- หน้าแรก
- The Lord's Empire
- บทที่ 224 จักรวรรดิต้าฉิน
บทที่ 224 จักรวรรดิต้าฉิน
บทที่ 224 จักรวรรดิต้าฉิน
บทที่ 224 จักรวรรดิต้าฉิน
หลังจากจัดการกับทหารเวียดนามแล้ว จ้าวฝูก็ได้กลับเมืองต้าฉิน เพื่อไปก้าวถึงแผนการต่อไปกับไป๋ฉีและคนอื่นๆ จางไป่ซูได้เข้ามาหาจ้าวฝูและบอกกับจ้าวฝูว่าเม็ดยาร้อยต้นกำเนิดได้พร้อมแล้ว
หญ้าร้อยต้นกำเนิดได้ถูกปลูกไว้และด้วยการช่วยเหลือของภูตดอกไม้ทำให้ตอนนี้มันพร้อมที่จะเก็บเกี่ยวแล้ว
เม็ดยาร้อยต้นกำเนิดนั้นเป็นเม็ดยาระยะที่ 2 ที่สามารถเพิ่มความเร็วในการเพาะปลูก400% ด้วยยานี้จะทำให้ ทหารของจ้าวฝูเพาะปลูกได้เร็วขึ้น อย่างน้อยก็ไม่ด้อยกว่าทหารที่มาจากเมืองใหญ่ นี้ทำให้จ้าวฝูค่อยข้างดีใจและจ้าวฝูได้เอากระปลุกแรกของเม็ดยาร้อยต้นกำเนิดมาจาก จางไป๋ซู
เม็ดยาร้อยต้นกำเนิดมีขนาดเท่ากับเม็ดถั่วเหลืองและมีสีเขียว ยาพวกนี้ไม่ได้มีกลิ่นเหมือนยาสมุนไพร แต่เหมือนหญ้ามากกว่า และมีกลิ่นหอมเล็กน้อย
จ้าวฝูกินยาเข้าเม็ดหนึ่งไปและรู้สึกว่าลูกบอลพลังงานแห่งจิตวิญญาณได้กระจายเข้าไปทั่วร่างของเขา ผลของมันค่อนขางดีเลย จ้าวฝูยิ้มและพูดออกไปว่า “ไป๋ซู ผลิตยาพวกนี้ต่อไปเรื่อย พยายามให้เพียงพอต่อกองทัพของเรา”
จางไป๋ซูรู้สึกยินดีที่จ้าวฝูชื่นชอบยาที่เขาผลิตมา และเขาก็รีบรับคำสั่งของเขาและเริ่มผลิตยาจำนวนมากต่อไป
หลังจากนั้น จ้าวฝู ไป๋ฉีและคนอื่นๆเริ่มที่จะกล่าวถึงแผนในอนาคตและเรื่องต่างๆ หลังจากตัดสินใจเรื่องต่างๆได้แล้ว จ้จ้าวฝูได้ไปคุยกับ ป้าฉิง
“ป้าฉิง เจ้ามีความคิดอะไรเกี่ยวกับ ด้านธุรกิจไหม” จ้าวฝูนั่งอยู่บนเก้าอี้และมองไปที่ป้าฉิงที่ปลดปล่อยออร่าที่สงบและฉลาดออกมา
ป้าฉิงยิ้มออกมาและพยักหน้าเบาๆและก็พูดว่า“ฝ่าบาท ข้ามีความคิดดีๆอยู่”
เมื่อจ้าวฝูได้ยินเขาก็ให้ป้าฉิงพูดต่อ
“ฝ่าบาท ด้วยการต่อสู้ที่วุ่นวายได้เกิดขึ้นไปทุกที่ การขายอุปกรณ์และยาจะได้ผลกำไรมากที่สุดอย่างไม่ต้องสงสัย หลังไรก็ตามนั้นจะเป็นการเพิ่มกำลังให้กับศัตรูด้วย ตั้งแต่ เราทำอะไรได้ไม่มาก เราควรมองไปที่วิธีการทางธุรกิจแบบดั้งเดิม
“ประเทศส่วนมากจะเน้นเศรษฐกิจส่วนมากไปทาง เช่น การเกษตร ปศุสัตว์ หรืออุตสาหกรรม .
