- หน้าแรก
- The Lord's Empire
- บทที่ 274 สถานะของสงคราม
บทที่ 274 สถานะของสงคราม
บทที่ 274 สถานะของสงคราม
บทที่ 274 สถานะของสงคราม
ทั้งสองพันธมิตรได้กลายเป็นฝ่ายที่แข็งแกร่งที่สุดในเวียดนามเหนือ และแม้แต่ฝ่ายของระบบก็ไม่กล้าที่จะแตะต้อง ในแต่ละฝ่ายก็มีจำนวนมากกว่าห้าแสนคน ทำให้กลายเป็นศูนย์กลางของมหาอำนาจ
แน่นอนว่าสายลมเหนือ ถูกสร้างโดยจ้าวฝู ไม่มีใครคาดคิดเลยว่าทั้งสองพันธมิตรนั้นถูกควบคุมโดย ต้าฉิน
วันต่อมา จ้าวฝูต้องการที่จะนำคนมาซุ่มโจมตีทหารของนครหลักของระบบ แต่เขาก็พบว่าเมืองนั้นได้เข้าสู่สถานะสงคราม ทหารได้ตรวจคนอย่างเข้มงวด ทุกๆคนกลายเป็นผู้ต้องสงสัยและสำหรับใครก็ตามที่ทำตัวน่าสงสัยก็จะคุมตัวออกมา
การป้องกันของนครหลักก็หนาแน่นกว่าเมื่อก่อนมาก ทำให้เป็นการยากต่อจ้าวฝูที่จะทำการอะไรก็ตาม เมื่อนครหลักเริ่มที่จะระมัดระวังตัวแล้ว ถ้าเขาทำอะไรล่ะก็ มันก็จะเป็นหายนะสำหรับจ้าวฝูแทน
จ้าวฝูต้องการที่จะใช้สองฝ่ายใหญ่นี้ในการดำเนินตามแผนของเขา และนี่จะเป็นการสร้างภัยพิบัติครั้งใหญ่ในเวียดนามเหนือ มันอาจจะส่งผลกระทบถึงโลกภายนอก แต่จ้าวฝูก็ไม่ลังเลที่จะทำมัน
อันดับแรก ทั้งสองฝ่ายรวมกันได้ประชากรประมาณหนึ่งล้านคน ในขณะที่ภูมิภาคหนึ่งนั้นมีประชากรขั้นต่ำคือ หกล้านผู้เล่น นี่หมายความว่า ยังมีผู้เล่นอีกจำนวนมากที่ยังไม่ได้เข้าร่วม ดังนั้นเขาจึงต้องหาทางที่จะให้พวกเขาเหล่านั้นเข้าร่วม
จ้าวฝูได้แสดงการเป็นหัวหน้าของสายลมเหนือ ส่งบัตรเชิญเพื่อดำเนินการงานสังสรรค์ครั้งแรกของพันธมิตรทำลายเวียดนาม ฝ่ายที่ได้รับการเชิญก็รู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ และนี่คือสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น
อย่างไรก็ตาม บางคนก็สงสัยว่าคนที่สามารถควบคุมและสร้างฝ่ายที่ใหญ่อย่างสายลมเหนือในเวลาอันสั้นนั้นเป็นใคร
สถานที่พบปะกันคือห้องโถงใหญ่ ห้องโถงใหญ่มีขนาดกว่า500 ตารางเมตรและตกแต่งอย่างสวยงาม
บนพื้นปูด้วยพรมสีแดง และยังมีเก้าอี้ไม้อยู่รอบๆ
ผู้นำของฝ่ายต่างๆก็ได้พาผู้คุ้มกันมาด้วย และงานนี้ดูเหมือนเป็นการพบปะของเหล่าวีรบุรุษ หลายๆคนในงานก็รู้จักกันมาก่อนและได้รับการต้อนรับ จากนั้นก็เดินเข้างานด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
ถึงแม้ว่าระบบฝ่ายได้ให้ความสำคัญกับงานครั้งนี้และได้ส่งคนมาแอบสังเกต
จ้าวฝูไม่ได้แสดงตัวสูงส่งและยิ่งใหญ่ และเขาก็ได้รอในห้องโถงจากตอนเริ่มงาน แน่นอนว่าเขาได้ใส่ผ้าคลุมสีดำเพื่อปกปิดตัวตน
จ้าวฝูได้เห็นผู้นำของฝ่ายต่างๆ ก็รู้สึกประหลาดใจแต่ก็ยังคงยิ้มอยู่ และก็ได้มีคนมาทักทายเขาอย่างสุภาพ จ้าวฝูก็ได้ต้อนรับพวกเขาอย่างสุภาพเช่นกัน
ในที่สุด ผู้นำทั้งสามร้อยแปดสิบเก้าคนก็ได้มาถึงและนั่งอยู่ในห้องโถงเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้มันเริ่มที่จะเสียงดังแล้วเพราะว่าพวกผู้นำก็คุยกับคนอื่นๆ
แปะ! แปะ! แปะ!
