- หน้าแรก
- The Lord's Empire
- บทที่ 93 เขตแดนอสูรนภา
บทที่ 93 เขตแดนอสูรนภา
บทที่ 93 เขตแดนอสูรนภา
บทที่ 93 เขตแดนอสูรนภา
"มันเป็นไปได้ยังไงกัน?"
ผู้นำหลายๆฝ่ายต่างจ้องมองไปยังที่ที่อสูรนภาเคยอยู่ ตอนนี้แม้แต่อุปกรณ์อันดับสูงสุดก็ถูกครอบครองไปแล้ว แล้วอันดับที่สองและสามล่ะ? พวกเขายังจะสามารถครอบครองอุปกรณ์ระดับตำนาน 10 อันดับแรกได้อยู่ไหม?
"รีบไปหาน้ำตาบุปผามาให้เร็วที่สุด! เอาพวกมันมาโดยไม่ต้องสนราคา! ข้าไม่สนใจว่าพวกเจ้าจะซื้อพวกมันมาหรือจะเอามาด้วยการบังคับ แค่เอามันมาก็พอ!" ผู้นำนับไม่ถ้วนต่างตะโกนออกมาในขณะที่ดวงตาของพวกเขาเริ่มแดงก่ำ
ตอนนี้อุปกรณ์อันดับสูงสุด อสูรนภา ได้หายไปแล้ว พวกเขาต่างก็รู้สึกทรมาณใจเป็นอย่างมาก สิ่งที่น่าตกใจยิ่งไปกว่านั้นก็คืออุปกรณ์อันดับที่เจ็ด สวรรค์ศักดิ์สิทธิ์ก็ถูกครอบครองไปแล้ว
เมื่อสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์หายไป ทุกๆฝ่ายต่างก็รู้สึกตึงเครียดเป็นอย่างยิ่ง สิ่งนี้บอกกับพวกเขาว่าอุปกรณ์ 10 อันดับแรกไม่ปลอดภัยอีกต่อไป และทุกๆคนก็สามารถครอบครองไปได้ทุกเมื่อ
ตอนนี้อุปกรณ์อันดับที่หนึ่ง อสูรนภา ก็ได้หายไปแล้ว สิ่งนี้หมายความว่าอุปกรณ์ระดับตำนานทุกๆชิ้นสามารถถูกครอบครองไปได้ทุกเมื่อ สิ่งนี้ทำให้ผู้นำทุกคนรู้สึกราวกับว่าหัวใจของพวกเขาลุกเป็นไฟ
ฝ่ายของผู้เล่นส่วนใหญ่คาดเดากันว่าฝ่ายการปกครองอันทรงพลังของระบบได้ไป อย่างไรก็ตาม ลอร์ดแห่งเมืองหลักทั้งหลายก็ต่างตกตะลึงเป็นอย่างยิ่ง พวกเขาล้วนต้องการหนึ่งในสามอาวุธระดับกึ่งมหากาพย์ และไม่มีใครคิดว่าอุปกรณ์อันดับที่หนึ่งอย่างอสูรนภาจะหายไปอย่างฉับพลัน ดังนั้นพวกเขาต่างก็รีบเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว
สือจื่อ ตี๋อู๋เที่ยน จี่เฉินหมิง และหลิวเย่ต่างก็อยากครอบครองอสูรนภาเพราะดาบคือสัญลักษณ์ของราชา ประวัติความเป็นมาของจีนอายุกว่า 5,000 ปีเต็มไปด้วยดาบ และอุปกรณ์อันดับที่หนึ่งไม่เพียงแค่จะเป็นดาบ แต่มันยังเป็นอุปกรณ์ระดับกึ่งมหากาพย์
พวกเขาต่างจินตนาการว่าตัวเองกำลังกวัดแกว่งดาบเล่มนี้ และมันได้เปิดเส้นทางแห่งราชาให้กับพวกเขา ช่วยให้พวกเขาก่อตั้งอาณาจักรของตนขึ้นมาได้
อย่างไรก็ตามในตอนนี้อสูรนภาได้ถูกครอบครองโดยใครบางคนไปแล้ว และพวกเขาก็ต่างได้รับระเบิดลูกใหญ่ ใบหน้าอันมั่นใจของพวกเขาเลือนหายไป และใบหน้าของพวกเขาก็ซีดเซียวเป็นอย่างยิ่ง อย่างไรก็ตาม ในไม่ช้าพวกเขาก็ได้รับระเบิดลูกใหญ่กว่าอีกลูก
