เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 194 กลิ่นอายแห่งความตาย

บทที่ 194 กลิ่นอายแห่งความตาย

บทที่ 194 กลิ่นอายแห่งความตาย


บทที่ 194 กลิ่นอายแห่งความตาย

จ้าวฝูได้อ่านจากฟอรัมมานานแล้วว่าในเขตชายแดนนั้นมีทั้งความวุ่นวายและความโหดร้ายสุดขีด และเมื่อได้เห็นมันด้วยตัวเองก็ทำให้เขาตระหนักได้ถึงขอบเขตของข่าวลือเหล่านี้

เมื่อเขาเห็นว่าทั้งสองฝ่ายเป็นดั่งน้ำและไฟ และก่อสงครามต่อกันอยู่เสมอ มันก็มีความคิดหนึ่งบังเกิดขึ้นในใจของจ้าวฝู ถึงอย่างไรก็ตาม ที่ไหนที่มีสงคราม ที่นั่นก็มักจะมีโอกาสในการทำกำไรอยู่เสมอ!

จ้าวฝูนำแผนที่ของเขาออกมาและพบว่ามันมีเขตชายแดนระหว่างจีนและเวียดนามอยู่ 10 แห่ง และยังมีเจ็ดภูมิภาค รวมทั้งพวกเวียดนามเหนือ ก่อตัวขึ้นเป็นแนวเส้น พวกเวียดนามเหนือและอีก 6 ภูมิภาคบนเส้นทางนี้ได้มีความสัมพันธ์กับจีนมากที่สุด ดังนั้นจ้าวฝูจึงตัดสินใจที่จะพัฒนาธุรกิจของเขาขึ้นมาในสถานที่เหล่านี้

จ้าวฝูไม่ได้ต้องการสร้างผลกำไรมหาศาลขึ้นที่นี่เท่านั้น แต่เขายังได้ใช้เงินอีกเป็นจำนวนมากเพื่อจ้างคนรับใช้ ในตอนนี้ ในขณะที่พวกเขาปลดล็อคภูมิภาคมากขึ้นไปเรื่อยๆ พวกเขาก็จะได้รับเงินที่มากขึ้นไปอีกด้วยบางครั้งพวกเขายังเป็นกังวลว่าจะไม่สามารถใช้เงินทั้งหมดได้

สำหรับข้อสรุปในวันนี้ จ้าวฝูได้บอกไป่ฉีและคนอื่นๆให้กลับไปที่เมืองต้าฉินเพื่อสรุปแผนการและความคิดของพวกเขา ในขณะที่เขาจะอยู่ที่นี่เพื่อซื้ออสังหาริมทรัพย์และเปิดร้านอาหาร

อย่างไรก็ตาม จ้าวฝูก็สามารถเปิดร้านอาหารได้เฉพาะบนฝั่งจีนเท่านั้น เนื่องจากร้านอาหารที่เปิดในฝั่งเวียดนามคงจะได้รับความเสียหายเป็นแน่ ด้วยเหตุนี้เอง เขาจึงยังไม่ไปที่นั่นในตอนนี้

หลังจากทำสิ่งเหล่านี้แล้ว จ้าวฝูก็เริ่มคิดถึงการสร้างฝ่ายของผู้เล่น เขาต้องการสร้างมันขึ้นมาสักระยะหนึ่งแล้ว และดูเหมือนว่าเวลาจะมาถึงแล้ว ในฐานะที่เป็นคนจีน เขายอมไม่สามารถไปพัฒนาฝ่ายเวียดนามได้ แต่ถ้าเขาต้องการพิชิตเวียดนาม เขาก็ต้องส่งคนเข้าไปรวบรวมข้อมูล

อย่างไรก็ตาม หลังจากเดินไปรอบๆแล้ว นอกจากจะพบคนไม่กี่คนที่ต้องการสังหารเขาแล้ว เขาก็ไม่พบใครเลยที่มีประโยชน์

จ้าวฝูตระหนักได้ถึงความยากลำบากในการสร้างฝ่ายของผู้เล่น หนึ่งคือต้องหาคนที่ทั้งจงรักภักดีและมีความสามารถ และพวกเขายังต้องสามารถเก็บรักษาตัวตนไว้เป็นความลับให้ได้ เมื่อตัวตนของคนผู้นั้นถูกเปิดเผย ไม่ว่าพวกเขาจะทรงพลังแค่ไหนในโลกจุติสวรรค์ ถ้าพวกเขาไม่ได้ถูกปกป้องในโลกแห่งความเป็นจริง พวกเขาก็จะถูกฆ่าตายได้ง่ายๆ

ด้วยเหตุนี้ จ้าวฝูจึงตัดสินใจที่ล้มเลิกความคิดในการก่อตั้งกลุ่มผู้เล่นบริสุทธิ์ เขาตัดสินใจเลือกที่จะสร้างแกนกลางของฝ่ายจากชาวเมืองและแกนรอบจากผู้เล่น ด้วยวิธีการนี้ การก่อตั้งของเขาก็จะง่ายขึ้นมาก

