เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 66 พันธมิตรหกรัฐ

บทที่ 66 พันธมิตรหกรัฐ

บทที่ 66 พันธมิตรหกรัฐ


บทที่ 66 พันธมิตรหกรัฐ

กลุ่มของผู้เล่นเกือบทุกฝ่ายได้รวบรวมกับเงินด้วยความมุ่งหวังสำหรับงานประมูลครั้งนี้ และแน่นอนว่าจ้าวฝูเองก็สนใจเช่นกัน เขามีเงินอยู่เป็นจำนวนมากแต่ก็ไม่มีที่ให้ใช้พวกมัน และมีหลายๆสิ่งที่เขาเองก็อยากจะซื้อ อย่างไรก็ตาม จ้าวฝูไม่ได้สนใจอะไรที่ขายอยู่ในร้านค้า ดังนั้นเขาจึงต้องเข้าร่วมงานประมูลครั้งนี้แน่ๆ ดังนั้นเขาเองก็ต้องเตรียมตัว

วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว และในไม่ช้า จ้าวฝูกับไป่ฉีก็เดินทางไปยังอาคารขนาดใหญ่ นี่คือโรงประมูลแห่งพันธมิตรวาณิชดอกไม้แดง

พันธมิตรวาณิชดอกไม้แดงคือพันธมิตรพ่อค้าที่ใหญ่ที่สุดในป่าแห่งความพรั่นพรึงอย่างไม่ต้องสงสัย และมันก็มีทรัพย์สินอยู่นับไม่ถ้วนในสามเมืองหนัก ในความเป็นจริง มันยังได้แพร่กระจายออกไปไกลยิ่งกว่าป่าแห่งความพรั่นพรึง แม้แต่ฉินหนานก็เตือนไม่ให้จ้าวฝูไปรุกรานพวกมัน

ด้านนอกของโรงประมูลเต็มไปด้วยผู้คน และหลังจากได้ยินผู้คุ้มกันทั้ง 8 คนกล่าวว่าค่าเข้างานคือ 1 เหรียญทอง ผู้เล่นนับไม่ถ้วนรู้สึกปวดใจไปตามๆกัน เงิน 1 เหรียญทองมีมูลค่าเท่ากับเงิน 10,000 เหรียญเงิน ซึ่งเท่ากับเงิน $100,000 ในโลกแห่งความเป็นจริง สิ่งนี้ทำให้ผู้เล่นธรรมดาๆหลายคนปัดเป่าความคิดที่จะเข้าไปและทำได้แค่มองดูจากภายนอก

โรงประมูลมีขนาดใหญ่พอที่จะรองรับผู้คนได้หลายพันคน ดังนั้นมันจึงได้รับรายได้มาหลายพันเหรียญทองจากแค่การจัดงานประมูลขึ้นมา

จ้าวฝูที่มาพร้อมกับไป่ฉีได้จ่ายเงินไป 2 เหรียญทอง ก่อนที่จะเดินเข้าไปข้างใน ในโรงประมูลมีพื้นที่ประมาณ 1,500 ตารางเมตร นอกเหนือจากห้องโถงหลักที่ชั้นแรก มันก็มีห้องส่วนตัวอยู่ที่ชั้นสอง ห้องวีไอพีที่ชั้นสาม และห้องผู้ทรงเกียรติที่ชั้นสี่

ภายในมีอัญมณีสีขาว 24 ก้อนที่กำลังเรืองแสงอยู่ ดังนั้นภายในโรงประมูลจึงไม่ได้มืดเลย กลับกัน มันสว่างจ้าราวกับเป็นกลางวัน

