- หน้าแรก
- ระบบศัลยแพทย์ขั้นเทพ
- บทที่ 371 - การผ่าตัดลอกเลียนแบบ
บทที่ 371 - การผ่าตัดลอกเลียนแบบ
บทที่ 371 - การผ่าตัดลอกเลียนแบบ
บทที่ 371 - การผ่าตัดลอกเลียนแบบ
หลินฮ่าวทำการผ่าตัดส่องโพรงกระดูกสันหลังเสร็จสิ้นอย่างราบรื่น คว้าคะแนนเต็มปิดท้ายการผ่าตัดในฤดูกาลนี้
ผลแพ้ชนะไม่มีอะไรให้ต้องสงสัยอีกต่อไป หลินฮ่าวนั่งอยู่หน้าจออิเล็กทรอนิกส์ การประชุมตามปกติของโรงพยาบาลสมทบที่หนึ่งเริ่มต้นขึ้น
เขามีเหตุผลเพียงพอที่จะนั่งอย่างสงบ หลินฮ่าวจะเข้ารอบก่อนเวลาเพื่อเข้าสู่รอบที่สอง
การแข่งขันระดับประเทศในอดีตเคยใช้ระบบสะสมคะแนน แต่ต่อมาเพื่อให้มีความยากมากขึ้นและเพื่อให้แพทย์รุ่นใหม่แสวงหาทักษะที่รอบด้าน จึงเปลี่ยนมาใช้ระบบคัดออกแทน
หากเป็นระบบสะสมคะแนน แม้แพทย์ผู้ผ่าตัดจะมีจุดอ่อนในเรื่องการผ่าตัดบางประเภท แต่ก็อาจจะใช้คะแนนสูงจากส่วนอื่นมาทดแทนส่วนที่ต่ำได้ จนทำให้คะแนนรวมสุดท้ายสูงและชนะการแข่งขันไปในที่สุด
แต่ระบบคัดออกนั้นไม่มีคำว่าวิชาที่ถนัดหรือวิชาที่เป็นจุดอ่อน ต่อให้คุณจะเก่งเรื่องการผ่าตัดจัดแนวกระดูกสันหลังคดเพียงใด แต่ถ้าคุณไม่เก่งเรื่องการผ่าตัดส่องกล้องข้อ หากต้องมาเจอกับคู่แข่งที่เก่งเรื่องส่องกล้องข้อ คุณก็อาจจะถูกคัดออกทันทีและไม่มีโอกาสได้แสดงฝีมือในการผ่าตัดขั้นต่อไป
ดังนั้นทุกอย่างต้องแข็งแกร่งเท่านั้น ถึงจะมีความเป็นไปได้ที่จะชนะการแข่งขันในตอนท้าย
เนื่องจากการผ่าตัดในแต่ละฤดูกาลจะใช้วิธีการสุ่มจากคอมพิวเตอร์ การจัดลำดับในการแข่งขันครั้งนี้ที่เอาการผ่าตัดส่องกล้องข้อมาไว้ในรอบแรก จึงเป็นผลมาจากการสุ่มของคอมพิวเตอร์นั่นเอง
การประชุมในครั้งนี้ไม่เคร่งเครียดเหมือนเมื่อก่อน ทุกคนดูผ่อนคลาย บางคนก้มหน้าเล่นโทรศัพท์ บางคนก็เดินเข้าเดินออก หากไม่ใช่กฎของแผนกที่ระบุว่าต้องดูวิดีโอการผ่าตัดของผู้อื่นเพื่อเรียนรู้จุดเด่นและจุดด้อย พวกเขาก็คงจะเลิกประชุมกันไปนานแล้ว
มีเพียงซูหนานเฉินที่ตั้งใจเป็นอย่างมาก เขานั่งอยู่ข้างๆ หลินฮ่าว
มีคนทยอยเดินเข้ามาแสดงความยินดีกับหลินฮ่าวล่วงหน้า ซึ่งเขาก็ตอบกลับอย่างมีมารยาท รักษาความถ่อมตัวและระมัดระวังเอาไว้
เหมือนกับนักเรียนที่สอบได้คะแนนเต็มและยื่นใบสมัครเข้ามหาวิทยาลัยชื่อดัง แล้วนั่งรอประกาศผลอย่างสบายใจ ความรู้สึกเช่นนี้ช่างวิเศษและแปลกใหม่จริงๆ
"ความจริงผมก็ไม่ได้อยากจะถล่มคู่ต่อสู้แบบคนละชั้นหรอกนะ เพียงแต่คะแนนมันสูสีกันมาตลอด ในเมื่อเป็นการแข่งขัน ก็ต้องทุ่มเทให้เต็มที่" หลินฮ่าวเห็นซูหนานเฉินที่นั่งอยู่ข้างๆ ไม่มีรอยยิ้มบนใบหน้าเลย
ซูหนานเฉินดูไม่ค่อยมีความสุขนัก "เทคนิคการผ่าตัดของนาย โรเบิร์ตเป็นคนสอนเหรอ?"
