- หน้าแรก
- The Lord's Empire
- บทที่ 100 ลอบโจมตี
บทที่ 100 ลอบโจมตี
บทที่ 100 ลอบโจมตี
บทที่ 100 ลอบโจมตี
"ถ้าพวกเราพุ่งออกไป พวกมันจะต้องส่งอันเดดออกมาลดความแข็งแกร่งของพวกเราอย่างแน่นอน และจากนั้นจะใช้ทหารชั้นยอดเพื่อกวาดล้างพวกเรา พวกเราย่อมพ่ายแพ้อย่างแน่นอน" ผู้อาวุโสที่พูดขึ้นมาครั้งแรกโต้แย้งขึ้น
"เจ้าคิดว่าเราควรจะทำยังไง?" หนึ่งในผู้ที่อยากจะต่อสู้ถาม
ทันใดนั้น หนึ่งในผู้อาวุโสมนุษย์หนูที่ยังไม่ได้พูดอะไรก็เอ่ยขึ้นมา "ในตอนแรก ไม่ใช่ว่าพวกเราจะใช้เผื่อเหตุฉุกเฉินอย่างนั้นเหรอ? ตอนนี้พวกเรามีสองทางเลือก คือใช้อุโมงค์เหล่านั้นเพื่อหลบหนี..."
“ไม่!”
ก่อนที่มันจะพูดจบ มันก็ถูกแทรกโดยผู้อื่น หนึ่งในนั้นกล่าวว่า "ถ้าพวกเราต้องหนี พวกเราก็ต้องนำศิลาสร้างเมืองไปกับพวกเราด้วย อย่างไรก็ตาม การเลือกย้ายก็จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอันยิ่งใหญ่ และพวกมนุษย์จะต้องสังเกตเห็นแน่นอน พวกเราเองก็ไม่สามารถจากไม่ได้โดยทิ้งศิลาสร้างเมืองไว้ แม้ว่าพวกเราจะเฝ้ารักษาเศษซากทางประวัติศาสตร์นี้มานานแล้ว แต่พวกเราก็ปลดล็อคไปเพียงแค่ส่วนเล็กๆเท่านั้น เจ้าอยากจะทิ้งทุกอย่างไปจริงเหรอ?"
“เห้อ!” มนุษย์หนูที่เป็นตัวเสนอแนะให้หลบหนีโดยใช้อุโมงค์ถอนหายใจออกมาในขณะที่มันกล่าวว่า "ดูเหมือนว่าพวกเราต้องใช้อุโมงค์ในตอนกลางคืนและใช้กองกำลังพิเศษของเขาเผด็จศึกกับกองทัพมนุษย์"
มนุษย์หนูตัวอื่นๆต่างพากันพยักหน้า ในตอนนี้ไม่มีอะไรที่พวกมันจะทำได้แล้ว
ดวงอาทิตย์ค่อยๆแตะกับเส้นขอบฟ้า และแสงอาทิตย์สีแดงได้เริ่มปกคลุมผืนดิน ในไม่ช้า ดวงดาวก็เริ่มทอแสงบนฟากฟ้า
เมื่อมันเป็นเวลากลางคืนเต็มที่แล้ว ดวงดาวที่เปล่งประกาบก็ปรากฏขึ้นบนท้องฟ้า แต่มันก็ไม่มีดวงจันทร์อยู่เลย อย่างไรก็ตาม เพราะมีดวงดาวอยู่ มันจึงไม่ได้มืดเกินไป
ทหารของจ้าวฝูเริ่มจุดคบเพลิงและทำอาหารค่ำ ดูเหมือนจะไม่มีความระมัดระวังใดๆอยู่ภายในกองทัพเลย และมันก็ราวกับว่าพวกเขาไม่ได้เอาจริงเอาจังอะไรกับมนุษย์หนูเลย ในความเป็นจริง ทหารบางคนยังได้หยิบไวน์ออกมาและเริ่มดื่ม
เรื่องนี้ส่งผลให้มนุษย์หนูที่รักษาการณ์อยู่บนกำแพงเริ่มโกรธขึ้นมา และพวกมันก็คิดกับตัวเองว่า "พวกเราจะแสดงให้พวกมนุษย์เหล่านี้เห็นถึงพลังของพวกเราในไม่ช้า!"
