจัดอาชีพนักบวชปีศาจออกไปทั้งหมด แต่พวกเขาก็ยังมีร่องรอยพลังงานของเทพเจ้าเคอร์อยู่ภายในร่าง นั่นคือเหตุผลว่าทำไมเทพเจ้าเคอร์จึงคิดว่าจ้าวฝูและผู้อาวุโสโล๊คคือนักบวชปีศาจ และเทพเจ้าเคอร์ก็ต้องการใช้พลังของปีศาจภายในร่างของพวกเขาเพื่อสังหารพวกเขา ส่งผลให้เกิดฉากอันน่าอึดอัดนี้ขึ้นมา

เทพเจ้าเคอร์โกรธมากจนใบหน้าของมันบิดเบี้ยวในขณะที่มันตะโกนออกมา "เจ้ามนุษย์ต่ำต้อย เจ้าทำให้เทพเจ้าเคอร์ผู้ยิ่งใหญ่โกรธ เจ้าต้องตายเดี๋ยวนี้!!"

เทพเจ้าเคอร์บินขึ้นไปในอากาศและเหยีดยมือของมันออกมา จากนั้นก็ปลดปล่อยลูกไฟสีแดงโลหิตที่มีความใหญ่พอๆกับผลแตงโม มันมีลูกไฟอยู่หลายร้อยลูก และพวกมันทุกลูกต่างแผ่คลื่นความร้อนอันเข้มข้นออกมา ทำให้ท้องฟ้าดูเหมือนจะลุกไหม้และอุณหภูมิในบริเวณนี้ได้เพิ่มขึ้นกว่า 10 องศา

"ยิงลูกศร!" ในขณะที่เทพเจ้าเคอร์กำลังจะเริ่มโจมตี ไป่ฉีและคนอื่นๆก็ชิงโจมตีก่อน ลูกศรที่มียันต์บดขยี้ภูตผีติดอยู่ได้ถูกยิงออกไป

มันเป็นไปไม่ได้ที่จะบอกว่ามีลูกศรอยู่มากแค่ไหน และพวกมันได้บรรจุไว้ซึ่งพลังอันมหาศาลในขณะที่พวกมันพุ่งเข้าหาเทพเจ้าเคอร์

เทพเจ้าเคอร์ยิ้มออกมาในขณะที่โดมสีแดงโลหิตได้แผ่ขยายออกมาจากที่ที่มันอยู่ และปกคลุมพื้นที่ 100 เมตรรอบตัวมัน

ปัง ปัง ปัง...

ลูกศรจำนวนนับไม่ถ้วนที่โจมตีโดนโดมสีแดงโลหิตถูกกระแทกกลับไป ส่งผลให้เกิดห่าฝนของลูกศรที่หักพัง


The Lord's Empire - นิยายแปล

จบบทที่ บทที่ 291 เขตแดนเทพเจ้า

คัดลอกลิงก์แล้ว