- หน้าแรก
- ท้าชะตาฮวงจุ้ย
- บทที่ 440 บททดสอบ
บทที่ 440 บททดสอบ
บทที่ 440 บททดสอบ
ถึงจะคิดแบบนั้น แต่ความจริงผมก็มั่นใจถึงแปดส่วนว่าไม่ผิดแน่ ส่วนอีกสองส่วนที่เหลือก็ต้องพึ่งดวงของจางเทียนหลิงเองแล้วล่ะ
จางเทียนหลิงสูดหายใจเข้าลึก ๆ ทำใจดีสู้เสือ แล้วก้าวเท้าเดินลงไปในสระน้ำ
หลิวเฉิงขมวดคิ้วหรี่ตา เป็นห่วงว่าจางเทียนหลิงจะตกลงไปในสระ
ตอนนี้ ผมเองก็ตื่นเต้นมากจนเหงื่อซึมเต็มฝ่ามือ
ทว่าผลลัพธ์กลับทำให้พวกเราประหลาดใจ เห็นเพียงจางเทียนหลิงที่ก้าวลงไปในสระไม่ได้ตกลงไปในน้ำ แต่กลับยืนอยู่บนสระน้ำได้หน้าตาเฉย
“ฮ่า ๆ หลงหยวน การตัดสินใจของนายไม่ผิดจริง ๆ ด้วย” จางเทียนหลิงดีใจสุดขีด หันกลับมาพูด
“แหงอยู่แล้ว” ภายนอกผมทำเป็นใจเย็น แต่ในใจแอบถอนหายใจอย่างโล่งอก โชคดีที่ไม่ผิด
หลิวเฉิงประหลาดใจเป็นอย่างมาก แล้วก็เดินเข้าไปในสระน้ำด้วยความอยากรู้อยากเห็นเช่นกัน
“สุดยอด เป็นสระน้ำปลอมจริง ๆ ด้วย หลงหยวน นายเก่งเกินไปแล้ว” หลิวเฉิงอดไม่ได้ที่จะเอ่ยชม
จางเทียนหลิงยิ่งตื่นเต้นหนัก ร่ายรำอยู่บนสระน้ำ “สุดเหวี่ยงไปเลย รู้สึกเหมือนชีวิตขึ้นถึงจุดสูงสุดแล้ว!”
ผมส่ายหน้าอย่างจนใจ แล้วเดินตามลงไป การได้เหยียบลงบนสระน้ำว่างเปล่าเหมือนได้เหยียบอยู่บนพื้นดิน เป็นความรู้สึกที่วิเศษจนบอกไม่ถูกจริง ๆ
“เลิกดี๊ด๊าได้แล้ว นี่เพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้น ประมาทไม่ได้เด็ดขาด” ผมเอ่ยเตือนทั้งสองคน
ดังนั้นพวกเราจึงเดินไปข้างหน้าอีกสองสามก้าว ไม่นานฉากที่เป็นสระน้ำร้างก็กลายเป็นถนนของจริง ภาพลวงตาของสระน้ำหายไป พวกเราเดินเข้ามาในคฤหาสน์แล้ว
ผมบอกให้หลิวเฉิงเก็บจานหลัวผานให้ดี จากนั้นพวกเราสามคนก็เดินหน้าต่อไป
ปราณวิญญาณในคฤหาสน์อุดมสมบูรณ์มาก ทำให้คนรู้สึกสดชื่นและอารมณ์ดี
“อืม นกร้องดอกไม้หอม ช่างเป็นทิวทัศน์ที่ดีจริง ๆ” หลิวเฉิงสูดหายใจเข้าลึก ๆ ทำหน้าเคลิบเคลิ้ม
จางเทียนหลิงอุทานออกมาว่าสมกับเป็นตระกูลซินแสฮวงจุ้ยชื่อดัง ปราณวิญญาณฟ้าดินถึงได้อุดมสมบูรณ์ขนาดนี้ สำหรับผู้ใช้อาคมแล้วถือเป็นดินแดนล้ำค่าในการฝึกฝนเลยล่ะ ต่อให้เป็นคนธรรมดา ถ้าอยู่ที่แบบนี้นาน ๆ ร่างกายก็จะยิ่งแข็งแรง และมีอายุยืนยาว
