เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 100 - กราบอาจารย์

บทที่ 100 - กราบอาจารย์

บทที่ 100 - กราบอาจารย์


บทที่ 100 - กราบอาจารย์

ในโลกชางชิง สำหรับผู้บำเพ็ญเพียรแล้ว การกราบไหว้อาจารย์ถือเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดในชีวิต

บางทีอาจจะสำคัญยิ่งกว่าการเกิดมาเสียอีก

พ่อแม่ที่เป็นคนธรรมดามอบชีวิตให้ได้เต็มที่ก็แค่ร้อยปี ซึ่งมันสั้นนัก

เวลาที่ได้อยู่ร่วมกับพ่อแม่บังเกิดเกล้าก็มีเพียงแค่ไม่กี่สิบปีเท่านั้น

แต่อาจารย์นั้นต่างออกไป

อาจารย์คือผู้ถ่ายทอดวิชา เป็นผู้ไขข้อข้องใจ และเป็นผู้นำทางบนเส้นทางมหาเต๋า

อย่างน้อยๆ ก็ต้องใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันเป็นร้อยหรือเป็นพันปี

ถ้าอยู่กันนานหน่อย ก็อาจจะหลายพันปี หรือเป็นหมื่นปีเลยก็เป็นได้

อาจารย์เป็นผู้เลือกศิษย์ ในขณะเดียวกันศิษย์ก็ต้องเป็นผู้เลือกอาจารย์เช่นกัน

ในเมื่อตอนนี้ตู้เทียนเล่อรู้แล้วว่าตัวเองมีความสำคัญระดับวีไอพี

เขาก็ต้องขอประเมินดูสักหน่อย ว่าคนตรงหน้านี้คู่ควรจะเป็นอาจารย์ของเขาหรือไม่

จะให้มานั่งซาบซึ้งน้ำตาไหล แล้วคุกเข่ากราบกรานทันทีเพียงเพราะโดนชมไปไม่กี่คำ มันก็คงไม่ใช่เรื่อง

อย่างน้อยก็ต้องดูว่าอีกฝ่ายสามารถให้ผลประโยชน์และความช่วยเหลือเขาได้มากน้อยแค่ไหนใช่ไหมล่ะ?

เมื่อคิดได้ดังนั้น ตู้เทียนเล่อก็ประสานมือคำนับพลางกล่าวว่า "ขอบพระคุณผู้อาวุโสที่เมตตา ในเมื่อผู้อาวุโสเป็นคนตรงไปตรงมาเช่นนี้ งั้นผู้น้อยก็จะไม่เกรงใจแล้วนะขอรับ"

"หากผู้น้อยยอมกราบผู้อาวุโสเป็นอาจารย์ ผู้น้อยจะได้รับผลประโยชน์อะไรบ้างขอรับ?"

ถ้าเป็นคนอื่นมาพูดจาอวดดีแบบนี้ อย่าว่าแต่ระดับแก่นทองคำเลย ต่อให้อยู่ระดับวิญญาณก่อกำเนิดก็เถอะ

นักพรตชิงเสวียนคงจะตบเปรี้ยงเดียวแหลกเป็นเศษเนื้อไปแล้ว

แต่เมื่อคนที่พูดคือตู้เทียนเล่อ ผู้ซึ่งมีแนวโน้มจะได้เป็นศิษย์รักของเขา

นักพรตชิงเสวียนนอกจากจะไม่โกรธแล้ว กลับมองว่าตู้เทียนเล่อเป็นคนซื่อตรงและเปิดเผย ช่างเป็นเด็กดีอะไรเช่นนี้

เขาหัวเราะเสียงดังลั่น "ดี ดี ดีมาก พูดจากับคนกันเอง มันก็ต้องเปิดอกคุยกันตรงๆ แบบนี้แหละ"

"ขืนทำตัวลับลมคมใน พูดจาอ้อมค้อมเหมือนคนบางพวก เบื้องหลังมีแต่เล่ห์เหลี่ยมเพทุบาย แบบนั้นใช้ไม่ได้เด็ดขาด"

พอแขวะศิษย์พี่ศิษย์น้องคนอื่นจนพอใจแล้ว เขาก็พูดต่อ "หากเจ้ากราบข้าเป็นอาจารย์"

"อันดับแรก เรื่องทรัพยากรนั้นไม่มีวันขาดแคลนแน่นอน"

"เจ้าต้องการอะไร ก็บอกข้ามาได้เลย ยกเว้นของวิเศษระดับสวรรค์และปฐพีที่หายากสุดๆ จริงๆ เท่านั้นแหละ"

"นอกนั้นข้าจัดให้เจ้าได้หมด"

ตู้เทียนเล่อตาเป็นประกาย รีบถามทันที "ข้าได้ยินมาว่าในนิกายคุณธรรมของเรา มีปราณฟ้าสวรรค์..."

