เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 32 ค่ายกลสกัดกลั่นสวรรค์ปฐพี

บทที่ 32 ค่ายกลสกัดกลั่นสวรรค์ปฐพี

บทที่ 32 ค่ายกลสกัดกลั่นสวรรค์ปฐพี


บทที่ 32 ค่ายกลสกัดกลั่นสวรรค์ปฐพี

 

ทหารม้าโครงกระดูก 4 ตัวพุ่งทะยานอยู่บนม้าโครงกระดูกร่างสูงของะวกมัน และพวกมันก็ถูกตามมาด้วยโครงกระดูกทหารราบซึ่งเปล่งกลิ่นอายที่ดูน่าสะพรึงกลัว

แม้ว่าจะมีโครงกระดูกเป็นจำนวนมากกำลังพุ่งเข้าใส่เขา สีหน้าของจ้าวฝูก็ไม่เปลี่ยนไปแม้แต่น้อย เมื่อเขายกตราประทับคำสั่งสีบรอนซ์ขึ้น แสงสีเทาก็พุ่งเข้าใส่ศีรษะของทหารม้าโครงกระดูกทั้งสี่ ทหารม้าโครงกระดูกหยุดลงในขณะที่ริ้วเพลิงสีฟ้าในหัวของเขามันจู่ๆก็สั่นไหวก่อนที่พวกมันจะหันไปและเริ่มโจมตีโครงกระดูกตัวอื่น

โครงกระดูกตัวอื่นๆดูเหมือนจะสับสนมาก - ทำไมโครงกระดูกที่เป็นพวกของมันเมื่อคู่ได้หันมาเป็นศัตรูของพวกมัน? ไม่นานนัก ทหารของจ้าวฝูก็จัดการกับทหารโครงกระดูกทั้งหมดที่เหลืออยู่ได้

หลังจากเดินทัพต่อ พวกเขาก็พบกับกลุ่มทหารโครงกระดูกอีก 3 กลุ่ม และจ้าวฝูก็สามารถทำให้ทหารม้าโครงกระดูก 10 ตัวอยู่ภายในคำสั่งของเขาได้ เขาเตรียมตัวที่จะกลับแล้ว แต่ทันใดนั้นเองเขาก็เห็นร่องรอยของแสงสว่างอยู่ทางด้านหน้า ซึ่งดูเหมือนมันจะเจาะทะลวงผ่านทางเดินอันมืดมิด

จ้าวฝูไม่สามารถระงับความอยากรู้อยากเห็นของตัวเองไว้ได้ และเขาได้พาคนของตัวเองเดินทัพต่อ ทางเดินค่อยๆสว่างขึ้นเรื่อยๆ และมันก็มาถึงจุดที่แสงสว่างกลายเป็นแสงเจิดจ้า ทุกๆคนต้องบังตาของตัวเองไว้ในขณะที่พวกเขาเดินหน้าต่อ ในที่สุด ณ ปลายทางเดิน พวกเขาก็มาถึงบริเวณพื้นที่ว่างขนาดใหญ่ยักษ์

พื้นที่ตรงนี้มีความสูงประมาณ 1,000 เมตร และมีพื้นที่ประมาณ 30 ตารางกิโลเมตร สิ่งที่น่าหวาดกลัวก็คือพื้นที่ 30 ตารางกิโลเมตรดูเหมือนจะถูกปกคลุมไปด้วยกองกระดูกที่ก่อตัวขึ้นเป็นทะเลกองกระดูก มันมีโครงกระดูกจากทุกๆเผ่าพันธุ์อยู่ ทั้งมนุษย์ เอลฟ์ เทพ ออร์ค ปีศาจ...

