- หน้าแรก
- ระบบฟาร์มแสนล้านคิล: อาชีพขยะแล้วไง ตีธรรมดาตายหมดก็แล้วกัน
- บทที่ 31 - กวาดซื้อหินสังเคราะห์
บทที่ 31 - กวาดซื้อหินสังเคราะห์
บทที่ 31 - กวาดซื้อหินสังเคราะห์
บทที่ 31 - กวาดซื้อหินสังเคราะห์
ณ แผนที่เก็บเลเวลยี่สิบ 'สุสานเน่าเปื่อย'
'ซอมบี้เน่าเปื่อย' เลเวลยี่สิบตัวหนึ่งซึ่งมีน้ำหนองไหลเยิ้มเต็มตัวเพิ่งจะตะเกียกตะกายขึ้นมาจากหลุมศพได้ครึ่งท่อน
เสียงขากเสลดดังครืดคราดอยู่ในลำคอ ความกระหายในเลือดเนื้อของสิ่งมีชีวิตยังไม่ทันก่อตัวเป็นเสียงคำรามที่สมบูรณ์
ฟุ่บ!
สายลมยามค่ำคืนถูกฉีกกระชากด้วยวิถีโค้งอันไร้สุ้มเสียง
ลูกธนูพุ่งทะลวงกะโหลกของมันอย่างแม่นยำ
-1127!
ทุกการเคลื่อนไหวของซอมบี้แข็งค้างในพริบตา ร่างกายหงายหลังล้มตึงกลับลงไปในหลุม
หลอดเลือดว่างเปล่าในเสี้ยววินาที
เสียง 'ติ๊ง' ดังขึ้นเบาๆ เหรียญทองแดงสองสามเหรียญกับเศษผ้าไร้ราคาชิ้นหนึ่งดรอปออกมา
ยังไม่ทันที่ของจะตกถึงพื้น เงาสีขาวสายหนึ่งก็พุ่งพรวดออกมาจากเงามืดหลังป้ายหลุมศพราวกับสายฟ้าแลบ
มันคือกระต่ายน้อยตัวเท่าฝ่ามือ ขนสีขาวบริสุทธิ์ นัยน์ตาสีแดงดั่งอัญมณี ดูขัดกับสถานที่อันแสนน่ากลัวแห่งนี้อย่างสิ้นเชิง
มันวิ่งเข้าไปหาของดรอป อ้าปากงับดังงั่ม
ของที่ดรอปทั้งหมดถูกมันเขมือบลงท้องไปจนเกลี้ยง ทว่าหน้าท้องเล็กๆ ของมันกลับไม่นูนขึ้นมาเลยสักนิด
นี่คือสัตว์เลี้ยงเก็บของอัตโนมัติ เป็นของเล่นชิ้นเล็กๆ ที่เขาไปสอยมาจากลานประมูล
หลินผิงยึดมั่นในหลักการของประสิทธิภาพสูงสุด
เวลาที่เสียไปกับการก้มเก็บของ มากพอให้เขายิงซอมบี้ตายได้อีกสามตัวขึ้นไป
หลังจากเปลี่ยนมาใช้ 'เสียงทอดถอนใจปีศาจน้ำแข็ง' ค่าพละกำลังและความคล่องตัวของเขาก็พุ่งทะลุหลักพันไปเป็นที่เรียบร้อย
ยิงดอกเดียวดับ
นี่คือลานประลองฝีมือที่ทรงประสิทธิภาพที่สุดซึ่งเขาเลือกให้ตัวเอง
หลินผิงยืนตระหง่านอยู่บนยอดป้ายหลุมศพ ร่างกายไม่ไหวติงราวกับรูปปั้นที่กลืนหายไปกับความมืดมิด
เขาไม่ใช่นายพราน
แต่เขาคือสัญลักษณ์แห่งความตายในสุสานแห่งนี้
ฟุ่บ! ฟุ่บ! ฟุ่บ!
เสียงสายธนูสั่นสะเทือนดังขึ้นไม่ขาดสาย สั้นกระชับและปลิดชีพ มันกลายเป็นท่วงทำนองเดียวในสถานที่อันเงียบงันแห่งนี้ ทุกครั้งที่สายธนูสั่นไหว มันจะพรากชีวิตของมอนสเตอร์ที่เพิ่งเกิดใหม่ไปอย่างแม่นยำ
[ศรแถม]!
