- หน้าแรก
- The Lord's Empire
- บทที่ 81 ยุทธภัณฑ์ราชา
บทที่ 81 ยุทธภัณฑ์ราชา
บทที่ 81 ยุทธภัณฑ์ราชา
บทที่ 81 ยุทธภัณฑ์ราชา
พื้นที่โดยรอบต่างพากันสั่นสะเทือนภายใต้อิทธิพลของพลังอันน่าสะพรึงกลัวทั้งสอง และมันก็ส่งผลไปถึงพื้นดินเหนือหัวของพวกเขา สิ่งมีชีวิตนับไม่ถ้วนทำปฏิกิริยาราวกับว่าพวกมันได้เจอกับภัยพิบัติจากธรรมชาติ และนกก็บินหนีไปอย่างรวดเร็วในขณะที่สัตว์ป่าต่างเริ่มวิ่งหนีไป
ในพื้นที่ใต้ดิน ทั้งสองฝ่ายเริ่มปลดปล่อยพลังทำลายล้างของพวกเขาออกมา
โครงกระดูกลึกลับจับดาบทองไว้แน่หนาและคำรามออกมาในขณะที่มันขณะส่งพลังทั้งหมดเข้าสู่ดาบทอง ทำให้สายฟ้าสีทองเริ่มรายล้อมมัน
ตู้ม!!
การโจมตีของโครงกระดูกลึกลับที่มีต่อจ้าวฝูทรงพลังเป็นอย่างมาก และมันดูราวกับว่าดาบของมันสามารถแยกสวรรค์และผืนดินและทำลายสิ่งมีชีวิตทั้งหมดลงได้
“อ๊ากก!!!” จ้าวฝูกางแขนออกในขณะที่เขาคำรามออกมา และเขาก็ถูกย้อมไปด้วยเลือดทั้งหมด ดาบสัมฤทธิ์สิบสองเล่มที่อยู่เหนือศีรษะของเขาได้ปลดปล่อยแสงดาบสีดำอันน่าสะพรึงกลัวและแผ่จิตสังหารอันน่าหวาดหวั่นเป็นจำนวนมากออกมา
จ้าวฝูได้ประสานมือเข้าด้วยกันด้วยความยากลำบากเป็นอย่างยิ่ง และดาบสัมฤทธิ์ทั้งสิบสองเล่มก็ผสานเข้าด้วยกันเป็นดาบแสงสีดำอันน่าสะพรึงกลัวที่พุ่งเข้าใส่โครงกระดูกลึกลับ
ดาบแสงสีดำอันนี้ทรงพลังเหนือคำบรรยาย และมันก็ดูราวกับว่าสามารถทำลายกฎแห่งธรรมชาติทั้งหมดและสังหารได้แม้กระทั่งเทพเจ้า
ต่อจากนั้น แสงดาบสีทองและแสงดาบสีดำก็ปะทะกัน
ตู้ม!!
เสียงระเบิดดังออกมาในขณะที่ทุกๆสิ่งพังทลายลงและกลายเป็นความว่างเปล่า เสาแสงสีทองและเสาแสงสีดำได้ทะยานขึ้นสู่พื้นดินเบื้องบนและพวยพุ่งขึ้นไปยังก้อนเมฆ ส่งผลให้ท้องฟ้าสีครามมืดลงในทันใด
ทุกคนในป่าแห่งความพรั่นพรึงได้ยินเสียงนี้และมันก็น่ากลัวมาก มังกรมหันตภัยในป่าแห่งความพรั่งพรึง หญิงสาวบริสุทธิ์ในเมืองแสงศักดิ์สิทธิ์ ชายในชุดเกราะในป่าทหาร และผู้อาวุโสในชุดอาภรณ์สีเขียวในเมืองพฤกษาปีศาจต่างหวาดกลัวเสียงนี้ และพวกเขาทั้งหมดมองไปยังทิศทางของหมู่บ้านต้าฉิน
คนธรรมดาสามารถฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็วหลังจากได้รับความกลัวเล็กน้อย พวกเขาค่อนข้างอยากรู้อยากเห็นเกี่ยวกับเสียงนี้และเริ่มพูดถึงเรื่องนี้กับคนรอบข้าง
มังกรมหันตภัยได้รีบย้ายรังของมันให้ห่างจากหมู่บ้านต้าฉินให้ได้มากที่สุด บริเวณโดยรอบที่เสาแสงปรากฏขึ้นนั้นเงียบราวกับป่าช้า - นกและสัตว์ป่าทั้งหมดได้หนีไปนานแล้ว และแม้กระทั่งพลังที่คงเหลืออยู่ก็ทำให้สิ่งมีชีวิตไม่กล้าที่จะเข้าไปใกล้ ในไม่ช้า เสาทั้งสองเสาก็หายไปเอง
.................................