ค่ำคืนได้ล่วงเวลาเข้าไปเรื่อยๆ และในไม่ช้า มันก็เป็นเวลาเที่ยงคืน ในเวลาแบบนี้มันก็มีเพียงไม่กี่กลุ่มลาดตะเวณอยู่รอบๆค่ายของจ้าวฝูในขณะที่ทุกๆคนได้เข้าไปในเต็นท์เพื่อหลับนอนแล้ว
พวกมนุษย์หนูรู้สึกว่าโอกาสของตนได้มาถึงแล้ว และพวกมันได้เริ่มที่จะดำเนินตามแผนการ
กลุ่มของมนุษย์หนูเดินผ่านอุโมงค์ทั้งสามและมาถึงด้านนอกหมู่บ้าน โดยมีกองกำลังของจ้าวฝูกั้นระหว่างพวกมันกับหมู่บ้าน มันมีมนุษย์หนูอยู่ในกลุ่มราวๆ 2,000 ตัว ในขณะที่มนุษย์หนูที่อยู่บนกำแพงได้โรยเชือกลงมาอย่างเงียบงัน
ต่อจากนั้น มนุษย์หนูบนกำแพงก็โรยตัวลงมาด้วยเชือกและจัดตัวเองให้อยู่อีกฟากหนึ่งของกองทัพของจ้าวฝู การขนาบโจมตีนี้สมบูรณ์แบบ และไม่เหลือข้อบกพร่องใดๆให้กับแผนการ หากกองกำลังของจ้าวฝูถูกโจมตีทั้งสองด้าน พวกเขาก็จะตกอยู่ในอันตรายอย่างใหญ่หลวงและน่าจะแตกทัพไป
มนุษย์หนูเบื้องหลังกองทัพของจ้าวฝูจำนวน 2,000 ตัวคลานออกมาจากอุโมงค์และิว่งไปยังค่ายของจ้าวฝู แต่ในทันใดนั้น...
ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว...
เสียงของอากาศถูกฉีกกระชากดังออกมา ทำให้มนุษย์หนูตะโกนออกมาว่า "ซุ่มโจมตี!!"
มนุษย์หนูกระจายตัวออกไปในทันที แต่ส่วนใหญ่ก็ยังถูกปกคลุมอยู่ในห่าลูกศร มนุษย์หนูจำนวนนับไม่ถ้วนถูกยิงตายโดยลูกศรที่สาดเทลงมาอย่างวุ่นวาย
จางต้าหูออกมาจากที่ซ่อนและหัวเราะ "ฝ่าบาทพูดถูก มนุษย์หนูก็เป็นแค่หนูและชอบขุดหลุม โชคดีที่จมูกของเทาน้อยดีกว่าสุนัข และมันก็ค้นพบอุโมงค์ลับทั้งสามแห่งนี้"
“อู้ววว!!!”
เทาน้อยหอนใส่จางต้าหูอย่างมีไม่พอใจและแยกเขี้ยวของมัน มองดูราวกับว่ามันกำลังจะกัดจางต้าหู จางต้าหูดูค่อนข้างอึดอัดและรีบกล่าวว่า "เอาล่ะ เอาล่ะ ข้าไม่เทียบจมูกของเจ้ากับสุนัขแล้ว!"
“อู้ววว!!!” เทาน้อยยังคงหอนด้วยความไม่พอใจต่อ
จางต้าหูคิดถึงเรื่องนี้และตระหนักบางสิ่งได้ และเขาได้กล่าวออกมาอย่างช่วยไม่ได้ "ข้าจะไม่เรียกเจ้าว่าเทาน้อยแล้วก็ได้ ข้าจะเรียกเจ้าว่าราชาหมาป่าเทา"
สำหรับเทาน้อย ชื่อ 'เทาน้อย' สามารถใช้ได้โดยจ้าวฝูเท่านั้น และคนอื่นๆต้องเรียกมันว่าราชาหมาป่าเทาเท่านั้น
เพียงแค่นี้เทาน้อยก็นอนลงบนพื้นด้วยใบหน้าที่พึงพอใจ และจางต้าหูก็หันกลับไปยังสนามรบ เขาได้เห็นร่างที่คล่องแคล่วว่องไวผิดปกตินับสิบร่างหลบผ่านห่าลูกศรและหนีหนีไป เครื่องแต่งกายของพวกมันค่อนข้างแปลกและดูเหมือนพวกมันกำลังสวมหมวกอยู่
เนื่องจากมนุษย์หนูส่วนใหญ่ถูกฆ่าตายไปแล้ว เขาจึงไม่ได้สั่งให้ลูกน้องยิงต่อ กลับกัน เขาได้พบทหารเข้าไปไล่ล่ามนุษย์หนูทั้ง 10 ตัวที่หลบหนีไป
หนึ่งชั่วโมงต่อมา มนุษย์หนูหน้ากำแพงก็ยังคงรออย่างใจจดใจจ่อ และสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น เวลาผ่านไปแล้วประมาณหนึ่งชั่วโมงแล้ว และมันก็ดูเหมือนว่ามนุษย์หนูทั้ง 2,000 ตัวนั้นยังไม่ได้เคลื่อนไหวอะไรเลย
ในหมู่บ้านมนุษย์หนู ผู้อาวุโสมนุษย์หนูได้เดินไปมาด้วยความกระวนกระวายอยู่ภายในโถงหมู่บ้าน และสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นกับพวกมนุษย์หนู ภายในใจของพวกมัน พวกมันรู้สึกถึงความไม่สบายใจเอาซะเลย
...........................