เนื่องจากสิ่งที่จ้าวฝูทำ ฝ่ายปกครองของระบบต่างได้รีบเคลื่อนไหว จิตวิญญาณมังกร เทพอสูร ตะวันเวิ้งว้าง ภูผาที่แปด และดีญิน ซึ่งอยู่ในหกอันดับแรกได้หายไปอย่างรวดเร็ว
นี่ไม่ใช่แค่ทำให้ใบหน้าของสี่ผู้สืบทอดมรดกซีดยิ่งขึ้นไปอีก แต่ผู้นำฝ่ายผู้เล่นทุกๆคนยังรู้สึกหวาดกลัวไปด้วย
ในตอนนี้อุปกรณ์ระดับตำนานสิบอันดับแรกที่ยังเหลืออยู่มีแค่เพียง อุปกรณ์อันดับที่แปด เขี้ยวอัสนียบาต อุปกรณ์อันดับที่เก้า จิตวิญญาณเหมันตร์ และอุปกรณ์อันดับที่สิบ จิตวิญญาณพฤกษา
การแข่งขันเพื่อแย่งชิงอุปกรณ์ระดับตำนานสามชิ้นสุดท้ายได้ทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น
แน่นอนว่าจ้าวฝูไม่รู้เรื่องนี้เลย หลังจากได้รับอสูรนภามาแล้ว เขาก็รู้สึกตื่นเต้นและมีความสุขเป็นอย่างยิ่ง และเขาได้กลับมาที่หมู่บ้านต้าฉินในทันที
เมื่อผู้ใต้บังคับบัญชาของเขาได้ยินว่าจ้าวฝูได้รับอสูรนภา พวกเขาก็ต่างรู้สึกมีความสุข
จ้าวฝูเอาอสูรนภาออกมา มันเป็นดาบสีดำสนิท และมันก็มีความยาวประมาณ 1 เมตร ขอบด้านใบมีดดูเหมือนจะแผ่แสงสว่างอันชั่วร้ายที่ต้องการจะกลืนกินผู้คน และมีภาพของอสูรที่โหดร้ายอยู่บนด้ามดาบและใบมีด ดูเหมือนว่าด้ามดาบจะปกคลุมไปด้วยเกล็ดสีดำ และรู้สึกเย็นเฉียบเมื่อถือมันไว้ในมือ ดาบทั้งเล่มให้ความรู้สึกอันชั่วร้าย และแผ่กลิ่นอายของการฆ่าฟัน ความเยือกเย็น และความชั่วร้ายออกมา
ทันใดนั้น อสูรนภาก็เริ่มส่งเสียงหึ่งๆในขณะที่มันเริ่มสั่นสะท้าน ในวินาทีต่อมา มันก็หลุดจากมือของจ้าวฝูและแทงลงไปที่ผืนดิน ต่อจากนั้น ปรานอสูรจำนวนมากก็ไหลลงสู่พื้นดิน และพื้นดินก็เริ่มเปลี่ยนเป็นสีดำราวกับมันถูกย้อมด้วยหมึก ความมืดได้แผ่กระจายออกไปอย่างรวดเร็วจนครอบคลุมพื้นที่รัศมี 10 เมตรโดยรอบ
ร่างๆหนึ่งค่อยๆปรากฏขึ้นอย่างช้าๆและยืนอยู่บนด้ามดาบ เธอค่อยๆเผยรูปร่างออกมาพร้อมด้วยปีกสีดำขนาดใหญ่ของเธอ
เธอเป็นปีศาจสาวและค่อนข้างสูง ผมสีดำสนิทของเธอตกลงไปถึงเอว และเธอก็มีเขาแกะอยู่บนหัว ใบหน้าของเธอดูสวยมาก และมันก็ถึงจุดที่ทำให้ผู้คนรู้สึกหายใจไม่ออกเมื่อมองไปที่เธอ เธอมีเขี้ยวหนึ่งคู่ และดวงตาสีโลหิตของเธอก็แผ่บรรยากาศอันหนาวเย็นออกมาในขณะที่เธอมองมาที่จ้าวฝู เสียงของเธอมีร่องรอยของความเย่อหยิ่งในขณะที่เธอกล่าวว่า "มนุษย์ เจ้าคิดว่าเจ้าดีพอที่จะกวัดแกว่งข้าแล้วหรือ?"
