- หน้าแรก
- The Lord's Empire
- บทที่ 289 หน้ากากโลหิตเวิ้งว้าง
บทที่ 289 หน้ากากโลหิตเวิ้งว้าง
บทที่ 289 หน้ากากโลหิตเวิ้งว้าง
บทที่ 289 หน้ากากโลหิตเวิ้งว้าง
จากสองคนนี้ คนหนึ่งคือเจ้าของเสียงที่หยาบกร้าน ในขณะที่อีกคนคือลอร์ดแห่งนครวิลโลว์คราม เพราะนี่คือดินแดนของนครวิลโลว์คราม เมื่อลอร์ดแห่งนครวิลโลว์ครามตะโกนราคา 85 ล้านเหรียญเงินออกมา เจ้าของเสียงอันหยาบกร้านจึงยอมแพ้ไป
"มีใครที่ต้องการเสนอราคาอีกไหม?" ชายชราถามออกมาอีกครั้งในขณะที่เขามองไปรอบๆ
สายตาของทุกคนจดจ้องไปยังห้องส่วนตัวอีกครั้ง
"86 ล้านเหรียญเงิน!" เสียงอันเงียบสงบดังออกมาจากห้องส่วนตัว สร้างความตกตะลึงให้กับทุกๆคน - ตัวตนผู้นี้ช่างร่ำรวยยิ่งนัก!
จ้าวฝูมีเงินพอที่จะจ่ายมัน แม้ว่ากิจการต่างๆของเขาในแต่ละภูมิภาคจะมีรายได้น้อยกว่าในตอนเริ่มต้น แต่ในแต่ละภูมิภาคก็ยังทำเงินได้ถึง 4,000 เหรียญทองต่อวัน และด้วยภูมิภาคทั้ง 31 แห่ง นั่นก็เป็นเงินกว่า 120,000 เหรียญทองต่อวัน
เงิน 1 เหรียญทองมีค่าเท่ากับ 100 เหรียญเงิน ซึ่งหมายความว่าเขามีรายได้ 12 ล้านเหรียญเงินต่อวัน ด้วยเงินที่เขาเก็บสำรองไว้ จ้าวฝูจึงมีเงินพอที่จะซื้อสรรพาวุธคู่บ้านคู่เมือง
เมื่อลอร์ดแห่งนครวิลโลว์ครามได้ยินการเสนอราคาของจ้าวฝู เขาก็ตกใจมากและตัดสินใจที่จะเทหมดหน้าตัก "90 ล้านเหรียญเงิน!"
เมื่อเขาเสนอราคานี้ออกไป ทุกคนก็ดูตกตะลึงมาก - เงิน 90 ล้านเหรียญเงินมีค่าเท่ากับ 9 หมื่นล้านเหรียญในโลกแห่งความเป็นจริง และทุกๆคนก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจด้วยความประหลาดใจ เงินจำนวนนี้สามารถผลาญไปได้ทั้งชีวิตเลย
"91 ล้านเหรียญเงิน!" อย่างไรก็ตาม เสียงที่เงียบสงบก็ดังออกมาอีกครั้งอย่างไร้ซึ่งอารมณ์
เมื่อได้ยินเสียงนี้ ลอร์ดแห่งนครวิลโลว์ครามก็ทำได้เพียงแค่ถอนหายใจและยอมแพ้ เงิน 90 ล้านเหรียญเงินก็คือเงินทั้งหมดที่เขามีแล้ว และมันก็ดูเหมือนว่ามันเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะได้รับชิ้นส่วนสรรพาวุธคู่บ้านคู่เมืองนี้ไป
ในท้ายที่สุด ชิ้นส่วนสรรพาวุธคู่บ้านคู่เมืองอันนี้ก็ตกเป็นของจ้าวฝู
หลังจากจบงานประมูล ผู้คนจำนวนนับไม่ถ้วนได้หลั่งไหลออกมาจากโถงประมูลด้วยสีหน้าที่ตื่นเต้น ในขณะที่จ้าวฝูเดินทางไปที่ด้านหลัง จ่ายเงิน และรับทุกสิ่งที่เขาชนะการประมูลมา
คนที่คอยต้อนรับเขาอยู่คือพิธีกรชรา เขาขอโทษกับสิ่งที่เขาได้กล่าวกับจ้าวฝูไปเมื่อก่อนหน้านี้ และมอบเหรียญตราทองคำม่วงให้กับจ้าวฝู ด้วยเหรียญตรานี้ เขาจะได้รับการปฏิบัติในระดับเดียวกับผู้ทรงเกียรติภายในโถงประมูลแห่งนี้