ณ ที่บริเวณแห่งนี้มีโครงกระดูกจากเผ่าพันธุ์มากมายนับไม่ถ้วน และมีแม้กระทั่งโครงกระดูกของมังกรที่ดูเหมือนจะมีความยาวประมาณ 1,000 เมตร มันไม่ใช่มังกรตะวันตกที่มีปีก แต่เป็นมังกรที่เหมือนกับกิ้งก่าจากทางฝั่งตะวันออก อย่างไรก็ตาม มันก็เป็นมังกรที่สามารถบินได้โดยไม่มีปีก มันมีทั้งเขากวางที่มีเกล็ดเหมือนปลาอยู่อีกด้วย

"สถานที่แห่งนี้มันอะไรกัน?" ทุกคนมองไปรอบๆด้วยความตกตะลึงและรู้สึกตะลึงงันและสงสัยเป็นอย่างยิ่ง

ในเวลานั้นเอง จ้าวฝูก็เห็นแท่นบูชาขนาดใหญ่ที่ดูจะมีความสูงประมาณ 300 เมตรและกว้าง 10 กิโลเมตร จ้าวฝูอดไม่ได้ที่จะเดินไปหามัน

"ฝ่าบาท!" ไป่ฉีเรียกจ้าวฝูด้วยสีหน้าที่จริงจัง

จ้าวฝูพยักหน้าเมื่อเขาได้ยินเสียงของไป่ฉี เขารู้ว่าสถานที่แห่งนี้ต้องไม่ธรรมดา แต่เขาก็ยังอยากดู เขาไม่กังวลว่าโครงกระดูก ณ ที่แห่งนี้จะกลายเป็นอันเดด - ถ้ามันจะเป็นเช่นนั้น ป่าแห่งความพรั่นพรึงคงจะไม่เหลือแล้วเพราะมันคงถูกทำลายโดยเหล่าอันเดดไปนานแล้ว

จ้าวฝูก้าวต่อไปพร้อมกับโครงกระดูกที่อยู่ใต้ฝ่าเท้าของเขาได้แตกออก เขาเดินไปข้างหน้าในขณะที่ทุกคนมองไปรอบๆอย่างระมัดระวังและค่อยๆตามหลังเขาไป

ในที่สุดทุกคนก็มาถึงฐานของแท่นบูชาโดยไม่มีเหตุร้ายใดๆ

ในเวลานี้พวกเขาต่างได้เห็นรูปลักษณ์ที่แท้จริงของแท่นบูชากันแล้ว แท่นบูชาดูเหมือนจะทำจากหินที่เหมือนกับหยก และมันก็สีฟ้าอ่อนๆ มันดูเหมือนจะมีอักษรรูนอันลึกลับที่สลักอยู่ภายในอิฐหยกแต่ละก้อน และแท่นบูชาทั้งอันก็เปล่งกลิ่นอายอันอันเร้นลับและดูเก่าแก่

จ้าวฝูก้าวไปตามบันไดหยกของแท่นบูชา มันก็ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น จ้าวฝูสามารถยืนยันได้ว่ามันไม่ใช่แท่นบูชามรดก และทุกๆคนได้ตามหลังเขามา ในไม่ช้าพวกเขาก็มาถึงด้านบนของแท่นบูชา

มันมีข่ายเวทมนตร์ขนาดใหญ่ยักษ์อยู่ ณ ข้างบนของแท่นบูชา และมีช่องหยกอยู่รอบๆมันเป็นจำนวนมาก ส่วนในช่องหยกนั้นก็เป็นหินพลังงานที่เหมือนกับคริสตัล และดูเหมือนมันจะมีอยู่ด้วยกันมากกว่า 1,000 อัน

จ้าวฝูรู้ว่าหินหลังงานเหล่านี้บรรจุพลังงานอันมหาศาลไว้ และพวกมันก็มีราคาประมาณ 20 เหรียญทองต่ออัน พลังงานส่วนใหญ่ของพวกมันถูกใช้ไปแล้ว และบางทีมันอาจจะเหลือพลังงานเล็กน้อยอยู่ภายในเท่านั้น

