- หน้าแรก
- The Lord's Empire
- บทที่ 253 วันประวัติศาสตร์
บทที่ 253 วันประวัติศาสตร์
บทที่ 253 วันประวัติศาสตร์
บทที่ 253 วันประวัติศาสตร์
ตุ้ม!!!!
ออร่าที่ทรงพลังเทียบเท่ากับก่อนสืบเชื้อสายมา และมันรุนแรงจนดินรอบๆสลายหายไป ผู้คนที่อยู่รอบๆก็เริ่มรู้สึกหนักอึ้งจนล้มคุกเข่าไปหลายคน
บางคนที่แข็งแกร่งก็เริ่มที่จะรู้ถึงพลังของจ้าวฝู พวกเขาเริ่มที่จะใช้กำลังทั้งหมดเพื่อทรงตัวไม่ให้ล้มต่อออร่าของจ้าวฝู
กาลเวลาดูเหมือนจะช้าลง ห้าวินาทีมันช่างยาวนานราวกับผ่านไปแรมปี
คนที่ยังพอจะยืนได้ก็ทรงตัวได้ไม่นานก็ล้มลงไป ต่อหน้าพลังที่ยิ่งใหญ่ของจ้าวฝู พวกเขารู้สึกเคร่งเครียดเป็นอย่างมาก
ออร่าแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ ทำให้คนเริ่มที่จะล้มลงไปเรื่อยๆ ไม่นานก็เหลือผู้ที่ยืนได้อยู่ห้าคน
คนพวกนี้ทั้งหมดอยู่พลังฝึกตนระยะที่ 1พวกเขาจึงแข็งแกร่งกว่าคนทั่วไป มีผู้ชายสี่ หญิงหนึ่งที่สามารถทนต่อออร่าที่ยิ่งใหญ่ของจ้าวฝูได้
อย่างไรก็ตามในวินาทีต่อมา ออร่าก็แข็งแกร่งขึ้น และกระแทกไปที่พวกเขาเหมือนก้อนหินขนาดใหญ่ ในที่สุดทั้งห้าคนก็ล้มลงไปนอนกับพื้น เสื้อผ้าของพวกเขาชุมไปด้วยเหงื่อ
“ไร้ประโยชน์ พวกเจ้าไม่มีคนไหนที่สามารถทนพลังหนึ่งในสามของข้าได้” น้ำเสียงที่เย็นชาได้กล่าวออกมา
นี้ทำให้ใบหน้าของแต่ละคน บูดบึ้ง พวกเขาได้สูญเสียความมั่นใจจากเรื่องที่เกิดขึ้น ใครจะไปคิดละว่า ผู้ก่อตั้งทางเลือกแห่งสวรรค์จะแข็งแกร่งขนาดนี้ พวกเขาไม่สามารถที่จะทนต่อออร่าที่เขาปล่อยออกมาได้เลย นี้มันเป็นเรื่องที่น่าอับอายเป็นอย่างมาก
จ้าวฝูเลิกปล่อยออร่าออกมา และทุกๆคนได้ลุกขึ้นมาจากพื้น ใบหน้าซีดเผือด พวกเขาส่วนมากคิดจะหนีออกไปทันที และจะดันทุรังต่อไป
อย่างไรก็ตาม ในตอนนั้น จ้าวฝูได้พูดออกมาว่า “กลุ่มสองและสามตกรอบ ข้ายังยอมรับเจ้าอยู่ อยากจะเข้าร่วมกับ ทางเลือกสวรรค์หรือไม่”
คำพูดนี้ทำให้คนที่ยอมแพ้เริ่มที่จะมีกำลังใจกลับเข้ามา สำหรับทางเลือกแห่งสวรรค์ ที่มีหัวหน้าที่แข็งแกร่งแล้วยังมีเงื่อนไขดี มันทำให้เป็นฝ่ายทีมีอนาคตที่สดใส ดังนั้น พวกเขาจึงเลือกที่จะเข้าร่วม
ในตอนนี้ ทางเลือกแห่งสวรรค์ได้คน หนึ่งร้อยสี่สิบห้าคน และ จ้าวฝูได้ตัดสินใจให้ห้าคนนั้นเป็นคลื่นลูกที่สามมีสถานะเป็นสมาชิกแกนหลัก
