- หน้าแรก
- The Lord's Empire
- บทที่ 66 พันธมิตรหกรัฐ
บทที่ 66 พันธมิตรหกรัฐ
บทที่ 66 พันธมิตรหกรัฐ
บทที่ 66 พันธมิตรหกรัฐ
กลุ่มของผู้เล่นเกือบทุกฝ่ายได้รวบรวมกับเงินด้วยความมุ่งหวังสำหรับงานประมูลครั้งนี้ และแน่นอนว่าจ้าวฝูเองก็สนใจเช่นกัน เขามีเงินอยู่เป็นจำนวนมากแต่ก็ไม่มีที่ให้ใช้พวกมัน และมีหลายๆสิ่งที่เขาเองก็อยากจะซื้อ อย่างไรก็ตาม จ้าวฝูไม่ได้สนใจอะไรที่ขายอยู่ในร้านค้า ดังนั้นเขาจึงต้องเข้าร่วมงานประมูลครั้งนี้แน่ๆ ดังนั้นเขาเองก็ต้องเตรียมตัว
วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว และในไม่ช้า จ้าวฝูกับไป่ฉีก็เดินทางไปยังอาคารขนาดใหญ่ นี่คือโรงประมูลแห่งพันธมิตรวาณิชดอกไม้แดง
พันธมิตรวาณิชดอกไม้แดงคือพันธมิตรพ่อค้าที่ใหญ่ที่สุดในป่าแห่งความพรั่นพรึงอย่างไม่ต้องสงสัย และมันก็มีทรัพย์สินอยู่นับไม่ถ้วนในสามเมืองหนัก ในความเป็นจริง มันยังได้แพร่กระจายออกไปไกลยิ่งกว่าป่าแห่งความพรั่นพรึง แม้แต่ฉินหนานก็เตือนไม่ให้จ้าวฝูไปรุกรานพวกมัน
ด้านนอกของโรงประมูลเต็มไปด้วยผู้คน และหลังจากได้ยินผู้คุ้มกันทั้ง 8 คนกล่าวว่าค่าเข้างานคือ 1 เหรียญทอง ผู้เล่นนับไม่ถ้วนรู้สึกปวดใจไปตามๆกัน เงิน 1 เหรียญทองมีมูลค่าเท่ากับเงิน 10,000 เหรียญเงิน ซึ่งเท่ากับเงิน $100,000 ในโลกแห่งความเป็นจริง สิ่งนี้ทำให้ผู้เล่นธรรมดาๆหลายคนปัดเป่าความคิดที่จะเข้าไปและทำได้แค่มองดูจากภายนอก
โรงประมูลมีขนาดใหญ่พอที่จะรองรับผู้คนได้หลายพันคน ดังนั้นมันจึงได้รับรายได้มาหลายพันเหรียญทองจากแค่การจัดงานประมูลขึ้นมา
จ้าวฝูที่มาพร้อมกับไป่ฉีได้จ่ายเงินไป 2 เหรียญทอง ก่อนที่จะเดินเข้าไปข้างใน ในโรงประมูลมีพื้นที่ประมาณ 1,500 ตารางเมตร นอกเหนือจากห้องโถงหลักที่ชั้นแรก มันก็มีห้องส่วนตัวอยู่ที่ชั้นสอง ห้องวีไอพีที่ชั้นสาม และห้องผู้ทรงเกียรติที่ชั้นสี่
ภายในมีอัญมณีสีขาว 24 ก้อนที่กำลังเรืองแสงอยู่ ดังนั้นภายในโรงประมูลจึงไม่ได้มืดเลย กลับกัน มันสว่างจ้าราวกับเป็นกลางวัน
ชั้นที่หนึ่ง สอง และสามเปิดกว้างให้สำหรับทุกๆคน แต่ชั้นที่สี่นั้นเว้นไว้ให้เฉพาะผู้ทรงอำนาจและทรงอิทธิพลที่แท้จริง ดังนั้นพวกเล่นส่วนใหญ่จึงไม่คิดจะไปที่นั่น จ้าวฝูไม่ได้มีการติดต่อกับพันธมิตรวาณิชดอกไม้แดง ดังนั้นก็แน่นอนว่าเขาไม่ได้มีบัตรวีไอพี อย่างไรก็ตาม อย่างน้อยเขาก็สามารถจ่ายเงินเพื่อซื้อห้องส่วนตัวได้
