- หน้าแรก
- จุติเทพสงครามหลังโดนไล่ออกผมก็ไปอาละวาดที่แนวหน้า
- บทที่ 135 ตำนานสีส้ม ปราชญ์ศัสตราไร้พ่าย!
บทที่ 135 ตำนานสีส้ม ปราชญ์ศัสตราไร้พ่าย!
บทที่ 135 ตำนานสีส้ม ปราชญ์ศัสตราไร้พ่าย!
เหนือชั้นเมฆาที่สูงเสียดฟ้า
ปีกวายุครุฑาเบื้องหลังของเฉินเทียนขยับไหวเบาๆ ทุกครั้งที่สะบัดจะทิ้งรอยโซนิคบูมเป็นทางยาว มิติหมอกสีเทาเบื้องล่างถูกสลัดทิ้งไว้เบื้องหลังโดยสมบูรณ์
"ฮู่ว..."
เฉินเทียนมองดูแผงระบบที่กะพริบอยู่บนเรตินา
การกวาดล้างคลื่นสัตว์ร้ายด้วยตัวคนเดียวเมื่อครู่ ทำให้แต้มสังหารของเขาทะยานขึ้นมาอยู่ที่หนึ่งแสนแต้มพอดี
หนึ่งแสนแต้ม
นี่คือเส้นแบ่งเขตแดนที่สำคัญ
สายตาของเฉินเทียนกวาดผ่านพรสวรรค์สีม่วงพรึบพรับ ก่อนจะหยุดลงที่พรสวรรค์ดั้งเดิมที่อยู่กับเขามานานที่สุดและมีพลังทำลายล้างสูงที่สุด
【กายาดาบแต่กำเนิด (สีม่วง)】
ตั้งแต่วันแรกที่ได้รับมา พรสวรรค์นี้คือรากฐานความมั่นใจในการฆ่าศัตรูข้ามระดับของเฉินเทียนมาเสมอ ไม่ว่าจะเป็นความเข้าใจในเจตจำนงดาบ หรือคุณสมบัติการฟันสิ้นทุกสรรพสิ่ง มันทำให้เขาราวกับไร้ผู้ต้านในระดับเดียวกัน
และตอนนี้ เมื่อแต้มสังหารทะลุหลักแสน แน่นอนว่านี่คือสิ่งที่เขาต้องการอัปเกรดมากที่สุด
"ระบบ"
เฉินเทียนสูดลมหายใจลึก แววตาฉายประกายเด็ดเดี่ยวและคลั่งไคล้
"ใช้แต้มสังหาร 100,000 แต้ม"
"อัปเกรด [กายาดาบแต่กำเนิด]...!"
บึ้ม—!!!
ทันทีที่แต้มหนึ่งแสนถูกหักออกไป มันราวกับมีระเบิดนิวเคลียร์ระเบิดขึ้นในทะเลความรู้ของเฉินเทียน แรงสั่นสะเทือนครั้งนี้รุนแรงกว่าครั้งไหนๆ ที่ผ่านมา หากการเลื่อนขั้นพรสวรรค์สีม่วงคือลำธารที่ไหลมารวมเป็นแม่น้ำ... ครั้งนี้มันคือทางช้างเผือกที่ถล่มลงมา ดาราร่วงหล่นจากสรวงสวรรค์!
ไม่มีความเจ็บปวด
มีเพียงความรู้สึกที่เบาสบายถึงขีดสุด ราวกับดวงวิญญาณกำลังถูกยกระดับให้สูงขึ้น
เฉินเทียนรู้สึกเหมือนตัวเองกำลัง "ละลาย" กระดูก เนื้อหนัง หรือแม้แต่เซลล์ทุกเซลล์ถูกกฎเกณฑ์สูงสุดบางอย่างบดขยี้แล้วประกอบขึ้นใหม่ พลังที่คมกร้าวที่เคยไหลเวียนอยู่ในตัวเริ่มสงบลง
มันไม่ได้ดูดุดันโอหังเหมือนเมื่อก่อน
แต่นี่ไม่ใช่ความอ่อนแอ แต่มันคือการ "เปลี่ยนสถานะ"
เหมือนเหล็กชั้นยอดที่ผ่านการตีดาบนับหมื่นครั้ง จนสุดท้ายสลัดความใจร้อนทิ้งไป กลายเป็นศัสตราไร้พ่ายที่คืนสู่สามัญ
เคร้ง
เขาไม่ได้ชักดาบ แต่เหนือท้องฟ้ารัศมีร้อยลี้ ทะเลเมฆพลันสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง
จากนั้น แสงสีส้มที่เจิดจ้าบาดตาก็ค่อยๆ ควบแน่นบนหน้าจอระบบ
[ติ๊ง! วิวัฒนาการพรสวรรค์สำเร็จ!]