ชั้นที่หนึ่ง สอง และสามเปิดกว้างให้สำหรับทุกๆคน แต่ชั้นที่สี่นั้นเว้นไว้ให้เฉพาะผู้ทรงอำนาจและทรงอิทธิพลที่แท้จริง ดังนั้นพวกเล่นส่วนใหญ่จึงไม่คิดจะไปที่นั่น จ้าวฝูไม่ได้มีการติดต่อกับพันธมิตรวาณิชดอกไม้แดง ดังนั้นก็แน่นอนว่าเขาไม่ได้มีบัตรวีไอพี อย่างไรก็ตาม อย่างน้อยเขาก็สามารถจ่ายเงินเพื่อซื้อห้องส่วนตัวได้

โรงประมูลในตอนนี้เต็มไปด้วยผู้คน มันมีทั้งผู้เล่นและชาวเมือง ด้วยเหตุที่มีคนเป็นจำนวนมากอยู่ในพื้นที่ปิดเช่นนี้ มันจึงเต็มไปด้วยความวุ่นวายจากเสียงของผู้คน จ้าวฝูต้องการที่จะจ่ายเงินเพื่อใช้ห้องส่วนตัว แต่ก็น่าเสียดายที่มันเต็มหมดแล้ว ดังนั้นเขาจึงถามออกไปว่ามีห้องวีไอพีเหลืออยู่ไม่ แต่พวกมันก็เต็มเช่นกัน จ้าวฝูได้แต่ตะลึงงัน - ที่นี่มันมีคนร่ำรวยและคนที่ทรงอำนาจมากขนาดไหนกัน? เขามีเงินแต่ดันไม่มีที่ให้ไป และเขาก็ทำได้เพียงแค่ยอมแพ้ เมื่อเขาเห็นฝูงชนเป็นจำนวนมาก เขาก็ช่วยไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมา และเริ่มเบียดผ่านไป

"บัดซบ! เบียดทำไมวะ ไอ้คนจนชนชั้นต่ำ?" ผู้เล่นที่อยู่ข้างหน้าเขาบ่นออกมาในขณะที่จ้าวฝูเริ่มเบียดผ่านไป

"ข้า..."  เขาน่าจะมีเงินมากกว่าทุกๆคนในที่นี้รวมกัน แต่เขาก็ถูกหาว่าเป็นคนไม่มีเงิน และมาเพื่อดูเท่านั้น

ใบหน้าของไป่ฉีเปลี่ยนเป็นเยือกเย็น แม้ว่าเขาจะไม่มั่นใจว่าผู้เล่นคนนี้หมายความว่าไง แต่เขาก็สามารถบอกได้ว่ามันกำลังดูถูกจ้าวฝู ในขณะที่เขากำลังคิดจะสอนบทเรียนให้ชายคนนั้นอยู่นั้น จ้าวฝูก็คว้าตัวไป่ฉีไว้ - จ้าวฝูไม่อยากสร้างปัญหา ดังนั้นเขาและไป่ฉีจึงเดินไปที่ชายขอบของฝูงชน

ต่อจากนั้น สาวสวยทรงเสน่ห์ในชุดสีแดงก็เดินขึ้นมาบนเวทีและประกาศว่าการประมูลได้เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการแล้ว

ไอเทมชิ้นแรกเป็นอาวุธระดับครามชั้นยอด มันเป็นกระบี่ใหญ่ที่มอบค่าสถานะให้สามแต้ม และมีราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 800 เหรียญเงิน

ทันทีที่สาวงามประกาศราคาเริ่มต้นก็มีคนตะโกนออกมาทันที "900 เหรียญเงิน!"

