- หน้าแรก
- นางรองแล้วไง เดี๋ยวแม่จะทำให้คลั่งรักให้หมด
- บทที่ 25: เผชิญหน้าความจริงและการตัดสินใจขั้นเด็ดขาด
บทที่ 25: เผชิญหน้าความจริงและการตัดสินใจขั้นเด็ดขาด
บทที่ 25: เผชิญหน้าความจริงและการตัดสินใจขั้นเด็ดขาด
กู้เจียวเจียวไม่ได้ออกจากบ้านจนกระทั่งเวลาบ่ายสองโมงห้าสิบนาที และเธอใช้เวลาขับรถเพียงสิบนาทีก็มาถึงจุดหมาย
ทว่าทันทีที่ขับรถออกมา เธอก็สังเกตเห็นหางโจวเล็กๆ สามหางขับตามหลังมาติดๆ
ในเมื่อสลัดไม่หลุด เธอก็ปล่อยให้พวกเขาตามมาก็แล้วกัน
ยิ่งคนเยอะก็ยิ่งสนุกไม่ใช่หรือไง
ทันทีที่กู้เจียวเจียวก้าวเข้ามาในร้านกาแฟ เธอก็เห็นโม่อวิ๋นถิงโบกมือเรียกอยู่ไกลๆ เธอเดินตรงเข้าไปหาเขาด้วยสีหน้าราบเรียบ ฝีเท้าก้าวอย่างมั่นคง ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งฝั่งตรงข้าม
ทั้งสองตกอยู่ในความเงียบไปชั่วขณะ
โม่อวิ๋นถิงมีคำพูดนับพันหมื่นคำที่อยากจะเอื้อนเอ่ย แต่มื่อเห็นใบหน้าที่เรียบเฉยของกู้เจียวเจียว เขากลับพูดไม่ออกเลยสักคำ
ในที่สุด กู้เจียวเจียวก็เป็นฝ่ายทำลายความเงียบ น้ำเสียงของเธอไร้ซึ่งคลื่นอารมณ์ใดๆ "ฉันคิดว่าระหว่างเราคงไม่มีเรื่องอะไรให้ต้องคุยกันอีกแล้วล่ะ หรือว่าเรากำลังจะมาคุยเรื่องแบ่งสินสมรสกันดีล่ะ?"
เมื่อได้ยินคำพูดประชดประชันของกู้เจียวเจียว โม่อวิ๋นถิงก็เม้มริมฝีปากแน่นด้วยความขมขื่น
"เจียวเจียว ผมรู้ว่าความผิดของผมมันยากที่จะให้อภัย แต่ข้อตกลงความร่วมมือกับตระกูลกู้นั่นมันเป็นเรื่องก่อนหน้านี้นะ โปรเจกต์นั้นผมก็สั่งระงับไปแล้ว ผม..."
กู้เจียวเจียวยกมือขึ้นเป็นเชิงห้าม ขัดจังหวะคำอธิบายของเขา "ไม่ต้องอธิบายหรอกค่ะ"
เธอเหยียดยิ้มเย้ยหยัน "เมื่อก่อนฉันเคยคิดนะว่าอวิ๋นถิงคงไม่ได้รักฉันมากมายอะไรขนาดนั้น แต่ก็ไม่คิดเลยว่านั่นจะเป็นความจริง ฉันหลงคิดไปเองว่าฉันเป็นผู้หญิงเพียงคนเดียวที่อยู่เคียงข้างคุณ และคิดว่าความสัมพันธ์ของเราจะลึกซึ้งยิ่งขึ้นหลังจากแต่งงานกัน แต่ฉันคงคิดมากไปเองจริงๆ"
"ความรักความผูกพันหลายปีของเราคงไม่มีค่าอะไรเลยสินะ คุณถึงได้กล้าลงมือทำร้ายตระกูลกู้ได้อย่างหน้าตาเฉยแบบนี้ จริงไหมคะ โม่อวิ๋นถิง?"
เมื่อเผชิญหน้ากับคำซักไซ้ของกู้เจียวเจียว โม่อวิ๋นถิงก็พยายามข่มความเจ็บปวดเอาไว้ "เจียวเจียว ผมยอมรับว่าเมื่อก่อนผมทำผิดไป ผมทำให้คุณต้องเสียใจ แต่ช่วงหลายเดือนที่ผ่านมานี้ผมมีความสุขมากจริงๆ นะ และผมก็ตระหนักได้แล้วว่าผมรักคุณมากแค่ไหน"
"เรื่องเหวินเชี่ยนมันก็แค่อุบัติเหตุ ระหว่างเรามีแค่คืนนั้นคืนเดียวจริงๆ แถมผมยังถูกวางยาอีก..."