หลังจากที่พวกเขาลงทะเบียนกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว หวังเอ้อกั๋วได้เดินเข้ามาและรายงานว่า “นายท่าน ทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว”
จากนั้น จ้าวฝูได้ให้หวังเอ้อกั๋วเตรียมการ อย่างไรก็ตาม ความท้าทายนั้นก็มีผลกระทบที่ค่อนข้างใหญ่ ดังนั้นสิ่งแรกที่พวกเขาควรทำคือบอกฝ่ายรัฐบาลเรื่องนี้เป็นอันดับแรก
หน้าที่ของฝ่ายรัฐบาลคือ พวกเขาได้รับอนุญาตให้อยู่บนเงื่อนไขที่ว่าพวกเขาจะไม่เป็นอันตรายต่อผู้อยู่อาศัยของชนพื้นเมืองหรือทำให้เกิดความเสียหายมาก นอกจากนี้ มันยังเป็นเรื่องที่ดีที่สุดที่จะเล็งฝ่ายชั่วร้ายที่ฝ่ายรัฐบาลไม่สามารถจัดการได้โดยตรง ถ้าจ้าวฝูทำแบบนี้ เขาจะไม่ถูกลงโทษโดย นครพงไพรปีศาจและยังจะได้รางวัลอีกด้วย
“รวมพล” จ้าวฝูยืนอยู่ด้านหน้าและกล่าวออกมา ไม่นานคนทั้งร้อยคนได้มารวมตัวกันเพื่อที่จะได้รู้ว่าจ้าวฝูเรียกพวกเขาทำไม
“วันนี้ เป็นวันแรกของทางเลือกแห่งสวรรค์ เป็นวันประวัติศาตสตร์ เราต้องทิ้งร่องรอยให้โลกรู้ ข้าเห็นว่าช่วงนี้นครพงไพรไม่ค่อยสงบสักเท่าไร เราควรปลดปล่อยพวกเขา พวกเจ้าจะไปกับข้าไหม”
เด็กใหม่ต่างคิดว่าจ้าวฝูต้องการให้พวกเขาไปต่อสู้ อย่างไรก็ตามถ้าพวกเขาทำการวุ่นวายในเมืองใหญ่ พวกเขาอาจจะโดนลงโทษจากฝ่ายรัฐบาลได้ จึงมีบางคนที่เริ่มลังเลใจ เพราะว่าเขาต้องการสิ่งที่ดีต่อเขาและไม่เสี่ยงจนเกินไป
จ้าวฝูได้กล่าวว่า “ข้าจะไปจัดการกับฝ่ายอื่นและมันจะมีการนองเลือด พวกเจ้าอาจตายได้ และสร้างศัตรูไว้มากมาย ถ้าพวกเจ้าอยากออก ตอนนี้คือช่วงสุดท้ายที่เจ้าจะตัดสินใจ ทางเลือกแห่งสวรรค์ไม่ใช่ฝ่ายที่จะให้เด็กไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม มางอแง่และอยู่อย่างสงบสุขได้หรอกนะ”
สิ่งที่จ้าวฝูพูดทำให้มีคนออกไปประมาณสี่สิบคน และตอนนี้เหลือคนอยู่ประมาณหนึ่งร้อยแปดคน อย่างไรก็ตามไม่มี ห้าคนที่เป็นกำลังหลักก็ไม่ได้ออกเลย ซึ่งทำให้จ้าวฝูรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย
“พวกเจ้าแน่ใจแล้วรึ? ทางข้างหน้าของเราจะมีการนองเลือด เพราะนี้คือเส้นทางของทางเลือกแห่งสวรรค์” จ้าวฝูพูดย้ำออกมาอีกครั้ง อย่างไรซะ เขาก็ไม่ต้องการคนที่ขี้ขลาดและไร้ความสามารถที่จะอยู่กินไปวันๆ
“พวกเราแน่ใจ” มีคนตะโกนออกมาไม่นานก็มีคนตามมาเรื่อยๆ