หลินฮ่าวคิดว่าเขาจะมาแสดงความยินดี แต่เมื่อได้ยินน้ำเสียงแบบนี้ ชัดเจนว่ามีรอยแผลของความไม่พอใจแฝงอยู่ ไม่นึกเลยว่าซูหนานเฉินจะมีมุมที่ใจแคบและอิจฉาริษยาด้วย
"ด็อกเตอร์โรเบิร์ตถ่ายทอดให้ผมด้วยตัวเอง นี่คือเทคนิคการผ่าตัดที่เป็นผลงานต้นฉบับของเขา ถ้าเดาไม่ผิด ผมคงจะเป็นคนเอเชียคนแรกที่ได้เรียนเทคนิคนี้ และเป็นคนแรกที่นำเทคนิคนี้เข้ามาในเอเชียด้วย"
หลินฮ่าวไม่สนใจอารมณ์ของซูหนานเฉิน ตั้งแต่ต้นเขาเก็บความลับเรื่องเทคนิคนี้ไว้ แม้แต่ซูหนานเฉินเขาก็ไม่บอกเลยแม้แต่นิดเดียว แต่เมื่อถึงเวลาเปิดเผย เขาก็เดาไว้แล้วว่าซูหนานเฉินจะต้องโกรธเพราะเรื่องนี้
ไม่ว่าจะมองมุมไหน ซูหนานเฉินก็รู้สึกว่านี่คือเทคนิคการผ่าตัดของหยางผิง ส่วนการผ่าตัดของหลินฮ่าวเป็นเพียงฉบับย่อ ฉบับเลียนแบบ หรือฉบับที่ถูกตัดทอนความสามารถลงไปเท่านั้น
ซูหนานเฉินติดตามเรียนรู้กับหยางผิงมานานกว่าครึ่งปี เขาเข้าใจเทคนิคนี้เป็นอย่างดี และรู้สึกรังเกียจพฤติกรรมที่ดูเหมือนจะถ่อมตัวแต่จริงๆ แล้วโอ้อวดของหลินฮ่าวอย่างมาก
หยางผิงคงจะได้เห็นวิดีโอของหลินฮ่าวแล้วแน่นอน เรื่องราวข้างในเป็นอย่างไรซูหนานเฉินยังไม่เข้าใจในตอนนี้ แต่มันต้องมีปัญหาแน่ๆ
ก่อนที่ปัญหาจะคลี่คลาย ซูหนานเฉินไม่อาจโวยวายออกไป เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบด้านลบต่อหลินฮ่าวและโรงพยาบาล ซูหนานเฉินจึงรักษาท่าทีที่ระมัดระวังต่อเรื่องนี้
เขาเพียงแค่ส่งข้อความไปเตือนหยางผิงว่า การผ่าตัดของหลินฮ่าวมีแนวโน้มว่าจะคัดลอกผลงานของเขามา และขอให้หยางผิงช่วยตรวจสอบ
ปรากฏว่าต่อให้เป็นเพื่อนรักกันเพียงใด ก็ยังมีความอิจฉาริษยาแฝงอยู่ หลินฮ่าวรู้สึกผิดหวังเล็กน้อยในใจ ซูหนานเฉินควรจะดีใจแทนเขา แต่ตอนนี้กลับนิ่งเงียบไม่พูดไม่จา
"เริ่มผ่าตัดแล้ว ซานป๋อเริ่มผ่าตัดแล้ว" ใครบางคนตะโกนขึ้นมา