"อะไรนะ?" ใบหน้าของจ้าวฝูมืดลงในขณะที่เขามองไปที่จางต้าหูกำลังคุกเข่าอยู่ และเทาน้อยที่กำลังนอนอยู่ข้างๆอย่างไม่รู้สึกรู้สา
หลังจากนั้นไม่นาน จ้าวฝูก็ถอนหายใจออกมาและถามว่า "พูดมา! มีผู้ชายอยู่ 1,500 คน เจ้ากลับล้มเหลวในการตามจับมนุษย์หนูไม่กี่ตัว และกว่า 50 คนยังได้รับบาดเจ็บกลับมาได้ยังไง?"
จางต้าหูหายใจออกมาก่อนที่จะรายงาน "ฝ่าบาท ข้าได้ซุ่มโจมตีตามคำสั่งของท่าน และทุกๆอย่างก็ราบลื่นดี แต่มีมนุษย์หนูกว่า 10 ตัวที่ว่องไวผิดปกติ และพวกมันก็สามารถหลบลูกศรทั้งหมดได้ พวกมันหลบหนีไป และแน่นอนว่าข้าได้สั่งให้ไล่ตามพวกมันไป อย่างไรก็ตาม หลังจากวิ่งเข้าไปในป่า พวกมันก็เป็นดั่งมัจฉาที่กลับคืนสู่สายน้ำ และพวกมันก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย
"อย่างไรก็ตาม จากการพึ่งพาจมูกของราชาหมาป่าเทา พวกเราก็สามารถตามพวกมันไปได้ แต่พวกเราก็ไม่คิดว่าพวกมันจะดักซุ่มโจมตีแน่นอนว่าพวกเราได้ใช้กลยุทธ์ของฝ่าบาท แต่ก็ไม่คาดคิดว่าพวกเรา 50 คนจะยังได้รับบาดเจ็บอยู่ ถึงอย่างนั้นพวกเราก็ยังสามารถสังหารมนุษย์หนูได้กว่า 20 ตัว แต่พวกเราก็ไม่สามารถหาตัวอื่นได้พบ ข้าได้สั่งให้คนซ่อนตัวอยู่ใกล้ๆกับอุโมงค์แล้ว ทันทีที่พวกมันปรากฏตัว พวกเราจะฆ่าพวกมันในทันที"
"โอ้? มนุษย์หนูแข็งแกร่งงั้นเหรอ?" จ้าวฝูกล่าวด้วยความประหลาดใจ ไม่ใช่ว่าเขาไม่เชื่อจางต้าหู แต่เขาก็ไม่คาดคิดว่ามนุษย์หนูไม่กี่สิบตัวจะทรงพลังมากขนาดนั้น
"ฝ่าบาท ข้าได้นับศพของพวกมันกลับมา และท่านสามารถตรวจสอบพวกมันดูได้" จางต้าหูกล่าว
จ้าวฝูพยักหน้า และทหารได้หลายได้นำซากศพเข้ามา
จ้าวฝูมองดูและพบว่าพวกมันต่างไปจากมนุษย์หนูปกติจริงๆ พวกมันสวมเสื้อคลุมที่มีหมวกสีดำ ซึ่งมีขนาดใหญ่พอที่จะปกปิดรูปลักษณ์ภายนอกได้ ภายใต้เสื้อคลุมเป็นเสื้อผ้าที่กระชับและไม่ได้จำกัดการเคลื่อนไหวของพวกมัน และยังมีดาบสั้นมัดติดอยู่กับมือแต่ละข้างของพวกมัน นอกจากนี้ยังมีกลไกที่แขนของพวกมันซึ่งสามารถยืดและหดดาบสั้นได้
จ้าวฝูใช้ทักษะการตรวจสอบซากศพ แต่เขาก็พบว่าระดับของพวกมันก็ค่อนข้างจะธรรมดาสามัญ อย่างไรก็ตามเขาก็ไม่สามารถบอกได้ว่าพวกมันมีอาชีพอะไร