- หน้าแรก
- The Lord's Empire
- บทที่ 135 ดาวเจ็ดสังหาร
บทที่ 135 ดาวเจ็ดสังหาร
บทที่ 135 ดาวเจ็ดสังหาร
บทที่ 135 ดาวเจ็ดสังหาร
"คนที่มีดวงดาวแม่ทัพกลับมาเร็วขนาดนี้ได้ยังไง?" ผู้มีพลังจิตและผู้มีความสามารถจำนวนนับไม่ถ้วนเงยหน้าขึ้นมองดวงดาวสีม่วงและรู้สึกตกใจเป็นอย่างยิ่ง
การกลับมาของดาวแม่ทัพเป็นสัญลักษณ์ที่สอดคล้องกับโชคชะตา และมันก็หมายความว่าคนผู้นั้นจะกลายเป็นแม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่ แม่ทัพเช่นนี้จะทรงพลังเป็นอย่างยิ่งและเชี่ยวชาญทั้งด้านการทหารและพลเรือน พวกเขาสามารถช่วยควบคุมประเทศชาติและนำทัพได้ ทั้งยังสนับสนุนเจ้านายของตนในหลายๆทาง พวกเขายังสามารถรวบรวมโชคชะตาจำนวนมากไว้ได้
ตั้งแต่สมัยโบราณ ปรมาจารย์ฮวงจุ้ยได้กล่าวไว้ว่าบรรดาคนที่มีดาวแม่ทัพจะมีอนาคตที่ไม่ธรรมดา และพวกเขาจะกลายเป็นคนที่มีอำนาจและพลังอันยิ่งใหญ่
ยกตัวอย่างเช่น ฮั่นสิน จูกัดเหลียง ฉินเขง และอีกหลายๆคน... คนเหล่านี้ล้วนเป็นเสาหลักของประวัติศาสตร์จีน และพวกเขาทุกคนก็มีส่วนร่วมอย่างยิ่งใหญ่ในกับภาระหน้าที่ของลอร์ดของตน
เมื่อโลกจุติสวรรค์ได้เปิดขึ้น วีรบุรุษในประวัติศาสตร์มากมายได้ถูกนำกลับมา แต่ดวงแม่ทัพของพวกเขาก็ยังคงถูกปิดผนึกไว้ เมื่อดวงแม่ทัพของพวกเขาได้คลายผลึกออก ผู้ใหญ่พลังจิตและผู้มีความสามารถจึงเรียกสิ่งนี้ว่า 'การกลับมา' ของดาวแม่ทัพ
แน่นอนว่าดวงดาวสีม่วงที่กำลังปรากฏอยู่บนท้องฟ้านั้นก็เป็นสัญลักษณ์ของดาวแม่ทัพที่กลับมาเกิดอีกครั้ง การกลับมาเกิดของดาวแม่ทัพและการกลับมาเฉยๆนั้นล้วนแตกต่างกัน เมื่อดวงดาวสีม่วงได้ปรากฏขึ้นพร้อมกับการถือกำเนิดของคนๆหนึ่ง มันหมายความว่าดาวแม่ทัพได้กลับมาเกิดพร้อมกับชีวิตของคนผู้นั้นและคนผู้นั้นได้ถูกกำหนดให้กลายเป็นแม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่ ส่วนการกลับมาของดาวแม่ทัพนั้นหมายความว่าดาวแม่ทัพของคนผู้หนึ่งได้คลายผนึกออก
ในปัจจุบัน ไม่มีใครในโลกจุติสวรรค์ที่ถูกค้นพบว่ามีดวงแม่ทัพกลับมาเกิดด้วย อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ได้หมายความว่ามันเป็นไปไม่ได้ โดยปกติแล้วดาวแม่ทัพจะกลับมาเกิดในช่วงระหว่างที่มีการขึ้นลงของโชคชะตาจำนวนมหาศาล
ในระหว่างช่วงเวลาที่สับสนวุ่นวายเป็นอย่างยิ่งแบบนั้น มีหลายคนที่มีดาวแม่ทัพกลับมาเกิดด้วย และพวกเขาจะกลายเป็นแม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่ ในทำนองเดียวกัน เรื่องแบบนี้มักจะเกิดขึ้นเมื่อประเทศชาติมีความไม่มั่นคงและมีกองกำลังจากภายนอกเข้ารุกราน
พวกมันจะปรากฏขึ้นในช่วงเวลาที่ประเทศมีความเสี่ยง และโลกจุติสวรรค์ในตอนนี้ก็กำลังอยู่ในสภาวะที่วุ่นวายเป็นอย่างยิ่ง ดังนั้นจึงมีหลายๆคนที่มีดาวแม่ทัพกลับมาเกิดด้วย
ในตอนนี้ เหล่าผู้ที่กำลังเฝ้ามองอยู่นั้นเชื่อว่าดวงดาวสีม่วงคือดาวแม่ทัพที่กลับมาแทนที่จะเป็นดาวแม่ทัพที่กลับมาเกิด เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงยังไม่หยุดนิ่งและดาวดวงก็แผ่ความรู้สึกโบราณกาลออกมา
ย้อนกลับไปที่เมืองต้าฉิน ณ ศูนย์กลางพายุขนาดยักษ์และภายใต้ดวงดาวสีม่วง ไป่ฉีค่อยๆชักดาวฟาดฟันดวงดาราออกมาจากเอวของเขาและชี้ขึ้นไปยังท้องฟ้า!