เมื่อจ้าวฝูเห็นปีศาจตนนี้ เขาก็นึกถึงคำอธิบายของอสูรนภา มันถูกหลอมสร้างขึ้นจากซากศพของอสูรนภา ซึ่งน่าจะเป็นปีศาจที่อยู่ตรงหน้าของเขา ถ้าจะพูดให้ถูกยิ่งกว่า สิ่งมีชีวิตตรงหน้าของเขาก็คือจิตวิญญาณดาบ เธอเคยเป็นอสูรนภา แต่เธอก็ถูกสังหารด้วยบางสิ่ง ไม่เพียงแต่ซากศพของเธอจะถูกหลอมสร้างเป็นอาวุธ แต่วิญญาณของเธอยังถูกผนึกไว้ในอาวุธ เปลี่ยนเธอให้กลายเป็นจิตวิญญาณดาบ
จ้าวฝูไม่ชอบน้ำเสียงอันเย่อหยิ่งของเธอและความเป็นจริงที่ว่าเธอกำลังยืนอยู่สูงกว่าและมองลงมาที่เขาในขณะที่เธอพูด จ้าวฝูยังคงไม่แสดงความรู้สึกและแค่นเสียงอย่างเย็นชาในขณะที่เขาก้าวไปข้าวหน้า และเขตแดนสีดำที่เต็มไปด้วยจารึกแห่งมังกรได้ระเบิดออกมาจากร่างกายของเขา
จ้าวฝูได้ปลดปล่อยเขตแดนแห่งราชาของเขา ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ 30 เมตร และสะกดข่มเขตแดนอสูรนภาที่อสูรนภาได้ปลดปล่อยออกมาอย่างสิ้นเชิง
สิ่งนี้ทำให้อสูรนภาเริ่มตกใจมากยิ่งขึ้น และในขณะที่เธอกำลังจะตอบโต้ จ้าวฝูก็แค่นเสียงอย่างเย็นชาออกมาอีกครั้ง เขาปลดปล่อยพลังทั้งหมดของเขา และเขตแดนก็ขยายจาก 30 เมตรเป็น 50 เมตร เขตแดนของอสูรนภาพังทลายลงอยู่สิ้นเชิง และมันก็เปลี่ยนเป็นกลิ่นควันปีศาจในขณะที่มันกระจัดกระจายออกไป
ใบหน้าของอสูรนภาซีดเผือด และดวงตาสีโลหิตของเธอก็จ้องมองมาที่จ้าวฝูราวกับว่าเธอต้องการพูดอะไรบางอย่าง
จ้าวฝูยื่นมือของเขาออกไปที่ดาบและกำมันไว้ อสูรนภาเปลี่ยนเป็นลำแสงสีดำและพุ่งกลับเข้าไปในดาบ และพลังงานอันไร้รูปแบบก็ได้พวยพุ่งออกมาจากดาบอสูรนภาเข้ามายังมือของจ้าวฝู
ทันใดนั้น เสียงๆหนึ่งก็ดังขึ้นในใจของจ้าวฝู "ฮึ่ม มนุษย์ ข้าไม่เคยคิดเลยว่าเจ้าจะครอบครองพลังแห่งราชา อย่างไรก็ตาม เมื่อข้ามีความแข็งแกร่งถึงจุดสูงสุดของข้า ข้าจะไม่กลัวเจ้าเลย"
จ้าวฝูส่งพลังแห่งราชาของเขาเข้าไปยังดาบจนกระทั่งอสูรนภาเริ่มอ่อนลง ในตอนนี้ ในที่สุดจ้าวฝูก็มีโอกาสได้มองไปที่ค่าสถานะของมันแล้ว