"ไม่ปิดบังผู้อาวุโส ที่ข้าต้องกดระดับพลังของตัวเองเอาไว้ ก็เพื่อตามหาปราณฟ้าสวรรค์นี่แหละขอรับ"

"ไม่ทราบว่า..."

ยังพูดไม่ทันจบ นักพรตชิงเสวียนก็โบกมือตัดบท "เรื่องอื่นข้าไม่กล้ารับประกัน แต่ปราณฟ้าสวรรค์ในสำนักน่ะ จะต้องมีส่วนของเจ้าอย่างแน่นอน!"

ตู้เทียนเล่อดีใจจนเนื้อเต้น

นักพรตชิงเสวียนพูดต่อ "นอกจากทรัพยากรอย่างปราณฟ้าสวรรค์แล้ว"

"ไม่ว่าจะเป็นเคล็ดวิชาหรือวิชาลับต่างๆ ขอเพียงเจ้าเอ่ยปาก อาจารย์จะไปหามาให้ด้วยตัวเองเลย"

"ข้าเห็นว่าเจ้าฝึกฝนวิชาในสายของ ‘คัมภีร์แก่นทองคำมหาเต๋า’ มาก่อน"

"รอจนเจ้ากราบไหว้อาจารย์และเข้าสำนักเรียบร้อยแล้ว ข้าจะถ่ายทอด ‘คัมภีร์แก่นทองคำมหาเต๋า’ ฉบับสมบูรณ์ให้เจ้าทันที!"

"อ้อ แล้วก็ทักษะกระบี่ของเจ้าก็ไม่เลวเหมือนกัน หากเจ้าอยากจะมุ่งเน้นไปที่เพลงกระบี่ต่อไป"

"เคล็ดกระบี่ขั้นสูงของสำนักอย่าง ‘เคล็ดกระบี่สามแสงเสวียนหยวน’ และ ‘เคล็ดกระบี่แสงวิญญาณต้งเสวียนไร้ประมาณ’ อาจารย์ก็จะถ่ายทอดให้เจ้าทั้งหมด"

"ถ้าเจ้ายังไม่พอใจอีก"

"อาจารย์ก็สามารถไปหลอก... เอ้ย ไปหาเคล็ดกระบี่ที่ล้ำลึกกว่านั้นมาจากสำนักกระบี่ประหารเซียนให้เจ้าได้เหมือนกัน"

"อ้อ จริงสิ เจ้ารู้หรือไม่ ว่า ‘กระบี่เทพเมฆาประกายรุ้ง’ ที่เจ้าหลอมขึ้นมาน่ะ"

"มันคือของรางวัลที่อาจารย์พนันชนะพวกคนในสำนักกระบี่ประหารเซียนมาเมื่อสมัยก่อนนู้น"

"แต่เพราะว่ามันหลอมยากหลอมเย็นจนเกินไป อาจารย์เห็นว่ามันไร้ประโยชน์ ก็เลยเอาไปแนบไว้ท้ายเคล็ดกระบี่เล่มหนึ่งแบบส่งๆ"

"คาดไม่ถึงเลยว่ามันจะถูกส่งต่อมาจนถึงทวีปเทียนหนาน แถมเจ้ายังหลอมมันได้สำเร็จอีกด้วย"

"ฮ่าฮ่า ช่างเป็นวงจรแห่งกรรมจริงๆ นี่เป็นข้อพิสูจน์แล้วว่าเจ้ากับข้ามีวาสนาต่อกันอย่างแท้จริง!"

ตู้เทียนเล่อไม่เคยคิดฝันมาก่อนเลย ว่ากระบี่เทพเมฆาประกายรุ้งเก้าสีของเขาจะมีที่มาแบบนี้

ที่แท้ก็ไปได้มาจากทางที่ไม่ค่อยจะใสสะอาดเท่าไหร่นี่เอง...

เมื่อนักพรตชิงเสวียนเห็นสีหน้าพิลึกพิลั่นของเขา ก็รีบปลอบ "เจ้าไม่ต้องกังวลไปหรอกน่า"

"ในเมื่อเจ้าสามารถหลอมกระบี่เทพเมฆาประกายรุ้งจนกลายเป็นของวิเศษคู่กายได้แล้ว แถมยังเป็นแบบเก้าสีอีกต่างหาก"

"เดี๋ยวอาจารย์จะหาทางไปเอาเคล็ดกระบี่ที่เข้าคู่กันมาให้เจ้าเอง"

"สำนักกระบี่ประหารเซียนก็ถือว่าเป็นพี่น้องร่วมรากเดียวกันกับพวกเรานั่นแหละ"

"แค่พวกนั้นวันๆ เอาแต่ฝึกกระบี่จนสมองทื่อไปหมดแล้ว"

"ขอแค่อาจารย์ใช้เล่ห์เหลี่ยมนิดหน่อย รับรองว่าได้มาง่ายเหมือนปอกกล้วยเข้าปาก"

ตู้เทียนเล่อ: ......