[เมาป่าวเนี่ย]!
สกิลติดตัวที่สุ่มทำงานเป็นระยะช่วยดันประสิทธิภาพในการเคลียร์มอนสเตอร์ของเขาให้พุ่งสูงขึ้นไปอีก
ทว่าสายตาของหลินผิงยังคงจับจ้องไปที่ตัวเลขซึ่งกระโดดขึ้นอย่างเย็นชาตรงมุมหน้าต่างสถานะ
[ยอดคิลปัจจุบันของประกาศิตผนึกเวท: 53,521 / 1,000,000]
สองวันสองคืนโดยไม่ได้หลับไม่ได้นอน
เลเวลของหลินผิงอัปมาเป็นเลเวลสิบแปดแล้ว
สำหรับเขา แผนที่ขยะที่ใครๆ ต่างพากันถ่มน้ำลายใส่นี้ คือถนนสายหลักที่ทอดยาวไปสู่พลังอันเป็นที่สุด
ในช่วงเวลาพักจากการตีมอนสเตอร์ หลินผิงจะกดเปิดลานประมูล
ขอแค่เห็น 'หินสังเคราะห์พิเศษ (สกิลติดตัวทั้งหมด +1)' ไม่ว่าราคาจะแพงหูฉี่แค่ไหน เขาก็จะกดซื้อขาดทันที
ตอนนี้ในกระเป๋าของเขามีหินแบบนี้เอนหลังนอนนิ่งอยู่เก้าก้อนแล้ว
เขารู้ดีว่าอัตราความสำเร็จของช่องสลอตหินสังเคราะห์ช่องที่สองบนอุปกรณ์นั้นมีแค่ห้าสิบเปอร์เซ็นต์เท่านั้น
เขาจำเป็นต้องตุนของให้มากกว่านี้
ความคิดหนึ่งแวบเข้ามาในหัว ทีแรกเขากะจะติดต่อไปหาสือเหล่ยเพื่อใช้กำลังคนของกิลด์ผานสือปูพรมกวาดซื้อให้ทั่วเมือง
ทว่าในเสี้ยววินาทีที่ปลายนิ้วกำลังจะกดเครื่องมือสื่อสาร ชื่อหนึ่งก็ผุดขึ้นมาในหัว
หลินเฮ่า
หลินผิงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง
เขาเปลี่ยนใจแล้ว
เขากดติดต่อไปหาสือเหล่ย
"พี่หลิน ในที่สุดก็โทรมาสักที! หรือว่าซอมบี้ในสุสานไม่พอให้พี่ฟาร์มแล้วครับ เดี๋ยวผมรีบเปลี่ยนที่ให้ใหม่เลย!"
"หรือว่าหิวหรือคอแห้งครับ อยากกินอะไรหรืออยากให้หาสาวๆ ไปดูแล เรื่องพวกนี้ปล่อยเป็นหน้าที่ผมได้เลย!"
น้ำเสียงของสือเหล่ยจากปลายสายเต็มเปี่ยมไปด้วยความกระตือรือร้นและประจบสอพลอระดับสิบ
"ไม่ต้อง" น้ำเสียงของหลินผิงยังคงราบเรียบเช่นเคย "ช่วยกวาดซื้อของล็อตนึงให้ฉันหน่อย"
"ว่ามาเลยครับพี่! ต่อให้ต้องบุกน้ำลุยไฟ ผมรับรองว่าจะจัดการให้เรียบร้อยกริบเลย!" สือเหล่ยตบหน้าอกรับประกัน
"หินสังเคราะห์พละกำลัง ระดับสีม่วง มีเท่าไหร่เหมามาให้หมด"
"หินสังเคราะห์พละกำลัง"
เสียงของสือเหล่ยชะงักไปอย่างเห็นได้ชัด
ไอ้ของพรรค์นี้แม้จะเป็นสีม่วง แต่มันก็จัดอยู่ในหมวดหินเพิ่มสเตตัสพื้นฐานที่สุด แต่ละก้อนจะบวกพละกำลังตายตัวที่ยี่สิบหน่วย ราคาทรงตัวอยู่ที่ประมาณร้อยหยวนและมีของหมุนเวียนในตลาดเพียบ
"ไม่มีปัญหาครับ! พี่หลินต้องการเท่าไหร่ล่ะ เดี๋ยวผมสั่งคนในกิลด์ไปเหมาซื้อให้เดี๋ยวนี้เลย!"
สือเหล่ยไม่ได้คิดอะไรมาก เขาแค่คิดว่าหลินผิงเลเวลอัปแล้วเลยอยากจะปรับสเตตัสตัวเองนิดหน่อย
"แล้วก็..." หลินผิงเปลี่ยนเรื่อง
"ตอนที่รับซื้อ ต้องป่าวประกาศให้ทุกคนรู้ด้วยว่าฉัน หลินผิง เป็นคนรับซื้อหินพวกนี้"
"หา" สือเหล่ยถึงกับมึนตึ้บ "พี่หลิน ทำ... ทำเอิกเกริกขนาดนั้น มันไม่เท่ากับชี้โพรงให้กระรอกบอกพวกพ่อค้าว่าเรากำลังจะกว้านซื้อของเหรอครับ ราคาต้องพุ่งกระฉูดแน่ๆ! ถ้าผมให้คนในกิลด์แอบแบ่งเป็นทีมเล็กๆ ไปทยอยซื้อ เราจะประหยัดเงินไปได้บานเลยนะครับ!"
ในฐานะนายน้อยของกิลด์ผานสือ สือเหล่ยรู้เหลี่ยมพ่อค้าพวกนี้ดี
การกระทำของหลินผิงในสายตาเขามันคือพวกมือสมัครเล่น คือตัวแทนของพวกโง่แถมรวยชัดๆ
"ทำตามที่ฉันบอก"
หลินผิงตอบกลับมาแค่นั้นแล้วก็ตัดสายทิ้งไป
"ตู๊ด... ตู๊ด..."
ฟังเสียงสัญญาณสายไม่ว่างจากเครื่องมือสื่อสาร สือเหล่ยขยี้ผมตัวเอง ใบหน้าเต็มไปด้วยความไม่เข้าใจ
เขาเดาทางเทพทรูคนนี้ไม่ออกเลยจริงๆ
คนในบอร์ดเอาแต่พูดกันว่าหลินผิงมาเกาะขาใหญ่ของกิลด์ผานสือ เป็นแค่เครื่องมือที่ถูกดันขึ้นมาเป็นฉากหน้า
ทว่ามีแต่สือเหล่ยเท่านั้นที่รู้ดีว่าปาร์ตี้ของเขาทั้งปาร์ตี้ต่างหากที่เป็นแค่เครื่องประดับที่เกาะติดขาอันทรงพลังของอีกฝ่าย
แล้วตอนนี้เทพทรูตัวจริงกลับไม่ยอมซื้อของถูก ดันอยากจะทำตัวเป็นหมูตู้ซะอย่างนั้น เขาทำไปเพื่ออะไรกันเนี่ย
คิดยังไงก็คิดไม่ออก แต่เขาก็เลือกที่จะทำตามคำสั่ง
"ฮัลโหล ลุงจางใช่มั้ย ถ่ายทอดคำสั่งของฉันออกไป ตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป ให้กิลด์ทุ่มกำลังทั้งหมดกว้านซื้อหินสังเคราะห์พละกำลังระดับสีม่วง! ใช่ มีเท่าไหร่เหมามาให้หมด! ขอแค่ราคาไม่เวอร์เกินไปก็จัดมาเลย"
"อีกอย่าง ตอนที่ซื้อให้ปล่อยข่าวออกไปทุกช่องทางเลยนะ บอกว่าเป็นเทพหลินผิงไหว้วานให้กิลด์ผานสือของเราเป็นคนจัดการ!"
"ยิ่งดังเท่าไหร่ยิ่งดี! ฉันต้องการให้คนรู้กันทั้งเมืองหลินอัน!"
ไม่นานนัก ตลาดการค้าของเมืองหลินอันก็เกิดความผันผวนอย่างหนัก
หลินผิงเทพทรูหน้าใหม่ของกิลด์ผานสือ กำลังกว้านซื้อหินสังเคราะห์พละกำลังแบบไม่อั้น!
...
ณ ฐานที่มั่นกิลด์ควงหลง
"แกว่าอะไรนะ"
หลินเฮ่าฟังรายงานจากลูกน้องจบก็ผุดลุกขึ้นจากเก้าอี้ ใบหน้าเต็มไปด้วยความประหลาดใจ
"หลินผิง... ไอ้ขยะนั่น กำลังกว้านซื้อหินสังเคราะห์พละกำลังไปทั่วโลกเนี่ยนะ"
"ใช่ครับนายน้อย คนของกิลด์ผานสือกวาดซื้อในลานประมูลจนเกลี้ยง แล้วตอนนี้ก็ยังไปกว้านซื้อตามร้านค้าใหญ่ๆ ในราคาสูงอีก แถมยังระบุชื่อชัดเจนเลยว่าหลินผิงเป็นคนต้องการ" ลูกน้องก้มหน้าตอบด้วยความเคารพ
หลินเฮ่าอึ้งไปครู่หนึ่ง จากนั้นเสียงหัวเราะบ้าคลั่งที่ไม่อาจกลั้นไว้ได้ก็ระเบิดออกมาจากหน้าอกของเขา
"ฮ่าฮ่าฮ่า! ขำจะตายชัก! พละกำลังเหรอ มันเป็นนักธนูแท้ๆ แต่ไม่ไปอัปความคล่องตัวดันทะลึ่งไปอัปพละกำลังเนี่ยนะ สมองมันโดนคางคกเตะมาหรือไง"
"ไอ้โง่เอ๊ย! เกินเยียวยาแล้วจริงๆ! ดูท่าเรื่องเคลียร์ดันเจี้ยนแปดนาที คงจะพึ่งพาไอเทมต้องห้ามของกิลด์ผานสือล้วนๆ ไม่ได้เกี่ยวกับฝีมือมันเลยสักนิด!"
หลินเฮ่าหัวเราะจนตัวงอ น้ำหูน้ำตาแทบเล็ด
เขารู้สึกว่าความอัดอั้นตันใจ ความอิจฉาริษยา และความหวาดกลัวที่เกิดจากเรื่อง 'แปดนาที' เมื่อสองวันก่อน ได้มลายหายไปจนหมดสิ้นในวินาทีนี้
ที่แท้มันก็เป็นแค่ไอ้โง่ที่ดวงดีเท่านั้น!
ทว่าชายวัยกลางคนท่าทางเหมือนกุนซือที่ยืนอยู่ข้างๆ กลับขมวดคิ้วแล้วเอ่ยเตือนเสียงเบา
"นายน้อยครับ เรื่องที่ผิดปกติย่อมต้องมีเงื่อนงำ การที่หลินผิงทำแบบนี้... จะมีแผนการลึกซึ้งอะไรซ่อนอยู่หรือเปล่าครับ"
"แผนการลึกซึ้งอะไรกัน จะไปมีได้ยังไง" หลินเฮ่าสะบัดมืออย่างไม่แยแสเพื่อขัดจังหวะ "มันก็แค่ไอ้พิการที่ไม่มีแม้แต่สกิลกดใช้! นี่ก็คงจนตรอกแล้วเลยจับจดทำอะไรโง่ๆ ไปเรื่อยเปื่อย!"
ดวงตาของหลินเฮ่ากลอกกลิ้ง แผนการอันร้ายกาจก็ผุดขึ้นมาในหัว
"ในเมื่อมันอยากได้นัก งั้นพวกเราก็มาช่วยมันสงเคราะห์หน่อยละกัน!"
เขาหันไปสั่งลูกน้องด้วยคำสั่งที่ตัวเองคิดว่าฉลาดล้ำเลิศที่สุด
"มันกวาดซื้อ พวกเราก็จะกวาดซื้อด้วย ส่งคนไปจับตาดูในลานประมูลไว้ หินสังเคราะห์พละกำลังระดับสีม่วงเม็ดไหนหลุดมาให้สอยให้หมด พอของขาดตลาดเมื่อไหร่ ก็เอาหินสังเคราะห์พละกำลังทั้งหมดในคลังกิลด์เราไปแขวนขายในลานประมูลให้เกลี้ยง!"
"ตั้งราคาขายสามร้อยหยวนต่อก้อน!"
"ฉันอยากจะรู้นักว่าไอ้ขยะนี่มันจะมีเงินสักกี่หยวนมาทำตัวเป็นหมูตู้!"
"ฉันจะทำให้มันต้องชดใช้ให้กับความโง่เขลาของตัวเอง!"
[จบแล้ว]