- หน้าแรก
- ระบบแหกคุกสุดเกรียน ผมถูกสงสัยว่าเป็นนักโทษระดับ SSS
- บทที่ 34 เปลี่ยนชิปเทคโนโลยี ลูกสาวผมเป็นแฟนคลับตัวยงของคุณ
บทที่ 34 เปลี่ยนชิปเทคโนโลยี ลูกสาวผมเป็นแฟนคลับตัวยงของคุณ
บทที่ 34 เปลี่ยนชิปเทคโนโลยี ลูกสาวผมเป็นแฟนคลับตัวยงของคุณ
บทที่ 34 เปลี่ยนชิปเทคโนโลยี ลูกสาวผมเป็นแฟนคลับตัวยงของคุณ
เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น ฉินฮ่าวเบิกตากว้าง ดวงตาเต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอย
การทำหน้ากากแปลงโฉมนั้นมีความซับซ้อนมากเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ยิ่งไปกว่านั้น เขายังทำออกมาถึงสามอันรวด หน้ากากวัยกลางคนหนึ่งอัน ชายหนุ่มหนึ่งอัน แล้วก็
ผู้หญิง
ใช่แล้ว ผู้หญิง ฉินฮ่าวคิดว่า วิธีซ่อนตัวที่ดีที่สุด คือการเป็นผู้ชายแต่งหญิง
เกรงว่าคนของทีมสืบสวน คงคิดไม่ถึงแม้แต่ในความฝัน ว่าเขาจะกลายเป็นผู้หญิง
เมื่อคิดได้ดังนั้น มุมปากของฉินฮ่าวก็ยกขึ้นเล็กน้อย จากนั้นก็มองไปที่ทีมงานซึ่งอยู่ห่างออกไปไม่ไกล
มีเพียงทีมงานเท่านั้น ที่สามารถเปิดห้องถ่ายทอดสดได้อีกครั้ง
"คุณช่วยถามผู้กำกับให้หน่อยได้ไหม ว่าไม่ต้องใช้โดรนถ่ายทอดสดได้ไหม ทำแบบนี้มันไม่สะดวกในการเคลื่อนไหวของผมเลย"
ฉินฮ่าวคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วพูดช้าๆ
ทีมงานคนนั้นมองหน้ากากหนังมนุษย์ในมือของฉินฮ่าว ใบหน้าก็กระตุกขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้
แม้ว่าเขาจะไม่รู้ว่ามันคืออะไร แต่เขาเคยเห็นฉินฮ่าวสวมมันแล้ว จะพูดยังไงดีล่ะ
เรียกได้ว่าไม่เหมือนกันเลย คงจะบอกได้แค่ว่าไม่เกี่ยวข้องกันเลย
ใช่แล้ว ตอนที่ฉินฮ่าวสวมหน้ากากหนังมนุษย์ มันไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับตัวเขาเลยแม้แต่น้อย
ดังนั้น คำขอของฉินฮ่าวจึงสมเหตุสมผล ในเมื่อเขาเปลี่ยนรูปลักษณ์ไปแล้ว ของที่สะดุดตาอย่างโดรน ย่อมไม่เหมาะที่จะให้เขาใช้ในตอนนี้แน่
"ได้ครับพี่ฮ่าว เดี๋ยวผมรายงานให้ครับ"
ทีมงานพยักหน้า จากนั้นก็เดินไปโทรศัพท์ที่ด้านข้าง
ผ่านไปพักใหญ่ ก็เดินกลับมาพร้อมกับชิปอันเล็กๆ
"พี่ฮ่าวครับ นี่เป็นชิปไฮเทค ขอแค่พี่พกติดตัวไว้ ก็สามารถถ่ายทอดสดได้ตลอดเวลา แน่นอนว่าในชิปยังมีฟังก์ชันพูดคุย ไม่ต่างอะไรกับโดรนเลย เพียงแต่ผู้ชมจะมองเห็นจากมุมมองบุคคลที่หนึ่งของพี่ครับ"
ทีมงานถือชิปอย่างระมัดระวัง แล้วพูดด้วยรอยยิ้ม
ถือว่าโชคดีที่เบื้องหลังของทีมงานรายการเนตรสวรรค์มีการสนับสนุนจากรัฐบาล ไม่อย่างนั้น การจะได้ของชิ้นนี้มาคงยากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทร
ประเด็นสำคัญที่สุดคือ ของที่ดูบางเบาขนาดเท่าปลายนิ้วก้อยเด็กทารกนี้ กลับมีมูลค่าสูงลิ่ว
"ขอบคุณ"
ฉินฮ่าวพยักหน้า จากนั้นก็ติดมันไว้ในจุดที่ไม่สะดุดตาบนร่างกาย ส่องกระจกดู ก็พบว่ามองไม่เห็นชิปเลยแม้แต่น้อย จึงพยักหน้าอย่างพึงพอใจ
"ฟู่"
ท่ามกลางสายตาเคารพนบนอบของผู้จัดการและบรรดาหญิงสาว ฉินฮ่าวก็เดินออกจากสถานอาบอบนวด
เขาเงยหน้ามองแสงแดดบนท้องฟ้า แล้วพ่นลมหายใจออกมาเฮือกใหญ่
"ต่อไป ฉันต้องหาที่อยู่เป็นหลักเป็นแหล่ง ที่พักที่มิดชิดหน่อยจะดีที่สุด"
ฉินฮ่าวคำนวณในใจเงียบๆ หน้ากากหนังมนุษย์ไม่เหมาะที่จะสวมติดตัวตลอดเวลา แบบนั้นโอกาสที่จะถูกเปิดเผยมีสูงเกินไป แถมการพักอยู่ข้างนอกตลอดเวลา ก็ไม่แน่ว่าวันไหนอาจจะถูกทีมสืบสวนล้อมจับก็ได้
"ถ้างั้น ดูเหมือนว่าจะมีแค่ที่เดียวเท่านั้นที่ไปได้ ตึกร้าง"
ฉินฮ่าวนึกถึงที่หมายต่อไปได้อย่างรวดเร็ว ตึกร้าง
ในเมืองใหญ่ ตึกร้างเป็นสิ่งที่พบเห็นได้ทั่วไป มันก็คือตึกเก่าๆ โทรมๆ ส่วนใหญ่เป็นตึกที่ผู้รับเหมาสร้างไปได้ครึ่งทางแล้วเงินทุนขาดตอน หรือไม่ก็ตึกที่รอการรื้อถอน
ตึกทั้งสองประเภทนี้ โดยพื้นฐานแล้วไม่มีคนอาศัยอยู่ เหมาะมากสำหรับให้เขาซ่อนตัว
"เปิดห้องถ่ายทอดสด"
ฉินฮ่าวตบชิปบนร่างกายเบาๆ ห้องถ่ายทอดสดก็เปิดขึ้นทันที
"ในที่สุดก็เปิดห้องถ่ายทอดสดสักที"
"แม่มเอ๊ย ฉันรอมาทั้งคืน เอ๊ะ ทำไมกลายเป็นมุมมองบุคคลที่หนึ่งล่ะ ดูแปลกๆ แฮะ"
"พี่ฮ่าว ครั้งนี้นายทำไม่ถูกเลยนะ ฉันอุตส่าห์ตั้งตารอดูบริการครบวงจร ผลคือนายให้ฉันดูจอดำเนี่ยนะ"
"คืนนี้ต้องชดเชยให้พวกเรานะ"
เมื่อผู้ชมเห็นฉินฮ่าวเปิดถ่ายทอดสด ข้อความก็หลั่งไหลเข้ามาดั่งหิมะตก
หลายคนมีความคิดเห็นอย่างมากต่อพฤติกรรมของฉินฮ่าวเมื่อคืนนี้
แน่นอนว่า ต่อให้ฉินฮ่าวไม่เห็นข้อความ เขาก็สามารถเดาได้ เพียงแต่แกล้งทำเป็นไม่รู้ โบกเรียกรถแท็กซี่ไปเลย
"คนขับ ไปเขตเมืองตะวันออก"
ฉินฮ่าวพูดหลังจากขึ้นรถ
"เอ๊ะ คุณคือ พี่ฮ่าวเหรอ จริงดิ"
คนขับเป็นชายวัยกลางคนอายุสี่สิบกว่าปี วินาทีที่เห็นฉินฮ่าว ดวงตาก็เบิกกว้างด้วยความประหลาดใจ
"เอ่อ ถ้าไม่ผิด ผมก็น่าจะใช่นะ"
ฉินฮ่าวชะงักไปเล็กน้อย เขาไม่คิดเลยว่า ตอนนี้ความนิยมของตัวเองจะพุ่งสูงขนาดนี้แล้ว
"แม่เจ้า พี่ฮ่าวจริงๆ ด้วย พี่ฮ่าว ครอบครัวผมชอบคุณมากเลย เอ่อ ขอลายเซ็นหน่อยได้ไหม ลูกสาวผมเป็นแฟนคลับตัวยงของคุณเลย"
เมื่อคุณลุงคนขับได้ยินดังนั้น ก็ยิ่งตื่นเต้น ทำหน้าคาดหวัง
ฉินฮ่าวไม่มีอะไรจะพูด
ไม่รู้ทำไม ฟังแล้วรู้สึกแปลกๆ แฮะ