ขณะที่พูด โม่อวิ๋นถิงก็ลอบสังเกตสีหน้าของกู้เจียวเจียวอย่างระมัดระวัง
กู้เจียวเจียวยิ้มเศร้า "อวิ๋นถิง คุณรู้ไหมคะ คืนนั้นฉันก็อยู่ที่โรงแรมเหมือนกัน ฉันเห็นกับตาตัวเองเลยล่ะว่าพวกคุณสองคนจูบกันดูดดื่มแค่ไหน"
โม่อวิ๋นถิงทั้งตกใจ หวาดกลัว และรู้สึกละอายใจอย่างบอกไม่ถูก
กู้เจียวเจียวส่ายหน้าเบาๆ "ไม่มีประโยชน์ที่จะพูดถึงเรื่องที่ผ่านไปแล้วหรอกค่ะ"
"ไม่นะ เจียวเจียว!" โม่อวิ๋นถิงเริ่มลุกลน เขารู้สึกราวกับว่าสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตกำลังจะหลุดลอยไป "เจียวเจียว คุณให้โอกาสผมอีกสักครั้งได้ไหม? ผมสาบานเลยว่าจะไม่ทำเรื่องระยำแบบนั้นให้คุณต้องเสียใจอีกแล้ว! เรากลับมาใช้ชีวิตคู่ด้วยกันดีๆ เหมือนเดิมไม่ได้เหรอ?"
ใบหน้าของกู้เจียวเจียวว่างเปล่า ดูเย็นชาไร้เยื่อใย
"ฉันเคยให้โอกาสคุณไปแล้วนะคะ อวิ๋นถิง ตอนที่เกิดอุบัติเหตุรถชน ฉันถามคุณว่าเคยทำอะไรผิดต่อฉันบ้างไหม แต่คุณก็บอกว่าไม่มี ถ้าตอนนั้นคุณยอมซื่อสัตย์กับฉัน เรื่องราวของเราคงไม่เดินมาถึงจุดนี้หรอก"
กู้เจียวเจียวหยิบหนังสือหย่าออกจากกระเป๋า และวางมันลงตรงหน้าโม่อวิ๋นถิง
วินาทีนั้น เขาไม่อาจกลั้นน้ำตาไว้ได้อีกต่อไป ดวงตาของเขาแดงก่ำ โม่อวิ๋นถิงพยายามจะคว้ามือของกู้เจียวเจียวเอาไว้ แต่เธอก็เบี่ยงตัวหลบ
"ไม่นะ เจียวเจียว ผมไม่เคยคิดที่จะหย่ากับคุณเลยจริงๆ!"
"อย่างนั้นเหรอคะ?" กู้เจียวเจียวตอบกลับอย่างไม่ใส่ใจ "แต่ตอนนั้นคุณเอาแต่อารมณ์เสียใส่ฉันซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพราะเหวินเชี่ยน แถมยังหาว่าฉันเป็นพวกคุณหนูเอาแต่ใจ ไร้เหตุผล คุณลืมเรื่องคลุมเครือระหว่างคุณกับเธอในอดีตไปหมดแล้วหรือไง?"
กู้เจียวเจียวขุดคุ้ยเรื่องราวบาดหมางในอดีตขึ้นมา เธอต้องการให้โม่อวิ๋นถิงได้รับรู้ถึงความเจ็บปวดที่เขาเคยฝากไว้กับเธอ และตอนนี้ ความเจ็บปวดเหล่านั้นกำลังจะย้อนกลับไปทำร้ายตัวเขาเองบ้างแล้ว
ทุกเรื่องราวในอดีตเปรียบเสมือนมีดแหลมคมที่กรีดแทงลงกลางใจของโม่อวิ๋นถิง ความเจ็บปวดรวดร้าวแผ่ซ่านไปทั่วทุกอณูในร่างกาย
โม่อวิ๋นถิงพูดไม่ออกแม้แต่คำเดียว
กู้เจียวเจียวส่ายหน้าด้วยความผิดหวัง "เซ็นซะเถอะค่ะ อย่าปล่อยให้จุดจบของเราต้องกลายเป็นเรื่องบาดหมางกันไปมากกว่านี้เลย"
โม่อวิ๋นถิงก้มมองหนังสือหย่าที่มีลายเซ็นของกู้เจียวเจียวประทับอยู่ก่อนแล้ว ในที่สุดหยาดน้ำตาก็เอ่อท้นจนพร่าเลือนวิสัยทัศน์ของเขา
เจียงซิงวั่ง ลู่เฉินอี้ และเสิ่นเหยียนหยวน นั่งอยู่ที่โต๊ะตัวหนึ่งซึ่งอยู่ห่างออกไปไม่ไกลนัก พวกเขาได้ยินบทสนทนาของทั้งสองคนอย่างชัดเจน
เมื่อเห็นกู้เจียวเจียวหยิบหนังสือหย่าออกมา ทั้งสามคนก็รู้สึกยินดีปรีดาขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้ ทว่าเมื่อสบตากันและเห็นรอยยิ้มที่ปิดไม่มิดของอีกฝ่าย ทั้งสามก็เบือนหน้าหนีไปคนละทิศคนละทางโดยพร้อมเพรียงกัน
พวกเขาต่างรู้ดีว่าอีกฝ่ายกำลังคิดอะไรอยู่
ก็แน่ล่ะ ในเมื่อเป้าหมายของพวกเขามันคือสิ่งเดียวกันนี่นา
โม่อวิ๋นถิงปฏิเสธที่จะเซ็นชื่อ จู่ๆ เขาก็ลุกพรวดขึ้นแล้วพุ่งเข้าสวมกอดกู้เจียวเจียว "เราอย่าหย่ากันเลยนะ ขอร้องล่ะ เจียวเจียว!"
