เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

chapter 498: นิรันดร์ในชั่วพริบตา

chapter 498: นิรันดร์ในชั่วพริบตา

chapter 498: นิรันดร์ในชั่วพริบตา


chapter 498: นิรันดร์ในชั่วพริบตา

ย้อนกลับไปที่ยอดเขาชูหยาง เจียงหมิงนอนอยู่บนเก้าอี้หวาย แกว่งขาไปมาอย่างสบายอารมณ์

เจียงหมิงเพิ่งกลับมาจากจักรวาลซิงเหอ เขาไม่ได้นำต้นไม้แห่งโลกกลับมาเพราะมันได้เข้าสู่สถานะการเปลี่ยนแปลงสูงสุดซึ่งยังคงเติบโตและวิวัฒนาการอย่างต่อเนื่อง

เจียงหมิงได้จัดการปัญหาของจักรวาลซิงเหอเรียบร้อยแล้ว ในขณะเดียวกัน พันหวังก็ได้บรรลุขั้นสูงสุดของระดับอาณาจักรราชันนักบุญแล้วเช่นกัน

จื่อ ผู้เชี่ยวชาญสูงสุดแห่งยุคที่มาจากกาแล็กซี่ซึ่งได้ริเริ่มที่จะแยกตัวออกจากต้นกำเนิดของกาแล็กซี่เดิม เขาได้บีบอัดตัวเองให้มีร่างกายทางกายภาพและเติบโตอย่างรวดเร็วจนกระโดดขึ้นสู่ระดับราชันนักบุญได้ จื่อนั้นน่ากลัวอย่างแท้จริง เขาเป็นคนที่ทั้งมีปัญญาและพรสวรรค์ที่ไม่มีใครเทียบได้ รวมถึงศักยภาพในการก้าวเข้าสู่ดินแดนแห่งความโกลาหล

เจียงหมิงคุยกับเขานานก่อนออกไป

“ท่านพี่!” หลิงหลงลงจอดข้างๆ เขาพร้อมกับสีหน้าบึ้งตึง “การสันโดษของท่านมันนานเกินไปแล้ว ร่างอวตารที่ท่านทิ้งไว้มันไม่ได้มีประโยชน์อะไรเลย”

“นี่ผ่านมาแค่สิบปีเองมิใช่หรือ” เจียงหมิงพูดไม่ออก “เจ้าเด็กน้อย เจ้าอยากโดนข้าตีหรือ ดูสิ มันผ่านไปหลายปี ระดับการบ่มเพาะของเจ้าก็ยังไม่ดีขึ้นเลย”

“ขะ.. ข้าแค่รอท่านอยู่ เมื่อท่านกลับมา ระดับการฝึกฝนของข้าจะพุ่งทะยานขึ้นอย่างรวดเร็ว การฝึกฝนด้วยตัวเองนั้นลำบากและช้าเกินไป” หลิงหลงนอนลงข้างๆ เขาทันที เธอพยายามแทรกตัวเข้าหาเขาด้วยแรงทั้งหมด “รีบๆ มาหาข้าสิ”

“เจ้าอ้วนขึ้นหรือเปล่า”

“ห้ะ ท่านพูดว่าอย่างไรนะ ท่านกล้าดียังไงมาเรียกข้าว่าอ้วน!”

ทั้งคู่ทะเลาะเล็กน้อยก่อนมันจะกลายเป็นเพียงเสียงกระซิบของทั้งสอง

เธอลงจากตำแหน่งจักรพรรดิสวรรค์แล้ว ฉางอี้หมิงรับช่วงต่อ เขามีอาณาจักรเทียนหยวนหนุนหลัง ดังนั้นจึงไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับระดับการฝึกฝนบ่มเพาะที่อ่อนแอของเขา