การดวลที่ไม่มีอะไรให้ลุ้นย่อมไม่อาจดึงดูดความสนใจของทุกคนได้ เหมือนกับการแข่งบาสเกตบอลที่คะแนนห่างกันมาก ต่อให้ช่วงวินาทีสุดท้ายจะยิงสามแต้มได้สวยงามเพียงใดแล้วจะทำไม
ทุกคนนั่งอยู่อย่างนั้นก็ไม่มีอะไรทำ จะเล่นโทรศัพท์คุยกันก็ไม่ได้ จึงทยอยกันเงยหน้าขึ้นดูวิดีโอการผ่าตัด
ซ่งจื่อมั่วก้าวขึ้นสู่เตียงผ่าตัด การสร้างเส้นเอ็นหลายเส้นในข้อเข่าใหม่สำหรับเขาแล้ว เป็นเพียงการผ่าตัดปกติในชีวิตประจำวันเท่านั้น
หากนอกจากหยางผิงแล้ว จะต้องมีคนจัดลำดับฝีมือในการผ่าตัดประเภทนี้ ก็สามารถจัดลำดับได้ดังนี้โดยไม่มีข้อกังขา: ซ่งจื่อมั่ว, ซูหนานเฉิน, ทากาฮาชิ, เกาหยวน, โรเบิร์ต... ส่วนลำดับหลังจากนี้ก็ตามสะดวกของแต่ละคน
การผ่าตัดทุกครั้งของซ่งจื่อมั่วได้รับคำแนะนำจากหยางผิงโดยตรง และสิ่งที่หยางผิงถ่ายทอดให้เขาก็คือเทคนิคฉบับดั้งเดิม แต่เนื่องจากคนส่วนใหญ่ไม่สามารถเรียนรู้เทคนิคฉับดั้งเดิมได้ในเวลาอันสั้น หยางผิงจึงนำมาปรับปรุงจนกลายเป็นฉบับย่อ
ซูหนานเฉินมักจะทำผ่าตัดร่วมกับหยางผิงที่โรงพยาบาลลี่เฉวียนอยู่บ่อยครั้ง เขาจึงได้สัมผัสกับการผ่าตัดประเภทนี้มานานแล้ว และย่อมครอบครองเทคนิคนี้เป็นอย่างดี
ทากาฮาชิมีพื้นฐานที่ดีมาก เขาเป็นศาสตราจารย์ระดับแนวหน้าด้านศัลยกรรมอุบัติเหตุ หลังจากติดตามหยางผิงมาหลายเดือน เขาก็ได้รับความรู้ไปไม่น้อย
ถึงแม้เกาหยวนจะไม่ได้เก่งเท่าทากาฮาชิและโรเบิร์ต แต่ด้วยการที่ได้ใกล้ชิดกับต้นตอความรู้ การได้สังเกตการณ์การผ่าตัดนับครั้งไม่ถ้วนและการเรียนรู้แบบตัวต่อตัว ทำให้การครอบครองเทคนิคนี้ของเขาก้าวล้ำนำหน้าโรเบิร์ตไปแล้ว
โรเบิร์ตเองก็เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์การกีฬาระดับโลก เมื่อได้ติดตามเรียนรู้กับหยางผิงเพียงเล็กน้อย เขาก็สามารถทำความเข้าใจโครงสร้างหลักของการผ่าตัดได้