จ้าวฝูยอมรับเหรียญตราไว้และรู้สึกว่าเขาไม่สามารถอยู่ที่นี่ได้นานนัก ดังนั้นเขาจึงกลับไปยังเมืองต้าฉินในทันที
มันเป็นเรื่องที่อันตรายมากจริงๆ - ลอร์ดผมขาวผู้ขุ่นมัวต้องการที่จะร่วมมือกับลอร์ดคนอื่นๆเพื่อสังหารจ้าวฝู ถึงอย่างไรก็ตาม สิ่งที่จ้าวฝูได้ไปก็ต่างเป็นของดีทั้งนั้นและทำให้ผู้คนทั้งหลายเกิดความโลภขึ้นมาได้
อย่างไรก็ตาม ลอร์ดส่วนใหญ่ก็พากันปฏิเสธ - มันไม่ใช่ว่าพวกเขาไม่ต้องการของที่จ้าวฝูมี แต่เป็นเพราะพวกเขาต้องคิดถึงอีกหลายๆสิ่ง
ประการแรก พวกเขายืนยันได้แล้วว่าจ้าวฝูเป็นผู้เล่นและกลิ่นอายที่เขาแผ่ออกมานั้นก็มาจากยุทธภัณฑ์ประจำตระกูล สิ่งนั้นทรงพลังเกินไป และพวกเขาก็ไม่มั่นใจ 100% ว่าจะสังหารจ้าวฝูได้ ยิ่งไปกว่านั้น ถ้าพวกเขาสังหารจ้าวฝูได้ เขาก็ไม่ได้ตายจริงๆ และพวกเขาก็ต้องมาหวาดระแวงต่อการแก้แค้นในอนาคตอีก
ด้วยพลังอำนาจที่จ้าวฝูมี ไม่ว่าใครก็คงไม่อาจต้านทานเขาได้ และแม้ว่าข้อเสนอนี้จะน่าดึงดูดมากๆ แต่พวกเขาก็ได้ปฏิเสธไป เมื่อเห็นว่าไม่มีใครเต็มใจที่จะเข้าร่วมกับเขา ลอร์ดผู้นั้นก็ไม่โง่พอที่จะพยายามสังหารจ้าวฝูตามลำพัง
หลังจากที่กลับมายังเมืองต้าฉิน จ้าวฝูก็ได้เตรียมบ้านหลังพิเศษไว้ให้กับไข่ไวเวิร์นสองขาและสั่งให้คนไปหาเคล็ดวิชาลับที่สามารถเร่งความเร็วในการกกไข่ได้
จ้าวฝูยืนอยู่หน้าไข่มังกร กรีดแขนของเขา ส่งผลให้เลือดของเขาหยดลงบนเปลือกไข่ และพึมพำคาถาบางอย่าง หลังจากนั้นเลือดก็ซึมเข้าไปในเปลือกไข่อย่างรวดเร็ว
นี่คือพันธะสัญญาเลือดอย่างง่ายที่ใช้ในการสยบสัตว์อสูรส่วนใหญ่และทำให้พวกมันรู้ว่าเจ้าของเลือดคือนายของพวกมัน
หลังจากนั้นจ้าวฝูก็กลับไปยังห้องของเขาและวางธูปแห่งความฝันไว้ในกล่องไม้เพื่อป้องกันไม่ให้มีกลิ่นเล็ดลอดออกมาจากมัน ก่อนที่จะเก็บมันไว้ในแหวนแห่งราชาของเขา
จากนั้นจ้าวฝูก็นั่งลงบนเก้าอี้ หยิบชิ้นส่วนสรรพาวุธคู่บ้านคู่เมืองออกมา และมองไปที่มันใกล้ๆ
หน้ากากโลหิตเวิ้งว้าง - ชิ้นส่วน: สรรพาวุธคู่บ้านคู่เมืองแห่งอาณาจักรโลหิตเวิ้งว้างบรรพกาล หลังจากที่อาณาจักรโลหิตเวิ้งว้างบรรพกาลล่มสลาย สรรพาวุธคู่บ้านคู่เมืองของมันก็แตกสลายไปด้วย
"อาณาจักรโลหิตเวิ้งว้างบรรพกาล?" หลังจากมองไปที่คำอธิบายของมัน จ้าวฝูก็สั่งให้คนไปรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับอาณาจักรแห่งนี้เพื่อดูว่าพวกเขาจะหาชิ้นส่วนอื่นๆมาได้ยังไง
