- หน้าแรก
- The Lord's Empire
- บทที่ 88 การจัดอันดับตำนาน
บทที่ 88 การจัดอันดับตำนาน
บทที่ 88 การจัดอันดับตำนาน
บทที่ 88 การจัดอันดับตำนาน
มีผู้คนกำลังเดินไปรอบๆด้วยความพลุกพล่าน และมีผู้คนตะโกนออกมา "ให้ราคาสูงมาก รับซื้อน้ำตาบุปผา 20 เหรียญ รีบเข้ามาติดต่อข้าเร็ว!"
จากนั้นก็มีคนอีกผู้หนึ่งตะโกนออกมา "ขายอุปกรณ์สำหรับน้ำตาบุปผา ราคาพิเศษ! อย่าพลาดโอกาสนี้!"
นอกจากนี้ยังมีคนอีกกลุ่มหนึ่งตะโกนออกมาด้วย "ใครก็ตามที่ขายน้ำตาบุปผาให้กับกลุ่มพยัคฆ์ขาวจะกลายเป็นหนึ่งในพี่น้องของพวกเรา พวกเขาจะปกป้องคนผู้นั้นและทำให้พวกเขามั่นใจว่าจะได้กินและดื่มเป็นอย่างดี!"
แม้กระทั่งสาวสวยก็ตะโกนออกมา "ใครก็ตามที่มอบน้ำตาบุปผาให้ข้า 100 อัน ข้าจะยอมเป็นแฟนกับคนผู้นั้นหนึ่งวันและเขาสามารถทำอะไรกับข้าก็ได้!"
เขตชานเมืองหลักเต็มไปด้วยผู้คน และภาพฉากนี้ก็วุ่นวายซะเหลือกัน น้ำตาบุปผาในเขตชานเมืองหลักได้ถูกกวาดล้างออกไปโดยผู้เล่นและชาวเมืองในพริบตา และไม่มีเหลืออยู่สักหยดเลย ด้วยผู้คนจำนวนมากกว่า 1,000,000 คนที่กำลังทำการค้นหาไปทั่วทุกตารางนิ้ว พวกมันจะมีเหลืออยู่ได้อย่างไร?
เนื่องจากพื้นที่ใกล้กับตัวเมืองหลักได้ถูกกวาดล้างไปแล้ว ผู้คนจึงเริ่มทยอยออกมาห่างจากตัวเมืองหลักมากขึ้นเรื่อยๆ อย่างไรก็ตาม นี่ก็เพิ่มความเสี่ยงให้กับพวกเขาด้วย
พวกเขาไม่เพียงแต่ต้องระวังพวกต่างเผ่าเท่านั้น แต่ยังต้องระวังคนอื่นที่จะขโมยน้ำตาบุปผาของพวกเขาไปด้วย มันไม่อาจสรุปได้ว่าน้ำตาบุปผาเป็นของใครหลังจากการรวบรวมพวกมัน เมื่อเผชิญหน้ากับผลกำไรอันมหาศาล คนส่วนใหญ่ย่อมไม่อดกลั้น ถ้าใครถูกปล้นชิง มันก็จะไม่มีใครเรียกร้องความยุติธรรมให้กับพวกเขา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการแข่งขันที่มีรางวัลสูงเช่นนี้
ในตอนนี้เกือบทุกๆคนรู้จักคุณค่าของน้ำตาบุปผา และไม่มีใครอยากจะขายพวกมัน มีบางครั้งเมื่อมีคนประกาศว่าพวกเขาจะขายน้ำตาบุปผา พวกเขาจะถูกห้อมล้อมด้วยผู้คนในทันทีและการประมูลจะเริ่มต้นขึ้น ซึ่งมันก็มักจะเป็นฝ่ายของระบบที่ได้รับน้ำตาบุปผาไป - ในแง่ของความแข็งแกร่ง ผู้เล่นไม่อาจเทียบเคียงได้เลย
จ้าวฝูเองก็วางแผนที่จะใช้เงินซื้อน้ำตาบุปผาด้วย ถึงแม้หมู่บ้านต้าฉินจะอยู่ห่างไกลและสามารถหาน้ำตาบุปผาได้โดยไม่มีการแข่งขันใดๆ ทำให้เขาสามารถเก็บน้ำตาบุปผาได้มากกว่าฝ่ายของระบบทั่วไป แต่เขาก็ยังไม่สามารถเอาชนะฝ่ายการปกครองของระบบได้
คนธรรมดาต้องการใช้น้ำตาบุปผาซื้อในสิ่งที่ไม่สามารถซื้อได้ด้วยเงิน อย่างเช่นดวงใจแห่งเมือง อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ฝ่ายการปกครองของระบบต้องการอย่างบ้าคลั่งก็คืออุปกรณ์ระดับตำนานทั้ง 37 ชิ้น