ริเยว่ฉางเฟิงผู้ซึ่งยังคงอยู่ที่ทะเลเทียนหยวนได้ก้าวข้ามเข้าสู่ระดับนักบุญไปแล้ว เนื่องจากเขาได้ทำการปลุกจิตวิญญาณของเขาไปแล้ว เขาจึงไม่รีบร้อนที่จะจากไป เขาถึงกับกล่าวว่า โชคลาภอันยิ่งใหญ่ที่เขาอาจรวบรวมได้จากการเดินทางไปทั่วจักรวาลอันกว้างใหญ่ ไม่อาจเทียบได้กับคำแนะนำและพรเล็กน้อยของพี่ชายเจียง ดังนั้นการจากไปจึงไม่ใช่ทางเลือกที่ดีนักสำหรับเขา

ในเวลาสิบปีที่ผ่านมา มีการเปลี่ยนแปลงมากมายภายในอาณาจักรเทียนหยวน ผู้เชี่ยวชาญหลายคนได้ปรากฏตัวขึ้น อย่างไรก็ตาม ผู้ฝึกตนส่วนใหญ่ยังคงไปยังฝั่งตะวันออกและตะวันตกเพื่อท้าทายบันไดสวรรค์ทั้งสองเพื่อการก้าวข้าม แต่โชคร้ายที่ไม่มีใครสามารถไปถึงยอดได้จนถึงตอนนี้

“ไร้ประโยชน์เกินไป” เจียงหมิงถอนหายใจ

“ไร้ประโยชน์หรือ” หลิงหลงเบ้ปาก “ลองดูความยากที่ท่านตั้งไว้สำหรับบันไดสวรรค์สิ เอาบันไดสวรรค์ที่ทดสอบจิตใจเป็นตัวอย่าง ท่านต้องอยู่ในระดับนักบุญเป็นอย่างน้อยเพื่อจะไปถึงยอด ทั้งโลกนี้มีกี่คนที่ไปถึงระดับนั้นเล่า แม้ว่าสภาพแวดล้อมการฝึกฝนของอาณาจักรเทียนหยวนของเรานั้นดีมากแล้ว แต่เวลาก็ยังน้อยเกินไป จากการประเมินของข้า มันคงจะดีมากถ้าท่านรับศิษย์ได้สักหนึ่งคนในเวลาหนึ่งพันปี”

“พันปีต่อคนหรือ” เจียงหมิงเกาหัว

“ไม่! บันไดสวรรค์มิใช่เพียงการทดสอบ แต่ยังเป็นการฝึกฝน หากบุคคลนั้นสามารถคว้าโชคลาภอันยิ่งใหญ่ที่ข้าทิ้งไว้ในบันไดสวรรค์ได้ มันจะไม่ยากเลย”

“มันไม่ได้ยากสำหรับท่านเพียงคนเดียวน่ะสิ” หลิงหลงกลอกตา

เจียงหมิงเหลือบมองแล้วไม่ได้ใส่ใจมันอีกต่อไป ด้วยจิตใจที่ไม่ถึงแม้แต่ระดับนักบุญ จะเป็นไปได้อย่างไรที่คนผู้นั้นจะเข้าถึงเส้นทางแห่งเต๋า ดังนั้น เจียงหมิงจึงตัดสินใจเพิกเฉยต่อเรื่องที่หลิงหลงพูดถึง ท้ายที่สุด ด้วยฐานการบ่มเพาะปัจจุบันของเจียงหมิงที่อาณาจักรแห่งความโกลาหล อาวุธสูงสุดแห่งความโกลาหลทั้งสี่ที่เขาครอบครอง รวมถึงต้นไม้แห่งโลกที่เป็นอาวุธสูงสุดของเขา นับว่าเพียงพอสำหรับเขาที่จะล่องลอยไปในทะเลแห่งความโกลาหลอันกว้างใหญ่และไม่มีที่สิ้นสุด อย่างน้อย เขาก็สามารถใช้ชีวิตอย่างมีประสิทธิภาพได้แล้ว

“ท่านพี่

“หืม”