เดินมาได้หลายนาที ผมก็ยังไม่กล้าวางใจ คอยสังเกตสถานการณ์รอบตัวอยู่ตลอดเวลา
แต่ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย ผมเริ่มสงสัย บททดสอบของตระกูลหยวนไม่น่าจะมีแค่นี้หรอก
ตอนนั้นเอง ตรงหน้าพวกเราก็มีเสาไม้ที่ถูกฝังอยู่ในดินไปกว่าครึ่งโผล่ขึ้นมาเป็นแถบ มองดูคร่าว ๆ มีเสาไม้ทั้งหมดสามสิบหกต้น
“นี่มันอะไรกันเนี่ย?” หลิวเฉิงมองเสาไม้ตรงหน้าด้วยความงุนงง
ว่าแล้วเชียว ผมรู้ว่ามันไม่ง่ายขนาดนั้นหรอก นี่คือบททดสอบต่อไปของตระกูลหยวน
“นี่คือค่ายกลเสาเทียนกังในรูปแบบเสาดอกเหมย รูปแบบการเรียงเสาเทียนกังจะแบ่งเป็นสิบสองแถวจากซ้ายไปขวา แต่ละแถวจะปักเสาสามต้น หน้า กลาง หลัง รวมทั้งหมดสามสิบหกต้น สื่อความหมายถึงสามสิบหกเทียนกัง ผมว่าพวกเขาคงจะให้พวกเราเดินบนเสา เพื่อทดสอบทักษะพื้นฐานของพวกเราน่ะ” ผมเอ่ยปากอธิบาย
จางเทียนหลิงหัวเราะ บอกว่าเรื่องแค่นี้จิ๊บจ๊อยมากสำหรับเขา ตั้งแต่เด็กตอนอยู่เหมาซานเขาฝึกเสาดอกเหมยมาไม่รู้ตั้งเท่าไหร่ เรียกได้ว่าการเดินบนเสาดอกเหมยสำหรับเขาแล้ว ก็เหมือนเดินบนพื้นราบเลยล่ะ
“นายไม่มีปัญหาก็จริง แต่ฉันกับหลิวเฉิงไม่แน่ใจนะ” ผมเตือนเขา
ผมกับหลิวเฉิงไม่เคยฝึกเสาดอกเหมยมาก่อน ไม่กล้ารับประกันหรอกว่าพวกเราสองคนจะไม่มีปัญหา
เดาว่าบททดสอบนี้ คงจะตั้งเงื่อนไขไว้ว่า หากพวกเราคนใดคนหนึ่งเผลอตกลงมาตอนเดินบนเสา บททดสอบก็ต้องถือว่าล้มเหลวแน่ ๆ
ผมยังพอจะลองดูได้ แต่หลิวเฉิงนี่สิคงลำบากน่าดู
“ไอ้คิงคอง เดี๋ยวนายเดินตามฉันกับหลงหยวนไปช้า ๆ นะ ถ้าขืนตกลงไปล่ะก็ ฉันไม่เอานายไว้แน่” จางเทียนหลิงขู่หลิวเฉิงตั้งแต่ยังไม่ทันเริ่ม
หลิวเฉิงรู้สึกลำบากใจ บอกว่าเขาไม่กล้ารับปากหรอก
“ให้ตายเถอะ อย่างน้อยตอนนี้นายก็เป็นผู้ใช้อาคมคนหนึ่งแล้วนะ ช่วยมีความฮึกเหิมหน่อยได้ไหม?” จางเทียนหลิงพูดอย่างหงุดหงิด
หลิวเฉิงเบ้ปาก ไม่อยากจะต่อล้อต่อเถียงกับเขา
ไม่มีทางเลือก ผมเลยต้องหยิบยันต์เสริมพลังออกมา “เพื่อความชัวร์ เราสองคนใช้ยันต์เสริมพลังช่วยก็แล้วกัน”
หลังจากผมกับหลิวเฉิงแปะยันต์เสริมพลัง จางเทียนหลิงก็นำหน้า กระโดดขึ้นไปบนเสาต้นแรกเป็นคนแรก