น้ำเสียงของเขาแหบพร่า
กู้เจียวเจียวดิ้นรนขัดขืนและตวาดเสียงเย็น "ปล่อยฉันนะ!"
โม่อวิ๋นถิงยิ่งกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้นไปอีก
สีหน้าของชายหนุ่มทั้งสามคนแปรเปลี่ยนเป็นเย็นเยียบ พวกเขาลุกขึ้นยืนและเดินตรงเข้าไปหาทันที
เสิ่นเหยียนหยวนกระชากตัวโม่อวิ๋นถิงออกห่าง "เธอบอกให้แกปล่อยไง!"
โม่อวิ๋นถิงเซถลาลงไปนั่งบนเก้าอี้ ผมเผ้ายุ่งเหยิง เขาเสยผมลวกๆ สองสามทีก่อนจะเงยหน้ามองทั้งสามคนแล้วเอ่ยถาม "พวกนายมาทำอะไรที่นี่?"
เสิ่นเหยียนหยวน: "ผ่านมาน่ะ"
ลู่เฉินอี้: "แค่ทางผ่าน"
เจียงซิงวั่ง: "..."
โชคดีที่โม่อวิ๋นถิงเหมาปิดร้านกาแฟแห่งนี้ไว้ ไม่อย่างนั้นพวกเขาทั้งห้าคนคงตกเป็นเป้าสายตาของคนทั้งร้านไปแล้วแน่ๆ
เจียงซิงวั่งเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย "มีอะไรก็ค่อยๆ นั่งคุยกันดีๆ สิ"
กู้เจียวเจียวแค่นเสียงขึ้นจมูก "ไม่มีอะไรต้องคุยแล้วล่ะ เซ็นใบหย่าซะ แล้วเราจะได้แยกย้ายกันไปด้วยดี"
เมื่อเห็นท่าทีฟึดฟัดของกู้เจียวเจียว เจียงซิงวั่งก็รู้สึกหมั่นเขี้ยวจนอยากจะเอื้อมมือไปหยิกแก้มป่องๆ นั่นเสียจริง
ดีแล้วล่ะ ที่เธอยังดูมีชีวิตชีวาแบบนี้
โม่อวิ๋นถิงมองพี่น้องทั้งสามราวกับเป็นฟางเส้นสุดท้าย เขาอดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากขอร้อง "เจียวเจียวต้องการจะหย่ากับฉัน พวกนายช่วยพูดเกลี้ยกล่อมเธอให้หน่อยสิ"
ระบบ 888 ระเบิดเสียงหัวเราะลั่นดังก้องอยู่ในหัวของกู้เจียวเจียว
นี่มันฉากพิลึกพิลั่นอะไรกันเนี่ย!
ดราม่า! โคตรดราม่าเลย!
เห็นแล้วนึกถึงมีมแจกหมวกเขียวเลยแฮะ ไม่ต้องแย่งกันนะ ได้ใส่กันถ้วนหน้าแน่นอน!
กู้เจียวเจียวสั่งให้ 888 หยุดหัวเราะ เพราะมันทำให้เธอรำคาญ
ลู่เฉินอี้เองก็แทบจะกลั้นขำไว้ไม่อยู่ ในบรรดาสามคนนี้ เขาเป็นคนที่ขี้เล่นที่สุด เขาจึงอดไม่ได้ที่จะช่วยกระพือไฟให้โหมกระหน่ำยิ่งขึ้น "อวิ๋นถิง นี่นายไปทำเรื่องเลวร้ายอะไรให้เจียวเจียวต้องเสียใจเข้าล่ะ เธอถึงได้ขอหย่าแบบนี้?"