“ผู้สืบทอดของข้ามีข่าวเกี่ยวกับเหตุการณ์ใหญ่ที่จะเกิดขึ้นในดินแดนแห่งความโกลาหลในอีกหนึ่งร้อยปีข้างหน้า จะมีโชคลาภมากมายอยู่ภายในนั้น และข้าได้รับการขอร้องให้ไปที่นั่น”

“แล้วมีรายละเอียดอีกหรือไม่”

“ที่ข้ารู้ก็มีเพียงเท่านี้ ท่านพี่ ข้าควรไปหรือไม่ นี่เป็นคำสั่งจากสำนัก ถ้าข้าไม่ไป ข้ากลัวว่าผู้สืบทอดของข้าจะลำบาก”

“เจ้ายังคงใส่ใจเกี่ยวเรื่องนั้นอยู่หรือ”

“ท่านคืนคนเดียวที่ข้าใส่ใจ”

“ฮ่าๆ แต่มันก็อีกร้อยปี มันยังเร็วไปที่จะคุยเรื่องนี้..”

“ก็ตามที่ท่านว่า ข้าจะเชื่อฟังท่าน”

“นั่นแหละถูกต้องแล้ว นี่คือสิ่งที่หมายถึงว่าเจ้าเป็นหัวหน้าฝ่ายภายในในขณะที่ข้าเป็นหัวหน้าฝ่ายภายนอก”

“ข้าว่าท่านเป็นหัวหน้าฝ่ายภายในมากกว่านะเจ้าคะ”

“หือ เจ้าหมายถึงอย่างไรนะ”

“อืม ไม่ใช่ท่านหรือที่เข้ามาในส่วนภายในของข้าทุกวัน..”

พึ่บ! เจียงหมิงอดใจไม่ไหวอีกต่อไป เขาสร้างอวตาร 10,000 ตัวขึ้นมาทันที เมื่อหลิงหลงเห็นดังนั้น เธออดไม่ได้ที่จะปิดปากหัวเราะ เธอก็สร้างอวตารขึ้นมาหลายตัวเช่นกัน และเรียกโคลนอีก 9 ตัวของเธอมาด้วย

ทันใดนั้น สงครามทำลายล้างก็ปะทุขึ้น ดวงดาวระเบิด หลุมดำยุบตัวลง ขณะที่ของเหลวอันร้ายแรงแห่งหยางบริสุทธิ์ก็พวยพุ่งออกมา ท่วมท้นท้องฟ้าอันกว้างใหญ่…

สงครามอันยิ่งใหญ่นี้ดำเนินไปนานถึงหนึ่งศตวรรษ ในพื้นที่เล็กๆ ที่พวกเขาสร้างขึ้นมาก่อนที่จะสิ้นสุดลง

เมื่อออกมาจากพื้นที่ของเวลาที่ย้อนกลับ เจียงหมิงนอนลงอีกครั้ง เขาถูหลังของเขา ซึ่งค่อนข้างจะเริ่มเจ็บและอ่อนล้า

อย่างไรก็ตามเจียงหมิงยิ้ม มันเป็นเพราะหลิงหลงนั้นได้หมดแรงและหลับไปแล้ว

ขณะที่ดวงอาทิตย์กำลังลับขอบฟ้าทางทิศตะวันตก แสงสว่างของมันได้ทาสีท้องฟ้าทั้งหมดเป็นสีแดงเข้ม

เจียงหมิงลุกขึ้นยืนและยืดเส้นยืดสาย เมื่อเขามองไปยังอีกด้านหนึ่งและเห็นอุปกรณ์ทำอาหารมากมาย เขายิ้มและทำอาหารให้ตัวเอง

เขาทำจนเป็นนิสัยไปแล้ว

ในเวลาอันสั้นเส้นแป้งเรียวยาวตัดด้วยมีดพร้อมเป็นก๋วยเตี๋ยว บะหมี่ผัด บะหมี่เนื้อสับ และอื่นๆ… เมนูเส้นทั้งหมด 81 รายการปรากฏบนโต๊ะ