รอจนเขาเดินไปข้างหน้าได้สองสามก้าว ผมกับหลิวเฉิงก็กระโดดขึ้นเสาตามไปทีละคน ค่อย ๆ เดินตามหลังจางเทียนหลิงไปอย่างระมัดระวัง
สมกับที่จางเทียนหลิงเคยฝึกมา พริบตาเดียวก็ทิ้งห่างผมกับหลิวเฉิงไปช่วงหนึ่งแล้ว
“ให้ตายเถอะ พวกฉันมาเป็นเพื่อนนายรับบททดสอบบ้าบออะไรนี่แท้ ๆ นายจะเดินช้า ๆ รอพวกฉันหน่อยไม่ได้หรือไง?” หลิวเฉิงเดินช้าที่สุด ระมัดระวังที่สุด ร่างกายโอนเอนไปมาบนเสาเพราะเสียศูนย์
“ลูกพี่ ทรงตัวดี ๆ สิ” เห็นท่าทางของเขาแล้ว จางเทียนหลิงก็ทั้งตกใจทั้งกลัว
ไม่นาน จางเทียนหลิงก็เดินผ่านค่ายกลเสาเทียนกังไปจนจบ เหลือแต่ผมกับหลิวเฉิงที่ยังค่อย ๆ เดินไปข้างหน้าอย่างระมัดระวัง
พอใกล้จะเดินจบ หลิวเฉิงก็ร้องอุทานออกมา ร่างกายโอนเอนทำท่าจะตกลงมาจากเสาไม้
จางเทียนหลิงร้อนใจแทบตาย โชคดีที่ผมตาไวรีบคว้าตัวเขาไว้ได้ทัน
“ระวัง!”
“ไอ้คิงคอง นี่นายตั้งใจใช่ไหม เดินดี ๆ ไม่เป็นหรือไง” จางเทียนหลิงด่าด้วยความตกใจที่ยังไม่หาย
หลังจากหลิวเฉิงทรงตัวได้ใหม่ ก็บ่นอย่างไม่พอใจว่า “หุบปากไปเลย ขืนบ่นอีกฉันเลิกเล่นแล้ว จะทำให้นายไม่ได้เจอหน้าคู่หมั้นนายเลยคอยดู”
จางเทียนหลิงจนปัญญา เลยต้องยอมอ่อนข้อให้ “ลูกพี่ อย่าเลย ฉันผิดไปแล้ว โอเคไหม”
หลิวเฉิงแค่นเสียงหึ ๆ สองที แล้วเดินตามผมจนผ่านค่ายกลเสาเทียนกังมาได้ในที่สุด
จากนั้น พวกเราก็เดินหน้าต่อไป ครั้งนี้ตรงหน้าพวกเรามีสระน้ำสระหนึ่งโผล่ขึ้นมา
บนสระน้ำไม่มีการสร้างทางเดินไว้ และไม่เห็นเรือที่จะให้พวกเราพายข้ามสระน้ำไปด้วย
“คราวนี้อะไรอีกล่ะ คงไม่ได้ให้พวกเราว่ายน้ำข้ามไปหรอกนะ?” หลิวเฉิงเอามือพัดลมให้ตัวเอง แล้วถามขึ้น
ผมลองกะสายตาดู พบว่าระยะทางไปยังฝั่งตรงข้ามของสระน้ำ น่าจะประมาณร้อยกว่าเมตร แถมในสระน้ำยังมีใบบัวโผล่ขึ้นมาให้เห็นอยู่หลายใบ
ดูจากจำนวนของใบบัว และตำแหน่งที่พวกมันขึ้นอยู่ ผมก็พอจะเดาออกแล้วว่าต้องข้ามสระน้ำไปยังฝั่งตรงข้ามยังไง
“ฉันว่า พวกเขาคงอยากให้พวกเราใช้ใบบัวในสระน้ำพวกนั้นเป็นตัวช่วยเพื่อข้ามไปฝั่งตรงข้ามแหละ” ผมพูดความคิดของตัวเองออกไป
จางเทียนหลิงลูบคาง มองพิจารณาใบบัว แล้วก็เห็นด้วยกับความคิดของผม “มีเหตุผล!”
“ล้อเล่นหรือเปล่า จะข้ามไปยังไง พวกเราไม่มีวิชาตัวเบาสักหน่อย?” หลิวเฉิงรู้สึกลำบากใจขึ้นมาทันที
แต่จางเทียนหลิงที่อยู่ข้าง ๆ กลับไม่รีบร้อน บอกว่าเขามีวิธี
ผมอยากรู้ว่าเขามีวิธีอะไร เห็นเขาหยิบยันต์สีฟ้าสามแผ่นออกมาจากแขนเสื้อ
“นี่มัน?” วิธีวาดยันต์แบบนี้ ผมเพิ่งจะเคยเห็นเป็นครั้งแรก
จางเทียนหลิงบอกพวกเราว่านี่คือยันต์ตัวเบา สามารถทำให้ร่างกายพวกเราเบาหวิว ราวกับไร้น้ำหนักได้
แต่ถึงจะใช้ยันต์ตัวเบา ก็ยังต้องดึงพลังภายในร่างกายมาช่วยเสริมด้วย แบบนี้ถึงจะสามารถเหยียบใบบัวข้ามไปฝั่งตรงข้ามได้สำเร็จ
ผมพยักหน้าเห็นด้วยว่าเป็นวิธีที่ดี แต่ก็แค่สำหรับผมกับเขาเท่านั้นนะ
หลิวเฉิงเพิ่งจะกลายเป็นผู้ใช้อาคมได้ไม่นาน การควบคุมพลังภายในยังไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เกรงว่าจะไม่สำเร็จง่าย ๆ หรอก
“นั่นสิ ฉันไม่อยากกลายเป็นลูกหมาตกน้ำหรอกนะ” หลิวเฉิงตอนนี้ก็รู้ตัวเองดี เลยตอบกลับไป
เพื่อเรื่องสำคัญตลอดชีวิตของตัวเอง จางเทียนหลิงเลยต้องเป็นคนลงมือสอนหลิวเฉิงด้วยตัวเอง กะจะให้เขามาฝึกเอาดาบหน้านี่แหละ
ผมพักผ่อน มองดูจางเทียนหลิงสอนหลิวเฉิงฝึกฝนอยู่ริมสระน้ำ ครึ่งชั่วโมงต่อมา หลิวเฉิงก็พัฒนาขึ้นไม่น้อยเลย
“น่าจะได้แล้วล่ะ ขอแค่นายไม่ลืมความรู้สึกในตอนนี้ ต้องทำได้แน่” จางเทียนหลิงช่วยเพิ่มความมั่นใจให้หลิวเฉิงตามความเหมาะสม
หลิวเฉิงพยักหน้า ทำท่ากระตือรือร้นอยากจะลองดูเต็มที่
ดังนั้นก็เหมือนกับก่อนหน้านี้ จางเทียนหลิงเป็นคนแรกที่ออกตัวนำหน้าไปก่อน ผมกับหลิวเฉิงก็ค่อย ๆ ตามไปทีละคน
พอมีผลของยันต์ตัวเบา พวกเราก็ตัวเบาหวิวเหมือนนกนางแอ่นจริง ๆ ราวกับยอดฝีมือในนิยายกำลังภายใน เหยียบใบบัวพุ่งทะยานไปข้างหน้า
ตอนแรกก็ราบรื่นดี แต่พอเดินไปได้ครึ่งทาง มาถึงกลางสระน้ำ จู่ ๆ ในสระน้ำก็เกิดความเคลื่อนไหวผิดปกติ เหมือนมีตัวอะไรซุ่มซ่อนอยู่ในน้ำ