“อย่างแรก ฝ่ายที่จะสามารถจัดหาพืช แต่น้อยมากที่แต่หาได้ยากมากๆที่พวกต่างเผ่าจะพึ่งพาตัวเองได้อย่างยั่งยืนในแต่ละภูมิภาคที่มีขนาดใหญ่ และพันธมิตรทางธุรกิจของเรา ไม่จำเป็นที่จะต้องเป็นเมืองหลัก การซื้อขายกับคนอื่นก็มีความคุ้มค่า
“สอง มีปศุสัตว์ ศักยภาพในการเลี้ยงสัตว์ก็ไม่มาก ทำให้เราขาดเนื้อ อย่างไรก็ตาม ยิ่งพวกเรายังพัฒนาต่อไปผลกำไรของเราก็จะมากเท่านั้น
“การทำเช่นนั้นต้าฉินจะควบคุมทุกๆอย่างในระยะ500กิโลเมตร ข้าแนะนำให้ หาพื้นที่ในการทำปศุสัตว์ ไม่เพียงแต่จะเพียงพอต่อต้าฉินเท่านั้น แต่เรายังคงรักษาได้อีกด้วย
“ในการอุตสาหกรรม ตอนนี้เรายังไม่คิดถึงเรื่องนั้น ตอนนี้เราควรเน้นไปที่ธุรกิจที่แท้จริง ตอนนี้ แหล่งที่มารายได้ของต้าฉินมาจากร้านอาหารและการขายของที่แตกต่างจากที่อื่นๆส่งออกไปออกอาณาจักร
“ตอนนี้เวลาได้ผ่านมามากแล้ว รายๆคนได้กลายเป็นบารอน และพวกเขาเริ่มที่จะตั้งร้านค้าที่เมืองหลัก แม้จะมีการจัดการของฉัน ร้านอาหารก็ได้กำไรน้อยลง และตอนนี้รายได้ของมันก็ลดลงมาครึ่งหนึ่ง
“อย่างไรก็ตาม นี้เป็นสิ่งที่พวกเราทำได้มากที่สุดในตอนนี้ การแข่งขันของร้านอาหารนั้นสูงมากและมันเป็นเพราะความดังของพวกเราและอาหารที่ไม่เหมือนใครทำให้กำไรไม่ตกไปมากกว่านี้
“ตอนนี้ การที่จะเพิ่มผลกำไร ให้กับร้านอาหารที่มีอยู่ ดังนั้น สิ่งที่พวกเราทำได้ดีที่สุดคือเปิดสาขาเพิ่มที่อาณาจักรอื่น
“ในเวลาเดียวกัน ผลกำไรของไอเท็มที่เราขายนั้นก็คงที่เช่นกัน ถึงแม้จะไม่ได้เท่าเมื่อก่อน แต่เราก็สามารถเปลี่ยนได้ผ่านการทำงานของเรา
“มันดีที่สุดที่เราจะขายของในจำนวนมากและอนุญาตให้ผู้อื่นขายปลีกได้ นี้จำทำให้เราได้เงินจำนวนมากผ่านการขายของที่มากมายเช่นกัน พวกเรายังสามารถขายของสามัญในจำนวนมาก
“ยิ่งไปกว่านั้น ของพวกนี้ เช่น ปลาน้ำจืดของทุ่งหญ้าตะวันออก ผลพลัมสีแดงแห่งภูมิภาคพลัมสีชาด และหนูไม้ไผ่แห่งร้อยไผ่เป็นสิ่งที่เราสามารถปลูกได้เอง ดังนั้นพวกเราจะได้ไม่ต้องซื้อเหมือนเมื่อก่อน เราสามารถสร้างพื้นที่ในการเพาะปลูกในแต่ละภูมิภาคเพื่อลดการใช้จ่ายของเรา
“มันน่าเสียดายที่ทุกๆคนได้รับผักปกติ ข้าว น้ำมันและเกลือดังนั้นเราจะไม่สามารถที่จะสร้างผลกำไรจากสิ่งดังกล่าว”
หลังจากได้ฟังป้าฉิง จ้าวฝูรู้สึกว่ามันมีหลายสิ่งหลายอย่างที่จ้าวฝูนั้นดูแลได้ไม่ดีเพื่อให้สามารถระบุหลายพื้นที่สามารถปรับปรุง ป้าฉิงสมควรแล้วที่จะมีชื่อเสียงในพื้นที่แห่งนี้
