- หน้าแรก
- ระบบฟาร์มแสนล้านคิล: อาชีพขยะแล้วไง ตีธรรมดาตายหมดก็แล้วกัน
- บทที่ 8 - ใครให้ความกล้าแก่แก
บทที่ 8 - ใครให้ความกล้าแก่แก
บทที่ 8 - ใครให้ความกล้าแก่แก
บทที่ 8 - ใครให้ความกล้าแก่แก
กลุ่มของสือเหล่ยทั้งสี่ยืนแข็งทื่ออยู่กับที่ รอจนกระทั่งแผ่นหลังของหลินผิงหายลับเข้าไปในเงามืดของป่าทึบอย่างสมบูรณ์ ถึงได้มีคนกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
"'คนเหล็กกำจัดคางคก'... ฆ่าราชันหมาป่าระดับฝันร้ายในพริบตา..."
นักเวทพึมพำกับตัวเอง รู้สึกเหมือนความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับอาชีพต่างๆ ที่สร้างมาตลอดยี่สิบกว่าปีถูกบดขยี้ป่นปี้ไม่มีชิ้นดีในเวลาแค่ไม่กี่วินาทีเมื่อครู่นี้
"พวกงี่เง่าในบอร์ดเมืองหลินอัน ยังหัวเราะเยาะว่าเขาเป็นขยะอยู่เลย..."
ทว่าแววตาของนักรบแทงก์อย่างสือเหล่ยกลับลุกโชนไปด้วยไฟปรารถนาอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน
เขามองไปยังจุดที่ราชันหมาป่าสลายหายไป แล้วมองสลับไปยังทิศทางที่หลินผิงจากไป เขากำหมัดแน่น น้ำเสียงหนักแน่นเด็ดขาด
"คนๆ นี้ กิลด์ [ผานสือ] ของเรา ต้องผูกมิตรไว้ให้ได้!"
...
แน่นอนว่าหลินผิงย่อมไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเองได้สร้างคลื่นพายุลูกใหญ่ขึ้นในใจของคนอื่นไปแล้ว
เขาลัดเลาะผ่านป่าทึบมาหลายร้อยเมตร หลังจากแน่ใจแล้วว่าไม่มีใครตามมา เขาจึงหันไปซ่อนตัวอยู่ในโพรงไม้ลับตาคนเพื่อตรวจสอบของรางวัลที่เพิ่งได้มา
แหวนสีเงินยวงหนึ่งวง
ตัวแหวนสลักลวดลายหัวหมาป่าอ้าปากกว้างดูดุร้าย บริเวณเบ้าตาฝังผลึกหินสีแดงขนาดเล็กสองเม็ด ราวกับมีวิญญาณร้ายของสัตว์ป่าถูกผนึกเอาไว้ด้านใน
[แหวนราชันหมาป่า (สีฟ้า)]
[ประเภท: แหวน]
[ความต้องการเลเวล: Lv10]
[พละกำลัง +20]
[ความคล่องตัว +20]
[เอฟเฟกต์อุปกรณ์: เสียงหอนราชันหมาป่า (ติดตัว) การโจมตีของคุณมีโอกาส 5% ที่จะติดสถานะ "ข่มขู่" ทำให้ความเร็วในการโจมตีของเป้าหมายลดลง 10% เป็นเวลา 3 วินาที]
เยี่ยมไปเลย!
บวกค่าสถานะหลักทั้งสองสาย แถมยังมีเอฟเฟกต์ติดตัวสายควบคุมอีกต่างหาก มันสามารถนำมาคอมโบกับการโจมตีปกติของเขาได้อย่างสมบูรณ์แบบ
มูลค่าของแหวนวงนี้สูงกว่าอุปกรณ์ทุกชิ้นบนตัวเขารวมกันเสียอีก
หลินผิงพยักหน้าอย่างพึงพอใจ ก่อนจะเลื่อนสายตาไปมองไอเทมอีกชิ้น
หนังสือสกิลที่เปล่งแสงสีฟ้าจางๆ
[หนังสือสกิล: สับหนัก]
[ความต้องการอาชีพ: นักรบ]
[เอฟเฟกต์: ใช้พละกำลัง สร้างความเสียหายทางกายภาพ 150% ในพื้นที่ทรงพัดด้านหน้า และมีโอกาสเล็กน้อยที่จะทำให้เกิดสถานะ "เจาะเกราะ"]
นี่คือสกิลโจมตีหลักของอาชีพสายนักรบ
แต่สำหรับหลินผิงแล้ว ของชิ้นนี้มันก็ไม่มีค่าอะไรต่างจากก้อนหินก้อนหนึ่งเลย
เขาเปิดช่องประมูลสาธารณะขึ้นมาแล้วโยนหนังสือสกิลลงไปขายทันที
[ไอเทม: หนังสือสกิล-สับหนัก] [ราคาเริ่มต้น: 5 เหรียญทอง]
[ราคาซื้อขาด: 10 เหรียญทอง]
หลังจากจัดการทุกอย่างเสร็จสิ้น เขาก็ปิดหน้าต่างสถานะลง เก็บแหวนเอาไว้ชั่วคราวก่อน หยิบธนูขึ้นมาแล้วมุดกลับเข้าไปในความมืดอีกครั้ง
ช่วงเวลาหลังจากนี้ ป่าทึบเร้นลับก็กลายเป็นลานล่าสัตว์ส่วนตัวของหลินผิงไปโดยปริยาย
[ราชันหมาป่าวายุ (อีลีต)]
[ผู้ซุ่มซ่อนในป่าทึบ (อีลีต)]
[ปีศาจดอกไม้พิษ (อีลีต)]
...
มอนสเตอร์ระดับอีลีตตัวแล้วตัวเล่า ล้วนกลายเป็นค่าประสบการณ์อันมหาศาลและของรางวัลชั้นยอดภายใต้คมศรของเขา
หลอดค่าประสบการณ์ของหลินผิงและจำนวนการสังหารของ [ประกาศิตผนึกเวท] เพิ่มขึ้นพร้อมกันด้วยความเร็วที่น่าสะพรึงกลัว
[จำนวนการสังหารของประกาศิตผนึกเวทในปัจจุบัน: 351/100,000]
[จำนวนการสังหารของประกาศิตผนึกเวทในปัจจุบัน: 352/100,000]
...
เมื่อหลินผิงยิงมอนสเตอร์ระดับอีลีตตัวที่ห้าดับดิ้น ซึ่งก็คือ [หมูป่าหุ้มเกราะ] เลเวล 13 เสียงแจ้งเตือนจากระบบก็ดังรัวๆ ขึ้นข้างหู
[คุณเลเวลอัปเป็นเลเวล 10 แล้ว ได้รับแต้มสถานะอิสระ 20 แต้ม]
เลเวล 10 คือจุดเปลี่ยนแรกของผู้ปลุกพลังทุกคน
การก้าวมาถึงเลเวลนี้ไม่เพียงหมายความว่าจะสามารถสวมใส่อุปกรณ์ระดับสูงขึ้นได้ แต่ยังได้รับแต้มสถานะอิสระถึง 20 แต้มอีกด้วย
ทว่าเมื่อเทียบกับอัตราการเติบโตอันวิปริตของหลินผิง แต้ม 20 แต้มนี้กลับดูเล็กน้อยไปถนัดตา
กระแสน้ำวนแห่งพลังที่ยิ่งใหญ่กว่าตอนเลเวลอัปครั้งก่อนๆ ซัดสาดไปทั่วทุกอณูในร่างกายของหลินผิง
เขาเปิดแผงสถานะขึ้นมาดูเป็นสิ่งแรก
[ชื่อ: หลินผิง]
[เลเวล: Lv10]
[พละกำลัง: 643]
[ความคล่องตัว: 572]
[ร่างกาย: 503]
[แต้มสถานะอิสระ: 20]
[สกิลติดตัว: ศรแถม Lv1]
[ประกาศิตผนึกเวท Lv1: จำนวนการสังหารในปัจจุบัน: 411/100,000]
เขาไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย จัดการทุ่มแต้มสถานะอิสระ 20 แต้มที่เพิ่งได้มาลงไปที่ค่าพละกำลังทั้งหมดอีกครั้ง
[พละกำลัง: 643 -> 663]
พละกำลัง 663 แต้ม!
นี่คือตัวเลขสุดสยองที่อาชีพนักฆ่าในเลเวลเท่ากันนี้ไม่กล้าแม้แต่จะฝันถึง
หลินผิงสวม [แหวนราชันหมาป่า] วงนั้นลงไป ค่าสถานะก็พุ่งทะยานขึ้นอีกครั้ง
[พละกำลัง: 663+20 = 683]
[ความคล่องตัว: 522+20 = 542]
เขาค่อยๆ กำหมัดแน่น เสียงข้อต่อกระดูกลั่นเป๊าะแป๊ะดังราวกับถั่วคั่ว ความรู้สึกเปี่ยมล้นไปด้วยพละกำลังที่แทบจะระเบิดกล้ามเนื้อออกมา ทำให้เขาเกิดความรู้สึกหลงผิดว่าสามารถยิงธนูดอกเดียวทะลวงภูเขาให้ทะลุได้
สายตาของเขาทอดมองลึกเข้าไปในป่าทึบสุดสายตา
ถึงเวลาไปทักทายบอสใหญ่ประจำดินแดนลับแห่งนี้แล้ว
...
ยิ่งเดินลึกเข้าไป หมอกในป่าก็ยิ่งหนาทึบ ต้นไม้รอบด้านเริ่มมีรูปร่างแปลกประหลาดพิสดาร ลำต้นถึงกับมีใบหน้าคนบิดเบี้ยวโผล่ออกมาให้เห็น
ในอากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นเหม็นเน่าชวนอ้วก
เมื่อหลินผิงแหวกกอหนามที่ขวางทางกอสุดท้ายออก ภาพตรงหน้าก็สว่างไสวขึ้นทันตา
มันคือลานกว้างรูปวงกลมขนาดมหึมา
ตรงกลางลานมีต้นไม้โบราณที่เหี่ยวเฉาสูงหลายสิบเมตรตั้งตระหง่านอยู่ บนลำต้นของมันมีใบหน้าคนชราขนาดใหญ่งอกออกมา ภายใต้ดวงตาที่หลับพริ้มคือปากที่กำลังขยับเปิดปิดส่งเสียงร้องโหยหวนแบบไร้เสียง
เถาวัลย์ขนาดใหญ่เท่าท่อนแขนนับไม่ถ้วนกำลังเลื้อยขยับไปมาบนพื้นดินรอบๆ ตัวมันราวกับงูพิษ
[ปีศาจต้นไม้เร้นลับ (บอส)]
[เลเวล: Lv20]
[ระดับ: บอส]
ในขณะนี้ มีปาร์ตี้ห้าคนกำลังเปิดศึกพัวพันอยู่กับบอสสุดสยองตัวนี้
การต่อสู้เป็นไปอย่างดุเดือดเลือดพล่าน
"คนของกิลด์ [เลี่ยหั่ว] หรอกเหรอ"
หลินผิงมองเห็นตราสัญลักษณ์กิลด์บนหน้าอกของพวกเขาก็เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย
กิลด์ [เลี่ยหั่ว] ก็เป็นหนึ่งในสิบกิลด์ระดับท็อปของเมืองหลินอันเช่นกัน มีชื่อเสียงในด้านการกระทำที่ป่าเถื่อนและเจ้าคิดเจ้าแค้นเอาคืนทุกเม็ด
หลินผิงยังไม่ได้พุ่งเข้าไปร่วมวงในทันที เขาเก็บซ่อนกลิ่นอาย อำพรางตัวอยู่หลังเงาต้นไม้ยักษ์ราวกับก้อนหินก้อนหนึ่ง ยืนสังเกตการณ์อย่างเงียบๆ
ปาร์ตี้ห้าคนนั้นทำงานสอดประสานกันได้เป็นอย่างดี นักรบแทงก์ที่เป็นผู้นำมีอุปกรณ์ครบครัน ทุกจังหวะการยกโล่ป้องกันทำได้อย่างไร้ที่ติ สามารถดึงความสนใจของบอสให้อยู่ที่ตัวเองได้อย่างเหนียวแน่น
นักเวทสองคนที่อยู่ด้านหลังก็สาดพลังโจมตีใส่อย่างบ้าคลั่ง หอกน้ำแข็งกับลูกไฟถูกสาดเทลงไปไม่ยั้ง ดูจากสกิลแล้วอย่างน้อยก็ต้องเป็นระดับสีม่วงขึ้นไป
ทว่าความแข็งแกร่งของบอสระดับฝันร้ายก็ยังเหนือกว่าที่พวกเขาคาดการไว้มาก
"โฮก!" ปีศาจต้นไม้แผดเสียงคำรามลั่น หนามแหลมจากพื้นดินนับสิบแท่งพุ่งพรวดขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย เสียบทะลุร่างนักเวทไฟที่ขยับหลบไม่ทันในทันที สติของเขาดับวูบลงตรงนั้น
"เสี่ยวอู่!"
"เวรเอ๊ย! ซัพ ฮีลลลลลล!"
รูปขบวนของปาร์ตี้ปั่นป่วนขึ้นมาในพริบตา
และในจังหวะนั้นเอง นักธนูที่รับหน้าที่ระวังหลังให้ปาร์ตี้ก็เหลือบไปเห็นจุดที่หลินผิงซ่อนตัวอยู่พอดี
สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปทันที รีบตะโกนผ่านช่องแชทปาร์ตี้
"มีคนอยู่! หลังต้นไม้ทิศสิบสองนาฬิกา! แม่งเอ๊ย กะจะมารอชุบมือเปิบล่ะสิ!"
น้ำเสียงของหัวหน้าปาร์ตี้เย็นชาลงทันควัน
"ไล่มันไป!"
วินาทีต่อมา ลูกศรที่สะท้อนแสงเย็นเยียบก็พุ่งมาปักฉึกลงบนพื้นห่างจากปลายเท้าของหลินผิงไปแค่ครึ่งเมตร เป็นการส่งสัญญาณเตือนอย่างโจ่งแจ้ง
หางศรสั่นกึกๆ
นักธนูคนนั้นถอนตัวออกจากวงล้อม เล็งธนูยาวในมือมาทางเขา แววตาเต็มไปด้วยความดูถูกเหยียดหยามจากเบื้องบน
"ไอ้แมลงสาบหน้าไหนกล้ามาขอแบ่งเค้กแถวนี้ฮะ"
เขามองสำรวจอุปกรณ์เก่าซอมซ่อบนตัวหลินผิงตั้งแต่หัวจรดเท้า แววตาเหยียดหยามยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น
"มาคนเดียว? ใครให้ความกล้าแก่แกเข้ามาในดันเจี้ยนระดับฝันร้ายวะ"
หลินผิงไม่แม้แต่จะปรายตามอง
สายตาของเขามองข้ามหัวนักธนูจอมปากมากคนนี้ไป หยุดอยู่ที่บอสที่กำลังคลุ้มคลั่งหนักขึ้นเพราะเพิ่งฆ่าคนไปได้หนึ่งคน
หลอดเลือดของปีศาจต้นไม้เร้นลับเหลืออยู่ประมาณ 20%
เมื่อเห็นหลินผิงไม่มีปฏิกิริยาตอบสนอง นักธนูก็รู้สึกเหมือนตัวเองถูกเมินอย่างสมบูรณ์ สีหน้าพลันดำทะมึนลงทันที
"ไอ้หนู คุยด้วยไม่ได้ยินหรือไง หูหนวกเรอะ"
จังหวะนั้นเอง หัวหน้าปาร์ตี้ที่เป็นนักรบแทงก์ก็หาจังหวะตะโกนเสริมขึ้นมา
"ไอ้หนู ดูจากเลเวลแกก็ไม่น่าจะสูงเท่าไหร่ อย่าหาเรื่องใส่ตัวดีกว่า พวกเรามาจากกิลด์ [เลี่ยหั่ว] รีบไสหัวไปซะตอนนี้ แล้วพวกเราจะทำเป็นมองไม่เห็นแก!"
"ได้ยินไหม หัวหน้าพวกเราสั่งให้แกไสหัวไปไง!"
นักธนูทำหน้ากร่างได้ใจสุดๆ
ในที่สุดหลินผิงก็มีปฏิกิริยา
เขาละสายตาจากบอส กลับมาจ้องหน้านักธนูตรงหน้า แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง
"แก ลองพูดอีกทีซิ"
[จบแล้ว]