[อสูรนภา - ดาบ]: ระดับ: กึ่งตำนาน, ค่าสถานะ: STR+20 INT+15 CON+10 AGI+10, รายละเอียด: ดาบปีศาจที่ทรงพลังเป็นอย่างยิ่งซึ่งถูกหลอมสร้างขึ้นจากซากศพของอสูรนภา
ค่าสถานะของดาบใกล้เคียงกับระดับมหากาพย์มาก แต่มันก็ยังขาดแค่โอกาสไป หัวใจของจ้าวฝูกระโจนขึ้นเมื่อเขาคิดถึงดวงวิญญาณแม่ทัพ
ดวงวิญญาณแม่ทัพเทียบเท่ากับดวงวิญญาณทหาร 10 ดวง และการหลอมรวมดวงวิญญาณแม่ทัพ 10 ดวงก็จะสามารถสร้างยุทธภัณฑ์แม่ทัพขึ้นมาได้ 1 อัน อย่างไรก็ตาม ในแง่ของพลังงาน ดวงวิญญาณแม่ทัพ 1 ดวงไม่สามารถเอาไปเทียบกับดวงวิญญาณทหาร 10 ดวงได้เลย
จ้าวฝูตัดสินใจว่าเขาจะใช้ดวงวิญญาณแม่ทัพของเขาเพื่อยกระดับดาบปีศาจนภาขึ้นเป็นระดับตำนาน หลังจากตัดสินใจเสร็จ เขาก็เอาดวงวิญญาณแม่ทัพออกมาและเลือกที่จะผสานมันเข้ากับดาบอสูรนภา
เมื่อดวงวิญญาณแม่ทัพค่อยๆผสานเข้ากับดาบอสูรนภา ดาบอสูรนภาก็เริ่มลอยขึ้นไปในอากาศและเปล่งแสงสีม่วงและส้มออกมา ในขณะที่แสงปกคลุมดาบ มันก็ดูเหมือนจะมีการเปลี่ยนแปลงบางอย่าง
ทันใดนั้น สายลมและก้อนเมฆก็หมุนวนในขณะที่เมฆสีทองได้ปรากฏขึ้นบนฟากฟ้า แสงสีม่วงที่เปล่งออกมาจากดาบอสูรนภาเริ่มหรี่แสงลงก่อนที่จะหายไปหมดสิ้น และมันก็ถูกแทนที่ด้วยแสงสีส้มที่ดูเก่าแก่ เมฆสีทองบนท้องฟ้าดูเหมือนจะแผ่ขยายออกไปนับร้อยกิโลเมตร และแสงสีรุ้งได้แผ่ลงมาจากสรวงสวรรค์ ซึ่งมาพร้อมกับบทเพลงแห่งสวรรค์ ภาพที่เกิดขึ้นทั้งสวยงามและน่าหวาดหวั่น
ดาบอสูรปีศาจในอากาศได้เสร็จสิ้นการวิวัฒนาการของมันและลอยลงมาอย่างช้าๆ การสร้างอุปกรณ์ระดับตำนานได้ทำให้เกิดสัญญาณที่ผิดปกติ และสัญญาณที่ผิดปกตินี้ก็เป็นเหตุให้ดาบอสูรนภายกระดับขึ้นเป็นมหากาพย์
จ้าวฝูจับดาบอสูรนภาไว้ในขณะที่มันลอยลงมา กลิ่นอายของมันดูน่ากลัวมากยิ่งขึ้นเล็กน้อย และในตอนนี้มันก็ให้ความรู้สึกที่ดียิ่งขึ้นเมื่อจ้าวฝูจับมัน
ทันใดนั้นก็มีเสียงดังออกมาในใจของเขา "เจ้าของ! ข้ายังต้องการอีก!"