ส่วนคนอื่นๆ การผ่าตัดประเภทนี้ยังไม่นับว่าก้าวเข้าสู่ประตูแห่งความรู้ได้เลย ได้แต่พึ่งพาประสบการณ์การผ่าตัดเข้าสู้ ซึ่งก็เหมือนเอารถยนต์ไปสู้กับเครื่องบิน ต่อให้เครื่องยนต์จะไหม้แค่ไหนก็สู้ไม่ได้อยู่ดี
"หลินฮ่าว ดูผู้ช่วยคนนี้สิ เริ่มใช้เทคนิคใหม่เหมือนกันเลย" ซูหนานเฉินใช้ไหล่สะกิดหลินฮ่าวที่กำลังเล่นโทรศัพท์อยู่
บนหน้าจอมีข้อความปรากฏขึ้นหลายบรรทัด: "การผ่าตัดนี้ดำเนินการด้วยเทคนิคใหม่ ที่มาของเทคนิคใหม่: ด็อกเตอร์หยางผิงเป็นผู้คิดค้นขึ้นเป็นคนแรก ปัจจุบันมีเคสสะสมเป็นจำนวนมาก บทความวิชาการได้ส่งไปยังวารสารการแพทย์การกีฬาของอเมริกาแล้ว ผ่านการตรวจสอบแล้ว และกำลังรอคิวตีพิมพ์"
พวกเขาก็ใช้เทคนิคใหม่ด้วยเหรอ? หลินฮ่าวรู้สึกตกใจในใจ นี่เป็นสิ่งที่เหนือความคาดหมายจริงๆ
ช่องความคิดเห็นแทบจะระเบิด ความคิดเห็นพรั่งพรูออกมาไม่หยุดราวกับเกินขีดจำกัดของเซิร์ฟเวอร์ และพร้อมจะพังทลายลงได้ทุกเมื่อ
"นี่มันอะไรกัน ซานป๋อก็ใช้เทคนิคใหม่ด้วยเหรอ? เทคนิคใหม่ปะทะเทคนิคใหม่? นี่คือสุดยอดการดวลของการส่องกล้องข้อเลยใช่ไหม?"
"ซานป๋อก็ต้องการคะแนนพิเศษเหมือนกัน เรื่องนี้ชักจะสนุกแล้วสิ"
"พระเจ้าช่วย! นี่คือการปะทะกันตรงๆ เลยเหรอ?"
"เหมือนไข่กระทบหินชัดๆ!"
"นี่คือการเกาะกระแสครั้งสุดท้ายหรือเปล่า?"
ในวิดีโออธิบายที่อยู่ข้างกัน มีความรู้เกี่ยวกับกลุ่มเนื้อเยื่อเส้นเอ็นปรากฏขึ้น ทั้งหลักการสมดุลของกลุ่มเนื้อเยื่อเส้นเอ็น ความสัมพันธ์เชิงลึกระหว่างหลักการชีวกลศาสตร์และข้อมูลกายวิภาค กายวิภาคและสรีรวิทยาของเส้นเอ็น เนื้อหาถูกอธิบายอย่างลุ่มลึกแต่เข้าใจง่าย มีการนำเสนอทฤษฎีพื้นฐานของเทคนิคใหม่ การประยุกต์ใช้จริง และประเด็นที่ควรระมัดระวัง
หลินฮ่าวตกตะลึงอีกครั้ง ทำไมเขารู้สึกว่ามันคล้ายกับการผ่าตัดของเขามาก แต่ว่า...