ในวินาทีต่อมา คนอื่นๆก็เริ่มเคลื่อนไหวตาม ราคาของอาวุธระดับครามชั้นยอดชิ้นไต่ระดับขึ้นไปเรื่อยๆจนในที่สุดมันก็ขายออกไปที่ราคา 3,800 เหรียญเงิน

ราคาที่มันขายออกไปนั้นแพงยิ่งกว่าราคาของอาวุธระดับเงินทั่วไป ราคาที่สูงเช่นนี้ทำให้บรรยากาศภายในโรงประมูลเริ่มทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น และทุกๆคนก็เริ่มรู้สึกตื่นเต้นมากเป็นเท่าทวี

แน่นอนว่าจ้าวฝูไม่ได้สนใจอะไรในไอเทมชิ้นนี้ ดังนั้นเขาจึงไม่เข้าไปร่วมวงด้วย ทุกๆคนที่ตะโกนเสนอราคานั้นมาอยู่บนชั้นแรก และไม่มีเสียงดังออกมาจากชั้นที่สอง สาม และสี่เลย

ต่อจากนั้น ขวดๆหนึ่งก็ถูกนำขึ้นมา และมันก็มียาเม็ดอยู่ภายใน สะโพกของหญิงสาวโบกไปมาในขณะที่เธอเดิน เธอหยิบไอเทมชิ้นนี้มาวางไว้ ณ ตรงกลางเวที ส่วนโค้งเว้าอันยั่วยวนของเธอถูกซ่อนไว้ภายใต้ชุดสีแดง และรอยแยกขนาดใหญ่ตรงบริเวณหน้าอกของเธอนั้นทำให้หลายๆคนต้องโห่ร้องออกมา หลังจากที่ทุกๆคนสงบลงแล้ว เธอจึงกล่าวออกมา "นี่คือเม็ดยาจิตวิญญาณต่ำต้อยซึ่งช่วยเพิ่มความเร็วในการบ่มเพาะได้ 200% ในขวดนี้มียาอยู่ทั้งสิ้น 50 เม็ด และราคาเริ่มขึ้นของมันคือ 2,500 เหรียญเงิน"

"3,000 เหรียญเงิน!"

คนนของจ้าวฝูได้กลั่นยาจิตวิญญาณต่ำต้อยได้มากกว่า 90,000 เม็ดแล้ว ดังนั้นเขาจึงไม่ได้สนใจมันเลย เมื่อเห็นทุกๆคนตะโกนราคาออกมา มันก็เริ่มมีคนจากชั้นที่สองบางส่วนที่ให้ความสนใจ ในที่สุดยาขวดนี้ก็ถูกขายไปในราคา 6,000 เหรียญเงิน

ต่อจากนั้น ไอเทมชิ้นที่สามก็ถูกนำออกมา - มันคือพิมพ์เขียว

"นี่คือพิมพ์เขียวสำหรับการสร้างชุดเกราะชั้นยอด ชุดเกราะระดับคราม ราคาเริ่มต้นของมันคือ 4,000 เหรียญเงิน!" หญิงสาวประกาศออกมา

จ้าวฝูได้รับสิ่งที่คล้ายกันนี้มานานแล้ว หลังจากพิชิตหมู่บ้านโร้ดได้ คนของเขาก็สามารถสร้างชุดเกราะระดับครามได้แล้ว

หลายๆคนเริ่มต่อสู้แย่งชิงพิมพ์เขียวกัน มีคนเป็นจำนวนมากบนชั้นสองที่สนใจในพิมพ์เขียวอันนี้ และคนในชั้นแรกก็ทำได้แค่ยืนมองเท่านั้น ในท้ายที่สุด ผู้คนส่วนใหญ่จากชั้นที่สองก็เริ่มเสนอราคาออกมา และราคาของมันก็ทะยานขึ้นเป็น 10,000 เหรียญเงินอย่างรวดเร็ว

จ้าวฝูสามารถบอกได้ว่าคนส่วนใหญ่ที่กำลังเสนอราคาจากชั้นที่สองนั้นเป็นผู้เล่น - ชาวเมืองไม่ได้ให้ความสำคัญอะไรกับพิมพ์เขียวเลย จ้าวฝูสามารถซื้อมันมาได้อย่างง่ายๆเพื่อทำให้คนอื่นไม่ได้มันไป แต่หลังจากได้เห็นบรรยากาศแล้ว เขาก็ตระหนักได้ว่ามันอาจจะเป็นการสร้างความเกลียดชังมากเกินกว่าเหตุ