ถ้าจ้าวฝูสามารถหาชิ้นส่วนทั้งหมดและฟื้นฟูมันขึ้นมาได้ เขาก็จะมีสรรพาวุธคู่บ้านคู่เมืองอีกอัน ไม่ว่าใครก็คงรู้สึกตื่นเต้นเมื่อคิดถึงเรื่องนี้ จ้าวฝูรู้ว่าถึงแม้ว่าเรื่องนี้จะยากมากๆ แต่มันก็ยังมีร่องรอยของความหวังอยู่
หลังจากนั้น จ้าวฝูก็ไปที่ดวงใจแห่งเมืองและมองไปที่แสงสีม่วงที่ดวงใจแห่งเมืองแผ่ออกมา รวมทั้งสิบสองยักษ์โลหะและตราราชลัญจกรที่ลอยอยู่รอบๆดวงใจแห่งเมือง เขาพยายามที่จะวางชิ้นส่วนนี้ไว้ใกล้ๆเพื่อดูว่าจะมีผลอะไรไหม และผลที่ได้ก็มีเพียงแค่ความผิดหวัง
ชิ้นส่วนได้ลอยอยู่รอบๆดวงใจแห่งเมือง แต่โชคชะตาที่ดวงใจแห่งเมืองแผ่ออกมาก็ไม่สามารถเข้าไปในชิ้นส่วนนี้ได้ นี่หมายความว่าจ้าวฝูไม่สามารถใช้มันได้เลย จ้าวฝูไม่ได้เก็บมันไป และเขาได้เลือกที่จะปล่อยมันไว้ข้างดวงใจแห่งเมืองเพื่อลองดูว่าดวงใจแห่งเมืองจะสามารถฟูมฟักมันได้ไหม บางทีมันอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงได้ในอนาคต
หลังจากจัดการกับเรื่องเหล่านี้ จ้าวฝูก็กลับไปยังห้องของเขาและคิดถึงบางสิ่งขึ้นมาได้ในทันใด เขาหยิบกล่องสมบัติประณีตที่เปล่งแสงสีม่วงออกมา
เขาไม่รู้ว่ากล่องสมบัติลึกลับจะมอบอุปกรณ์แบบไหนให้กับเขา แต่เพราะมันรับประกันว่าจะเป็นระดับตำนาน จ้าวฝูจึงตื่นเต้นอยู่เล็กน้อย
จ้าวฝูวางกล่องสมบัติไว้บนโต๊ะและค่อยๆเปิดฝาขึ้น แสงสีม่วงเปล่งประกายออกมา - ความเข้มข้นของสีบ่งบอกถึงคุณภาพของอุปกรณ์ ยิ่งสีเข้มข้นเท่าไร อุปกรณ์ก็ย่อมมีระดับที่ดีขึ้นเท่านั้น ภายในกล่องสมบัติมีแต่ความวุ่นวาย ทำให้มันเป็นไปไม่ได้ที่จะเห็นอะไร
แสงสีม่วงสลับไปมาระหว่างสีม่วงเข้มและม่วงอ่อน และจ้าวฝูก็สามารถเห็นได้ว่าแสงสีม่วงมีสีส้มเจือปนอยู่เป็นบางครั้ง สิ่งนี้ส่งผลให้จ้าวฝูรู้สึกถึงความหวังเป็นอย่างยิ่ง แต่แสงก็กลายเป็นสีม่วงเข้มก่อนที่จะเริ่มสงบ
ไอเท็มชิ้นหนึ่งพุ่งออกมาจากกล่องสมบัติและลอยอยู่ตรงหน้าจ้าวฝู
ไอเท็มชิ้นนี้สร้างความประหลาดใจให้กับจ้าวฝู - มันคือเบ็ดตกปลา คันเบ็ดยาวสองเมตรและดูเหมือนจะทำมาจากกิ่งไม้ที่หนาพอๆกับนิ้วมือ คันเบ็ดนี้ดูธรรมดามาก และกิ่งไม้ก็ดูคล้ายกับกิ่งไม้ทั่วไป
มันมีสายบางๆถูกผูกไว้กับคันเบ็ด ซึ่งน่าจะเป็นสายเบ็ด และดูเหมือนว่ามันจะทำมาจากผ้าลินิน ที่ปลายของคันเบ็ดมีตะขอเล็กๆที่เปล่งแสงสีเงินจางๆออกมา
เกิดอะไรขึ้น? เขาได้รับเบ็ดตกปลาเนี้ยนะ! จ้าวฝูจ้องเขม็งไปที่เบ็ดตกปลาตรงหน้าเขาด้วยความตกตะลึง จากความเข้มของแสง สิ่งนี้น่าจะเป็นอุปกรณ์ระดับตำนานชั้นยอด แต่เบ็ดตกปลาอันนั้นมันกลับไร้ประโยชน์ต่อเขาอย่างสิ้นเชิง - เขาไม่มีเวลาไปตกปลาซะหน่อย!