ห้าวันต่อมา จ้าวฝูลืมตาขึ้นอย่างอ่อนแรงและมองไปที่อาซานี่ซึ่งกำลังป้อนยาให้แก่เขาอย่างระมัดระวัง
อาซานี่กำลังถือชามอย่างระมัดระวังและใช้ช้อนตักยาป้อนจ้าวฝู เธอกำลังจะป้อนยาให้จ้าวฝูเสร็จแล้ว และเธอกำลังจะเริ่มรักษาเขา เนื่องจากเธอเป็นนักบวชเอลฟ์ ถึงแม้ว่าความแข็งแกร่งในการต่อสู้ของเธอจะยังไม่แข็งแกร่งมากนักเพราะเธอยังเป็นเด็กอยู่ แต่ทักษะในการรักษาของเธอก็ทรงพลังผิดปกติ ดังนั้น หลี่ซือจึงขอให้เธออยู่ข้างๆจ้าวฝูและดูแลอาการบาดเจ็บของเขา
เมื่ออาซานี่เห็นว่าจ้าวฝูตื่นขึ้นมา เธอก็วิ่งออกไปและตะโกนว่า "ฝ่าบาทตื่นแล้ว!"
ต่อจากนั้น ทุกคนก็วิ่งไปทางด้านจ้าวฝู เมื่อพวกเขาเห็นว่าจ้าวฝูตื่นแล้ว พวกเขาทั้งหมดก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก และจ้าวฝูก็อดยิ้มและถามออกมาไม่ได้ "พวกเจ้ากังวลอะไรกัน? ในฐานะที่เป็นผู้เล่น ข้านั้นจะไม่ตายจริงๆ อย่างมาก ข้าจะไม่สามารถเข้าสู่โลกจุติสวรรค์ได้ภายใน 10 วัน"
"ท่านพูดอะไรหน่ะฝ่าบาท? ถึงแม้ว่าท่านจะไม่ตายจริงๆ ท่านก็เป็นที่นับถือของพวกเรา ดังนั้นเราจะไม่รู้สึกกังวลเกี่ยวกับท่านได้อย่างไรกัน?" หลี่ซือกล่าวขณะที่เขาประสานมือเข้าด้วยกัน
จ้าวฝูรู้สึกอบอุ่นภายในใจ
ในขณะนั้น ไป่ฉีได้ส่งมอบเศษดาบที่มีแสงสีทองให้แก่จ้าวฝูและกล่าวว่า "ฝ่าบาท นี่เป็นสิ่งเดียวที่ดรอปหลังจากที่ท่านฆ่าโครงกระดูกลึกลับ"
จ้าวฝูรับเศษดาบมา มันเป็นเศษที่ฝังอยู่ในหน้าอกของโครงกระดูกลึกลับ จ้าวฝูไม่ได้หวังว่าจะมีชีวิตรอดจากการต่อสู้ และเขาไม่คาดหวังว่าเขาจะสามารถฆ่าโครงกระดูกลึกลับได้ สิ่งที่เขาอยากทำก็คือการใช้พลังทั้งหมดของเขาเพื่อจบการต่อสู้ลง
เศษดาบมีความยาว 10 เซนติเมตรและอีกด้านหนึ่งเป็นส่วนหนึ่งของขอบดาบในขณะที่อีกด้านหนึ่งก็แตกเป็นชิ้นๆ อย่างไรก็ตามมันยังคงแผ่แสงสีทองเจิดจ้า และจ้าวฝูได้มองไปที่คำอธิบายของมันด้วยความสงสัย
[เศษยุทธภัณฑ์ราชา]: เศษของสิ่งที่เคยเป็นยุทธภัณฑ์ราชา มันบรรจุพลังของราชาโบราณไว้ และมันก็เป็นไอเทมที่อันตรายเป็นอย่างยิ่ง
"งั้นนี่ก็คือยุทธภัณฑ์ราชาที่แตกหัก ซึ่งสามารถได้รับมาจากการครอบครองยุทธภัณฑ์แม่ทัพ 24 ชิ้นเท่านั้น แล้วพลังของราชาโบราณคืออะไร?" จ้าวฝูก็คิดถึงแสงสีทองรอบโครงกระดูกลึกลับขึ้นมาในทันใด - นั่นอาจเป็นพลังของราชาโบราณก็ได้ มันเป็นไปได้ไหมที่โครงกระดูกลึกลับทรงพลังมากขนาดนั้นเพราะเศษชิ้นส่วนนี้?