ตาเฒ่านี่ดูยังไงก็ไม่ใช่คนดีเลยแฮะ

แต่ก็เอาเถอะ ตัวเขา ตู้เทียนเล่อเอง ก็ไม่ใช่คนดีอะไรเหมือนกัน...

นักพรตชิงเสวียนพูดต่อ "ข้ารู้ดีว่าคนหนุ่มสาวอย่างพวกเจ้า ไม่ค่อยชอบให้ใครมาตีกรอบหรือควบคุมหรอก"

"ประจวบเหมาะพอดี อาจารย์กำลังฝึกฝน ‘บทลืมเลือน’ ใน ‘คัมภีร์สวรรค์ไท่ซ่าง’ อยู่ แล้วเกิดเดินพลังผิดพลาดไปนิดหน่อย"

"ในอีกหนึ่งพันปีต่อจากนี้ เวลาส่วนใหญ่ของข้าคงจะต้องหมดไปกับการกักตนบำเพ็ญเพียร เพื่อรักษาสมดุลของจิตวิญญาณ"

"เดิมทีตำหนักจิ้งซินที่ข้าดูแลอยู่ก็มีคนน้อยอยู่แล้ว"

"พอข้าต้องเข้าด่านกักตน ตำหนักจิ้งซินทั้งหมดก็จะตกอยู่ในความดูแลของเจ้า"

"เมื่อใดที่สำนักมีการประชุมสำคัญ เจ้าก็จะเป็นตัวแทนของข้าเข้าร่วมประชุม"

"เจ้าจะได้มีส่วนร่วมในการบริหารงานของสำนักโดยตรง และไม่ได้มีอำนาจแค่ในนิกายคุณธรรมเท่านั้นนะ"

"แต่เจ้าจะเป็นหนึ่งในผู้ร่วมตัดสินใจที่มีบทบาทสำคัญ ทั้งในระดับวิถีเต๋า และในระดับโลกผู้บำเพ็ญเพียรเลยทีเดียว"

"เป็นยังไง ข้อเสนอนี้พอจะเข้าทีไหม?"

พอได้ยินข้อเสนอนี้ ตู้เทียนเล่อถึงกับอึ้งกิมกี่ไปเลย

เขา ผู้บำเพ็ญเพียรระดับแก่นทองคำตัวเล็กๆ เนี่ยนะ

มีบุญวาสนาอะไร ถึงจะได้กลายไปเป็นพี่เบิ้มในโลกผู้บำเพ็ญเพียร?

ถ้ามันเป็นความจริงล่ะก็

มันจะโคตร... ฟินสุดๆ ไปเลยเว้ย!

เกิดมาเป็นคนทั้งที โดยเฉพาะลูกผู้ชายอกสามศอก สิ่งที่ปรารถนาก็หนีไม่พ้น ‘เงิน อำนาจ และนารี’ ไม่ใช่หรือ?

ทรัพยากรและเคล็ดวิชาก็เปรียบเหมือนเงิน

ตำแหน่งผู้นำของหนึ่งในเก้าตำหนักแห่งนิกายคุณธรรมก็คืออำนาจ

ส่วนนารีนั้นถึงแม้ตอนนี้จะยังไม่มี แต่ถ้ามีสองอย่างแรกอยู่ในมือแล้ว เรื่องนารีมันจะไปยากอะไรล่ะ?

ความคิดในหัวของตู้เทียนเล่อตีกันยุ่งเหยิงไปหมด จนทำเอาเขายืนเหม่อไปชั่วขณะ

นักพรตชิงเสวียนเห็นเขานิ่งเงียบไป ก็คิดว่าเขายังไม่ค่อยพอใจกับข้อเสนอ

หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็ยื่นมือออกไปคว้าแหวนมิติของตู้เทียนเล่อ

ไม่ว่าจะเป็นการผูกมัดด้วยสัมผัสเทวะ หรืออาคมปิดผนึกแบบไหน

ก็ล้วนแต่ไร้ประโยชน์เมื่ออยู่ต่อหน้ายอดคนระดับนี้

ภาพวาดของเทพธิดาซู๋เยว่ที่เคยถูกเก็บไว้ในแหวนมิติ ลอยมาปรากฏอยู่ในมือของนักพรตชิงเสวียนดื้อๆ