ดังนั้นจ้าวฝูจึงไม่เข้าไปร่วมวงด้วย - ประการแรกเพราะมันไม่ใช่สิ่งที่เขาขาดแคลน และประการที่สอง เนื่องจากเขาไม่ได้แข็งแกร่งพอที่จะบดขยี้ผู้อื่น เขาจึงไม่อาจแบกรับความเกลียดชังไว้ได้ ถ้าเขาถูกมองว่าเป็นศัตรูและถูกมองว่าเป็นภัยคุกคามจากผู้อื่น เขาก็อาจจะถึงจุดจบได้ถึงอย่างไรก็มีวีรบุรุษมากมายตลอดช่วงประวัติศาสตร์ที่ตายจากฝูงหมาป่า มันไม่มีประโยชน์อะไรที่จะสร้างศัตรู

จ้าวฝูไม่กล้าที่จะคิดว่าเขาเป็นตัวละครหลักของโลกเพียงเพราะว่าเขาพอมีโชคอยู่บ้าง มี 'ตัวละครหลัก' อยู่มากมายในโลก และถึงแม้ว่าคนที่แข็งแกร่งจะเอาชนะคน 2 - 3 คนได้ แต่พวกเขาจะเอาชนะคนกว่า 30 คนได้อย่างไร? จ้าวฝูไม่ได้เป็นตัวละครหลักอันทรงพลังจากนวนิยายซึ่งสามารถเย้ยหยันทุกๆคนที่เขาพบและยังไม่เป็นไรอยู่ได้

ในความเป็นจริงถ้ามีคนเช่นนั้นอยู่ คนผู้นั้นคงจะถูกฝังกลบในหลุมศพของตัวเองไปนานแล้ว

แน่นอนว่าจ้าวฝูไม่ได้กลัวใคร อย่างไรก็ตาม มันก็ยังไม่ใช่เวลาที่เหมาะสมในการเผาสะพาน บางครั้งการเปิดเผยความแข็งแกร่งของตนเร็วไปก็อาจเป็นอันตรายได้

ย้อนกลับไปในอดีต รัฐต้าฉินนั้นทรงพลังมาก และมันก็ไม่ถอยหนีแม้จะเผชิญหน้ากับพันธมิตรหกรัฐ ในท้ายที่สุด มันต้องปล่อยความภาคภูมิใจของมันออกไปและรวมมือกับศัตรูเพื่อทำลายพันธมิตรที่ว่า นับตั้งแต่สมัยโบราณ คนที่หัวเราะอยู่ได้ในตอนท้ายไม่จำเป็นต้องเป็นคนที่แข็งแกร่งที่สุดเสมอ

พิมพ์เขียวนี้ต้องเป็นประโยชน์ต่อทุกๆคนที่ได้รับมันไปแน่ แต่มันก็เป็นแค่พิมพ์เขียวระดับคราม และไม่ได้หายากอะไรนัก แม้ว่าเขาจะแย่งคนอื่นมา แต่ก็ยังมีอีกหลายคนที่สามารถหาพิมพ์เขียวได้ และเขาก็ไม่สามารถหยุดคนพวกนั้นได้เลย

นอกจากนี้ ถ้ามีฝ่ายไหนทรงพลังมากยิ่งขึ้น จ้าวฝูก็จะสามารถเสแสร้งแกล้งทำเป็นอ่อนแอและร่วมมือกับฝ่ายอื่นเพื่อโจมตีฝ่ายนั้นได้ ในท้ายที่สุด การพัฒนานั้นคือสิ่งที่สำคัญอย่างแท้จริง หาใช่การแสดงออกไม่


The Lord's Empire - นิยายแปล

จบบทที่ บทที่ 66 พันธมิตรหกรัฐ

คัดลอกลิงก์แล้ว