[ยินดีด้วยโฮสต์ได้รับพรสวรรค์ระดับ "สีส้ม" อย่างแรก!]
[ชื่อพรสวรรค์: ปราชญ์ศัสตราไร้พ่าย]
[ระดับ: สีส้ม (ตำนาน)]
[คำอธิบาย: สุดทางแห่งดาบ ใครคือผู้ปกครอง? เมื่อเฉินเทียนปรากฏ วิถีอื่นล้วนมลายสิ้น คุณไม่ใช่เพียงผู้ถือดาบอีกต่อไป แต่คุณคือตัวตนแห่งวิถีดาบ เป็นเจ้าแห่งอาวุธทั้งปวง นับจากนี้ไปไม่มีวิชาดาบใดต้องเอ่ยถึง เพราะทุกท่วงท่าของคุณคือสัจธรรมสูงสุดแห่งศัสตรา]
[เจตจำนงดาบเข้าสู่ระดับเทพ]: คุณก้าวข้ามพันธนาการของ "กระบวนท่า" และ "พลังกดทับ" เข้าสู่ระดับ "เจตจำนง" ล่วงหน้าก่อนใครเพื่อน ความคิดของคุณคือทิศทางของดาบ แม้ไม่มีดาบในมือ เจตจำนงในใจก็สามารถผ่าภูผาและแยกนทีได้
[ศัสตราสยบ]: ในโลกนี้ไม่มีดาบเล่มใดกล้าทำร้ายราชาของมัน อาวุธมีคมทุกชนิด (ดาบ, ขวาน, ใบมีด) ที่ฟันเข้าหาคุณ จะถูกบังคับลดอานุภาพลง 90%
[ดาบเดียวพิชิต]: การโจมตีของคุณไม่ได้จำกัดอยู่แค่กายภาพอีกต่อไป ไม่มีสิ่งใดในโลกนี้ที่คุณฟันไม่เข้า ผม เฉินเทียน มีเพียงดาบเดียว สามารถเคลื่อนย้ายขุนเขา พลิกมหาสมุทร ปราบปีศาจ สยบอสูร สั่งการเทพ เด็ดดารา ตัดลำน้ำ ทำลายเมือง และแยกสวรรค์!
เฉินเทียนลอยนิ่งอยู่กลางเวหา มองดูคุณสมบัติบนหน้าจอ
สีส้ม
นี่คือมูลค่าที่แท้จริงของระดับตำนานงั้นเหรอ?
หากสีม่วงยังอยู่ที่จุดสูงสุดของ "เทคนิค" สีส้มก็ได้เริ่มสัมผัสถึง "มรรค" แล้ว
สีม่วงยังเน้นที่ตัวเลขสเตตัส แต่สีส้มเริ่มแตะต้องระดับ "แนวคิด"
ไม่มีตัวเลขระบุแม้แต่ตัวเดียว แต่มันกลับบดขยี้ตัวเลขทุกตัวได้อย่างราบคาบ!
[เจตจำนงดาบเข้าสู่ระดับเทพ]
ในสายตาเฉินเทียนตอนนี้ ทุกสิ่งมี "ลาย" และ "จุดอ่อน" ตราบใดที่คุณฟันไปตามลายนั้น แม้แต่ต้นหญ้าก็สามารถตัดเพชรที่แข็งที่สุดได้ นี่คือ "เจตจำนง"
ระดับ 5 คือการใช้ "พลังกดทับ" จากฟ้าดินมาข่มศัตรู
ระดับ 6 คือการบ่มเพาะ "เจตจำนง"แทรกซึมความคิดตนเองเข้าสู่ฟ้าดิน ให้ใจตนเป็นเจตจำนงสวรรค์! พลังนี้ควรจะเป็นเส้นแบ่งที่ยอดฝีมือระดับ 6 ต้องใช้เวลาฝึกฝนนับสิบปี หรือเผชิญหน้ากับความเป็นตายถึงจะสัมผัสได้
แต่ตอนนี้... เฉินเทียนที่เพิ่งอยู่ระดับ 5 ขั้นต้น กลับครอบครองมันได้อย่างสมบูรณ์แบบ แถมยังอยู่ในระดับ "เทพ" อีกด้วย!