แม้แต่อุปกรณ์ระดับตำนานของเมืองหลักก็ยังสามารถรับได้ด้วยมือเพียงข้างเดียว และพวกมันก็ยิ่งดึงดูดใจสำหรับผู้เล่นที่ไม่มีแม้แต่อุปกรณ์ระดับทอง ยิ่งไปกว่านั้น 3 อันดับแรกของ 37 อุปกรณ์ระดับตำนานยังเป็นระดับกึ่งมหากาพย์ด้วย บางคนกระทั่งได้สร้างการจัดอันดับตำนานขึ้นจากค่าสถานะของพวกมัน:
อันดับที่ 1: [อสูรนภา]: อาวุธประเภทดาบ (กึ่งมหากาพย์), อาวุธที่ถูกหลอมสร้างขึ้นจากซากศพของอสูรนภา และมันบรรจุ [พลังแห่งอสูรนภา] ไว้
อันดับที่ 2: [จิตวิญญาณมังกร]: อาวุธประเภทกระบี่ (กึ่งมหากาพย์), อาวุธที่ถูกหลอมสร้างขึ้นจากจิตวิญญาณมังกรศักดิ์สิทธิ์ และมันบรรจุ [พลังแห่งมังกรศักดิ์สิทธิ์] ไว้
อันดับที่ 3: [เทพอสูร]: อาวุธประเภทค้อน (กึ่งมหากาพย์), อาวุธระดับตำนานธรรมดาที่ได้สัมผัสกับเลือดเทพอสูรจำนวนมาก และมันบรรจุ [พลังแห่งเทพอสูร] ไว้
อันดับที่ 4: [ตะวันเวิ้งว้าง]: อาวุธประเภทธนู (ตำนาน), อาวุธที่ถูกหลอมสร้างขึ้นจากศิลาตะวันแรงกล้าและเปลวเพลิงตะวันแรงกล้า และมันบรรจุ [พลังแห่งดวงตะวัน] ไว้
อันดับที่ 5: [ภูผาที่แปด]: ไอเทมป้องกันประเภทโล่ (ตำนาน), ไอเทมป้องกันที่หลอมสร้างขึ้นจากดวงใจแห่งภูผาที่แปด และมันบรรจุ [พลังแห่งภูผาที่แปด] ไว้
อันดับที่ 6: [ดีญิน]: อาวุธประเภทกระบอง (ตำนาน), อาวุธที่ถือกำเนิดขึ้นมาพร้อมกับดีญิน และมันบรรจุ [พลังแห่งดีญิน] ไว้
อันดับที่ 7: [สวรรค์ศักดิ์สิทธิ์]: ไอเทมป้องกันประเภทชุดเกราะ (ตำนาน), ชุดเกราะที่สามารถสวมใส่ได้โดยเทวทูตระดับสูงเท่านั้น และมันบรรจุ [พลังแห่งแสงศักดิ์สิทธิ์] ไว้
อันดับที่ 8: [เขี้ยวอสนีบาต]: อาวุธประเภทขวานสั้น (ตำนาน), อาวุธที่ถูกหลอมสร้างขึ้นจากเขี้ยวของสัตว์อสูรธาตุสายฟ้าจำนวนมาก และมันบรรจุ [พลังแห่งภัยบิติสายฟ้า] ไว้
อันดับที่ 9: [จิตวิญญาณเหมันต์]: อาวุธประเภทดาบ (ตำนาน), อาวุธที่ก่อตัวขึ้นจากการรวมตัวกันของจิตวิญญาณน้ำแข็งจำนวนหลายพันตัว และมันบรรจุ [พลังแห่งความเย็นสุดขีด] ไว้
อันดับที่ 10: [จิตวิญญาณพฤกษา]: อาวุธประเภทไม้เท้า (ตำนาน), อาวุธที่ถูกหลอมสร้างขึ้นจากพฤกษาจิตวิญาณเจดีย์ขาวที่มีอายุมากกว่า 1,000 ปี และมันบรรจุ [พลังแห่งนางไม้] ไว้
ของพวกนี้คืออุปกรณ์ 10 อันดับแรกในการจัดอันดับตำนาน
พวกมันเพียงพอแล้วที่จะทำให้ทุกๆคนลุกไหม้ไปด้วยความปรารถนาและความบ้าคลั่ง จ้าวฝูเองก็จ้องการพวกมันเป็นอย่างมาก แต่คนจากทั่วโลกกำลังแข่งขันกันอยู่ จ้าวฝูจึงรู้สึกกดดันเล็กน้อย ดังนั้นเขาจึงเริ่มวางแผนว่าเขาจะทำอะไรต่อไป
ทันใดนั้นจ้าวฝูก็มีความคิดบางอย่าง และเขาได้กลับไปที่หมู่บ้านต้าฉิน ตอนนี้ช่องทางการเทเลพอร์ตได้มีฟังก์ชั่นหลักอยู่สามประการ ประการแรกคือเพื่อให้ผู้ใช้เดินทางระหว่างช่องทางการเทเลพอร์ตหนึ่งไปยังอีกช่องทางหนึ่ง การขนส่งประเภทนี้มีความแม่นยำเป็นอย่างยิ่ง ประการที่สองคือการส่งผู้ใช้ไปยังสถานที่แบบสุ่ม ซึ่งมีความเสี่ยงมาก