ได้เห็นสิ่งนี้จ้าวฝูได้นำชุดเซ็ตระดับครามออกมาหนึ่งร้อยชุด และเซ็ตระดับเงินอีกห้าชุดจากนั้นก็ยื่นให้กับพวกเขา ทำให้พวกเขารู้สึกตะลึง และดีใจเป็นอย่างมาก
พวกเขาไม่เคยคาดคิดเลยว่าจ้าวฝูจะเอาของดีขนาดนี้มาให้ ตอนนี้จ้าวฝูดูลึกลับมากสำหรับพวกเขาในตอนนี้ แต่ที่แน่ๆผู้ชายคนนี้ต้องไม่ธรรมดาเป็นแน่
เมื่อด้เห็นของดีมากมายขนาดนี้ พวกที่ถอนตัวไปก็รู้สึกเสียดาย
จ้าวฝูได้นำกลุ่มของเขาเดินออกไปด้วยความดุดันบนท้องถนน เมื่อได้เห็นสิ่งนี้ ผู้คนก็ได้หลีกทางให้พวกเขา เพราะคิดว่ากำลังจะมีเรื่องใหญ่เกิดขึ้น หลายๆคนอยากเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นจึงได้เดินตามฝ่ายทางเลือกแห่งสวรรค์ไปเพื่อดูสิ่งที่จะเกิดขึ้น
“เอ้อกั๋ว มีฝ่ายอื่นอยู่แถวๆนี้ไหม” จ้าวฝูได้ถามหวังเอ้อกั๋วออกมา
หวังเอ้อกั๋ว คิดสักพักก่อนจะตอบกลับไปว่า “นายท่าน ตอนนี้มีฝ่ายเล็กๆไม่ไกลมากจากตรงนี้ ข้าจะพาท่านไป”
จ้าวฝูพยักหน้าและตามหวังเอ้อกั๋วไปที่ลานขนาดใหญ่ มีอันธพาลประมาณสองถึงสามคนอยู่ที่หน้าประตูรั้ว พวกเขากำลังคุยกันถึงเรื่อง มีภรรยาของใครไม่รู้น่าตาหน้ารัก และคิดถึงเรื่องที่จะข่มขื่นเธอ
“นายท่าน นี้คือแก๊งงูคราม มีคนอยู่ประมาณห้าร้อยคน และส่วนมากเป็นอันธพาลที่ไม่มีพละกำลังมาก” หวังเอ้อกั๋วได้รายงานให้จ้าวฝูฟัง
เห็นจ้าวฝูได้นำผู้คนมากมายมาที่แก๊งงูคราม พวกมันก็เริ่มที่จะกังวลขึ้นมาแต่ก็ไม่ได้กลัว อย่างไรซะพวกจ้าวฝูก็มีประมาณหนึ่งร้อยคน ในขณะที่แก๊งงูครามมีห้าร้อยคน พวกเขามีเยอะกว่าเห็นๆดังนั้นไม่มีอะไรที่ต้องกลัว
“แกมาที่แก๊งงูครามทำไม”หนึ่งในแก๊งงูครามเอ่ยถามออกมาและเดินออกมา พูดออกมาดูน้ำเสียงนักเลง
จ้าวฝูไม่ชอบท่าทางของชายคนนั้น ดังนั้น เขาจึงมองไปอย่างเย็นชาแล้วก็สะบัดมือ แสงประกายดาบเป็นแผลยาวปรากฏบนหน้าอกของมัน เลือดกระเด็นออกมา และอันธพาลก็ล้มลงไป มันไม่เคยนึกมาก่อนเลยว่าจ้าวฝูจะฆ่ามันได้ในทันที
คนของทางเลือกแห่งสวรรค์เองก็ช็อค ถึงแม้ชายคนนั้นจะดูท่าทางน่ารำคาญ แต่พวกเขาก็ไม่คาดคิดว่าจ้าวฝูจะสังหารอย่างเลือดเย็นขนาดนี้
ได้เห็นเรื่องที่เกิดขึ้น พวกแก๊งงูครามก็รู้สึกค่อนค้างที่จะตะลึง จ้าวฝูได้ประกาศการท้าดวลหนึ่งต่อหนึ่งด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า “เรียกหัวหน้าของพวกแกมา”