‘นี่แหละชีวิต!’ เจียงหมิงกินด้วยความพึงพอใจอย่างมาก

หลังจากนั้นเจียงหมิงก็เอนหลังลงบนเก้าอี้หวายขณะตบหน้าท้องเบาๆ และมองไปที่ท้องฟ้ายามค่ำคืนที่มัวๆ เขาถอนหายใจออกมาโดยไม่ทราบสาเหตุ และนึกถึงชีวิตในอดีตของเขาที่ผ่านมานานแล้ว

‘ข้ามาจากไหนกันแน่’ เจียงหมิงอดคิดไม่ได้

ชาติภพในอดีตที่เขาพูดถึงนั้นมีอยู่จริงหรือ หรือเป็นเพียงความฝัน เมื่อเขานึกถึงมันอย่างถี่ถ้วนบางครั้ง เขาก็จะรู้สึกสับสน

ในที่สุด เจียงหมิงก็ส่ายหัวและกดความคิดนั้นลงไป

‘อืม! ดินแดนแห่งความโกลาหลดึกดำบรรพ์ ข้าต้องไปที่นั่นสักวัน’

เจียงหมิงไม่ได้ถามหงฉานเกี่ยวกับเหตุการณ์สำคัญที่จะเกิดขึ้นในอีกหนึ่งร้อยปีข้างหน้า ด้วยความคิดในใจ เขาเดินเข้าไปในพื้นที่ฝึกฝนพิเศษภายในเจดีย์สูงสุดโดยตรง

พลังของเจียงหมิงพุ่งทะยานขึ้นไปอย่างรวดเร็ว และรากฐานการฝึกฝนของเขาก็พัฒนาขึ้นอย่างมาก ดังนั้น เขาจึงคิดว่าถึงเวลาที่เขาจะต้องหยุดพักการฝึกฝนของเขาเสียที ท้ายที่สุด แม้ว่าเขาจะแข็งแกร่ง แต่ความสามารถพิเศษต่างๆ ของเขาก็ไม่สามารถตามทันและกลายเป็นจุดอ่อนแทน

ขณะนั่งสมาธิ เจียงหมิงก็กำลังคิดว่าเขาควรเริ่มจากตรงไหน

ทักษะการควบคุมภาชนะอนันต์นั้นมีศักยภาพไม่จำกัดและไม่สามารถทิ้งได้ ข้าไม่รู้ว่าข้าจะสามารถเรียนรู้มันได้ถึงระดับการควบคุมอาวุธแห่งความโกลาหลสูงสุดหรือไม่ นอกจากนี้ยังมีทักษะการก้าวข้ามอนันต์ ข้าเคยคิดว่าข้าต้องรวมกายอดีต กายปัจจุบัน และกายอนาคตเข้าด้วยกันเพื่อพัฒนา แม้ว่านี่จะเป็นวิธีการพัฒนา แต่ก็จะเป็นเรื่องยากอย่างไม่น่าเชื่อที่จะไปไกลกว่าสามร่างกาย อย่างไรก็ตาม...

ระหว่างสายน้ำแห่งความคิดต่างๆ ได้ไหลบ่าเข้าสู่จิตใจของเจียงหมิง นอกเหนือจากสองทักษะนี้แล้ว ทักษะอื่นที่เขามีคือทักษะกฏนิ้วอนันต์หวนคืน