ได้มีเสียงแปะดังออกมาสองสามครั้ง และดูเหมือนว่าจะกลิ่นอายพลังที่ยิ่งใหญ่แผ่ออกมาด้วย ทำให้ทุกๆคนเริ่มที่จะหยุดและมองไปที่จ้าวฝู ทุกๆคนสามารถรู้สึกได้ถึงความแข็งแกร่งของเขา
ได้มองหน้าทุกๆคนจ้าวฝูก็ไม่ได้รู้สึกอะไรและพูดออกมาว่า “งานกำลังจะเริ่มแล้ว ทุกๆคนคิดอย่างไรกันบ้าง!”
หลังจากที่จ้าวฝูพูดจบแล้ว ก็ได้มีผู้ชายรูปร่างกำยำตะโกนกลับมาว่า “มันแน่นอนอยู่แล้วที่จะต้องรวบรวมความแข็งแกร่งของเรา และทำลายเจ้าพวกเวียดนามที่มันกล้ามาทำร้ายพวกเรา”
ผู้หญิงที่ดูเหมือนจะเป็นวีรสตรีก็ยืนขึ้นและพูดว่า “แน่นอน พวกมันคิดว่าพวกเราชาวจีนสามารถที่จะรังแกกันได้ง่ายๆงั้นรึ! สามีของข้าก็ถูกพวกมันฆ่าตายอย่างโหดเหี้ยม หลังจากกลับโลกความจริง เขาก็ได้บอกว่าเราควรที่จะทำลายพวกเวียดนามให้สิ้นซาก”
“พี่หญิงใหญ่ เกิดเหตุการณ์แบบเดียวกับน้องชายข้าเลย เขาถูกพวกชาติชั่วนั้นจับตัวไปและถูกตัดส่วนลับออก!” มีชายหน้าคมตอบกลับมาด้วยความโมโหทำให้ทุกๆคนเริ่มที่จะโมโหตาม
คนส่วนมากก็เป็นคนที่เป็นพวกที่ถูกชาวเวียดนามกลั่นแกล้ง พวกเขาเลือกที่จะอยู่พันธมิตรทำลายเวียดนาม เป้าหมายของพวกเขามีแค่การล้างแค้น ตอนนี้พวกเขากำลังประชุมแผนการในการโจมตีเวียดนามอยู่
ตอนเทียงคืน พระจันทร์ได้ส่องแสงมายังบนพื้น ทำให้มันดูเหมือนถูกฉาบไปด้วยแสงสีเงิน พวกสัตว์ก็ได้นอนหลับไปหมดแล้ว และเพราะช่วงนี้คือช่วงฤดูใบไม้ร่วง ทำให้มันค่อนข้างที่จะหนาว
ถึงแม้จะมีแสงจันทร์ที่สวยงามจะสาดส่องมา แต่คืนนี้จะถูกกำหนดให้เป็นคืนแห่งการนองเลือด จ้าวฝูและหัวหน้าฝ่ายอื่นๆได้นำคนจำนวนสามหมื่นคนไปโจมตีชาวเวียดนาม หลังจากที่ถูกปกคลุมไปด้วยความมืด คนจำนวนสามหมื่นคนมีสายตาที่น่ากลัวและพวกเขาก็เป็นฝันร้ายของหลายๆฝ่าย
เป้าหมายแรกของกองทัพขนาดใหญ่ของจ้าวฝูนี้คือหมู่บ้านที่มีประชากรเพียง 300 คน เสียงของคนกว่า 30,000 คนนั้นดังอย่างมากและทำให้ทั้งหมู่บ้านเข้าสู่สถาวะเตือนภัยขั้นสูง เมื่อชาวบ้านมองออกไปพวกเขาก็เห็นกองกำลังทหารพุ่งเข้าหาพวกเขาและไม่สามารถป้องกันได้เลย