การผ่าตัดของซ่งจื่อมั่วนั้นรวดเร็วมาก ทั้งการเจาะ การสอดเครื่องมือ การตรวจด้วยกล้อง อุปกรณ์นำทางสามารถหาจุดศูนย์กลางทางกายวิภาคของฐานยึดเส้นเอ็นได้ในครั้งเดียว จากนั้นจึงสอดเข็มนำทางและเจาะอุโมงค์
ทำไปทีละขั้นตอนอย่างรวดเร็ว การสร้างเส้นเอ็นไขว้หน้าและหลังใหม่เสร็จสิ้นลง เมื่อตรวจสอบผ่านกล้องพบว่าไม่มีความหย่อนคล้อยและไม่มีการชนกันของกระดูก
เชี่ยวชาญขนาดนี้ ไม่เหมือนกับคนที่เพิ่งเรียนมาใหม่ๆ เลย ชัดเจนว่าเชี่ยวชาญยิ่งกว่าเขาเสียอีก
ในตอนนี้ผู้ชมทั่วประเทศเริ่มมองออกแล้วว่า การผ่าตัดนี้มีที่มาเดียวกันกับการผ่าตัดของหลินฮ่าว แต่ดูเชี่ยวชาญกว่าและล้ำสมัยกว่า
นี่ชักจะสนุกแล้วสิ เทคนิคใหม่ที่มีที่มาเดียวกัน ฝ่ายหนึ่งบอกว่าศาสตราจารย์โรเบิร์ตแห่งโรงพยาบาลศัลยกรรมเฉพาะทางนิวยอร์กเป็นผู้คิดค้นขึ้นเป็นคนแรก อีกฝ่ายหนึ่งบอกว่าด็อกเตอร์หยางผิงแห่งโรงพยาบาลซานป๋อเป็นผู้คิดค้นขึ้นเป็นคนแรก ต่างฝ่ายต่างอ้างสิทธิ์ แล้วคำพูดของใครกันที่เชื่อถือได้
ในเมื่อมีคำพูดที่ขัดแย้งกัน ย่อมต้องมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งโกหก หรือไม่ก็โกหกทั้งสองฝ่าย
เชี่ยวชาญจนน่าเหลือเชื่อ หากไม่ผ่านการผ่าตัดมามากกว่าร้อยเคส ย่อมไม่มีทางเชี่ยวชาญได้ขนาดนี้
โดยเฉพาะการสร้างโครงสร้างส่วนหลังด้านนอกใหม่ เนื่องจากมีเส้นเอ็นหลายเส้น การผ่าตัดจึงต้องการความละเอียดประณีตอย่างยิ่ง หลินฮ่าวต้องค้นหาซ้ำแล้วซ้ำเล่าถึงจะยืนยันจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดของเส้นเอ็นได้
แต่ตอนนี้ซ่งจื่อมั่วทำได้ในขั้นตอนเดียว เพียงไม่กี่ครั้งก็เสร็จสิ้น
เป็นการสร้างใหม่สี่ส่วนเหมือนกัน แต่ซ่งจื่อมั่วใช้เวลาเพียงสองชั่วโมงก็จบการผ่าตัด
เมื่อวัดความมั่นคงของข้อเข่าด้วยเครื่อง KT2000 หลังการผ่าตัด ข้อมูลที่ได้นั้นดีกว่าการผ่าตัดของหลินฮ่าวอย่างมาก
หลินฮ่าวรู้สึกเหมือนนั่งอยู่บนเข็มและหนาม เขาไม่อาจมองไม่ออกว่า การผ่าตัดของซ่งจื่อมั่วนั้นก้าวล้ำหน้าเขาไปไกลมาก ไม่เพียงแต่วิธีการผ่าตัดจะทันสมัยกว่า แต่ทักษะการผ่าตัดก็ยังเชี่ยวชาญกว่าด้วย
หรือว่าศาสตราจารย์โรเบิร์ตจะสอนพวกเขาด้วย แถมยังสอนให้มากกว่าเขาอีก?