มันมีประโยชน์หลายอย่างในการสร้างฝ่ายของผู้เล่น มันจะทำให้การรวบรวมข่าวสารต่างๆง่ายดายมากยิ่งขึ้น และการมีผู้เล่นเป็นจำนวนมากนั้น ผู้เล่นเหล่านั้นก็ไม่ได้ตายจริงๆ นี่เป็นข้อได้เปรียบที่ใหญ่ที่สุดของฝ่ายผู้เล่น

จ้าวฝูคิดเกี่ยวกับมันและมองไปที่ชาวเวียดนามซึ่งมีลักษณะที่ดี ในขณะที่เธอไม่ระวังตัว เขาก็ได้ลากเธอเข้ามาในซอยภายในพริบตา

ชาวพื้นเมืองคนนี้กำลังเดินอย่างอารมณ์ดี แต่จู่ๆก็มีร่างสีดำเข้ามาคว้าตัวเธอและลากเธอเข้าไปในซอย

เธอกลัวขึ้นสมองในทันทีและคิดว่าจ้าวฝูจะทำอะไรกับเธอ ดังนั้นเธอจึงพยายามดิ้นรนขัดขืน เธอพยายามที่จะกรีดร้องขอความช่วยเหลือ แต่ในขณะที่เธออ้าปากออกมานั้น มันก็ปิดปากของเธอ และเธอก็ถูกลากไปที่มุมเปลี่ยวโดยไม่สามารถต่อต้านอะไรได้เลย

น้ำตาร่วงหล่นลงมาจากดวงตาเธอ - เธอรู้ว่ากำลังจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป เธอไม่เคยคิดว่าพรหมจรรย์ที่เธอปกป้องมาตลอด 20 ปีจะถูกพรากไปแบบนี้ เมื่อเธอคิดถึงเรื่องนี้ น้ำตาก็ยิ่งไหลออกมามากขึ้น ในเวลานั้นเธอก็ได้ยินผู้ชายคนนี้พูดด้วยภาษาที่เธอไม่เข้าใจ แต่เธอก็รู้ว่ามันเป็นภาษาจีน เธอตระหนักได้ว่าจ้าวฝูเป็นผู้เล่นชาวจีนและเห็นเขายื่นสัญญาเป็นตายมาให้

เมื่อเธอเห็นสัญญา หัวใจของเธอก็เริ่มหนาวเหน็บ เธอคิดว่ามันไม่เพียงที่ผู้ชายคนนี้จะทำให้เธอมีมลทิน เขายังต้องการควบคุมความเป็นความตายของเธอด้วย ถ้าเป็นอย่างนั้นเธอคงจะตายซะดีกว่า

"ข้าไม่ยอม! สังหารฆ่าซะถ้าเจ้ากล้า!" หญิงสาวพูดด้วยภาษาเวียดนามในขณะที่เธอมองไปยังจ้าวฝูด้วยความเด็ดเดี่ยว เธอตัดสินใจว่าเธอจะรักษาพรหมจรรย์ของตัวเองไว้และหยุดคนเลวทรามผู้นี้ให้ได้

อย่างไรก็ตาม ในขณะที่เธอพูดเสร็จก็มีมือมากุมคอของเธอไว้และยกเธอขึ้น ในทันที ความรู้สึกสิ้นหวังได้สาดซัดเข้าใส่เธอ และเธอก็พยายามอย่างหมดท่า เมื่อรู้สึกถึงการจับจ้องของสายตาอันเย็นชา เธอก็เริ่มรู้สึกถึงความหวาดกลัวและร่างทั้งร่างของเธอก็สั่นสะท้าน

กลิ่นอายแห่งความตายค่อยๆซึมเข้ามาในจิตใจของเธอ และเธอก็รู้สึกว่าเธอไม่สามารถหายใจได้อีก จิตใจของเธอเริ่มเลือนลาง และเธอได้สงสัยว่าเธอกำลังจะตายจริงๆ ในวินาทีสุดท้าย ความกลัวของเธอได้ท่วมท้นไปทั่วตัวเธอ ทำให้เธอเลือกที่จะยอมแพ้

คนผู้นี้ปล่อยเธอในทันทีและวางเธอกลับลงไปบนพื้น หลังจากนั้นไม่นานเธอก็ฟื้นตัว

ในเวลานั้นเอง ชายผู้นี้ได้ยื่นสัญญาออกมา และเธอก็ทำได้เพียงแค่ร้องไห้ด้วยความเสียใจในขณะที่เธอยอมรับ สัญญาเปลี่ยนเป็นละอองแสงและเข้าสู่ร่างกายของเธอ

ฉับพลัน เสียงของชายคนนั้นได้ดังออกมา "เจ้าชื่ออะไร?"

