เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 70: หน่วยพิฆาตอสูร (ฟรี)

บทที่ 70: หน่วยพิฆาตอสูร (ฟรี)

บทที่ 70: หน่วยพิฆาตอสูร (ฟรี)


เมื่อรู้ตัวอีกที ภาพรอบตัวของโกคูก็เปลี่ยนไป

แต่เขาก็ชินกับเหตุการณ์แบบนี้แล้ว

คราวนี้ เขาปรากฏตัวอยู่ในตรอกเล็กๆ อีกแล้ว แต่ตรอกนี้ดูแปลกหน่อย เพราะมันสร้างจากไม้ล้วนๆ แถมบ้านรอบข้างก็เป็นไม้ทั้งหมด

พอเดินออกจากตรอก เขาก็พบว่านี่เป็นเมืองเล็กๆ เมืองหนึ่ง

"งั้นก่อนอื่น… หาอะไรกินก่อนแล้วกัน"

พอเห็นร้านราเม็งอยู่ฝั่งตรงข้าม ท้องเขาก็ร้องทันที

"รับอะไรดีครับลูกค้า?"

ทันทีที่เขาเดินเข้าร้าน เจ้าของร้านวัยกลางคนหัวล้านเล็กน้อยก็รีบมาต้อนรับอย่างอบอุ่นทันที

"มีทงคตสึ มิโสะ โชยุ นิบะชิ…"

"เอาอย่างละชามเลยครับ!" โกคูพูดพลางเช็ดน้ำลายที่ไหลอยู่มุมปาก

เจ้าของร้านถึงกับชะงักไปทันทีที่ได้ยินแบบนั้น

"เอ่อ... คุณลูกค้ามั่นใจเหรอครับว่าจะเอาอย่างละชาม? เพราะร้านเรามีราเม็งถึงยี่สิบรสเลยนะครับ"

สั่งอย่างละชาม ก็เท่ากับยี่สิบชามเลยนะ ต่อให้เป็นผู้ใหญ่ก็ไม่น่าจะกินหมด

แถมร้านโกโร่ราเม็งของเขายังขึ้นชื่อเรื่อง "ชามใหญ่ไซส์จัมโบ้" อีกต่างหาก

ลูกค้าที่มาที่นี่ไม่เคยมีใครกินได้เกินสามชามเลยซักคน

"ผมมีเงินนะ!"

โกคูคิดว่าเจ้าของร้านอาจจะกลัวว่าเขาไม่มีเงินจ่าย ก็เลยนึกถึงคำสั่งสอนของคุณปู่ดัมเบิลดอร์ แล้วควักเกลเลียนจากกล่องออกมาหนึ่งกำมือ วางลงบนโต๊ะ

"อือหืออออ!!!"

พอเห็นเหรียญทองเปล่งประกายบนโต๊ะ ไม่ใช่แค่เจ้าของร้านหัวล้านเท่านั้น แต่ลูกค้าคนอื่นๆ ที่นั่งอยู่รอบร้านก็พากันอ้าปากค้าง

โกคูหยิบออกมาอย่างต่ำก็สิบเหรียญ แต่ละเหรียญหนักประมาณห้าสิบกรัม เท่ากับมีทองคำอยู่ตรงหน้าครึ่งกิโล

ในโลกนี้ ทองครึ่งกิโลไม่ใช่เงินจำนวนน้อยๆ เลย

"รอสักครู่นะครับคุณลูกค้า เดี๋ยวผมจะเอามาเสิร์ฟให้"

เจ้าของร้านหัวล้านไม่สนแล้วว่าเด็กคนนี้จะกินหมดหรือไม่ รีบเข้าครัวไปทำราเม็งด้วยความเร็วเต็มที่

ลูกค้ารวยก็คือพระเจ้า! จะยี่สิบชาม หรือร้อยชามก็ทำให้ได้หมดนั่นแหละ!

"ทงคตสึราเม็งมาแล้วครับ!"

