- หน้าแรก
- The Lord's Empire
- บทที่ 256 ตี๋เหรินเจี๋ย
บทที่ 256 ตี๋เหรินเจี๋ย
บทที่ 256 ตี๋เหรินเจี๋ย
บทที่ 256 ตี๋เหรินเจี๋ย
อู๋ชิงเหนียงเองก็ได้ยินข่าว และเมื่อเธอเห็นถึงความทรงพลังของทางเลือกแห่งสวรรค์ที่เพิ่มขึ้นมาในเวลาเพียงแค่วันเดียว เธอก็หัวเราะออกมาอย่างมีความสุข - ดูเหมือนว่าเธอจะตัดสินใจได้อย่างถูกต้อง
อู๋ชิงเหนียงไม่ได้ให้ความสนใจกับความแข็งแกร่งหรือเงินตราของจ้าวฝูมากนักเพราะเธอรู้ว่าจ้าวฝูมีความลับเล็กๆน้อยๆเป็นของตัวเอง เธอไม่ได้ถามถึงมันเพราะมันอาจจะก่อให้เกิดปฏิกิริยาเชิงลบจากจ้าวฝู
ด้วยความแข็งแกร่งในปัจจุบันของจ้าวฝู เขาถือเป็นตัวช่วยที่ดีของเธอในอนาคต สิ่งเดียวที่เธอกังวลในตอนนี้คือผู้สืบทอดมรดกต้าฉิน - ถ้าผู้สืบทอดมรดกต้าฉินที่อยู่ในทุ่งหญ้าตะวันออกได้เผยตัวออกมา ทุกๆคนโดยรอบคงจะได้รับอันตรายใหญ่หลวง
ในตอนนี้ สิ่งที่เธอต้องการมากที่สุดคือการทำให้ปัญหาและอุปสรรคต่างๆที่เกิดขึ้นโดยรอบภูมิภาคหายไป ทำให้ทุกคนสามารถเคลื่อนย้ายไปมาระหว่างภูมิภาคผ่านนครหลักได้ เพื่อที่จ้าวฝูจะสามารถย้ายฝ่ายของเขามายังที่ที่เธออยู่ได้ หลังจากนั้นเขาก็จะสามารถช่วยเธอฟื้นฟูอาณาจักรอู๋โจวได้
ในตอนนี้ความปรารถนาของอู๋ชิงเหนียงที่จะปราบจ้าวฝูยิ่งทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น และเธอก็ต้องการทำให้เขามาอยู่ภายในกำมือของเธอ
"ฝ่าบาท มีสิ่งที่ท่านต้องให้ความสนใจสักหน่อย!" ในเวลานั้นชายหนุ่มร่างผอมที่มีดวงตาเต็มไปด้วยสติปัญญาได้เดินเข้ามาและแสดงความเคารพของเขา เขาคือตี๋เหรินเจี๋ย นักสืบและเสนาบดีผู้โด่งดัง
……………………………………..
ภายในที่พำนักของตระกูลหลี่ ผู้นำตระกูลชราได้ฟังผู้จัดการรายงานเกี่ยวกับจ้าวฝู และใบหน้าของเขาได้มืดลงในขณะที่เขาแค่นเสียงอย่างเย็นชา "ใครจะคิดว่าตระกูลอิ๋งจะสนับสนุนเขาแบบนี้? ฉันประเมินพลังของไอ้เด็กบ้านั่นต่ำเกินไป ดูเหมือนมันจะชอบเป็นสุนัขของตระกูลอิ๋ง"
ผู้นำตระกูลชราของตระกูลหลี่รู้สึกว่าถูกคุกคามโดยจ้าวฝูอยู่เสมอ และในตอนนี้ สายตาของเขาก็เย็นชาเป็นอย่างยิ่ง และพวกมันได้แผ่จิตสังหารอันเข้มข้นออกมา
เมื่อเห็นเช่นนี้ ผู้จัดการก็โน้มตัวลงในขณะที่เขาถาม "นายท่าน ท่านต้องการส่งคนไปกำจัดเขาไหม?"
