เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 451 ฉันจะอ่านให้ฟังเอง

บทที่ 451 ฉันจะอ่านให้ฟังเอง

บทที่ 451 ฉันจะอ่านให้ฟังเอง


เมื่อเห็นป้ามหาภัยสองคนลงไปนอนดิ้นพล่านชักดิ้นชักงอบนพื้น ชาวบ้านที่ยืนมุงดูอยู่ต่างก็อ้าปากค้างด้วยความตื่นตะลึง นี่สินะคือตัวอย่างของคำว่า 'เถียงสู้ไม่ได้ก็ลงไปชักดิ้นชักงอ' เอะอะอะไรก็ล้มลงไปนอนกลิ้งเกลือกแกล้งทำเป็นเจ็บตัวเพื่อเรียกร้องความสนใจ เจอแบบนี้ใครจะไปรับมือไหวล่ะ!

นักท่องเที่ยวที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่รอบนอกก็พากันส่ายหน้าอย่างเอือมระอา พวกเขาเห็นเหตุการณ์มาตั้งแต่ต้นจนจบ จึงรู้ดีว่าอะไรเป็นอะไร ยิ่งไปกว่านั้น ตั้งแต่พวกเขามาเที่ยวที่หมู่บ้านเถาหยวนแห่งนี้ พวกเขาก็ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นและเป็นกันเองมาโดยตลอด ไม่เคยเจอเรื่องแย่ๆ แบบนี้เลย

เรื่องของคนพาลมีให้เห็นอยู่ทุกที่นั่นแหละ แต่ดูเหมือนว่าป้าสองคนนี้จะเชี่ยวชาญเรื่องการเรียกร้องความสนใจและเล่นละครตบตาคนเป็นพิเศษเลยทีเดียว

ส่วนชาวบ้านจากหมู่บ้านดั้งเดิมของป้าสองคนนี้ เมื่อเห็นภาพการแสดงสุดโอเวอร์ของอดีตเพื่อนบ้าน ต่างก็พากันเบือนหน้าหนีด้วยความขยะแขยงและรีบเดินหนีไปให้ไกลที่สุด พวกเขารู้สึกอับอายเหลือเกินที่เคยร่วมหมู่บ้านเดียวกับผู้หญิงสองคนนี้ แต่ในขณะเดียวกัน ลึกๆ ในใจก็รู้สึกสะใจอยู่ไม่น้อยที่สามารถสลัดปลิงสองตัวนี้ให้หลุดพ้นไปได้ ปล่อยให้ไปสร้างความวุ่นวายในหมู่บ้านเถาหยวนแทนก็แล้วกัน

"หึๆ ถ้าฉันจำไม่ผิด พวกป้าสองคนนี้ก็มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านหมู่บ้านเถาหยวนแล้วนี่นา แต่กลับมายืนด่ากราดหมู่บ้านตัวเองฉอดๆ แบบนี้ แล้วยังมีหน้ามาหวังส่วนแบ่งเงินปันผลกับสวัสดิการอีกเรอะ! สวรรค์มีตาคงไม่ยอมปล่อยให้คนพรรค์นี้ได้ดีหรอก!" ชายหนุ่มคนหนึ่งที่ยืนอยู่ใกล้ๆ อดไม่ได้ที่จะพูดแขวะขึ้นมาด้วยความหมั่นไส้ ท่ามกลางชาวบ้านคนอื่นๆ ที่พากันถอยห่าง

"ใช่แล้ว! ถ้ามีใครหน้าไหนกล้าเป็นธุระจัดการเรื่องนี้ให้ป้าสองคนนี้ล่ะก็ ฉันจะเป็นคนแรกที่เขียนจดหมายไปร้องเรียนเลย ถ้าระดับอำเภอจัดการไม่ได้ ฉันก็จะไปฟ้องระดับจังหวัด จะไม่ยอมปล่อยให้คนอกตัญญูที่กินบนเรือนขี้บนหลังคาแบบนี้ ได้รับเงินปันผลแม้แต่แดงเดียวเลยคอยดู!" ชายวัยกลางคนอีกคนก็ร่วมผสมโรงด้วยความเดือดดาล

อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเปรียบเสมือนเส้นเลือดใหญ่ที่หล่อเลี้ยงชีวิตชาวหมู่บ้านเถาหยวนทุกคน แต่ป้ามหาภัยสองคนนี้กลับกล้ามาสร้างความเสื่อมเสียให้กับภาพลักษณ์การท่องเที่ยวอันสวยงามของหมู่บ้าน พวกเขาจะทนดูอยู่เฉยๆ ได้อย่างไร การกระทำแบบนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับการมาทุบหม้อข้าวหม้อแกงกันชัดๆ มันหยามกันเกินไปแล้ว!