โรงประมูลในตอนนี้เต็มไปด้วยผู้คน มันมีทั้งผู้เล่นและชาวเมือง ด้วยเหตุที่มีคนเป็นจำนวนมากอยู่ในพื้นที่ปิดเช่นนี้ มันจึงเต็มไปด้วยความวุ่นวายจากเสียงของผู้คน จ้าวฝูต้องการที่จะจ่ายเงินเพื่อใช้ห้องส่วนตัว แต่ก็น่าเสียดายที่มันเต็มหมดแล้ว ดังนั้นเขาจึงถามออกไปว่ามีห้องวีไอพีเหลืออยู่ไม่ แต่พวกมันก็เต็มเช่นกัน จ้าวฝูได้แต่ตะลึงงัน - ที่นี่มันมีคนร่ำรวยและคนที่ทรงอำนาจมากขนาดไหนกัน? เขามีเงินแต่ดันไม่มีที่ให้ไป และเขาก็ทำได้เพียงแค่ยอมแพ้ เมื่อเขาเห็นฝูงชนเป็นจำนวนมาก เขาก็ช่วยไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมา และเริ่มเบียดผ่านไป
"บัดซบ! เบียดทำไมวะ ไอ้คนจนชนชั้นต่ำ?" ผู้เล่นที่อยู่ข้างหน้าเขาบ่นออกมาในขณะที่จ้าวฝูเริ่มเบียดผ่านไป
"ข้า..." เขาน่าจะมีเงินมากกว่าทุกๆคนในที่นี้รวมกัน แต่เขาก็ถูกหาว่าเป็นคนไม่มีเงิน และมาเพื่อดูเท่านั้น
ใบหน้าของไป่ฉีเปลี่ยนเป็นเยือกเย็น แม้ว่าเขาจะไม่มั่นใจว่าผู้เล่นคนนี้หมายความว่าไง แต่เขาก็สามารถบอกได้ว่ามันกำลังดูถูกจ้าวฝู ในขณะที่เขากำลังคิดจะสอนบทเรียนให้ชายคนนั้นอยู่นั้น จ้าวฝูก็คว้าตัวไป่ฉีไว้ - จ้าวฝูไม่อยากสร้างปัญหา ดังนั้นเขาและไป่ฉีจึงเดินไปที่ชายขอบของฝูงชน
ต่อจากนั้น สาวสวยทรงเสน่ห์ในชุดสีแดงก็เดินขึ้นมาบนเวทีและประกาศว่าการประมูลได้เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการแล้ว
ไอเทมชิ้นแรกเป็นอาวุธระดับครามชั้นยอด มันเป็นกระบี่ใหญ่ที่มอบค่าสถานะให้สามแต้ม และมีราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 800 เหรียญเงิน
ทันทีที่สาวงามประกาศราคาเริ่มต้นก็มีคนตะโกนออกมาทันที "900 เหรียญเงิน!"
ในวินาทีต่อมา คนอื่นๆก็เริ่มเคลื่อนไหวตาม ราคาของอาวุธระดับครามชั้นยอดชิ้นไต่ระดับขึ้นไปเรื่อยๆจนในที่สุดมันก็ขายออกไปที่ราคา 3,800 เหรียญเงิน
ราคาที่มันขายออกไปนั้นแพงยิ่งกว่าราคาของอาวุธระดับเงินทั่วไป ราคาที่สูงเช่นนี้ทำให้บรรยากาศภายในโรงประมูลเริ่มทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น และทุกๆคนก็เริ่มรู้สึกตื่นเต้นมากเป็นเท่าทวี
แน่นอนว่าจ้าวฝูไม่ได้สนใจอะไรในไอเทมชิ้นนี้ ดังนั้นเขาจึงไม่เข้าไปร่วมวงด้วย ทุกๆคนที่ตะโกนเสนอราคานั้นมาอยู่บนชั้นแรก และไม่มีเสียงดังออกมาจากชั้นที่สอง สาม และสี่เลย
ต่อจากนั้น ขวดๆหนึ่งก็ถูกนำขึ้นมา และมันก็มียาเม็ดอยู่ภายใน สะโพกของหญิงสาวโบกไปมาในขณะที่เธอเดิน เธอหยิบไอเทมชิ้นนี้มาวางไว้ ณ ตรงกลางเวที ส่วนโค้งเว้าอันยั่วยวนของเธอถูกซ่อนไว้ภายใต้ชุดสีแดง และรอยแยกขนาดใหญ่ตรงบริเวณหน้าอกของเธอนั้นทำให้หลายๆคนต้องโห่ร้องออกมา หลังจากที่ทุกๆคนสงบลงแล้ว เธอจึงกล่าวออกมา "นี่คือเม็ดยาจิตวิญญาณต่ำต้อยซึ่งช่วยเพิ่มความเร็วในการบ่มเพาะได้ 200% ในขวดนี้มียาอยู่ทั้งสิ้น 50 เม็ด และราคาเริ่มขึ้นของมันคือ 2,500 เหรียญเงิน"
"3,000 เหรียญเงิน!"
คนนของจ้าวฝูได้กลั่นยาจิตวิญญาณต่ำต้อยได้มากกว่า 90,000 เม็ดแล้ว ดังนั้นเขาจึงไม่ได้สนใจมันเลย เมื่อเห็นทุกๆคนตะโกนราคาออกมา มันก็เริ่มมีคนจากชั้นที่สองบางส่วนที่ให้ความสนใจ ในที่สุดยาขวดนี้ก็ถูกขายไปในราคา 6,000 เหรียญเงิน
ต่อจากนั้น ไอเทมชิ้นที่สามก็ถูกนำออกมา - มันคือพิมพ์เขียว
"นี่คือพิมพ์เขียวสำหรับการสร้างชุดเกราะชั้นยอด ชุดเกราะระดับคราม ราคาเริ่มต้นของมันคือ 4,000 เหรียญเงิน!" หญิงสาวประกาศออกมา
จ้าวฝูได้รับสิ่งที่คล้ายกันนี้มานานแล้ว หลังจากพิชิตหมู่บ้านโร้ดได้ คนของเขาก็สามารถสร้างชุดเกราะระดับครามได้แล้ว
หลายๆคนเริ่มต่อสู้แย่งชิงพิมพ์เขียวกัน มีคนเป็นจำนวนมากบนชั้นสองที่สนใจในพิมพ์เขียวอันนี้ และคนในชั้นแรกก็ทำได้แค่ยืนมองเท่านั้น ในท้ายที่สุด ผู้คนส่วนใหญ่จากชั้นที่สองก็เริ่มเสนอราคาออกมา และราคาของมันก็ทะยานขึ้นเป็น 10,000 เหรียญเงินอย่างรวดเร็ว
จ้าวฝูสามารถบอกได้ว่าคนส่วนใหญ่ที่กำลังเสนอราคาจากชั้นที่สองนั้นเป็นผู้เล่น - ชาวเมืองไม่ได้ให้ความสำคัญอะไรกับพิมพ์เขียวเลย จ้าวฝูสามารถซื้อมันมาได้อย่างง่ายๆเพื่อทำให้คนอื่นไม่ได้มันไป แต่หลังจากได้เห็นบรรยากาศแล้ว เขาก็ตระหนักได้ว่ามันอาจจะเป็นการสร้างความเกลียดชังมากเกินกว่าเหตุ
ดังนั้นจ้าวฝูจึงไม่เข้าไปร่วมวงด้วย - ประการแรกเพราะมันไม่ใช่สิ่งที่เขาขาดแคลน และประการที่สอง เนื่องจากเขาไม่ได้แข็งแกร่งพอที่จะบดขยี้ผู้อื่น เขาจึงไม่อาจแบกรับความเกลียดชังไว้ได้ ถ้าเขาถูกมองว่าเป็นศัตรูและถูกมองว่าเป็นภัยคุกคามจากผู้อื่น เขาก็อาจจะถึงจุดจบได้ถึงอย่างไรก็มีวีรบุรุษมากมายตลอดช่วงประวัติศาสตร์ที่ตายจากฝูงหมาป่า มันไม่มีประโยชน์อะไรที่จะสร้างศัตรู
จ้าวฝูไม่กล้าที่จะคิดว่าเขาเป็นตัวละครหลักของโลกเพียงเพราะว่าเขาพอมีโชคอยู่บ้าง มี 'ตัวละครหลัก' อยู่มากมายในโลก และถึงแม้ว่าคนที่แข็งแกร่งจะเอาชนะคน 2 - 3 คนได้ แต่พวกเขาจะเอาชนะคนกว่า 30 คนได้อย่างไร? จ้าวฝูไม่ได้เป็นตัวละครหลักอันทรงพลังจากนวนิยายซึ่งสามารถเย้ยหยันทุกๆคนที่เขาพบและยังไม่เป็นไรอยู่ได้
ในความเป็นจริงถ้ามีคนเช่นนั้นอยู่ คนผู้นั้นคงจะถูกฝังกลบในหลุมศพของตัวเองไปนานแล้ว
แน่นอนว่าจ้าวฝูไม่ได้กลัวใคร อย่างไรก็ตาม มันก็ยังไม่ใช่เวลาที่เหมาะสมในการเผาสะพาน บางครั้งการเปิดเผยความแข็งแกร่งของตนเร็วไปก็อาจเป็นอันตรายได้
ย้อนกลับไปในอดีต รัฐต้าฉินนั้นทรงพลังมาก และมันก็ไม่ถอยหนีแม้จะเผชิญหน้ากับพันธมิตรหกรัฐ ในท้ายที่สุด มันต้องปล่อยความภาคภูมิใจของมันออกไปและรวมมือกับศัตรูเพื่อทำลายพันธมิตรที่ว่า นับตั้งแต่สมัยโบราณ คนที่หัวเราะอยู่ได้ในตอนท้ายไม่จำเป็นต้องเป็นคนที่แข็งแกร่งที่สุดเสมอ
พิมพ์เขียวนี้ต้องเป็นประโยชน์ต่อทุกๆคนที่ได้รับมันไปแน่ แต่มันก็เป็นแค่พิมพ์เขียวระดับคราม และไม่ได้หายากอะไรนัก แม้ว่าเขาจะแย่งคนอื่นมา แต่ก็ยังมีอีกหลายคนที่สามารถหาพิมพ์เขียวได้ และเขาก็ไม่สามารถหยุดคนพวกนั้นได้เลย
นอกจากนี้ ถ้ามีฝ่ายไหนทรงพลังมากยิ่งขึ้น จ้าวฝูก็จะสามารถเสแสร้งแกล้งทำเป็นอ่อนแอและร่วมมือกับฝ่ายอื่นเพื่อโจมตีฝ่ายนั้นได้ ในท้ายที่สุด การพัฒนานั้นคือสิ่งที่สำคัญอย่างแท้จริง หาใช่การแสดงออกไม่