"อ๊าาา!!!" ไป่ฉีคำรามออกมาในขณะที่ออร่าอันมหาศาลระเบิดออกมาจากร่างกายของเขา และออร่าแดงโลหิตได้พวยพุ่งออกมาจากร่างกายของเขา
ในตอนนั้นเอง พายุได้รุนแรงขึ้นหลายเท่า ส่งผลให้ทรายและก้อนหินเล็กๆกระจัดกระจายออกไป เหล่าคนที่เฝ้ามองดูอยู่พยายามอย่างเต็มที่เพื่อต้านทานสายลม แต่พวกเขาก็ยังถูกพัดพาออกไป จ้าวฝูปลดปล่อยกำแพงสีดำที่มีลวดลายมังกรสลักไว้ตรงหน้าของเขาและสามารถต้านทานสายลมไว้ได้
ตู้ม!
เสียงระเบิดดังกึกก้องออกมาในขณะที่ริ้วสายฟ้าสีแดงโลหิตหลายสายได้ไหลเวียนอยู่รอบๆตัวไป่ฉี ต่อจากนั้น เสาแสงสีแดงโลหิตขนาดยักษ์ต้นหนึ่งก็ได้พุ่งขึ้นจากร่างของไป่ฉีขึ้นสู่ดวงดาวสีม่วง
ในขณะที่เสาแสงพุ่งขึ้นสู่ดวงดาวสีม่วง ดวงดาวสีม่วงซึ่งส่องประกายด้วยแสงอันสูงส่งก็ได้ถูกย้อมด้วยสีแดงโลหิตและแผ่กลิ่นอายอันหนาวเหน็บและฆ่าฟันออกมา
ในทันทีที่ผู้มีพลังจิตและผู้มีความสามารถได้เห็นเช่นนี้ ม่านตาของพวกเขาก็หดตัวลงและร้องออกมา "เจ็ดสังหาร!"
จากดาวแม่ทัพทั้ง 13 ดวง ดวงเจ็ดสังหารเป็นดาวที่เต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราดมากที่สุด และมันยังเป็นดาวที่มุ่งเน้นไปที่การสังหารมากที่สุด ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อดาวเจ็ดสังหารส่องแสงพร้อมด้วยดาวหมาป่าละโมบและดาวทลายทัพ มันจะก่อให้เกิดค่ายกลที่เรียกว่า 'หมาป่าทลายสังหาร' เมื่อดวงดาวเหล่านี้รวมตัวกันอีกครั้ง การเปลี่ยนแปลงอันยิ่งใหญ่ก็จะเกิดขึ้นภายใต้สรวงสวรรค์ผืนนี้
ดาวเจ็ดสังหารเปล่งแสงสีแดงโลหิตในขณะที่มันได้ลอยเด่นอยู่บนท้องฟ้าสีคราม ก่อให้เกิดภาพอันแปลกประหลาด
ในเวลานั้น เสาแสงสีแดงโลหิตรอบๆไป่ฉีก็เริ่มอ่อนกำลังลงก่อนที่มันจะหายไป และมีการระเบิดตามมาหลังจากนั้น
ตู้ม!!!