"พรวด แฟนคลับตัวยงอะไรกัน"
"คุณลุงคนนี้ก็เป็นคนตลกเหมือนกันนะ"
"ไม่คิดเลยว่า แฟนคลับพี่ฮ่าวของฉันจะมีเยอะขนาดนี้แล้วเหรอ"
ผู้ชมในห้องถ่ายทอดสดได้ยินคำพูดของคุณลุงคนขับ ต่างก็หัวเราะพ่นออกมา
"ได้ครับ"
ฉินฮ่าวยิ้มพยักหน้า เขาไม่ได้คิดว่าตัวเองเป็นคนสำคัญอะไร การที่มีคนชอบเขา เป็นแฟนคลับตัวยงของเขา ถือเป็นเกียรติของเขาแล้ว
แถมแค่เซ็นชื่อ ไม่ได้เหนื่อยอะไร
"ขอบคุณมากครับ ขอบคุณจริงๆ"
คุณลุงคนขับรีบรับลายเซ็นของฉินฮ่าวไป มองดูลายมือตวัดพลิ้วไหวบนนั้นด้วยสีหน้าปลาบปลื้ม
"ฮี่ฮี่ แบบนี้ ลูกสาวผมต้องดีใจจนเนื้อเต้นแน่ๆ"
คุณลุงคนขับดีใจยิ้มแฉ่ง
แต่ฉินฮ่าวกลับขมวดคิ้วเล็กน้อย มองสีหน้าของคุณลุงคนขับอย่างจริงจัง แล้วพูดด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม "คุณลุง อาการของคุณดูไม่ค่อยดีเลยนะ"
"อะไรนะ"
คุณลุงคนขับชะงักไป
"หน้าซีดเผือด ริมฝีปากไม่มีสีเลือด เบ้าตาลึกโบ๋ นี่คุณไม่ได้นอนมาทั้งคืนเลยเหรอ"
ถึงแม้ฉินฮ่าวจะไม่ใช่หมอ และไม่มีประสบการณ์ด้านนี้ แต่เขาเป็นคนหนุ่ม อาการของคุณลุงตอนนี้ ก็เหมือนกับวัยรุ่นที่ไปโต้รุ่งในร้านเกมมาทั้งคืน แล้วเดินออกจากร้านในตอนเช้านั่นแหละ
สภาพจิตใจตื่นตัว แต่แววตาเหม่อลอย หนักหัว ขาพับไปมา
ที่ฉินฮ่าวรู้ดีขนาดนี้ ก็เพราะเขาเคยทำแบบนั้นมาก่อน
เมื่อได้ยินคำพูดของฉินฮ่าว ผู้ชมก็เริ่มสังเกตอย่างละเอียดเช่นกัน
พอดูแบบนี้แล้ว ก็จริงอย่างที่บอก ถึงแม้คุณลุงจะดูตื่นตัวเหมือนกินยาชูกำลัง แต่ใบหน้าซีดเซียวจนน่ากลัว นี่คือสัญญาณของการใช้ร่างกายหนักเกินไป
เพราะการรักษาอารมณ์ให้ตื่นตัวแบบนี้ มีความเป็นไปได้สูงที่วินาทีถัดมาจะง่วงซึม ผลลัพธ์ก็คงเดาได้ไม่ยาก
"นี่ พี่ฮ่าวสมกับเป็นพี่ฮ่าวจริงๆ"
คุณลุงคนขับรู้สึกกระอักกระอ่วนเล็กน้อย จากนั้นก็ถอนหายใจออกมาด้วยความจนใจ "ผมก็ไม่มีทางเลือกเหมือนกัน ลูกสาวผมรอเงินผ่าตัดอยู่ ถึงแม้โรคนี้จะรักษายาก แต่คนเป็นพ่ออย่างผม ถึงจะไม่มีความสามารถอะไร แต่ก็คงทนดูดายให้ลูกสาวรอความตายไม่ได้หรอก"
"ช่วยอะไรได้ก็ช่วยไป อย่างน้อย ผมก็จะได้ไม่รู้สึกผิดต่อมโนธรรมของตัวเอง ไม่รู้สึกผิดต่อลูกสาวและภรรยา"
เมื่อผู้ชมได้ยินดังนั้น ต่างก็รู้สึกเลื่อมใสขึ้นมาทันที
บางที การมีพ่อที่ต้องทำงานหนักหาเช้ากินค่ำ เวลาพูดคุยกับเพื่อนฝูงอาจจะไม่ใช่เรื่องน่าภาคภูมิใจนัก แต่เพื่อลูกของพวกเขาแล้ว พวกเขาสามารถแลกด้วยชีวิตได้เลย
คุณลุงคนขับไม่รู้เหรอว่า อาการของเขาในตอนนี้มันอันตรายแค่ไหน
รู้สิ
แต่เพื่อหาเงินค่าผ่าตัดให้ลูกสาวเพิ่มขึ้นอีกหน่อย เขาต้องกัดฟันทนต่อไป