เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 4 - ง้างธนูหมื่นครั้ง โจมตีปกติมีความคิดเป็นของตัวเอง!

บทที่ 4 - ง้างธนูหมื่นครั้ง โจมตีปกติมีความคิดเป็นของตัวเอง!

บทที่ 4 - ง้างธนูหมื่นครั้ง โจมตีปกติมีความคิดเป็นของตัวเอง!


บทที่ 4 - ง้างธนูหมื่นครั้ง โจมตีปกติมีความคิดเป็นของตัวเอง!

[ศรแถม (สกิลติดตัว Lv1): การโจมตีปกติของคุณมีโอกาส 20% ที่จะยิงลูกศรเพิ่มออกไปอีกหนึ่งดอก สร้างความเสียหาย 100%]

[ตรวจพบโฮสต์บรรลุความสำเร็จเป็นครั้งแรก รางวัล: แต้มสถานะอิสระ +100 เหรียญทอง +100]

หลินผิงเปิดแผงสถานะขึ้นมา

[ชื่อ: หลินผิง]

[เลเวล: Lv5]

[อาชีพ: ผู้ผนึกเวท]

[พละกำลัง: 303]

[ความคล่องตัว: 302]

[ร่างกาย: 250]

[สติปัญญา: 0]

[จิตวิญญาณ: 0]

[แต้มสถานะอิสระ: 100]

[สกิลติดตัว: สมาธิแห่งนักแม่นปืน Lv1 ศรแถม Lv1]

[ประกาศิตผนึกเวท Lv1: จำนวนการสังหารในปัจจุบัน: 0/100,000]

การทำซ้ำอันน่าเบื่อหน่ายจนวิญญาณแทบจะด้านชาตลอดทั้งวัน ในที่สุดก็ทำให้ประกาศิตผนึกเวทเลื่อนระดับสำเร็จ

เห็นได้ชัดว่าหากต้องการเลื่อนระดับประกาศิตผนึกเวทเป็นเลเวล 2 จำเป็นต้องสังหารมอนสเตอร์ถึงหนึ่งแสนตัว

หน้าอกของหลินผิงกระเพื่อมไหวอย่างรุนแรง ความอึดอัดขุ่นมัวจากการถูกหักหลังดูเหมือนจะหาทางระบายออกได้ในวินาทีนี้

สายตาของเขาจับจ้องไปที่แต้มสถานะอิสระ 100 แต้มนั้นเขม็ง

"ลงพละกำลังทั้งหมด"

สิ้นสุดความคิด ตัวเลขบนแผงสถานะก็พร่ามัวไปชั่วขณะก่อนจะสลับสับเปลี่ยนอย่างบ้าคลั่ง

[พละกำลัง: 303 ->403]

ขุมพลังอันป่าเถื่อนระเบิดออกมาจากส่วนลึกของทุกเซลล์ในร่างกาย มันไหลเวียนไปตามเส้นเอ็นและกระดูกก่อนจะหลอมรวมเข้าสู่ท่อนแขนทั้งสองข้างอย่างดุดัน

เขาถึงขั้นได้ยินเสียงกระดูกของตัวเองลั่นเอี๊ยดอ๊าดแผ่วเบา ก่อนที่มันจะถูกหล่อหลอมและเติมเต็มด้วยพลังที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิม

พละกำลัง 400 แต้ม นี่มันสูงกว่าอาชีพสายลอบสังหารและสายนักรบในเลเวลเดียวกันถึงสิบกว่าเท่า!

หลินผิงค่อยๆ ยกธนูไม้ผุพังในมือขึ้นมา

เขามองไปยังคางคกอัปลักษณ์ตัวหนึ่งที่เพิ่งเกิดใหม่ตรงหน้าไม่ไกลนัก มันกำลังพองแก้มที่เต็มไปด้วยตุ่มหนอง

ง้างธนู ทาบลูกศร

สายธนูถูกเขาดึงรั้งจนโค้งงอราวกับจันทร์เพ็ญอย่างง่ายดาย มันส่งเสียงครวญครางราวกับแบกรับภาระไม่ไหวและพร้อมจะขาดสะบั้นลงในวินาทีถัดไป

เฟี้ยว!

ลูกศรพุ่งทะยานออกจากแล่ง กรีดร้องแหวกลมจนเกิดเสียงแหลมบาดหู!

เงาลูกศรสีดำทะมึนพุ่งวาบผ่านอากาศไปในพริบตา

ฉึก!

-401!

สังหารในทีเดียว!

แต่นี่ยังไม่จบ

วินาทีที่ลูกศรดอกแรกทะลวงเข้าที่หัวของคางคก เงาลูกศรที่หน้าตาเหมือนกันแทบจะทุกประการก็ควบแน่นก่อตัวขึ้นกลางอากาศบนสายธนูของหลินผิง มันพุ่งตามติดไปในองศาเดียวกันและเล็งเป้าไปยังคางคกอีกตัวที่อยู่ใกล้ที่สุดทันที

ฉึก!

-803! คริติคอล

เสียงทึบๆ ดังขึ้นอีกครั้ง

หากลูกศรดอกแรกสังหารเป้าหมายได้ ลูกศรดอกที่สองจะทำการล็อกเป้าหมายใหม่โดยอัตโนมัติ!

[ศรแถม]!

นี่แหละคือ "สกิล" ของเขา!

สกิลที่ไม่ต้องร่ายเวท ไม่ต้องรอคูลดาวน์ ไม่ต้องเสียเวลาคิด แค่โจมตีปกติก็พอ!

สกิลหมู่แบบปลอมๆ!

เขาง้างธนูอีกครั้ง

เฟี้ยว!

ฉึก!

ครั้งนี้สกิลไม่ทำงาน

หลินผิงสีหน้าเรียบเฉย เขาทาบลูกศรอีกครั้ง

เฟี้ยว!

ฉึก!

เฟี้ยว!

ฉึก!

ทำงานแล้ว!

เงาลูกศรสองดอกพุ่งทะยานออกไปแทบจะพร้อมเพรียงกัน คางคกขนาดเท่าภูเขาย่อมๆ สองตัวยังไม่ทันจะได้ส่งเสียงร้องโหยหวน ร่างของพวกมันก็ระเบิดกลายเป็นละอองดาวเต็มท้องฟ้า

หลินผิงยืนนิ่งอยู่กับที่ จ้องมองคันธนูโทรมๆ ในมือเงียบๆ

เขาไม่ได้ยิ้มออกมา

เขาก้มลงเก็บเหรียญทองแดงบนพื้นขึ้นมาทีละเหรียญ หมุนตัวเดินกลับไปยังทิศทางของเมืองหลินอันโดยไม่หันกลับไปมองอีก

...

เมื่อกลับถึงเมืองหลินอัน ท้องฟ้าก็มืดสนิทแล้ว

ภายในเมืองสว่างไสวไปด้วยแสงไฟ บนถนนเต็มไปด้วยเสียงจอแจ ผู้ปลุกพลังที่เพิ่งจบการผจญภัยในวันนี้ต่างจับกลุ่มกันสามห้าคน หัวเราะร่าและพูดคุยอวดผลลัพธ์ที่ได้มาเสียงดังลั่น

"ได้ยินข่าวหรือยัง กิลด์ [ควงหลง] วันนี้เพิ่งชิงเฟิสต์คิลบอสระดับนรกของ [ถ้ำลมดำ] ดันเจี้ยนใหม่ที่เพิ่งโผล่มาได้แล้วนะ!"

"ซี๊ด! ระดับนรกเลยเหรอ พวกนั้นทำได้ยังไงน่ะ"

"ก็พึ่งพาหลินเฮ่า นักเวทระดับ SS ของตระกูลหลินไงล่ะ! ได้ยินมาว่าพอเขากับหลิ่วเยวี่ยเหยาอัปเป็นเลเวลห้าปุ๊บก็พากิลด์ลงดันเจี้ยนเลย ให้พวกอัศวินของกิลด์เป็นแทงก์รับดาเมจอยู่ข้างหน้า ส่วนเขาโยนลูกไฟตูมเดียวมอนสเตอร์ลูกกระจ๊อกก็ร่วงระเนระนาด โหดเกินเบอร์ไปมาก!"

"แค่นั้นที่ไหนล่ะ! พอได้บัฟ [พรอันศักดิ์สิทธิ์] ของคุณหนูหลิ่วเยวี่ยเหยา ดาเมจของหลินเฮ่าก็เด้งขึ้นเป็นสองเท่า! สองคนนี้จับคู่กันก็แทบจะไร้เทียมทานแล้ว!"

เสียงพูดคุยลอยเข้าหูหลินผิงอย่างชัดเจน

เขามีสีหน้าเรียบเฉยราวกับกำลังฟังนิทานที่ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับตัวเองเลยสักนิด

เขาใช้เงินหนึ่งเหรียญเงินเช่าห้องพักในโรงเตี๊ยมที่ซอกมุมเปลี่ยวที่สุดของย่านสลัม

ห้องพักคับแคบ มีเพียงเตียงกระดานแข็งๆ หนึ่งเตียง

คางคกหนึ่งหมื่นตัว เหรียญทองแดงหนึ่งหมื่นเหรียญ แลกได้หนึ่งร้อยเหรียญเงิน ซึ่งเทียบเท่ากับหนึ่งเหรียญทอง

เขาประมูลธนูคันใหม่มาจากช่องทางซื้อขายสาธารณะด้วยราคา 10 เหรียญเงิน

[ธนูเหล็กชั้นดี (สีเขียว)]

[พละกำลัง +15 ความคล่องตัว +10]

เมื่อเปลี่ยนมาถือธนูคันใหม่ สัมผัสเย็นเยียบของโลหะก็ส่งผ่านมาจากฝ่ามือ

หลังจากจัดการทุกอย่างเสร็จสิ้น เขาก็นั่งลงบนขอบเตียงและเปิดช่องแชทสาธารณะของเมืองหลินอันขึ้นมา

เป็นไปตามคาด กระทู้ที่ฮอตที่สุดมีหัวข้อสีแดงเด่นหราสะดุดตา

[ช็อก! อดีตอัจฉริยะ วันนี้กลายเป็นคนไร้ค่า! ผู้ผนึกเวทระดับ SSS ถูกไล่ออกจากบ้าน หลั่งน้ำตาไล่ฆ่าคางคกตลอดทั้งวันที่บึงคางคก!]

ด้านล่างกระทู้เป็นคลิปวิดีโอที่ถูกแอบถ่ายจากระยะไกล

ในคลิปมีร่างโดดเดี่ยวร่างหนึ่งกำลังง้างธนูยิงใส่คางคกอัปลักษณ์ที่อ่อนแอที่สุดซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างเป็นกลไก

ท่าทางซ้ำซากจำเจ แผ่นหลังดูอ้างว้างโดดเดี่ยว

ช่องคอมเมนต์กลายเป็นทะเลแห่งความบันเทิงไปเสียแล้ว

"ขำจนปอดแหกแล้วพวกเรา นี่เหรอความเก่งกาจของพรสวรรค์ระดับ SSS ฟาร์มคางคกได้เจ๋งเป้งไปเลยนะเนี่ย!"

"ฟาร์มคางคกทั้งวัน... ต้องใช้ความอดทนขนาดไหนกัน! ฉันขอยกฉายา 'คนเหล็กกำจัดคางคก' ให้เขาเลย!"

"คอมเมนต์บนอย่าเพิ่งแซะสิ เขาอาจจะกำลังสัมผัสชีวิตแบบเรียบง่าย คืนสู่สามัญอะไรทำนองนั้นเข้าใจไหม"

"ข่าวล่าสุด คุณชายหลินเฮ่ากับคุณหนูหลิ่วเยวี่ยเหยาเตรียมตัวท้าทายระดับฝันร้ายของ [ถ้ำลมดำ] แล้ว! นั่นแหละอัจฉริยะตัวจริง! ส่วนหลินผิงคนนี้ ตอนนี้น่าจะยังนั่งนับขาคางคกอยู่เลยมั้ง ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!"

คำถากถางและเยาะเย้ยถึงขีดสุดสาดซัดเข้ามาคล้ายระลอกคลื่น

หลินผิงไม่พูดอะไรสักคำ เขาจดจำรายชื่อพวกที่กระโดดโลดเต้นสนุกสนานที่สุดเอาไว้ในใจทีละคน

จากนั้นก็ปิดช่องแชท ล้มตัวลงนอนบนเตียงและหลับตาลง

การสังหารหมู่มาทั้งคืนทำให้จิตใจของเขาเหนื่อยล้าจนถึงขีดสุด

แต่เขากลับหลับสนิท

เพราะเขารู้ดี

ว่าตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป ทุกอย่างจะไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว

...

เวลาเดียวกัน ณ คฤหาสน์ตระกูลหลิน

ในห้องอาหารสุดหรู หลินเฮ่ากำลังดื่มด่ำกับการปฏิบัติราวกับดวงดาวที่ถูกรายล้อมด้วยหมู่มวลจันทรา

หวังหรูผู้เป็นแม่เลี้ยงคีบอาหารให้เขาด้วยใบหน้าเปี่ยมรัก ส่วนหลินจ้านผู้เป็นพ่อแม้จะไม่พูดอะไรมาก ทว่าแววตาที่มองมายังเขาก็แฝงความยอมรับในแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน

"อาเฮ่า วันนี้เหนื่อยหน่อยนะ" หวังหรูเอ่ยเสียงหวาน

"ลูกร่วมมือกับเยวี่ยเหยาคว้าเฟิสต์คิลระดับนรกมาได้ สร้างชื่อเสียงให้ตระกูลหลินเราจริงๆ"

หลินเฮ่ายกเชิดคางขึ้นอย่างได้ใจ

"แม่ครับ แค่นี้จิ๊บจ้อยน่า ผมกับเยวี่ยเหยาตกลงกันแล้วว่าพรุ่งนี้จะไปลุยดันเจี้ยนระดับฝันร้ายเลเวล 10! บนบอร์ดเฟิสต์คิลพรุ่งนี้จะต้องมีชื่อพวกเราสองคนแน่นอน!"

"ดี ดีมาก! สมกับเป็นลูกชายของฉัน!"

หวังหรูยิ้มจนแก้มแทบปริ

จังหวะนั้นเองคนรับใช้คนหนึ่งก็รีบเดินเข้ามา ใบหน้าของเขามีสีหน้าแปลกประหลาดเหมือนอยากจะหัวเราะแต่ก็ไม่กล้า เขายื่นอุปกรณ์สื่อสารส่วนตัวให้

"นายน้อย นายหญิง ดูนี่สิครับ... ในช่องแชทสาธารณะ..."

หลินเฮ่ารับมาดูด้วยความสงสัย แค่เหลือบมองแวบเดียวเขาก็หลุดหัวเราะ "พรวด" ออกมา

"ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า! ขำตายชัก! พ่อกับแม่รีบดูนี่เร็ว!"

เขาหันหน้าจอไปทางหวังหรูกับหลินจ้าน

บนหน้าจอคือคลิปวิดีโอที่หลินผิงกำลังบ้าคลั่งฟาร์มมอนสเตอร์อยู่ที่บึงคางคก

หวังหรูชะโงกหน้าไปดูก็ยกมือป้องปากหัวเราะเบาๆ แววตาเต็มไปด้วยความเหยียดหยาม

"เด็กคนนี้นี่ ทำไมถึงคิดสั้นแบบนี้นะ อยู่บ้านสงบๆ ไม่ชอบ ดันทุรังออกไปทำเรื่องขายขี้หน้าอยู่ได้"

เธอหันไปมองหลินจ้านที่นั่งเงียบๆ แล้วแสร้งถอนหายใจอย่างเสียดาย "นายท่าน ดูสิคะ... ผิงเอ๋อร์ คงจะสะเทือนใจหนักเกินไปแล้ว"

หลินเฮ่าหัวเราะจนน้ำตาแทบเล็ด เขาตบอุปกรณ์สื่อสารลงบนโต๊ะ น้ำเสียงแฝงไปด้วยความสะใจอย่างเห็นได้ชัด

"พ่อ แม่ ดูคอมเมนต์พวกนี้สิ! 'คนเหล็กกำจัดคางคก'! ฮ่าฮ่า! โคตรตรงประเด็น!"

"มันก็มีปัญญาแค่นี้แหละ! ทำได้แค่สู้กับคางคกในหมู่บ้านมือใหม่!"

"วันนี้ผมอยู่ใน [ถ้ำลมดำ] แค่ร่าย [พายุเพลิง] ตูมเดียว มอนสเตอร์หลายสิบตัวก็ระเหยหายไปในพริบตา! มันจะเอาอะไรมาสู้ผม ใช้ธนูกระจอกนั่นยิงทีละดอกเหรอ ยิงไปยันปีหน้าก็ยังเคลียร์มอนสเตอร์ไม่หมดห้องหรอก!"

หลินเฮ่ายิ่งพูดก็ยิ่งตื่นเต้น ราวกับมองเห็นภาพวันที่เขาจะเหยียบหลินผิงให้จมดินได้อย่างราบคาบ

"พ่อครับ ที่พ่อเลือกน่ะถูกต้องที่สุดแล้ว! ตระกูลหลิน มีแค่ผมเท่านั้นแหละที่จะนำพาไปสู่ความยิ่งใหญ่ได้! ส่วนพี่ชายคนดีของผมคนนั้น..."

เขาเบ้ปากก่อนจะสรุปด้วยน้ำเสียงดูแคลนราวกับตอกฝาโลงว่า

"ก็ปล่อยให้มันเป็น 'เทพธนูคางคก' อยู่ในบึงคางคกไปตลอดชีวิตนั่นแหละ!"

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 4 - ง้างธนูหมื่นครั้ง โจมตีปกติมีความคิดเป็นของตัวเอง!

คัดลอกลิงก์แล้ว