"นี่น่ะเหรอ... เจตจำนงดาบ?" เฉินเทียนพึมพำ
เขาค่อยๆ ยื่นมือขวาออกไป กำมือเบาๆ กลางอากาศ ไม่มีดาบในมือ แต่ตามการเคลื่อนไหวของเขา อากาศในรัศมีพันเมตรรอบตัวพลันแข็งค้าง ในวินาทีนั้น ดาบยาวที่มองไม่เห็นซึ่งสร้างจากมวลอากาศและเจตจำนงปรากฏขึ้นในมือ
แต่นี่ยังไม่ใช่จุดจบ เฉินเทียนมองลงไปที่ทะเลเมฆอันกว้างใหญ่เบื้องล่าง
“ฟัน”
เขาไม่ได้ขยับท่าทางอะไรมากมาย เพียงแค่สะบัดข้อมือ เหวี่ยงดาบลงข้างล่างเบาๆ ราวกับปัดฝุ่น
ไม่มีเสียงระเบิดกัมปนาท ไม่มีแสงดาบที่สว่างไสวบาดตา ดาบนี้เงียบสงัดจนน่ากลัว
ทว่าในวินาทีต่อมา ทะเลเมฆเบื้องล่างที่หนานับพันเมตรกลับดูเหมือนก้อนชีสที่ถูกมีดคมกริบกรีดผ่าน รอยแยกยาวหลายหมื่นเมตรปรากฏขึ้นทันที! รอยแยกนั้นเรียบกริบราวกับกระจก ลึกจนเห็นขุนเขาและแม่น้ำเบื้องล่างที่กลายเป็นจุดเล็กๆ และที่น่าสยดสยองกว่านั้นคือ... รอยแยกนี้หลังจากถูกฟันออกไปแล้ว มันกลับไม่เคลื่อนตัวเข้ามาบรรจบกันเหมือนปกติ เมฆที่ไหลเข้ามาใกล้ขอบรอยแยกดูเหมือนจะเจอสิ่งที่น่ากลัวที่สุดจนต้องถอยร่นหนีไป
เจตจำนงดาบที่หลงเหลืออยู่ยังคงค้างอยู่ในอากาศ
เขาสลัก "แผลเป็น" ที่ไม่มีวันรักษาหายไว้บนท้องฟ้า! มันไม่ได้ตัดแค่เมฆ แต่มันตัด "อากาศ" และ "พื้นที่" เหนือความสูงหมื่นเมตรจนขาดออกจากกัน
"แข็งแกร่งมาก..." เฉินเทียนมองดูผลงานของตัวเอง แววตาฉายประกายตกตะลึง พลังนี้มันเหนือกว่าความเข้าใจเดิมของเขาไปไกลลิบ
"แต้มสังหารหนึ่งแสนแต้ม คุ้มค่าที่สุดแล้ว"
เฉินเทียนสลายดาบอากาศในมือทิ้งไป นี่ขนาดแค่ใช้ดาบอากาศนะ ถ้าใช้ผลของ [บาปสวรรค์] ร่วมด้วย เขาแทบไม่อยากจินตนาการเลย!
ถึงแม้ระดับการบ่มเพาะจะยังอยู่ระดับ 5 ขั้นต้น แต่ในด้านพลังรบ ต่อให้ชื่อเซียวที่เป็นระดับครึ่งก้าวสู่ระดับ 6 มาเอง ก็คงรับดาบที่เขาเหวี่ยงเล่นๆ เมื่อกี้ไม่ได้ หรือต่อให้เป็นระดับ 6 ตัวจริงมา...
แววตาเฉินเทียนลุกโชนด้วยความกระหายในการต่อสู้ ก็ใช่ว่าจะสู้ไม่ได้!
ด้วยความฮึกเหิม ปีกสีครามสยายออก
ตูม!