นักพรตชิงเสวียนแกว่งภาพวาดในมือไปมา พลางหัวเราะแล้วพูดว่า "ข้าจะแถมผลประโยชน์ให้อีกอย่างก็แล้วกัน"

"เทพธิดาซู๋เยว่ที่อยู่ในภาพวาดนี้ เป็นศิษย์หลานของข้าเอง"

"เจ้าคงจะได้เห็นความงดงามของนางแล้วใช่ไหมล่ะ บอกไว้ก่อนเลยนะว่าตัวจริงของนางน่ะ สวยกว่าในรูปตั้งสามเท่าเชียวล่ะ"

"ถ้าเจ้ากราบข้าเป็นอาจารย์ ข้าจะยกนางให้เป็นภรรยาของเจ้า เอาไหมล่ะ?"

ตู้เทียนเล่อชะงักไป เมื่อกี้ยังบอกอยู่เลยว่าขาด ‘นารี’ นี่ไง มาเสิร์ฟให้ถึงที่แล้ว!

เรื่องจะยกให้เป็นภรรยาหรือไม่นั้น สำหรับวิญญูชนผู้ทรงศีลอย่างตู้เทียนเล่อแล้ว มันไม่ใช่ประเด็นสำคัญหรอก

ประเด็นมันอยู่ที่ความจริงใจและพึ่งพาได้ของนักพรตชิงเสวียนต่างหาก

ตู้เทียนเล่อสะบัดชายเสื้อ ก่อนจะคุกเข่าลงดัง ‘ตุ้บ’ แล้วโขกศีรษะคำนับ พร้อมกับตะโกนเสียงดังฟังชัด "ท่านอาจารย์ โปรดรับการคารวะจากศิษย์ด้วยขอรับ!"

"คำนับครั้งที่สอง!"

"คำนับครั้งที่สาม!"

นักพรตชิงเสวียนเห็นดังนั้นก็หัวเราะลั่นอย่างอารมณ์ดี "ศิษย์รัก รีบลุกขึ้นเถอะ"

"ตามข้าเข้าไปในสำนัก ไปคารวะท่านลุงเจ้าสำนักกันเถอะ"

"ไปทำให้พวกนั้นได้เห็นเป็นบุญตากันสักหน่อย ว่าพูดเก่งไม่สู้ทำเก่งมันเป็นยังไง!"

ยังไม่ทันขาดคำ เสียงตวาดด้วยความโกรธเกรี้ยวก็ดังกึกก้องมาจากบนฟ้า

"ชิงเสวียน เจ้าร้ายกาจนักนะ บังอาจใช้พลังบดบังการมองเห็นของกระจกโบราณได้!"

"บัดซบเอ๊ย ลงมือได้ไวปานวอกเลยนะมึง!"

"ศิษย์น้องชิงเสวียน เจ้าแอบไปตีท้ายครัวแบบนี้ ช่างหน้าด้านไร้ยางอายสิ้นดี!"

"จบกัน ช้าไปก้าวเดียว!"

"ศิษย์พี่หก ทำได้สวยมาก... โอ๊ย ศิษย์พี่เจ้าสำนัก ท่านมาตีข้าทำไมเนี่ย?"

"ไอ้แก่คนที่หก แกมันคนไร้ยางอาย!"

……

สารพัดคำด่าทอพรั่งพรูลงมาไม่ขาดสาย

วินาทีต่อมา ฝ่ามือขนาดยักษ์ที่ก่อตัวขึ้นจากแสงวิญญาณสีฟ้าก็พุ่งแหวกอากาศลงมา

หมายจะคว้าจับตัวคนทั้งสองที่อยู่บนยอดเขา

ตู้เทียนเล่อตกใจสุดขีด เตรียมจะชักกระบี่ออกต้านรับ

แต่นักพรตชิงเสวียนกลับส่งยิ้มแล้วโบกมือห้าม "ไม่ต้องตกใจไป นี่คือฤทธิ์เดชศักดิ์สิทธิ์ของศิษย์พี่เจ้าสำนัก... มหาหัตถ์คว้าจับเอกะปราณ"

พอสิ้นคำอธิบาย ฝ่ามือยักษ์ก็รวบจับตัวคนทั้งสอง แล้วดึงขึ้นไปบนฟ้า

เพียงแค่พริบตาเดียว ทั้งคู่ก็ถูกดึงเข้าไปในถ้ำสวรรค์เพียวเหมี่ยว ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งของนิกายคุณธรรมชิงเวยเรียบร้อยแล้ว

……

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 100 - กราบอาจารย์

คัดลอกลิงก์แล้ว