การทำกำไรของร้านอาหารทำให้จ้าวฝูต้องถอนหายใจออกมา ตลอดมา ร้านอาหารคือสิ่งที่ทำให้ต้าฉินร่ำรวย แต่ก็ทำให้คนอื่นร่ำรวยขึ้นเช่นกัน จ้าวฝูได้สูญเสียข้อดีของเขาเช่นกัน
สิ่งที่ป้าฉิงได้รู้สึกถึงนั้นก็เป็นไปได้ บางสิ่งที่เป็นกุญแจแห่งกำไรนั้นอาจจะไม่ใช่จากเมืองหลักอย่างเดียว ในขณะที่มีผู้คนอาศัยอยู่ในถิ่นทุรกันดาร พวกเขาสามารถสร้างผลกำไรมหาศาลจากคนเหล่านั้น
อย่างไรก็ตาม พวกเขาจะซื้อขายกันได้อย่างไร พวกถิ่นทุรกันดารก็เป็นพวกที่ยิ่งใหญ่ และหมู่บ้านต่างๆก็กระจัดกระจายไปทั่วพื้นที่ พวกเขาจะซื้อขายกันได้ทั้งหมดอย่างไร นั้นมันแทบเป็นไปไม่ได้เลย
มากกว่านั้น ถ้าเมืองต้าฉินถูกเปิดเผย ความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขาและจ้าวฝูก็จะไม่เป็นเพียงความสัมพันธ์ทางธุรกิจอีกต่อไป
บนโลกนี้มีทั้งดีและร้ายอยู่ บางหมู่บ้านที่นำโดยผู้คนที่เป็นมิตรและเป็นกันเอง และจ้าวฝูจะใช้วิธีที่นุ่มนวลต่อคนดังกล่าว
ตอนนี้สิ่งที่จ้าวฝูต้องการมากที่สุดคือประชากร ไม่ว่าจะทำอะไร เขาก็ต้องการประชากรให้ได้มากที่สุด อย่างไรก็ตาม เขาจะไม่เสียสละทหารให้ทำเรื่องเช่นนั้น หลังจากทั้งหมดอาจจะเป็นจุดสูงสุดในโลกนี้
แน่นอน จ้าวฝูอาจะเป็นคนกลางที่เอนไปทางชั่ว เพราะคนที่เป็นคนดีไม่ค่อยมีชีวิตที่ยืนยาวบนโลกใบนี้
นอกจากนี้มีพื้นที่อื่นๆสามารถพัฒนา พวกเขาสามารถพัฒนาเกษตรและปศุสัตว์ กำหนดพื้นที่เพาะปลูกในภูมิภาคต่าง ๆ และใช้เป็นพื้นฐานในการขยาย
อย่างไรก็ตาม นี้จะต้องใช้กำลังคนเป็นจำนวนมาก และต้องใช้ทหาร100คนเป็นอย่างต่ำเพื่อความปลอดภัยในการเพาะปลูก จ้าวฝูจะทำตามแผนนี้หลังจากที่เขาแลกเปลี่ยนของให้คนของเขา
“ข้าเข้าใจแล้ว ข้าจะเก็บเรื่องนี้ไปคิด”จ้าวฝูค่อนข้างพอใจกับคำแนะนำของป้าฉิง คำแนะนำนี้จะทำให้ธุรกิจของต้าฉินดีขึ้นมาได้แน่
ป้าฉิงรู้สึกยินดีและยิ้มออกมาที่จ้าวฝูยอมรับคำแนะนำของเธอและจะทำตาม
ต่อมา จ้าวฝูได้นำแผนที่ที่ต้าฉินครอบครองมาดู แผนที่นี้ได้วาดขึ้นเมื่อต้าฉินสามารถครอบครองพื้นที่ได้มากขึ้นเรื่อยๆ และมีรายละเอียด ทั้งยังแม่นยำอย่างไม่น่าเชื่อ ถึงแม้ว่าบางพื้นที่จะดูค่อนข้างใหญ่ มันเป็นสาเหตุมาจากแผนที่ที่ค่อนข้างเล็ก จ้าวฝูหวังว่าเมื่อไรที่เขาจะพาเมืองต้าฉินขึ้นเป็นจักรวรรดิ และครอบครองประเทศจีน
จ้าวฝูได้มองหาพื้นที่ราบและตัดสินใจที่จะไปดูเพื่อหาพื้นที่ที่จะทำปศุสัตว์ที่นั้น
ในตอนนั้นเอง นายทหารได้เข้ามารายงานว่าพวกเขาได้เจอเมืองที่ห่างออกจากต้าฉินไปประมาณ700กิโลเมตร