มันอาจเป็นไปได้ที่จะหลอมเศษชิ้นนี้เข้ากับสิ่งอื่นๆ ตอนนี้ไอเทมที่มีระดับสูงสุดที่จ้าวฝูมีคือดาบฟาดฟันดวงดารา แต่เศษชิ้นส่วนนี้ควรจะหลอมเข้ากับยุทธภัณฑ์แม่ทัพ ในตอนนี้เขามีดวงวิญญาณทหารอยู่ 89 ดวง ดังนั้นเขาก็อาจจะได้ใช้มันในเร็วๆนี้ นอกจากนี้ยังมีอุปกรณ์ระดับทองอีกสองชิ้น ตั้งแต่ห้าวันที่ผ่านมา กงซุนหลินได้เสร็จสิ้นการหลอมโล่ระดับทองแล้ว ตอนนี้เธอน่าจะทำกระบี่อยู่
อุปกรณ์ระดับทอง 2 ชิ้นนี้ไม่ได้ทำขึ้นมาเพื่อให้จ้าวฝูใช้ และเขาก็ไม่ได้ต้องการใช้พวกมัน ความคิดหนึ่งโผล่ขึ้นมาในหัวของเขาอย่างฉับพลันในขณะที่เขาสั่งให้เรียกตัวโร้ดเข้ามา
ไป่ฉีใช้ช่องทางการเทเลพอร์ตไปยังหมู่บ้านโร้ดในทันทีและนำตัวโร้ดมาหาจ้าวฝู คนแคระเทาที่มีเคราขนาดใหญ่เข้ามาหาจ้าวฝูที่เตียงและถามด้วยความเคารพ "ฝ่าบาทเรียกข้ามามีเรื่องอันใด?"
จ้าวฝูหยิบตราคำสั่งสีทองแดงขึ้นสนิมออกมา - มันเป็นตราคำสั่งอันเดดที่เขาได้รับมาก่อนหน้านี้ จากนั้นจ้าวฝูก็หยิบแหวนมิติระดับเงินออกมาและส่งให้โร้ดก่อนที่จะถามว่า "เป็นไปได้ไหมที่จะหลอมรวมทั้งสองชิ้นนี้เข้าด้วยกัน?"
โร้ดมองไปที่ตราคำสั่งและแหวนมิติใกล้ๆ ก่อนที่จะตอบว่า "ข้าสามารถหลอมให้มันรวมกันได้ แต่จะใช้เวลาสักสองสามวัน ฝ่าบาท"
จ้าวฝูพยักหน้าและกล่าวว่า "งั้นหลอมพวกมันด้วยล่ะ!"
ต่อจากนั้นโร้ดก็รับไอเทมทั้งสองชิ้นมาและออกไป
จ้าวฝูหันความสนใจของเขาไปยังเรื่องที่สำคัญและถามว่า "มีอะไรเกิดขึ้นในช่วงหลายวันที่ข้าได้หลับอยู่หรือไม่?"
หลี่ซือคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตอบว่า "ไม่มีเรื่องใหญ่ภายในที่ควรจะพูดถึง แม่ทัพไป่ฉีสร้างกลุ่มสำรวจขึ้นมาสำรวจป่าแห่งความพรั่นพรึงต่อ 4 กลุ่ม และเขาก็ได้สร้างกลุ่มอีกหนึ่งกลุ่มเพื่อสำรวจทางเดินในดินแดนโครงกระดูก"
เมื่อได้ทราบสถานการณปัจจุบัน จ้าวฝูก็กล่าวด้วยน้ำเสียงที่จริงจังว่า "ดินแดนโครงกระดูกไม่ง่ายเลย และเราไม่รู้ว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไร บอกให้กลุ่มสำรวจระมัดระวังมากขึ้น หากพวกเขาพบว่ามีอันตรายใดๆ พวกเขาต้องหนีทันที"
หลี่ซือพยักหน้า
ไม่มีอะไรที่นอกเหนือจากนั้นนัก และจ้าวฝูมุ่งความสนใจไปที่การรักษาตัว สองสามวันได้ผ่านไปในพริบตา และเพราะอาซานี่ที่คอยอยู่เคียงข้างเขาเพื่อดูแล พวกเขาก็สนิทกันมากขึ้น ตอนนี้ อาซานี่ไม่ได้เขินอายและกลัวจ้าวฝูอีกต่อไปแล้ว
ในไม่ช้า โร้ดก็กลับมาที่หมู่บ้านต้าฉินและนำแหวนวงใหม่มาให้จ้าวฝู