ความคิดเห็นบนอินเทอร์เน็ตถาโถมเข้ามาอย่างมหาศาล ทั้งสองฝ่ายเริ่มปะทะกัน ฝ่ายหนึ่งมองว่าโรงพยาบาลซานป๋อลอกเลียนแบบหลินฮ่าวอย่างไร้ยางอาย มาผ่าตัดทีหลังชัดเจนว่าเป็นการลอกเลียนแบบคนแรก
อีกทั้งหยางผิงแห่งโรงพยาบาลซานป๋อจะไปเทียบกับศาสตราจารย์โรเบิร์ตได้อย่างไร ใครคือของจริงไม่จำเป็นต้องตรวจสอบก็รู้ได้ทันที
ส่วนอีกฝ่ายมองว่าการผ่าตัดของฝ่ายหลังนั้นดูล้ำสมัยและเชี่ยวชาญกว่าอย่างเห็นได้ชัด เมื่อเปรียบเทียบกันแล้ว การผ่าตัดของหลินฮ่าวต่างหากที่มีร่องรอยของการเป็นงานก๊อปปี้อย่างชัดเจน
ความคิดเห็นในอินเทอร์เน็ตยังคงร้อนแรงอย่างต่อเนื่อง คณะกรรมการวินัยของผู้จัดการแข่งขันจึงรีบเข้ามาแทรกแซงทันที เพื่อจะตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องเจ้าของผลงานต้นฉบับ
ขณะที่การโต้เถียงในอินเทอร์เน็ตเกิดขึ้นอย่างดุเดือด ในห้องประชุมของโรงพยาบาลสมทบที่หนึ่งก็เริ่มมีการวิพากษ์วิจารณ์กันเซ็งแซ่
หลินฮ่าวยังคงสงบเงียบ ใครคือของจริงย่อมชัดเจนอยู่แล้ว ต้องเป็นโรเบิร์ตแน่นอน
หยางผิงจะนำไปอ้างอิงก็ไม่ว่ากัน แต่กลับมีความโลภบังตาจนกล้าบอกว่าเป็นผลงานต้นฉบับของตัวเอง พฤติกรรมปลอมแปลงเช่นนี้จะต้องถูกคัดออกจากการแข่งขันและถูกประกาศชื่อประณาม
หลินฮ่าวคิดไม่ตก ไม่รู้ว่าทำไมหยางผิงถึงทำแบบนี้ ทั้งที่เขาเป็นคนแรกที่รายงานเทคนิคใหม่นี้ไปแล้ว ต่อให้หยางผิงจะใช้ตามจริงแล้วรายงานตามความจริง ก็ยังได้คะแนนพิเศษอยู่ดี ทำไมถึงต้องทึกทักเอาเทคนิคใหม่มาเป็นของตัวเอง
ขณะที่กำลังครุ่นคิด โทรศัพท์ก็ดังขึ้น เป็นการโทรทางไกลข้ามมหาสมุทรจากศาสตราจารย์โรเบิร์ต
เสียงที่เกือบจะเป็นการตะโกนออกมา ภาษาอังกฤษแบบอเมริกันพ่นออกมาเป็นชุดราวกับปืนกล ดุด่าว่ากล่าวจนแทบจะมีคำหยาบคายออกมาด้วย
แม้โทรศัพท์จะไม่ได้เปิดลำโพง แต่หลินฮ่าวก็หน้าแดงก่ำไปหมด เขารับโทรศัพท์พลางเดินออกจากห้องประชุม แสร้งทำเป็นว่าสัญญาณไม่ดี แต่ความจริงแล้วเดินหาห้องน้ำไปทั่ว
เขาหลบเข้าไปในห้องน้ำ ปิดประตูขังตัวเองอยู่ในห้องส้วม หลังจากฟังโทรศัพท์จบ หลินฮ่าวแทบจะทรุดลงกับพื้นเหมือนโคลนตม
เขาได้ยินชัดเจนทุกคำพูด เทคนิคการผ่าตัดนี้เป็นผลงานต้นฉบับของหยางผิงแห่งซานป๋อ บทความวิชาการถูกส่งไปยังวารสารการแพทย์การกีฬาของอเมริกา ในฐานะบรรณาธิการผู้ตรวจทาน โรเบิร์ตโชคดีที่ได้สัมผัสเนื้อหาของบทความเป็นคนแรกๆ หลังจากได้รับความยินยอมจากหยางผิง เขาก็ได้นำวิธีในบทความมาใช้ในการผ่าตัด ซึ่งได้ผลลัพธ์ที่ดีมาก
ดังนั้น เมื่อหลินฮ่าวไปขอคำปรึกษาเกี่ยวกับความก้าวหน้าล่าสุดของการสร้างเส้นเอ็นหลายเส้นในข้อเข่าใหม่ โรเบิร์ตจึงแนะนำเทคนิคใหม่นี้ให้เขา
โรเบิร์ตย้ำแล้วย้ำอีกว่า เพื่อเป็นการให้เกียรติสิทธิในการเป็นเจ้าของผลงานต้นฉบับของผู้เขียน ก่อนที่บทความจะถูกตีพิมพ์ อย่าเพิ่งประกาศออกไปในวงกว้าง
แต่เขากลับไปป่าวประกาศในงานประชุมแลกเปลี่ยนเทคนิคระดับชาติว่าโรเบิร์ตคือเจ้าของผลงานต้นฉบับ นี่ไม่เท่ากับเป็นการประกาศต่อสาธารณะว่าโรเบิร์ตขโมยผลงานทางวิชาการหรอกหรือ?