จ้าวฝูกดมือเข้าไปแท่นบูชา และได้รับข้อมูลของมันมา

[ค่ายกลสกัดกลั่นสวรรค์ปฐพี]: รายละเอียด: หนึ่งในหกเวทมนตร์ข่ายเวทมนตร์ท้าทายสวรรค์อันยิ่งใหญ่ มันสามารถกลั่นได้ทุกสิ่งและสกัดพลังงานต้นกำเนิดของมัน

จ้าวฝูตะลึงงันเมื่อเขาได้เห็นข้อมูลนี้ หนึ่งในหกเวทมนตร์ข่ายเวทมนตร์ท้าทายสวรรค์อันยิ่งใหญ่ - แค่ชื่อเพียงอย่างเดียวก็บอกเขาได้แล้วว่าค่ายกลนี้ยิ่งใหญ่ถึงเพียงไหน มันสามารถกลั่นได้ทุกสิ่งและสกัดพลังงานต้นกำเนิดของมัน และจ้าวฝูก็มองไปที่บรรดาโครงกระดูกที่อยู่ ณ ที่แห่งนี้ในทันที เขาคิดถึงเรื่องบางอย่างแต่ก็ไม่แน่ใจถึงความเป็นไปได้

จากนั้นจ้าวฝูก็มองไปรอบๆจากด้านบนของแท่นบูชา เขาพบว่าไม่ได้มีแค่ทางเดินเดียวที่นำมาสู่พื้นที่แห่งนี้ กลับกัน มันมีทางเดินมากกว่า 1,000 ทางที่ดูเหมือนกับทางเดินที่จ้าวฝูได้เดินผ่านมา

จ้าวฝูกล่าวด้วยใบหน้าอันจริงจัง "วันนี้พวกเราจะหยุดกันที่นี่ กลับกันเถอะ อย่างบอกใครเกี่ยวกับสิ่งที่เราเห็น ณ ที่แห่งนี้"

พวกเรารับรู้ถึงความสำคัญของเรื่องจากจากสีหน้าที่จริงจังของจ้าวฝู ดังนั้นพวกเขาจึงพยักหน้าและตอบกลับมา "ขอรับ!"

จากนั้นพวกเขาก็กลับไปที่ผืนดิน

"ฝ่าบาท!" ในขณะที่พวกเขากลับมาแล้ว หลี่ซือก็เดินเข้ามาด้วยใบหน้าที่ยินดี

จ้าวฝูรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยและถามว่า "มีอะไรหลี่ซือ?"

หลี่ซือประสานมือของเขาและตอบกลับ "ฝ่าบาท มีพวกต่างเผ่าเข้ามาให้คำมั่นสัญญาว่าจะมอบความจงรักภักดีของพวกมัน"

จ้าวฝูสับสนมากเมื่อเขาได้ยินเช่นนี้ ทำไมพวกต่างเผ่าจึงคิดที่จะมอบความจงรักภักดีของพวกมัน? จ้าวฝูตามหลี่ซือไปยังลานว่างในหมู่บ้านและเห็นคนกว่า 30 คนอยู่ ณ ที่แห่งนั้น พวกมันสูงประมาณ 1.3 เมตร และมีผิวหนังสีเทาอ่อนๆ พวกมันมีแขนขาที่ดูทรงพลังและดูคล้ายมนุษย์มาก - พวกมันคือชนชั้นที่ต่ำที่สุดของเหล่าคนแคระ คนแคระเทา

มีคนแคระผู้ชายอยู่ 30 กว่าตัว และผู้หญิง 10 กว่าตัว มีเด็กอยู่บ้าง แต่ก็ไม่มีผู้สูงอายุอยู่เลย พวกมันทุกตัวดูค่อนข้างหดหู่และดูเหมือนจะเดินทางมาไกล เสื้อผ้าของพวกมันถูกปกคลุมไปด้วยโคลนและหญ้า และมีพวกมันหลายตัวที่ได้รับบาดเจ็บด้วย

เมื่อคนแคระเทาเห็นหลี่ซือพาชายหนุ่มเข้ามา พวกเขาก็เข้าใจว่าชายหนุ่มผู้นี้คือลอร์ดของที่นี่ และคนแคระสีเทาวัยกลางคนได้เดินเข้ามาและกล่าวว่า "กูฮาโดโลาก้า!"