ผู้นำตระกูลชราต้องการสังหารจ้าวฝู แต่หลังจากคิดเกี่ยวกับมัน เขาก็กล่าวว่า "ยังไม่ต้องทำอะไร ผู้สืบทอดมรดกของตระกูลอิ๋งทรงพลังเกินไป ดังนั้นพวกเรายังไม่ควรรุกรานตระกูลอิ๋งในตอนนี้ รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับมันมาให้ได้มากที่สุด เมื่อมีโอกาสดีๆให้ฆ่ามันทันที"
ผู้จัดการพยักหน้าและจากไป
ในอีกห้อง หลี่ไป่ฉิงนั่งอยู่บนเก้าอี้ทำงานและมองไปยังข้อมูลที่ลูกน้องของเขาจัดหามาให้เกี่ยวกับจ้าวฝู เขาหัวเราะเบาๆด้วยร่องรอยแห่งความเย็นชาในขณะที่เขาพึมพำ "ในเมื่อเจ้าอยากตายก็อย่ามาตำหนิข้าละกัน!"
..........................................
ณ ที่พำนักของตระกูลอิ๋ง อิ๋งซีเองก็ได้ยินข่าวเกี่ยวกับจ้าวฝูและรู้สึกประหลาดใจมาก เธอไม่เคยคิดเลยว่าจ้าวฝูจะซ่อนความแข็งแกร่งของเขาไว้ได้ดีขนาดนี้และเธอก็ประเมินเขาต่ำเกินไปมาก ย้อนกลับไปเมื่ออู๋ชิงเหนียงบอกว่าเธอไม่สามารถควบคุมเขาได้ อิ๋งซีไม่เชื่อเธอเลย แต่ตอนนี้เธอรู้แล้ว มันน่าเสียดายที่เธอได้มอบเขาให้กับอู๋ชิงเหนียงแล้ว ไม่อย่างนั้นเขาคงจะเป็นแหล่งสนับสนุนอันยิ่งใหญ่สำหรับเธอ
..........................................
หลังจากที่เริ่มก่อตั้งทางเลือกแห่งสวรรค์ จ้าวฝูก็ได้ขยายมันออกเป็นกลุ่มคนประมาณ 5,000 คนและเริ่มจัดการสิ่งต่างๆให้เรียบร้อย มันพัฒนาขึ้นด้วยความรวดเร็วเป็นอย่างยิ่ง และรากฐานของมันก็ยังไม่มั่นคงนัก ดังนั้นจ้าวฝูจึงต้องทำให้รากฐานของทางเลือกแห่งสวรรค์มั่นคงขึ้นก่อนที่เขาจะขยายมันออกไปอีก และเขาได้มองไปยังคนเจ็ดคนตรงหน้าของเขา
มันมีสมาชิกหลัก 5 คนที่จ้าวฝูยอมรับมาตั้งแต่แรก และหลักจากพาพวกเขาเข้าสู่การต่อสู้หลายครั้งหลายครา เขาก็พบว่าคนพวกนี้มีความเหมาะสมที่จะส่งเสริม
จากห้าคนมีผู้ชายอยู่สี่คน ประกอบไปด้วยไป่หยางผู้ร่าเริง ฉินกงหมิงผู้เยือกเย็น กั่วฉานผู้ดูโหดเหี้ยม และเฉิงชุนชิผู้หล่อเหลา
และผู้หญิงอีกหนึ่งคนก็มีชื่อว่าเว่ยเซีย เธอมีหน้าตาธรรมดา เธอเป็นคนซื่อตรงและมีบรรยากาศอันห้าวหาญของชาวเหนือ
ส่วนอีกสองคนนั้นคือหนิวกู่และเสี่ยวหยาหยา เธอเป็นหัวหน้าของฝ่ายเล็กๆและเข้ามาหาจ้าวฝู เธอต้องการที่จะเข้าร่วมกับทางเลือกแห่งสวรรค์โดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ และหลังจากคิดเกี่ยวกับมัน เขาก็ยอมให้พวกของเธอเข้าร่วมด้วย