ไม่ถึงห้านาที ราเม็งชามแรกก็มาเสิร์ฟตรงหน้า

"จะกินละนะ!" โกคูหยิบตะเกียบขึ้นมา แล้วซู้ดราเม็งจนหมดชาม รวมน้ำซุปในเวลาไม่ถึงสิบวินาที

เจ้าของร้านยังไม่ทันหันหลังก็หมดชามแล้ว

"เด็กคนนี้หิวมากเลยสินะ…"

เขาพึมพำเบาๆ แล้วรีบเข้าไปในครัวต่อทันที

"เด็กคนนี้กินจุชะมัด"

"เฮ้ย! กินไปสามชามแล้วเหรอ?"

"โอ้โห! ชามที่แปดแล้วนะเนี่ย"

"กระเพาะของเขาไม่มีก้นหรอ กินไปยี่สิบชามแล้ว!"

หนึ่งชั่วโมงถัดมา ทุกคนในร้านรวมถึงเจ้าของร้านก็มองโกคูด้วยความตกใจ ขณะที่ชามเปล่าจำนวนยี่สิบชามกองพะเนินอยู่ตรงหน้าเขา

ไม่เคยมีใครที่กินได้เยอะขนาดนี้ในประวัติศาสตร์ร้านโกโร่ราเม็ง

"ยังอิ่มไม่ถึงครึ่งเลยครับคุณลุง ผมขออีกยี่สิบชาม!" โกคูลูบท้องตัวเองแล้วตะโกนบอกเจ้าของร้านที่ยังยืนอึ้งอยู่

เจ้าของร้านได้สติทันที รีบยืดอกยิ้มกว้างอย่างภาคภูมิใจ

"ได้เลยครับคุณลูกค้า! จัดให้เดี๋ยวนี้!"

"ฮ่าฮ่าๆๆ ร้านโกโร่ราเม็งนี่แหละ ของจริงที่สุดในโลกแล้ว!"

เขาเป็นทั้งเจ้าของร้านและเป็นคนทำราเม็งด้วยตัวเอง

แน่นอนว่าได้เงินเยอะก็ยินดีอยู่แล้ว แต่ที่ดีใจกว่านั้นก็คือราเม็งของเขาได้รับการยอมรับ

ลูกค้าคนนี้สั่งราเม็งทุกรสในร้านแล้วกินจนหมด แถมยังขอเบิ้ลอีกเท่าตัว

ไม่มีอะไรจะน่าภูมิใจกว่านี้อีกแล้ว

"คุณลุงครับ พอรึยัง? ถ้าไม่พอ ผมมีอีกนะ!"

หลังจากกินอีกยี่สิบชามเข้าไปจนหมด โกคูก็ยื่นเหรียญเกลเลียนบนโต๊ะให้เจ้าของร้าน

"เยอะเกินไปครับ แค่เหรียญเดียวก็จ่ายได้แล้ว" เจ้าของร้านหัวเราะเสียงดังอย่างอารมณ์ดี

"แต่เอาจริงๆ ผมไม่คิดจะเก็บเงินเลยนะ มื้อนี้ผมจะเลี้ยงเอง"

วันนี้อารมณ์ดีมาก งานครัวก็โดนชม ร้านก็คงดังระเบิดแน่ๆ มีคนกินทีเดียวสี่สิบชามแบบนี้ ใครได้ยินก็ต้องแวะมาลองแน่นอน

โกคูไม่พูดอะไร เขานึกถึงสิ่งที่คุณปู่ดัมเบิลดอร์สอนไว้ ‘ต้องจ่ายเงินค่าอาหารเสมอ’

เขาจึงยัดเหรียญใส่มือเจ้าของร้าน แล้วก็เดินออกจากร้านไปเลย

ทิ้งไว้แค่เจ้าของร้านที่กำลังงง และลูกค้าคนอื่นที่อิจฉาตาร้อนกันทั้งร้าน

"คุณยายครับ แถวนี้มีคนที่แข็งแกร่งมากๆ อยู่บ้างมั้ยครับ?"

