- หน้าแรก
- The Lord's Empire
- บทที่ 272 โลกแห่งภูตผี
บทที่ 272 โลกแห่งภูตผี
บทที่ 272 โลกแห่งภูตผี
บทที่ 272 โลกแห่งภูตผี
สิ่งแรกที่ต้องทำคือการทำให้นครหลักของระบบทั้งสองฝ่ายเริ่มต่อสู้กัน ซึ่งจำเป็นต้องมีการวางแผนอย่างละเอียด จ้าวฝูต้องการข้อมูลทั้งหมดของเวียดนามเหนือเพื่อวางแผนนี้
ไม่กี่วันต่อมา จ้าวฝูได้นำทหารระยะที่ 1 จำนวน 1,000 คน นักฆ่าหัวกะทิบางส่วน และนักลวงตาร้อยภูตผี 300 คนไปยังเวียดนามเหนือเพื่อดำเนินการตามแผนการของเขา
เนื่องจากนครหลักของเวียดนามมีการห้องผู้เล่นชาวจีนจากการใช้ช่องทางการเทเลพอร์ตเข้าไป จ้าวฝูและทหารของเขาจึงไม่สามารถเดินทางไปถึงนครหลักของเวียดนามได้โดยตรง ดังนั้นพวกเขาจึงทำได้เพียงแค่ใช้ช่องทางการเทเลพอร์ตของตนเพื่อเดินทางไปใกล้ๆ และใช้การเดินแทนส่วนที่เหลือ
ปกติแล้วผู้คุ้มกันนครจะอยู่ภายในตัวนครหลัก เว้นเสียแต่ว่าพวกเขาจะถูกส่งออกมา ดังนั้นจ้าวฝูจึงพาคนของเขาไปยังนครเขี้ยววัวของฝ่ายเวียดนามและวางกำลังซุ่มโจมตี จากนั้นเขาก็ส่งชาวโลกจุติสวรรค์ที่เป็นคนเวียดนามบางส่วนของเขาไปยังประตูนครหลัก
"นายท่าน แย่แล้ว! มีผู้เล่นชาวจีนกำลังสังหารชาวโลกจุติสวรรค์ของพวกเขาอยู่ข้างนอก และชาวนครเขี้ยววัวหลายคนก็ถูกสังหารไปแล้ว" หนึ่งในชาวโลกจุติสวรรค์ทำสีหน้าตกใจ
เมื่อได้ยินเช่นนี้ หัวหน้าผู้คุ้มกันนครก็ตอบด้วยความโกรธ "มันก็แย่พออยู่แล้วแม้ไอ้ขยะพวกนั้นจะสร้างปัญหาขึ้นที่อื่น แต่นี่พวกมันดันกล้ามาฆ่าคนของพวกถึงนครเขี้ยววัวเลยเรอะ? พวกมันรนหาที่ตายซะแล้ว! พวกมันมีกันกี่คน? ข้าจะพาคนออกไปทำลายพวกมันเดี๋ยวนี้"
ความขัดแย้งและความเกลียดชังระหว่างทั้งสองฝ่ายเติบโตขึ้นเรื่อยๆ มันจึงเป็นเรื่องปกติที่จะมีคนสังหารฝ่ายตรงข้ามอยู่ด้านนอกของนครหลัก ดังนั้นหัวหน้าและผู้คุ้มกันนครคนอื่นจึงเชื่อเรื่องนี้อย่างง่ายดาย
ผู้เล่นชาวจีนข้ามฝั่งมาสังหารผู้คน และผู้เล่นชาวเวียดนามก็ทำเหมือนกัน อย่างไรก็ตาม พวกเขาก็ไม่ได้ออกไปทั้งหมดและส่วนใหญ่ก็ยังอยู่ปกป้องนคร
"มีประมาณ 300 - 400 คน" คนที่จ้าวฝูส่งมารีบตอบ
เมื่อได้ยินว่ามีคนไม่มากนัก หัวหน้าก็ยิ้มอย่างเหยียดหยัน - การสังหารผู้เล่นเหล่านี้ก็เป็นเหมือนกับการฆ่าลูกไก่ตัวหนึ่ง ดังนั้นเขาจึงพาทหารไปแค่ 300 คน ในตอนนี้ แม้ว่าจะมีผู้เล่นถึง 1,000 คน แต่พวกเขาก็ไม่มีอะไรต้องกลัว
"พาพวกเราไปที่นั่น! อย่าปล่อยให้คนชั่วหนีไปได้!" หัวหน้าพูดกับคนที่จ้าวฝูส่งมาหลังจากรวมทหารได้แล้ว
คนที่จ้าวฝูส่งมายังคงทำเป็นกลัวและปฏิเสธไปก่อน แต่หลังจากที่หัวหน้าโยนเหรียญเงินให้กับพวกเขาสักหน่อย พวกเขาก็แสร้งทำเป็นยอมรับอย่างไม่เต็มใจ
ต่อจากนั้น พวกเขาก็นำหัวหน้าและผู้คุ้มกันนครไปยังพื้นที่ว่างเปล่าที่ดูเหมือนชามตื้นๆ มันมีบริเวณที่ราบลุ่มอยู่ตรงกลายและค่อยๆมีพื้นดินรอบๆที่สูงขึ้น ทำให้มันง่ายที่จะซุ่มโจมตี
หัวหน้ารู้สึกว่ามีบางสิ่งผิดปกติและถามอย่างเย็นชาว่า "พวกผู้เล่นจีนมันอยู่ไหน?"
คนที่จ้าวฝูส่งมายังคงทำเป็นกลัวและชี้ไปข้างหน้าในขณะที่พวกเขาตอบ "นายท่าน พวกมันอยู่ข้างหน้า!"
หัวหน้ารู้สึกสงสัยอยู่แล้วจนถึงจุดที่เขาหรี่ตาลง ในเวลาต่อมา ลำปแสงกระบี่ก็เปล่งประกายขึ้นในขณะที่เขาฟันไปยังคนของจ้าวฝูคนนั้น คนอื่นๆไม่เข้าใจว่าทำไมหัวหน้าของพวกเขาจึงอยากจะสังหารคนเหล่านี้
สิ่งที่ไม่มีใครคาดคิดก็คือเมื่อกระบี่กำลังจะสังหารคนๆนั้น เขาก็ยกมือขึ้นมาในทันใด และมีดลับก็พุ่งออกมากันกระบี่
ทันใดนั้น ระลอกพลังงานของระยะที่ 1 ก็ปะทุออกมาจากร่างกายของชายผู้นั้น!
คนผู้นี้คือเจ๊าเหมา และเขาก็เป็นชาวเวียดนามของโลกจุติสวรรค์ที่จ้าวฝูได้ส่งเสริมให้เป็นหนึ่งในสมาชิกหลักของฝ่ายพิทักษ์เวียดนาม เขาเป็นหนึ่งในชาวเวียดนามที่ทรงพลังที่สุดภายใต้คำสั่งของจ้าวฝู
ในตอนนี้ หัวหน้ารู้แล้วว่าเขาถูกหลอก และเขาได้ตะโกนออกมา "ฆ่ามันและรีบไป พวกเราถูกหลอก!"
อย่างไรก็ตาม ในทันทีที่หัวหน้าตะโกนออกมา รอยยิ้มแปลกๆก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเจ๊าเหมาในขณะที่ปรานภูตผีเริ่มพวยพุ่งขึ้นมาจากพื้น หัวหน้าไม่ทันระวังและตะโกนออกมาทันที "ถอย!"
ชาวเวียดนามรีบกระจายตัวออกไป และในเวลาต่อมา ภาพรอบๆผู้คุ้มกันนครก็เปลี่ยนไป - มันราวกับว่าพวกเขาอยู่ในโลกที่แตกต่างไปจากเดิน และภูตผีได้เริ่มกระโจนเข้าใส่พวกเขา ภายใต้การดูแลของจ้าวฝู นักลวงตาร้อยภูตผีทั้งสามร้อยคนมีการบ่มเพาะอยู่ในระยะที่ 0-7 และ 0-8 ก็แล้ว แต่เป็นเพราะผู้คุ้มกันนครส่วนใหญ่มีการบ่มเพาะอยู่ในระยะที่ 1-4 หรือสูงกว่า และมีอุปกรณ์ที่ดี ผลของโลกภูตผีทมิฬจึงไม่ได้ส่งผลกับพวกเขานัก
หัวหน้าตะโกนออกมา "นี่คือภาพมายา ทุกคนใจเย็น พวกเขาสามารถทะลวงออกไปได้ในไม่ช้า"
ถ้าพวกเขามีเวลาครึ่งชั่วโมง มันก็เป็นไปได้ที่พวกเขาจะสามารถทะลวงออกไปจากโลกภูตผีทมิฬ แต่จ้าวฝูไม่ได้ให้เวลากับพวกเขาแม้แต่ 5 นาที
พื้นที่ที่พวกเขายืนอยู่ถูกปกคลุมไปด้วยปรานภูตผี และนักลวงตาร้อยภูตผีก็ได้สร้างช่องว่างภายในเขตแดนที่ทำให้ทหารสามารถเข้าไปข้างในได้และดึงชาวเวียดนามออกมา
จ้าวฝูต้องการล่อให้พวกเขาไปข้างหน้าอีกเพื่อทำให้การสังหารพวกเขาง่ายและปลอดภัยที่สุด อย่างไรก็ตาม หัวหน้าก็เห็นว่าสิ่งผิดปกติ บังคับให้จ้าวฝูต้องลงมือทันที
เนื่องจากโลกภูตผีทมิฬคือภาพลวงตาขนาดใหญ่ที่ส่งผลต่อทั้งสหายและศัตรู ใครก็ตามที่อยู่ภายในบริเวณนั้นจึงตกลงสู่ห้วงมายา
ทหารของจ้าวฝูไม่สามารถเข้าไปสังหารผู้คุ้มกันนครได้ ไม่อย่างนั้นก็พวกเขาจะตกลงสู่ห้วงมายาด้วย ดังนั้น ทหารของจ้าวฝูจึงนำเอาบาริสต้าออกมา และนักธนูก็ได้นำธนูออกมา ด้วยคำสั่งของจ้าวฝู สลักเกลียวบาริสต้าและลูกศรได้รวมตัวกันอย่างหนาแน่นดุจห่าฝน และพุ่งเข้าไปในบริเวณที่กำหนดไว้ทันที
5 - 6 นาทีต่อมา จ้าวฝูก็ได้ถามนักลวงตาร้อยภูตผีคนหนึ่ง "สถานการณ์ข้างในเป็นยังไงบ้าง?"
นักลวงตาร้อยภูตผีใช้หนึ่งในทักษะพิเศษของอาชีพ ส่งผลให้ดวงตาของเขากลายเป็นสีเทาเหมือนกับของภูตผี - นี่เป็นทักษะที่ทำให้เขาสามารถเห็นภาพภายในภาพลวงตาได้
"ฝ่าบาท ทุกคนภายในภาพมายาถูกสังหารแล้ว" ทหารรายงาน
เมื่อเขาได้ยินเช่นนี้ จ้าวฝูก็สั่งให้นักลวงตาร้อยภูตผีหยุดร่ายโลกภูตผีทมิฬ และเขาได้มองไปยังซากศพบนพื้น
เมื่อเขาเห็นซากศพเหล่านี้ จ้าวฝูก็ยิ้มออกมาพวกมันจะทำให้เขามีทหารระยะที่ 1 อีก 300 คน
ถ้ามันไม่ใช่เพราะสถานการณ์ค่อนข้างพิเศษ จ้าวฝูก็ไม่กล้าสังหารผู้คุ้มกันนครเช่นนี้ ในตอนนี้ ต้าฉินไม่อาจขัดแย้งกับนครหลักของระบบได้
อย่างไรก็ตาม จ้าวฝูก็ไม่กลัวอะไรเพราะความวุ่นวายในเขตชายแดน มันเป็นไปไม่ได้ที่พวกเขาจะติดตามร่องรอยจากสิ่งนี้ไปยังต้าฉิน กลับกัน ความโกรธของนครหลักเวียดนามจะถูกส่งตรงไปยังนครหลักของจีน
จ้าวฝูได้ทิ้งไอเท็มบางอย่างไว้ให้ดูเหมือนว่าพวกมันมาจากนครหลักของจีน เพื่อดึงดูดความสนใจของนครหลักเวียดนามไปยังนครหลักของจีน ยิ่งทั้งสองฝ่ายต่อสู้กันรุนแรงมากเท่าไร จ้าวฝูก็ยิ่งได้รับประโยชน์จากมันมากเท่านั้น