ข้าต้องคิดค้นทักษะวิญญาณบริสุทธิ์และเทักษะกายภาพด้วย

นี่เป็นความตั้งใจสำหรับเจียงหมิงในขณะนี้ นั่นเพราะที่ผ่านมาเขาใช้เวลาส่วนใหญ่เน้นไปที่การบ่มเพาะพลังเพียงอย่างเดียวเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม ตอนนี้เจียงหมิงก้าวหน้าไปมากพอสมควรแล้ว ความสามารถพิเศษของเขาต้องการทักษะแห่งเต๋าที่สอดคล้องกัน เพื่อให้เขาสามารถดึงพลังที่แท้จริงของเขาออกมาได้ การควบคุมกฎของเขายังคงต่ำเกินไป และความสามารถพิเศษเพียงอย่างเดียวที่เขาได้คือกฎนิ้วอนันต์เท่านั้น

และข้าก็จะต้องหาวิธีที่ปรับปรุงพุทธโลกาของข้าให้ดียิ่งขึ้น..

เจียงหมิงปวดหัวเล็กน้อย ตามมาตรฐานแล้ว ระดับสูงสุดของโลกภายในคือหนึ่งหมื่นล้านจักรวาล แต่เจียงหมิงรู้ว่านี่ห่างไกลจากจุดสิ้นสุดมาก เมื่อต้นไม้โลกของเขากลืนต้นไม้แห่งความโกลาหลไป เขามีข้อสันนิษฐานแบบคร่าวอยู่แล้ว แต่เขายังไม่แน่ใจ เขาต้องหาการสิ่งยืนยันบางอย่าง

ถึงแม้เจียงหมิงจะรู้ว่ามีทางไปข้างหน้า แต่เขาก็ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรต่อไป เขารู้สึกว่ามันยากที่จะผ่านมันไปให้ได้

‘เต๋าอันยิ่งใหญ่ไม่มีขอบเขต ข้าจะค้นหาอย่างช้าๆ’ เจียงหมิงกล่าวเบาๆ หลังจากนั้นเขาก็ปิดตาเพื่อเริ่มฝึกฝนตนเอง

ช่วงเวลาแห่งนิรันดร์ผ่านไปในพริบตา เจียงหมิงกลับมายังยอดเขาชูหยางอีกครั้ง มันเพิ่งผ่านไปแค่พริบตาตั้งแต่เขาทิ้งไป แต่ปราณของเขาเย็นชาขึ้นมากอีกครั้ง มันเย็นเหมือนน้ำแข็ง แข็งเหมือนหินจากกาลเวลาอันยาวนาน

อนิจจา การบ่มเพาะอันแสนนานทำให้เขาลืมความรู้สึกและตัวตนของตนเองได้อย่างง่ายดาย นี่จะนำไปสู่ความเย็นชาเมื่อบุคคลสูญเสียเป้าหมายในชีวิต และจะตกอยู่ในสภาพปีศาจหรือไม่ก๋กลายเป็นเต๋า

เจียงหมิงไม่ได้นอนลง แต่เขาก็เดินไปที่ครัวและเริ่มทำอาหารให้ตัวเอง

เครื่องดื่มและอาหารเป็นความอบอุ่นของโลกมนุษย์

หลังจากที่เจียงหมิงได้ทานอาหารและเครื่องดื่มอย่างเพียงพอ ร่วมกับการปรับตัวของตัวเอง เขาก็ตัดความทรงจำปลอมออกไปเป็นจำนวนมาก และปราณแห่งความเฉยชาของเขาก็หายไปเกือบหมด

หลังจากนั้น เจียงหมิง ก็ชงชาให้ตัวเองหนึ่งกา นอนพักผ่อนบนเก้าอี้หวายอย่างสบายอารมณ์ หลังจากจิบชา จิตใต้สำนึกของเขาก็เข้าสู่กลุ่มเต๋าที่ยิ่งใหญ่

เขามีความพร้อมที่จะตามหาหงฉานเพื่อสอบถามเกี่ยวกับอาณาจักรแห่งความโกลาหล รวมถึงวิธีที่จะทำให้โลกภายในของเขาพัฒนาขึ้นไปอีกขั้น

จบบทที่ chapter 498: นิรันดร์ในชั่วพริบตา

คัดลอกลิงก์แล้ว