ขณะเดินอยู่บนถนน โกคูถามหญิงชราแถวนั้นที่นั่งอยู่บนม้านั่งริมถนน

คุณยายได้ยินแล้วก็ตกใจเล็กน้อย ก่อนจะส่ายหน้า

หลังจากนั้นเขาก็ถามคนผ่านทางอีกหลายคน แต่ก็ไม่มีใครให้คำตอบที่เขาต้องการเลย

ดูเหมือนว่าโลกที่เขาเข้ามานี้… อาจไม่มีคนเก่งๆ ให้เขาท้าประลองเพื่อพัฒนาตัวเองก็ได้

"งั้นลองเดินหาอีกหน่อย ถ้าไม่มีจริงๆ ก็ย้ายไปโลกต่อไปแล้วกัน"

ในพื้นที่สีขาวยังมีประตูแสงอีกมากมาย ถ้าภายในสามวันนี้ยังหาใครเก่งๆ มาสู้ไม่ได้ เขาก็จะย้ายไปโลกถัดไปเลย

"ทำไมถึงตามหาคนแข็งแกร่งล่ะ?"

ขณะที่โกคูกำลังจะออกจากเมือง มีชายหนุ่มคนหนึ่ง สะพายดาบยาวที่เอว ใส่ชุดแปลกๆ มาขวางหน้าเขาไว้

"ผมกำลังฝึกอยู่ครับ อยากตามหาคนแข็งแกร่งมาประลองด้วย เพื่อจะได้เก่งขึ้น" โกคูตอบอย่างตรงไปตรงมา

หลังฟังจบ ชายหนุ่มคนนั้นพยักหน้า แล้วชี้ไปที่ก้อนหินข้างทางที่หนักประมาณ 227 กิโลกรัม

"งั้นนายก็คงแข็งแรงพอตัว ลองยกหินนั่นดูหน่อยสิ?"

"แบบนี้ใช่มั้ยครับ?" โกคูเดินไปหาก้อนหิน แล้วยกมันขึ้นเหนือหัวด้วยมือข้างเดียวแบบสบายๆ

ชายหนุ่มเบิกตากว้างด้วยความตื่นเต้นทันที

"จริงด้วย… เขาเป็นคนที่มีร่างกายพิเศษเหมือนท่านคันโรจิเลย!"

เขารีบเดินเข้ามาหาโกคู ยื่นมือออกมาแล้วแนะนำตัว

"สวัสดี ฉันชื่อมุราตะ ถ้านายอยากไปท้าสู้กับคนแข็งแกร่ง ฉันรู้ว่าพวกเขาอยู่ที่ไหน แล้วก็มีหลายคนด้วยนะ"

"จริงเหรอ?" ได้ยินดังนั้น โกคูก็ตาเป็นประกายทันที

มุราตะยิ้มด้วยความภูมิใจแล้วพยักหน้า "จริงแน่นอน"

"พวกเขาเก่งขนาดที่นายคาดไม่ถึงเลยล่ะ พวกเขาคือมนุษย์ที่แข็งแกร่งที่สุดกลุ่มหนึ่งของโลกนี้เลยนะ"

เขาคือสมาชิกระดับคาโนะเอะแห่ง "หน่วยพิฆาตอสูร"

ถึงตัวเองจะไม่ได้เก่งมาก แต่ดวงดี ไม่เคยเจออสูรที่ทรงพลังระหว่างทำภารกิจ

เขาเลยได้ทำหน้าที่เสริมคือช่วยเสาะหาคนมีพรสวรรค์มาเข้าร่วมหน่วยพิฆาตอสูร

และเด็กคนนี้… ดูจะมีพรสวรรค์อย่างมาก

เขาอยู่ในร้านราเม็งตอนที่เด็กคนนี้กินด้วย อีกฝ่ายกินทีเดียวสี่สิบชาม ทำให้เขาจับตามองทันที

เพราะเท่าที่เขารู้ คนธรรมดาไม่มีทางกินได้ขนาดนั้นในมื้อเดียว

มีแต่คนที่มี "ร่างกายพิเศษ" เท่านั้นที่จะทำได้

และคนที่มีร่างกายแบบนั้น มักเป็นอัจฉริยะในการฝึกปราณ

เหมือนกับ "เสาหลักความรัก" คันโรจิ มิตสึริ!

FB Page: Rubybibi นิยายแปล [ฝากกดติดตามเพจด้วยนะคะ อัพเดททุกวัน อ่านตอนใหม่ก่อนใคร จิ้มที่นี่เลยค่ะ]

……….

จบบทที่ บทที่ 70: หน่วยพิฆาตอสูร (ฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว