- หน้าแรก
- The Lord's Empire
- บทที่ 34 เมืองแสงศักดิ์สิทธิ์
บทที่ 34 เมืองแสงศักดิ์สิทธิ์
บทที่ 34 เมืองแสงศักดิ์สิทธิ์
บทที่ 34 เมืองแสงศักดิ์สิทธิ์
ในตอนนี้ ชายแดนของประเทศจีนทั้งหมดได้คุกรุ่นไปด้วยสงคราม ทางด้านเหนือคือจักรวรรดิรัสเซียที่จ้องมองประเทศจีนราวกับเสือกำลังเฝ้ามองเหยื่อของมัน และด้านใต้ก็เป็นกองกำลังอันหลากหลายจากเวียดนาม สำหรับทางด้านซ้ายนั้นเป็นมีชนชาติและจักรวรรดิจากทางฝั่งอินเดียถึง 23 แห่ง และทางด้านขวาก็มีการปลุกปั่นจากโคกูรยอ แพ็กเจ และชิลลา นอกจากนี้ยังมีหุบเขาโอดะศักดิ์สิทธิ์ที่นำโดยลูกหลานของโอดะ โนบูนางะ
จักรวรรดิโรมันโบราณเองก็ได้รับการฟื้นฟูขึ้นมาแล้ว และสันตะสำนักก็ได้เริ่มสร้างกองทัพครูเสดเพื่อจุดประสงค์ด้านการฟื้นฟูศาสนา ทางฝั่งตะวันตก ว่ากันว่าลูกหลานของกษัตริย์อาเธอร์ เพนดราก้อน: ทีน่า เพนดราก้อนได้รับดาบเอ็กซ์คาลิเบอร์มาแล้ว
ในเวลาเดียวกัน ลูกหลานของฟาโรโบราณก็ได้เริ่มเรืองอำนาจขึ้น และยังมีชนเผ่าอีกมากมายที่เริ่มพัฒนา
ทั่วทั้งโลกจุติสวรรค์ดูเหมือนจะตกลงสู่ความโกลาหล และข้อผูกมัดต่างๆก็เริ่มจะน้อยลงทุกที เพราะแต่ละประเทศ แต่ละศาสนา และแต่ละวัฒนธรรมล้วนแตกต่างกัน ฝ่ายต่างๆจึงเริ่มต้นสงครามต่อกัน การต่อสู้ที่รุนแรงที่สุดคือการต่อสู้ในเมืองที่มีอาณาเขตติดต่อกับหลายๆประเทศ และเลือดได้เริ่มย้อมผืนดินในพื้นที่เหล่านั้นให้กลายเป็นสีแดง แน่นอนว่าสถานที่ที่วุ่นวายที่สุดคือประเทศจีน
จีนเป็นมหาอำนาจทางฝั่งตะวันออกมาอยู่เสมอ และในประวัติศาสตร์มันก็ได้รุกรานหลายๆประเทศ ด้วยเหตุนี้จีนจึงได้รับการสอดแนมโดยผู้คนจากหลากหลายประเทศ และมันก็มีชายแดนติดกับประเทศอื่นๆมากมาย ทำให้ความขัดแย้งคือสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เลย
จ้าวฝูอ่านหัวข้ออื่นๆอีกจำนวนหนึ่ง ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับชาวจีนที่อาศัยอยู่ใกล้กับชายแดนซึ่งต่างพากันได้รับความอัปยศในหลากหลายวิถีทาง หลายๆคนในโลกแห่งความเป็นจริงได้สร้างหัวข้อเยาะเย้ยถึงความไร้พลังของชาวจีน ทำให้ความตรึงเครียดในโลกแห่งความเป็นจริงเพิ่มสูงตามขึ้นไปด้วย
เรื่องนี้ทำให้ผู้ได้รับมรดกชาวจีนหลายคนโกรธมาก ผู้ได้รับมรดกแห่งแคว้นจ้าว จ้าวหยางซึ่งวางรากฐานอยู่ใกล้กับชายแดน เขารวบรวมชาวจีนทุกคนในพื้นที่ และเข่นฆ่าหมู่บ้านศัตรู 10 แห่ง ซึ่งทำให้ได้รับชื่อเสียงและเกียรติยศมาเป็นจำนวนมาก
นั่นคือสถานการณ์ ณ เขตชายแดน แผ่นดินเต็มไปด้วยการสังหารและความมืด และก่อนที่ทุกอย่างจะเริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการ โลกก็ตกลงสู่ความสับสนวุ่นวาย
ถ้าตอนนี้มันก็เป็นซะแบบนี้แล้ว ในอนาคตมันจะเป็นเช่นไรกัน?
จ้าวฝูกลับเข้าไปยังโลกจุติสวรรค์และใช้เวลาอีกหลายวันเพื่อปิดกั้นเส้นทางเดินอื่นๆที่มายังพื้นที่ที่เต็มไปด้วงโครงกระดูก อย่างไรก็ตาม เขาก็ได้เปิดให้มีเส้นทางสำรวจไว้บ้างบางส่วน ในเวลาเดียวกัน จ้าวฝูได้สั่งให้ทหารของเขาดำเนินการลาดตระเวนรอบๆหมู่บ้านต้าฉิน หากพวกเขาสามารถหาหมู่บ้านอื่นๆได้ จ้าวฝูจะกลืนกินพวกเขาเพื่อเพิ่มจำนวนคนที่เขามี
นี่เป็นสิ่งที่เขาต้องทำ: การคุกคามของออร์ค 5,000 ตัวเป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่เกินไป และถ้าพวกเขาโชคร้ายพอที่จะถูกค้นพบ พวกเขาจะไม่มีโอกาสต้านทานได้เลย
จ้าวฝูไปที่ห้องค้นคว้า เขาไม่เคยได้ข่าวอะไรเกี่ยวกับช่องทางการเทเลพอร์ตเลย ดังนั้นเขาจึงวางแผนที่จะพักเรื่องนี้ไว้ก่อนเพื่อบอกให้บัณทิตของเขาเริ่มค้นคว้าเกี่ยวกับทักษะที่ทำให้เขาได้เห็นระดับของซากศพ ลอร์ดสามารถดูระดับของผู้ใต้บังคับบัญชาของตนได้เท่านั้น ดังนั้นทักษะดังกล่าวจึงเป็นสิ่งจำเป็นมากสำหรับเขาในตอนนี้ที่มีค่ายกลสกัดกลั่นสวรรค์ปฐพี
ในขณะที่เขาเดินเข้าไปในห้องค้นคว้า ไป่ฉานก็เดินเข้ามาหาเขาด้วยใบหน้าแห่งความยินดีในขณะที่เขารายงานว่า "ฝ่าบาท! พวกเราค้นคว้าเกี่ยวกับช่องทางการเทเลพอร์ตสำเร็จแล้ว!"
เรื่องนี้สร้างความประหลาดใจปนยินดีให้กับจ้าวฝูเป็นอย่างมาก ต่อจากนั้น เขาจึงสั่งให้คนบางส่วนสร้างช่องทางการเทเลพอร์ตไว้ที่ข้างๆหมู่บ้านต้าฉินในทันที
สิ่งที่พวกเขาสร้างขึ้นคือช่องทางการเทเลพอร์ตขั้นต้น และมันสามารถเคลื่อนย้ายคนได้ครั้งละ 2 - 3 คน เพื่อที่จะสร้างช่องทางการเทเลพอร์ตระดับสูง บัณฑิตจำเป็นจะต้องค้นคว้าให้มากกว่านี้ และเนื่องจากช่องทางการเทเลพอร์ตนี้ก็เพียงพอแล้ว จ้าวฝูจึงสั่งให้บัณฑิตไปเริ่มค้นคว้าทักษะที่ทำให้เขาเห็นระดับของซากศพแทน
ตอนนี้พวกเขามีช่องทางการเทเลพอร์ตแล้ว จ้าวฝูจึงเป็นความคิดของเขาและตัดสินใจที่จะไปดูเมืองหลัก หลังจากที่ช่องทางการเทเลพอร์ตเสร็จสมบูรณ์ มันก็สามารถเชื่อมต่อกับช่องทางการเทเลพอร์ตของเมืองหลักและพาเขาไปที่นั่นได้โดยตรง
จ้าวฝูเรียกไป่ฉีเข้ามาและนำเงิน 236 เหรียญเงินที่เก็บไว้และอาวุธระดับครามอีกจำนวนหนึ่งไปด้วย เขาเอาอาวุธระดับครามไปด้วยเพื่อทำให้มั่นใจว่าเขาสามารุซื้อสิ่งที่ตนต้องการได้
จ้าวฝูและไป่ฉียืนอยู่บนช่องทางการเทเลพอร์ต และเมื่อจ้าวฝูยื่นมือออกมา เขาก็เห็นชื่อ 'เมืองแสงศักดิ์สิทธิ์' 'ป่าทหาร' และ 'เมืองพฤกษาปีศาจ'
จ้าวฝูคิดอยู่ครู่หนึ่ง และไป่ฉีกับเขาได้สวมใส่ผ้าคลุมสีดำกันทั้งคู่เพื่อปกปิดตัวตนของพวกเขา - เขาไม่อยากให้การลักษณะและตัวตนของพวกเขาถูกเปิดเผย สำหรับที่ที่พวกเขากำลังจะไปกันนั้น จ้าวฝูได้คิดถึงอันเดดที่ทางเดิน ดังนั้นเขาจึงเลือกเมืองแสงศักดิ์สิทธิ์ หลังจากความรู้สึกอันวิงเวียนได้กวาดเข้าใส่พวกเขา จ้าวฝูและไป่ฉีก็มาถึง ณ เวทีที่ใหญ่มากๆ มันมีหน้าไม้หนักถูกติดตั้งไว้ใกล้ๆ และมีทหารหลายคนยืนเฝ้าอยู่ เมื่อใดก็ตามที่มีอะไรเกิดขึ้น พวกเขาจะปิดช่องทางการเทเลพอร์ตในทันทีและสังหารศัตรูที่เข้ามา
จ้าวฝูมองไปรอบๆอย่างลวกๆก่อนที่พวกเขาจะเดินไปที่ถนนใหญ่ ถนนค่อนข้างกว้างและเต็มไปด้วยร้านค้า มีคนมากมายอยู่บนถนน และมันก็คึกคักไปด้วยกิจกรรมต่างๆ
สิ่งที่น่าสนใจก็คือผู้เล่นทุกคนนั้นมีแผงเพื่อขายอุปกรณ์สวมใส่และทักษะต่างๆเป็นของตัวเอง และส่วนใหญ่ก็ดูค่อนข้างธรรมดา
จ้าวฝูมองไปรอบๆด้วยความสนใจ เพราะเขาไม่ได้วางแผนอะไรไว้ เขาแค่อยากจะมองไปรอบๆเมืองแห่งนี้
ในขณะที่เขาเดินไปตามถนน จ้าวฝูก็ตระหนักได้ว่าเมืองแสงศักดิ์สิทธิ์นั้นใหญ่โตเพียงไหน มันสามารถเทียบเคียงได้กับเมืองใหญ่ๆในยุคโบราณ และมันก็สามารถรองรับผู้คนได้มากกว่า 1 ล้านคนได้ง่ายๆ การเดินไปรอบๆเมืองแห่งนี้นั้นคงต้องใช้เวลาหลายวันกันเลยทีเดียว
ในไม่ช้า จ้าวฝูและไป่ฉีก็มาถึงจุดศูนย์กลางภารกิจ
มีแผ่นศิลาหินอยู่บริเวณนี้ 5 อัน ซึ่งมีความสูง 4 เมตร กว้าง 2 เมตร จากซ้ายไปขวา พวกมันแสดงถึงระดับของภารกิจที่แตกต่างกัน ซึ่งแยกออกเป็น ง่าย ,ธรรมดา ,ยาก ,ฝันร้าย และนรก
ภารกิจระดับง่ายมักจะเป็นการช่วยเหลือผู้คนด้วยงานง่ายๆอย่างเช่นการหาวัตถุดิบธรรมดาทั่วไป
ศิลาหินอันแรกถูกรายล้อมไปด้วยผู้คนที่มารอภารกิจ ในตอนนี้ เงิน 1 เหรียญทองแดงมีค่า $10 และเพียงแค่การทำภารกิจไม่กี่อันให้สำเร็จก็ดีกว่าค่าจ้างตามปกติแล้ว ดังนั้นคนมากมายจึงถูกดึงดูดเวลาส่วนใหญ่ของพวกเขาให้อยู่ในโลกจุติสวรรค์
ศิลาหินอันที่สองเป็นศิลาหินภารกิจระดับธรรมดา และมันก็มีคนอยู่เป็นจำนวนมากเช่นกัน ทำให้มันเป็นไปไม่ได้ที่จ้าวฝูจะแทรกตัวเข้าไป
ศิลาหินอันที่สามคือศิลาหินภารกิจระดับฝันร้าย บริเวณนี้มีคนอยู่น้อยลงเพราะภารกิจส่วนมากจะเกี่ยวข้างกับการสังหารผู้นำของต่างเผ่าหรือไม่ก็เป็นการค้นหาวัตถุดิบหายาก
จ้าวฝูเดินไปที่ศิลาหินอันที่สี่ ศิลาหินภารกิจระดับนรก และมองไปที่ภารกิจเพื่อสนองความสงสัยของตน
1. สังหาร [มังกรมหันตภัยปีศาจหกตา]: รายละเอียดภารกิจ: มังกรมหันตภัยปีศาจหกตาคือสิ่งมีชีวิตระดับลอร์ดที่อาศัยอยู่ในส่วนลึกที่สุดของป่าแห่งความพรั่นพรึงความแข็งแกร่งของมันน่าสะพรึงกลัวมากจนมันสามารถทำให้ผู้คนตกลงสู่ความสิ้นหวังได้ รางวัล: คะแนนความดีความชอบ 100,000 แต้ม และอุปกรณ์สวมใส่ระดับตำนาน 1 ชิ้น
2. สังหาร [ออร์คคากิ]: รายละเอียดภารกิจ: ลอร์ดแห่งเมืองออร์คเล็กๆที่ต้องรกรากอยู่ทางตอนเหนือของป่าแห่งความพรั่นพรึง ผู้สั่งการออร์คกว่า 40,000 ตัวรางวัล: คะแนนความดีความชอบ 50,000 แต้ม และอุปกรณ์สวมใส่ระดับตำนาน 1 ชิ้น
3. ค้นหา [ผลไม้ต้นกำเนิดนักบุญ]: รายละเอียด: ผลไม้ต้นกำเนิดนักบุญ หญ้าสมุนไพรระดับ 7 ที่สามารถรักษาบาดแผลทั้งหมดและเปลี่ยนระดับของคนๆหนึ่งได้รางวัล: คะแนนความดีความชอบ 20,000 แต้ม และอุปกรณ์สวมใส่ระดับทอง 1 ชิ้น
......
หลังจากมองผ่านภารกิจเหล่านี้ จ้าวฝูก็ตระหนักได้ว่ามังกรมหันตภัยปีศาจหกตาคือบอสที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในป่าแห่งความพรั่นพรึง และแม้แต่เมืองหลักทั้งหลายก็ไม่กล้ารุกรานมัน ใครจะทำภารกิจแบบนี้ได้?
ภารกิจที่สองที่ต้องสังหารออร์คที่ชื่อคากินั้น มันก็ดูเป็นไปไม่ได้เช่นกัน - ออร์ค 40,000 ตัวคงจะไม่นั่งอยู่เฉยๆโดยไม่ทำอะไร ในเวลาเดียวกัน จ้าวฝูก็เข้าใจว่าไม่มีเมืองหลักทางตอนเหนือของป่าแห่งความพรั่นพรึงอยู่เลย เพราะมีพวกต่างเผ่าพันธุ์ที่ทรงพลังอยู่ที่นั่น
ส่วนภารกิจที่สามนั้นขึ้นอยู่กับดวงล้วนๆ ใครบางคนอาจจะโชคดีเป็นอย่างยิ่งและตกลงไปในถ้ำที่มีผลไม้ต้นกำเนิดนักบุญอยู่ อย่างไรก็ตาม จ้าวฝูก็ไม่ได้สนใจอะไรภารกิจที่สามนักเพราะไป่ฉีก็มีอาวุธระดับทองอยู่แล้ว ดังนั้นอาวุธระดับทองจึงไม่ได้ดึงดูดอะไรเขาอีก