อวิ๋นถิงถึงกับใบ้กินไปชั่วขณะ
เสิ่นเหยียนหยวนก้าวออกมาสวมบทบาทคนดี แต่คำพูดของเขากลับทิ่มแทงใจดำสุดๆ "โม่อวิ๋นถิง เรื่องของหัวใจมันบังคับกันไม่ได้หรอกนะ เห็นท่าทีเด็ดเดี่ยวของเจียวเจียวแบบนี้แล้ว บางทีนายควรจะยอมเซ็นซะเถอะ จะได้ไม่ต้องมานั่งผิดใจกันไปมากกว่านี้ไง"
ร่างกายของโม่อวิ๋นถิงยิ่งแข็งทื่อขึ้นไปอีก
นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันเนี่ย? เขาหันไปมองเจียงซิงวั่งอย่างอดไม่ได้ แม้แต่คนซื่อบื้ออย่างเขาก็ยังสัมผัสได้ถึงความผิดปกติบางอย่าง
เจียงซิงวั่งยังคงนิ่งเฉย สีหน้าเรียบตึงไม่บ่งบอกอารมณ์ แม้ว่าสิ่งที่พวกเขาทำมันอาจจะดูใจจืดใจดำไปสักหน่อย แต่ก็ไม่มีใครทำเรื่องเกินเลย แถมโม่อวิ๋นถิงต่างหากที่เป็นฝ่ายหักหลังกู้เจียวเจียวก่อน
"เซ็นซะเถอะ จะได้จากกันด้วยดี" เขาพูดอย่างตรงไปตรงมา
โม่อวิ๋นถิงไม่คิดเลยว่าเพื่อนรักทั้งสามคนจะไม่มีใครเข้าข้างเขาสักคน ด้วยความรู้สึกอับอายระคนโกรธแค้น เขาลอบสังเกตสีหน้าของทั้งสามอย่างละเอียด และในที่สุดเขาก็ตระหนักได้ถึงความผิดปกติบางอย่าง
สายตาที่เพื่อนทั้งสามมองกู้เจียวเจียวนั้นมันดูคุ้นเคย คุ้นเคยจนเกินไป
ราวกับมีสายฟ้าฟาดเปรี้ยงลงมากลางกบาล โม่อวิ๋นถิงสั่นสะท้านไปด้วยความตกตะลึง
นี่พวกมันเริ่มชอบเจียวเจียวตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?
แล้วนี่พวกมันทั้งสามคนแอบชอบเจียวเจียวพร้อมกันเลยงั้นเหรอ?
แล้วเจียวเจียวล่ะ?
ที่เธอขอหย่ากับเขา เป็นเพราะพวกมันด้วยหรือเปล่า?
เพียงแค่เสี้ยววินาที โม่อวิ๋นถิงก็ได้ลิ้มรสชาติของชีวิตครบทุกรส ทั้งขม หวาน เปรี้ยว และเผ็ดร้อน
ไม่รู้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ โม่อวิ๋นถิงไม่พูดอะไรอีก เขาหยิบปากกาขึ้นมา แล้วจรดปลายปากกาเซ็นชื่อตัวเองลงไปอย่างหนักแน่น
"เจียวเจียว... ผมขอถามคุณแค่คำถามเดียว ที่คุณขอหย่ากับผม เป็นเพราะพวกมันใช่ไหม?"
กู้เจียวเจียวมองโม่อวิ๋นถิงด้วยความผิดหวัง เมื่อก่อนเธอหลงรักผู้ชายพรรค์นี้หัวปักหัวปำไปได้ยังไงกันนะ?
ความรักหยาดสุดท้ายที่หลงเหลืออยู่ในใจมลายหายไปจนสิ้น
โม่อวิ๋นถิงรู้สึกเสียใจอีกครั้ง เขาไม่น่าปากพล่อยพูดแบบนั้นออกไปเลย เมื่อเห็นสายตาที่เต็มไปด้วยความผิดหวังของกู้เจียวเจียว เขาก็รู้ตัวว่าตัวเองคงหมดหวังที่จะกู้สถานการณ์กลับมาแล้ว
กู้เจียวเจียวลุกขึ้นยืน "พรุ่งนี้เช้าแปดโมงตรง เจอกันที่ที่ว่าการอำเภอนะคะ"