ร่างของเขากลายเป็นลำแสงพุ่งตรงไปยังเมืองเจียงเฉิง
ในขณะเดียวกัน
ห่างออกไปหลายร้อยกิโลเมตรจากป่าหินรกร้าง ในหุบเขาแห่งหนึ่ง
โฮก!!!
เสียงคำรามที่ดุร้ายฉีกกระชากความสงบของหุบเขา ตามมาด้วยแรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินอย่างรุนแรง
"ตั้งหลักไว้! อย่าลนลาน!"
"รุกเข้าไป! อย่าให้มันทำลายแนวป้องกันได้!"
เสียงตะโกนที่วุ่นวายดังสะท้อนไปทั่วหุบเขา หน่วยเล็กๆ หน่วยหนึ่งที่สวมชุดต่อสู้สีขาวเงินสม่ำเสมอกำลังหลบหลีกการโจมตีอย่างสุดชีวิต หน่วยนี้มีอุปกรณ์ที่ครบครันมาก ทุกคนสวมเกราะโลหะผสมระดับ A อาวุธอย่างต่ำระดับ B และมีสองคนที่ถืออาวุธระดับเกือบ S เลยทีเดียว
ที่ตราสัญลักษณ์บนหน้าอกถูกสลักเป็นรูปมังกรทะยานฟ้า และมีตัวอักษรสีทองตัวใหญ่สลักไว้ว่า: "เทียนหยุน หลงหยวน"
หากคนนอกมาเห็นคงต้องอุทานด้วยความตกใจ... มหาวิทยาลัยวรยุทธ์หลงหยวน!
อันดับหนึ่งของมณฑลเทียนหยุน หนึ่งใน "แปดสำนักสองสถาบัน" ของอาณาจักรมังกร คนที่เข้าที่นี่ได้ล้วนเป็นอัจฉริยะระดับท็อปของแต่ละเมือง และหน่วยนี้คือระดับหัวกะทิของนักศึกษาปีสุดท้าย อายุเฉลี่ยเพียง 22 ปี
คนที่อ่อนแอที่สุดในหน่วยนี้คือระดับ 3 ขั้นสูงสุด และหัวหน้าหน่วยก้าวเข้าสู่ระดับ 4 ขั้นต้นแล้ว! ขุมกำลังขนาดนี้ในเมืองระดับสองถือเป็นวีไอพีที่เดินกร่างได้เลย แต่ตอนนี้ อัจฉริยะเหล่านี้กลับเหมือนลูกไก่ที่โดนเหยี่ยวไล่ล่า สภาพสะบักสะบอม แววตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว
และศัตรูเบื้องหน้าของพวกเขา คืออสูรกายขนาดยักษ์ที่สูงกว่าสิบห้าเมตร
มันคือลิงยักษ์ที่ร่างกายปกคลุมด้วยเกราะหินสีเลือด ดวงตาแดงฉาน ทุกครั้งที่มันเหวี่ยงหมัด พื้นดินจะกลายเป็นหลุมกว้างหลายเมตร
ราชันอสูรระดับ 5 ขั้นต้น ลิงมารยกขุนเขา!
"อั้ก!" ชายหนุ่มร่างกำยำที่ถือโล่ยักษ์ถูกหมัดของลิงมารซัดจนปลิวว่อน กระอักเลือดออกมากลางอากาศ โล่โลหะผสมระดับ A ที่ทนปืนใหญ่ได้ บัดนี้บิดเบี้ยวผิดรูปเหมือนเศษเหล็ก
"พี่สาม!" หญิงสาวร่างสูงผมสั้นร้องลั่น เธอคือรองหัวหน้าหน่วย แต่ตอนนี้มือที่กุมดาบของเธอสั่นระริก
"ข้อมูลผิดพลาด!" ชายหนุ่มข้างๆ ที่กำลังร่ายกำแพงน้ำแข็งขวางลิงมารคำรามอย่างสิ้นหวัง "ใครแม่่งบอกว่าลิงมารตัวนี้เพิ่งคลอดลูกแล้วอยู่ในสภาพอ่อนแอวะ? แรงกดดันนี่มันแกร่งกว่าอาจารย์ผมอีก นี่มันช่วงพีคของมันชัดๆ!"