"เพื่อกอบกู้ชื่อเสียงของด็อกเตอร์หยาง และเพื่อกอบกู้ชื่อเสียงของผม คุณต้องออกมาขอโทษผ่านการถ่ายทอดสดในเว็บไซต์ด้วยตัวเอง เพื่อคืนความจริงกลับมา ตอนนี้ผมกำลังติดต่อผู้จัดงานอยู่ หวังว่าผมจะได้ขอโทษด้วยตัวเองด้วยเช่นกัน เพื่อขอให้พวกเขาอภัยให้"
เป็นไปได้ยังไงกัน?
เทคนิคการผ่าตัดที่หยางผิงเป็นผู้คิดค้นขึ้น ไม่ใช่โรเบิร์ต
หลินฮ่าวไม่อยากจะเชื่อว่านี่คือเรื่องจริง ทั้งตัวเขารู้สึกมึนงงไปหมด เหมือนอยู่ในความฝัน หูของเขามีเสียงวิ้งดังระงม
ขอโทษ ใช่ ต้องขอโทษ ชี้แจง ใช่ ต้องชี้แจง ไม่อย่างนั้นทั้งชีวิตเขาต้องแบกรับชื่อเสียงที่เน่าเฟีย และยังจะทำให้โรงพยาบาลพลอยเดือดร้อนไปด้วย
หลินฮ่าวทำอะไรไม่ถูก ด้วยความอยากเอาชนะเพียงชั่ววูบ กลับทำให้เกิดเรื่องใหญ่โตขนาดนี้
แต่มันจะเป็นไปได้ยังไง เป็นไปได้ยังไงที่คนคิดค้นไม่ใช่โรเบิร์ต แต่เป็นหยางผิง มันน่าเหลือเชื่อเกินไปแล้ว
เมื่อออกมาจากห้องน้ำ หลินฮ่าวแทบอยากจะแทรกแผ่นดินหนี ตอนนี้เขารู้สึกว่าทุกคนกำลังชี้นิ้วด่าทอเขาลับหลัง
เขาพยายามรวบรวมสติ เดินกลับเข้าไปในห้องประชุมและนั่งลงอย่างยากลำบาก
ซูหนานเฉินเห็นสีหน้าของเขาไม่สู้ดีนัก จึงบอกว่า "ชุดตรวจสัญจรของคณะกรรมการวินัยจะมารวมตัวกันที่เมืองหนานตูวันพรุ่งนี้ เพื่อตรวจสอบความจริงเรื่องเจ้าของผลงานต้นฉบับการผ่าตัด"
"อ้อ..." ใบหน้าของหลินฮ่าวซีดเผือด
ตอนนี้เขาไม่มีความคิดอะไรในหัวเลย บางทีซูหนานเฉินอาจจะช่วยได้
"เราไปหาที่คุยกันหน่อยไหม บางทีนายอาจจะมีเรื่องอยากบอกฉัน" ซูหนานเฉินเดาออกแล้วว่าอารมณ์ที่เปลี่ยนไปกะทันหันของหลินฮ่าวต้องเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้แน่ๆ
"อืม" หลินฮ่าวตอบอย่างเหม่อลอย
ก่อนหน้านี้ หลินฮ่าวรู้สึกเหมือนตัวเองได้ครองโลกทั้งใบ แต่ตอนนี้เขากลับสูญเสียโลกทั้งใบไปในชั่วพริบตา
ร่วงหล่นลงมาจากปุยเมฆ ตกแบบเสรี กระแทกพื้นดินที่ไม่มีสิ่งใดมารองรับ
ในหัวเขามีแต่ความสับสนวุ่นวาย เขาไม่รู้เลยว่าหลังจากนี้ควรจะจัดการอย่างไรต่อไป
(จบแล้ว)