ฟังก์ชันที่สามคือการส่งผู้ใช้ไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่ง ถ้าผู้ใช้เลือกถูกส่งไปทางทิศตะวันออก คนผู้นั้นก็จะปรากฏตัวขึ้นที่ไหนสักแห่งทางด้านทิศตะวันออกของที่ที่เขาเคยอยู่
จ้าวฝูสั่งให้คนของเขาทั้งหมดดำเนินการเก็บน้ำตาบุปผาต่อ เขาได้พาไป่ฉานและบัณฑิตคนอื่นๆไปยังช่องทางการเทเลพอร์ต และใช้ฟังก์ชั่นที่สามเพื่อส่งตัวไปยังทิศเหนือ
เนื่องจากช่องทางการเทเลพอร์ตขั้นพื้นฐานสามารถส่งผู้ใช้ไปได้ไกลสุดแค่ 500 กิโลเมตรเมื่อเดินทางโดยไม่เลือกจุดหมายปลายทาง จ้าวฝูจึงปรากฏตัวขึ้นบริเวณเทือกเขาซึ่งดูเหมือนจะอยู่ห่างออกจากหมู่บ้านต้าฉินมาประมาณ 500 กิโลเมตร เขาพบสถานที่ลับและบอกให้ไป่ฉานและบัณฑิตคนอื่นๆรีบตั้งช่องทางการเทเลพอร์ตขึ้นมาอีกอัน ณ ที่บริเวณนี้
ประมาณครึ่งชั่วโมงต่อมา ไป่ฉานและบัณฑิตคนอื่นๆก็ได้ติดตั้งช่องทางการเทเลพอร์ตจนเสร็จสิ้นอย่างรวดเร็ว ต่อจากนั้น จ้าวฝู ไป่ฉาน และบัณฑิตคนอื่นๆก็ใช้ฟังก์ชั่นที่สามไปยังทิศเหนืออีกครั้ง ส่งให้พวกเขาอยู่ห่างออกไปอีก 500 กิโลเมตร
คราวนี้จ้าวฝูปรากฏตัวขึ้นใกล้ๆกับน้ำตก เขาไม่ได้เสียเวลาใดๆไปและพบถ้ำอย่างรวดเร็ว จากนั้นเขาก็บอกให้ไป่ฉานบัณฑิตคนอื่นๆติดตั้งช่องทางการเทเลพอร์ตขึ้นมาอีกอัน
หลังจากติดตั้งเสร็จแล้ว พวกเขาก็เดินทางขึ้นเหนืออีกครั้ง
....................................
หลังจากทำเช่นนี้ 20 กว่าครั้ง จ้าวฝูและพวกบัณฑิตก็มาถึงป่าแห่งหนึ่ง ในขณะที่พวกเขาถูกส่งตัวมาที่นี่ พวกเขาก็ได้ยินเสียงสัตว์ป่ากำลังกรีดร้องออกมาด้วยความน่าสงสาร ต่อจากนั้นพวกเขาก็เห็นออร์คกว่า 30 ตัวกำลังแบกหมูป่าหลายตัวกำลังเดินมาทางพวกเขา
เมื่อพวกออร์คเห็นพวกเขา พวกมันก็มองหน้ากันก่อนจะโยนหมูป่าลง หยิบอาวุธออกมา และพุ่งเข้าใส่จ้าวฝูและผู้ใต้บังคับบัญชาของเขา นี่คือความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับพวกต่างเผ่า พวกเขาเป็นเหมือนดั่งน้ำและไฟ
อย่างไรก็ตามเมื่อถึงเวลาที่กลุ่มออร์คมาถึงตรงที่ที่จ้าวฝูและผู้ใต้บังคับบัญชาของเขาอยู่ พวกมันก็เห็นว่าจ้าวฝูไม่ได้แสดงความหวาดกลัวใดๆออกมาเลย จ้าวฝูส่งเสียงแปลกๆออกมา ทำให้พวกเขาหยุดลงในทันที พวกมันมองหน้ากันด้วยความตกใจ - มนุษย์ผู้นี้พูดภาษาออร์คได้
สิ่งที่จ้าวฝูเพิ่งพูดไปนั้นก็คือ "เดี๋ยวก่อน เหล่านักรบออร์ค ข้าอยากจะพูดคุยกับพวกเจ้า"
แม้ว่าจ้าวฝูจะพูดกับพวกมันด้วยภาษาออร์ค แต่พวกเขาก็ยังปิดล้อมทางหนีของพวกเขาไว้ ในเวลานั้น ผู้นำของพวกออร์คก็กล่าวว่า "มนุษย์ รีบคายสิ่งที่เจ้าอยากจะพูดออกมา"