แสงดวงดาวสีแดงโลหิตพุ่งลงมาจากดาวเจ็ดสังหารและตกลงบนร่างกายของไป่ฉี ส่งผลให้อากาศโดยรอบระเบิดออก แรงปะทะอันมหาศาลทำให้ผืนดินแตกออก และแม้กระทั่งจ้าวฝูก็ต้องถอยไป 1 ก้าว โชคดีที่พายุได้หยุดลงหลังจากนั้น
ภายใต้เสาแสงสีแดงโลหิตจากดวงดาว ไป่ฉียังคงชี้ดาบของเขาขึ้นสู่ท้องฟ้า และแสงดาวได้เริ่มก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในร่างกายของเขา ดวงตาของเขาเปล่งแสงสีแดงโลหิตอันเยือกเย็นออกมา และผมยาวสีดำของเขาได้ปลิวไปกับสายลม จิตสังหารของเขาที่ไหลเวียนออกมาดูจะพุ่งไปถึงสรวงสวรรค์ และเขาก็ดูน่าสะพรึงกลัวเหลือเกิน
ในเวลานั้น ลูกแก้วแสง 10 ลูกค่อยๆลอยมาทางไป่ฉีและพุ่งเข้าไปยังดาบที่เขากำลังถืออยู่
หลังจากที่ลูกแก้วแสงเข้าไปแล้ว ดาบฟาดฟันดวงดาราสีเงินก็เปลี่ยนเป็นสีม่วงอันสูงส่ง ต่อจากนั้นมันก็เปลี่ยนเป็นสีแดงโลหิต สีมันเหมือนกับสีของดาวเจ็ดสังหาร และมันก็แผ่จิตสังหารอันเยือกเย็นออกมา
คำว่า 'เจ็ดสังหาร' ถูกสลักลงบนใบมีด หลังจากนั้น การเปลี่ยนแปลงก็เสร็จสมบูรณ์
เสาแสงสีแดงโลหิตจากดวงดาวค่อยๆหายไป ในขณะที่ดาวเจ็ดสังหารสีแดงโลหิตก็จางหายไปด้วย
หลังจากสัญญาณผิดปกติทั้งหมดนี้ได้หายไป พื้นดินก็ถูกทิ้งไว้ด้วยสภาพอันวุ่นวาย ไป่ฉียืนอยู่ ณ ใจกลาง และเพราะจิตสังหารของเขาเกือบจะมีตัวตนขึ้นมา มันจึงไม่มีใครกล้าเข้าใกล้
ในตอนนี้ ไป่ฉีดูเหมือนจะกลายเป็นไป่ฉีที่ถูกบันทึกไว้ในพงศาวดาร 'สังหารคนเพียงหนึ่งทำให้คนผู้นั้นเป็นฆาตกร สังหารคนนับหมื่นทำให้คนผู้นั้นกลายเป็นวีรบุรุษ! สังหารคนถึงเก้าล้านทำให้คนผู้นั้นกลายเป็นวีรบุรุษท่ามกลางวีรบุรุษ!'
ในสมัยโบราณ ไป่ฉีมีโชคชะตาเจ็ดสังหาร เขาได้ต่อสู้ในสนามรบมา 37 ปี ถล่มเมืองไปมากกว่า 70 เมือง และสังหารศัตรูไปหลายล้านคน อย่างไรก็ตาม ในบั้นปลาย ไป่ฉีถูกมองว่าเป็นภัยคุกคาม และเขาได้รับคำสั่งให้ฆ่าตัวตาย
จ้าวฝูอดถอนหายใจออกมาจากภายในไม่ได้เมื่อเขาคิดถึงเรื่องนี้ นั่นเป็นความผิดของจักรพรรดิ ไม่ใช่ของไป่ฉี จ้าวฝูย่อมไม่ทำเช่นนั้นในอนาคตเป็นแน่
"คนผู้นี้คือใคร? ใครคือลอร์ดของเขา? เขาเป็นคนแรกที่ปลดผนึกดาวเจ็ดสังหาร และชื่อเขาของเขาจะเลื่องลือไปทั่วโลกในอนาคตอย่างแน่นอน" เหล่าผู้มีพลังจิตและผู้มีความสามารถเอื้อนเอ่ยออกมา
ทันใดนั้นพวกเขาก็ตระหนักได้ว่าดาวเจ็ดสังหารปรากฏขึ้นทางทิศเหนือ!
เมื่อรู้เช่นนี้แล้ว ผู้มีพลังจิตก็ได้แต่สงสัยกับตัวเอง "ไม่ใช่ว่าดาวเจ็ดสังหารนี้เป็นของต้าฉินจริงหรือ?"
เนื่องจากทางตอนเหนือของทวีปแผ่นดินกลางมีขนาดกว้างขวาง ดาวเจ็ดสังหารจึงอาจไม่ใช่ของต้าฉินเสมอไป อย่างไรก็ตาม มันก็มีโอกาสอย่างน้อย 50% ที่จะเป็นเช่นนั้น