แน่นอนว่าจ้าวฝูก็ไม่ได้ไว้วางใจทุกคนอย่างเต็มที่ ดังนั้นเขาจึงต้องใช้เวลาในการทำความเข้าใจกับมันและพัฒนาให้มันเป็นฝ่ายที่แท้จริง
"ข้าต้องพูดอะไรบางอย่างกับพวกเจ้าทุกคน - โลกแห่งความเป็นจริงไม่ได้ปลอดภัยอีกต่อไปแล้ว และโลกจุติสวรรค์จะกลืนกินโลกแห่งความเป็นจริงในอนาคต พวกเจ้าควรระวังและเตรียมพร้อมไว้" จ้าวฝูกล่าวอย่างจริงจัง
นี่ไม่ใช่ข่าวใหญ่อะไร - ตระกูลใหญ่ๆและฝ่ายต่างๆรู้เรื่องนี้แล้ว อย่างไรก็ตาม คนส่วนใหญ่ที่อยู่ในระดับชั้นล่างของสังคมก็ไม่ได้รู้เรื่องอะไร ดังนั้นพวกเขาจึงตกใจมาก
ไป่หยางถามด้วยความไม่เชื่อถืออยู่บ้าง "หัวหน้า ข้าเคยเห็นข่าวลือในอินเทอร์เน็ตมาบ้างเกี่ยวกับอโพคาลิป แต่ผู้เชี่ยวชาญทั้งหมดก็บอกว่ามันไม่จริงและพวกเราไม่ควรเชื่อมัน แม้กระทั่งหลายประเทศยังได้แถลงการณ์อย่างเป็นทางการว่ามันเป็นไปไม่ได้เลย"
คนอื่นๆก็พยักหน้าและมองไปที่จ้าวฝูพร้อมกัน
จ้าวฝูอดหัวเราะไม่ได้ "พวกเจ้ายังไม่เห็นความจริงเบื้องหลังของโลกใบนี้อีกเหรอ? สิ่งเหล่านี้คือการทำให้โลกแห่งความเป็นจริงมีเสถียรภาพเพื่อไม่ให้เกิดความสับสนวุ่นวาย ตระกูลและฝ่ายต่างๆนับไม่ถ้วนรู้เรื่องนี้แล้ว และแม้กระทั่งตอนนี้ พวกเจ้าก็ยังตาบอดกันอีก"
หลังจากที่ทั้งเจ็ดได้ยินคำพูดของจ้าวฝูและคิดเกี่ยวกับมัน พวกเขาก็ตระหนักได้ว่ามันก็จริง - การเปลี่ยนแปลงในโลกแห่งความเป็นจริง การลดค่าเงินในโลกแห่งความเป็นจริง และบริษัทขนาดใหญ่ที่พยายามจะกำจัดสินค้าคงคลังของพวกเขาเพื่อซื้อของในจุติสวรรค์ล้วนชี้มาที่สิ่งนี้ทั้งหมด พวกเขาไม่ได้โง่ และพวกเขาก็รู้สึกระวังถึงการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ขึ้นมา หลังจากฟังจ้าวฝู พวกเขาก็เริ่มตระหนักขึ้นมาได้แล้ว
"บัดซบ! พวกเขาโกหกเราเกี่ยวกับเรื่องสำคัญแบบนี้จริงๆ!" หนิวกู่ตะโกนออกมาด้วยความโกรธ
ทุกๆคนก็รู้สึกเหมือนกัน เนื่องนี้เรื่องนี้เกี่ยวพันกับชีวิตของพวกเขา ถ้าโลกจุติสวรรค์กลืนกินโลกแห่งความเป็นจริงและพวกเขาก็นั่งเฉยอยู่โดยไม่มีการเตรียมการใดๆ พวกเขาคงจะไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองตายยังไง แล้วอย่างนี้พวกเขาจะไม่โกรธได้อย่างไร?
"ข้ามาจากตระกูลอิ๋งและมีการสนับสนุนจากตระกูลอิ๋ง ดังนั้นทางเลือกแห่งสวรรค์จึงสามารถพัฒนาได้อย่างรวดเร็ว เจ้าน่าจะไม่มีทางป้องกันตัวเองได้ในโลกแห่งความเป็นจริง ดังนั้นพวกเจ้าควรมาที่ดินแดนของตระกูลอิ๋ง พวกเขาจะถูกปกป้องโดยตระกูลอิ๋ง!" จ้าวฝูกล่าว และเผยข่าวใหญ่กับพวกเขา
"อะไรนะ? หัวหน้า ท่านมาจากตระกูลอิ๋ง?" ทุกคนตะลึงงัน ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะคิดเกี่ยวกับอำนาจของตระกูลอิ๋ง ในเวลาเดียวกัน พวกเขาก็ตระหนักได้ว่าทำไมจ้าวฝูจึงทรงพลังนักและทำไมเขาถึงมีเงินมากมาย ไม่แปลกใจเลยที่เขาดูลึกลับนัก - เขามาจากตระกูลอิ๋งนั่นเอง
"หัวหน้า งั้นท่านก็ได้พบกับผู้สืบทอดมรดกต้าฉินแล้วสิ?" เว่ยเซียถามขึ้นมาในทันใดด้วยความตื่นเต้น และทุกๆคนก็มองไปที่จ้าวฝูด้วยความสงสัย
ผู้สืบทอดมรดกต้าฉินคือชื่อที่โด่งดังที่สุดในโลก ณ เวลานี้ และไม่มีใครไม่เคยได้ยินชื่อของเขา ทุกๆคนต่างสงสัยใคร่รู้ในเรื่องนี้
เมื่อได้ยินเช่นนี้ จ้าวฝูก็ข่มเสียงหัวเราะไว้และรู้ว่าพวกเขาหมายถึงอะไร - พวกเขากำลังถามว่าเขาเคยพบกับตัวปลอมมาก่อนไหม จ้าวฝูคิดเกี่ยวกับมันและตัดสินใจพยักหน้า
คนอื่นๆระเบิดคำถามออกมาในทันที จ้าวฝูตอบไปอย่างเรียบง่าย และการแสดงออกที่พึงพอใจก็เผยขึ้นมาบนใบหน้าของคนอื่นๆ เว่ยเซียถอนหายใจและกล่าวว่า "ข้าอยากเจอเขาแบบตัวต่อตัวจัง เขาคือผู้ชายในฝันของข้า!"
เรื่องนี้ทำให้คนอื่นๆมองไปที่เว่ยเซียด้วยความตกใจ เธอไม่แคร์อะไรและตอบกลับมา "พวกเจ้ามองอะไรกัน? ผู้หญิงคนไหนบ้างที่ไม่ต้องการผู้ชายทรงอำนาจและโดดเด่นแบบนั้น?"
เมื่อได้ยินจ้าวฝูก็ทำได้เพียงแค่ยิ้มอย่างขมขื่นและส่ายหัวของเขา และเขาก็ถามคนพวกนี้อีกครั้งเกี่ยวกับการย้ายไปยังดินแดนของตระกูลอิ๋ง
พวกเขาทุกคนต่างแสดงความจำนงว่าตนเต็มใจ - การปกป้องของตระกูลอิ๋งเป็นสิ่งที่พวกเขาต้องการเป็นอย่างยิ่ง ดังนั้นพวกเขาจะปฏิเสธได้อย่างไร?
สำหรับจ้าวฝู เขาไม่มีทางที่จะปกป้องคนพวกนี้ได้ ดังนั้นเขาจึงทำได้เพียงแค่ถามอู๋ชิงเหนียงเท่านั้น นอกจากนี้มันยังมีเหตุผลอื่นๆอีกสองอย่างที่บอกให้คนพวกนี้ย้ายเข้าไปยังดินแดนของตระกูลอิ๋ง