"ประกาศจากระบบ! โซลอนได้ยอมจำนนต่อท่าน ท่านจะยอมรับหรือไม่?"

จ้าวฝูไม่เข้าใจภาษาคนแคระเลย ดังนั้นเขาจึงยอมรับการประกาศจากระบบโดยทันที

โซลอนเป็นคนแคระเทาวัยกลางคน และหลังจากที่จ้าวฝูได้ยอมรับ ใบหน้าของโซลอนก็ดูยินดีขึ้นมา เขาคุกเข่าลงข้างหนึ่ง ในขณะที่คนแคระเทาตัวอื่นๆก็ทำเช่นเดียวกัน พวกเขากล่าวว่า "พวกเราขอขอบคุณลอร์ดผู้น่าเคารพที่ยอมรับพวกเรา!"

"ทุกคนลุกขึ้นได้!" จ้าวฝูกล่าวว่า และคนแคระเทาทั้งหมดก็ลุกขึ้น

"โซลอน เกิดอะไรขึ้นกับพวกเจ้าทุกคน? ทำไมพวกเจ้าถึงเป็นเช่นนี้?" เมื่อจ้าวฝูเห็นสภาพอันน่าสงสาร เขาก็อดที่จะถามออกมาไม่ได้

โซลอนตอบด้วยใบหน้าที่โกรธและโศกเศร้า "ท่านลอร์ด พวกเราเป็นชาวบ้านของหมู่บ้านคากิที่อยู่ห่างจากที่นี่ประมาณ 100 กิโลเมตร พวกเรามีจำนวนอยู่ด้วยกันประมาณ 600 ตัว แต่พวกเราถูกโจมตีโดยหมู่บ้านแห่งหนึ่งที่มีพวกออร์คมากกว่า 5,000 ตัว พวกเราส่วนใหญ่ตายตกกันไป และพวกเราก็คือกลุ่มเดียวที่สามารถหลบหนีออกมาได้!"

"ออร์ค?"

จ้าวฝูรู้สึกประหลาดใจมาก ออร์คเป็นเผ่าพันธุ์ที่ก้าวร้าวอย่างไม่น่าเชื่อ และพวกมันก็มีความแข็งแกร่งเป็นอย่างยิ่ง พวกมันป่าเถื่อนมาก และมนุษย์ทั่วไปก็ไม่สามารถเอาชนะมันได้ในการต่อสู้แบบตัวต่อตัว ยิ่งไปกว่านั้นมันยังมีออร์คกว่า 5,000 ตัวในหมู่บ้าน - นี่เป็นสิ่งที่เป็นอันตรายเป็นอย่างยิ่ง

อย่างไรก็ตาม จ้าวฝูไม่ได้กังวลนักเพราะหมู่บ้านออร์คอยู่ห่างออกไป 100 กิโลเมตร ดังนั้นพวกออร์คคงจะไม่พบหมู่บ้านต้าฉินในเร็วๆนี้แน่ อย่างไรก็ตาม เขาก็ไม่สามารถทำได้แค่หวังไม่ให้พวกออร์คพบเขา ดังนั้นจ้าวฝูจึงได้นำตัวไป่ฉีและคนอื่นๆมาหารือเรื่องเกี่ยวกับออร์ค ในขณะที่หลี่ซือเริ่มเตรียมการสำหรับคนแคระเทาผู้มาใหม่


The Lord's Empire - นิยายแปล

จบบทที่ บทที่ 32 ค่ายกลสกัดกลั่นสวรรค์ปฐพี

คัดลอกลิงก์แล้ว