แม้ว่าเธอจะไม่เข้าใจคำพูด แต่เธอก็สามารถเข้าใจเจตนาของชายผู้นี้ได้ เธอก้มศีรษะลงในขณะที่เธอสะอื้นไห้และกล่าวว่า "ข้ามีนามว่าลี่ฉินเฉียน!" จ้าวฝูเห็นถึงความน่าสงสารและความผิดหวังของเธอ และเขาก็รู้สึกว่าเขาทำเกินไป เขารู้สึกเสียใจมากและปลอบโยนเธอด้วยการพูดว่า "อย่ากังวลไปเลย ตอนนี้ที่เจ้าได้ยอมจำนนต่อข้า ข้าจะปฏิบัติต่อเจ้าด้วยดีแน่นอน"

เมื่อเธอได้ยินจ้าวฝู เธอก็รู้สึกผ่อนคลายขึ้นมาเล็กน้อย เพราะภายใต้สัญญานี้ เธอได้ตกเป็นของเขาแล้ว

"เอาล่ะ ข้าจะพาเจ้ากลับไป" จ้าวฝูกล่าวในขณะที่เขายื่นมือออกมา

ลี่ฉินเฉียนยังคงคิดว่าจ้าวฝูต้องการร่างกายของเธอ เธอมองไปรอบๆและพบว่าสถานที่แห่งนี้ไม่เหมาะสมกับการทำเรื่องแบบนั้นเลย ดังนั้นเธอจึงพยักหน้าและจับมือของจ้าวฝูไว้ในขณะที่เธอลุกขึ้น

ต่อจากนั้น เธอได้เดินไปกับเขาและใช้ช่องทางการเทเลพอร์ตก่อนที่จะมาถึงยังสถานที่อันงดงามเป็นอย่างยิ่ง มีดอกไม้อยู่ทุกหนทุกแห่ง และมีกลิ่นหอมอ่อนๆของดอกไม้เต็มไปทั่วทั้งอากาศ

"ฝ่าบาท! ฝ่าบาท!" คนที่อยู่รอบๆจ้าวฝูกล่าวออกมาด้วยความเคารพต่อเขาเมื่อเขามาถึง ลี่ฉินเฉียนไม่สามารถเข้าใจภาษาจีนได้ แต่เธอก็รู้สึกว่าชายคนนี้ต้องมีตำแหน่งที่สำคัญและเป็นที่น่านับถือ

จ้าวฝูถอดชุดคลุมออกช้าๆ ทำให้เธอเห็นรูปลักษณ์ของเขา ใบหน้าอันละเอียดอ่อนและหล่อเหลาของเขาแผ่กลิ่นอายแห่งความสง่างามและอำนาจออกมา และมันทำให้ลี่ฉินเฉียนรู้สึกว่าเธอไม่สามารถมองเขาตรงๆได้ เธอก้มหัวลง และไม่กล้าเงยหน้าขึ้น ทั้งยังสงสัยว่าทำไมเขาถึงทำแบบนี้กับเธอถ้าเขามีสถานะที่น่านับถือเช่นนี้

เธอเดินตามหลังเขาจนกระทั่งพวกเขามาถึงพื้นที่โล่ง

"ที่นี่เหรอ?" ลี่ฉินเฉียนมองไปรอบๆ แม้ว่าจะไม่มีใครอยู่รอบๆ แต่มันก็ยังเป็นพื้นที่เปิด ใบหน้าของเธอขึ้นสี และเธอได้พูดด้วยสีหน้าที่เขินอาย "นายท่าน พวกเราไม่ไปหาป่าเล็กๆเพื่อทำมันดีกว่าเหรอ?"

จ้าวฝูมองไปที่เธอด้วยใบหน้าที่สับสนและตอบ "มันไม่สะดวกที่จะทำในป่า ข้าคิดว่าที่นี่น่าจะดีกว่า"

ใบหน้าของลี่ฉินเฉียนเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำและรู้สึกว่าคนผู้นี้วิปริตเหลือเกิน อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเธอเป็นของเขาแล้ว เธอก็ต้องทำทุกอย่างตามที่เขาบอก ในขณะที่เธอกำลังจะเริ่มถอดเสื้อผ้า จ้าวฝูก็ยื่นมือออกมา

"นี่ของเจ้า!"

จ้าวฝูยื่นศิลาสร้างเมืองที่เขาซื้อมาก่อนหน้านี้ให้กับเธอ เนื่องจากเขาต้องจับตาดูเวียดนาม เขาจึงต้องการชาวเวียดนามเป็นจำนวนมากเพื่อบรรลุเป้าหมาย ถ้ามีคนจีนไปที่นั่น พวกเขาก็อาจจะใช้ไม่ได้ผลและถูกทำร้าย ดังนั้นจ้าวฝูจึงมอบศิลาสร้างเมืองให้กับลี่ฉินเฉียนเพื่อสร้างหมู่บ้านที่ให้กำเนิดชาวเวียดนามที่จงรักภักดีต่อเขาขึ้นมา


The Lord's Empire - นิยายแปล

จบบทที่ บทที่ 194 กลิ่นอายแห่งความตาย

คัดลอกลิงก์แล้ว