หมู่บ้านเล็ก ๆ ถูกทำลายในทันที แต่ความอ่อนแอของกองทัพได้รับการเปิดเผยอย่างรวดเร็วโดยที่ฝ่ายต่างๆ ไม่สามารถควบคุมคนเหล่านี้ได้ทั้งหมดและทุกคนก็ทำตามใจของตนเอง ทันทีที่พวกเขาเห็นว่าหมู่บ้านไม่มีทางสู้พวกเขาก็เริ่มที่จะปล้นทุกอย่าง บางคนเอายา บางคนเอาอุปกรณ์ บางคนเอาเงิน บางคนก็เอาตัวชาวบ้าน ทุกอย่างตกลงไปในความวุ่นวายในเวลาเพียงชั่วครู่และเป็นที่ประจักษ์ชัดว่านี่เป็นเพียงกลุ่มที่สร้างความปั้นป่วนซึ่งไม่มีพลังในการสู้รบมากนัก พวกเขาอาศัยเพียงจำนวนและเห็นสิ่งนี้จ้าวฝูก็ปวดหัว
อย่างไรก็ตามกองทัพของ 30,000 คนดูสง่างามมากและเป็นเหมือนน้ำท่วมที่ผ่านพ้นไปซึ่งสามารถเช็ดอะไรในเส้นทางของมันได้ ไม่มีใครสามารถป้องกันกองทัพนี้ได้
หมู่บ้านก็กลายเป็นฟองเเละกลุ่มคนยังคงเดินหน้าต่อไป ไม่ว่าจะมีหมู่บ้านที่ซ่อนอยู่ได้ดีแค่ไหนก็ถูกพบโดยผู้คนกว่า 30,000 คน
กลุ่มผู้คนทำลายทุกสิ่งทุกอย่างในเส้นทางและร้องออกมาอย่างต่อเนื่องขณะที่มีคนล้มตายอย่างต่อเนื่อง
การสังหารนี้ยังคงดำเนินต่อไปจนถึง 5 หรือ 6 โมงเช้าและหยุดลงเมื่อดวงอาทิตย์เริ่มขึ้น ในระหว่างการดำเนินการนี้พวกเขาทำลายหมู่บ้าน 168 แห่ง ฆ่าชาวเวียดนามกว่า 50,000 คน และจับกุมชาวเวียดนามและชาวพื้นเมืองกว่า 20,000 คน พวกเขาได้รับไอเท็มมากมายและเหรียญทองแดง 2.5 ล้านเหรียญ สำหรับจำนวนผู้เสียชีวิตของพวกจ้าวฝูแทบจะไม่มีเลยเพราะมีผู้คนจำนวน 30,000 คนโจมตีหมู่บ้านที่มีเพียงไม่กี่ร้อยคน
ผลกำไรเหล่านี้ไม่รวมถึงรางวัลจาก หินศิลาโลกแห่งความโกลาหลหรือนครหลัก ที่มีมูลค่านับพันล้านดอลลาร์ในโลกแห่งความเป็นจริง ผลกำไรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือหินศิลาสร้างเมือง และคนที่พวกเขาจับมาได้
อย่างไรก็ตามเนื่องจากมีฝ่ายที่เข้าร่วมประมาณ 300 ฝ่าย รางวัลทั้งหมดถูกแบ่งตามสิ่งที่แต่ละฝ่ายทำ ทุกคนได้รับผลตอบแทนจากการดำเนินการนี้
นักฆ่าจำนวนมากของจ้าวฝูนำทางไป จ้าวฝูสนใจเฉพาะคนและ ศิลาสร้างเมืองเท่านั้น เนื่องจากมีฝ่ายจำนวนมากเข้ามาเกี่ยวข้อง มันจึงเป็นเรื่องยากที่จ้าวฝูจะได้รับศิลาสร้างเมืองหรือคนจำนวนมาก ดังนั้นเขาจึงตั้งเป้าหมายเป็นศิลาสร้างเมืองก่อน