"ฉันเอาด้วย! พวกเรามาร่วมลงชื่อร้องเรียนกันเถอะ ใครกล้าช่วยพวกนางใช้เส้นสาย เราก็จะรวมตัวกันไปประท้วง ไปฟ้องร้อง ต่อให้ต้องบุกไปถึงระดับมณฑลก็ยอม!" ชาวบ้านหลายคนเริ่มส่งเสียงสนับสนุนอย่างพร้อมเพรียง

เมื่อได้ยินเสียงก่นด่าและคำขู่จากชาวบ้านที่ดังกระหึ่มขึ้นเรื่อยๆ เฉินอวี้เจินและฟ่านหมิงเซี่ยที่กำลังนอนกลิ้งเกลือกอยู่บนพื้นก็หน้าถอดสี พวกนางหันมาสบตากันด้วยความตกใจและสับสน มุกแกล้งตายเรียกร้องความสนใจที่เคยใช้ได้ผลชะงัดนักหนา ทำไมคราวนี้ถึงไม่ได้ผลล่ะ! นี่มันไม่สมเหตุสมผลเอาซะเลย!

ชาวบ้านพวกนี้ไม่เห็นจะกลัวพวกนางเลยแม้แต่น้อย แถมถ้าพวกเขารวมตัวกันไปประท้วงตามที่ขู่ไว้จริงๆ ต่อให้เรื่องนี้ล่วงรู้ไปถึงหูคนใหญ่คนโตในอำเภอ หรือแม้แต่เพื่อนฝูงเส้นสายในระดับมณฑล ก็คงไม่มีใครกล้ายื่นมือเข้ามาช่วยพวกนางอย่างแน่นอน

ในจังหวะนั้นเอง ผู้ใหญ่บ้านเหยาพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่คณะกรรมการหมู่บ้านอีกหลายคน ก็รีบสาวเท้าเดินออกมาจากที่ทำการ "นี่มันเกิดอะไรขึ้นเนี่ย! ทำไมถึงได้ส่งเสียงดังเอะอะโวยวายกันแบบนี้! มันจะมากเกินไปแล้วนะ!"

"ผู้ใหญ่บ้านเหยามาแล้วๆ! ผู้ใหญ่บ้านเหยาครับ ป้ามหาภัยสองคนนี้มันมาอาละวาดอีกแล้วครับ! เมื่อกี้ยังมายืนด่ากราดชาวบ้านเราอยู่เลย แถมยังด่าไปถึงหมู่บ้านเราด้วย..." เมื่อเห็นผู้ใหญ่บ้านเหยาเดินเข้ามา ชาวบ้านก็พากันฟ้องร้องเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อครู่นี้ให้ฟังเป็นฉากๆ

ตั้งแต่ตอนที่ป้ามหาภัยสองคนนี้เดินดุ่มๆ เข้ามา แล้วสาดคำผรุสวาทใส่พวกเขาอย่างสาดเสียเทเสีย ไปจนถึงตอนที่พวกนางพยายามจะแทรกคิวเข้าไปดูประกาศ และสุดท้ายก็ลงไปนอนดิ้นพล่านชักดิ้นชักงอบนพื้น ทุกเหตุการณ์ถูกถ่ายทอดออกมาอย่างละเอียดถี่ยิบ แทบจะทุกคำพูดและการกระทำเลยทีเดียว

"ผู้ใหญ่บ้านเหยาคะ! พวกผู้ชายพวกนี้นี่แหละที่รุมทำร้ายพวกฉันจนล้มก้นจ้ำเบ้า แล้วดูสิคะ ตอนนี้ยังจะมาแต่งเรื่องใส่ร้ายพวกฉันอีก บนโลกนี้มันไม่มีความยุติธรรมหลงเหลืออยู่เลยใช่มั้ยคะ! ถ้าผู้ใหญ่บ้านจัดการเรื่องนี้ไม่ได้ ฉันจะไปฟ้องนายอำเภอ ไปฟ้องผู้ว่าการจังหวัด จะต้องเรียกร้องความเป็นธรรมให้ตัวเองให้ได้เลยคอยดู!" เฉินอวี้เจินที่ยังคงนั่งกองอยู่บนพื้น แสร้งทำสีหน้าเจ็บปวดรวดร้าวพลางร้องโอดครวญ

มุกแกล้งตายอาจจะใช้ไม่ได้ผลกับชาวบ้านพวกนี้ แต่ในเมื่อผู้ใหญ่บ้านเหยาซึ่งเป็นถึงเจ้าหน้าที่รัฐปรากฏตัวขึ้นมาแล้ว มุกนี้ก็น่าจะพอมีประโยชน์อยู่บ้างแหละน่า

"ใช่แล้วค่ะ! ตั้งแต่พวกฉันแต่งงานเข้ามาอยู่ในหมู่บ้านเถาหยวน แต่งกับชายโสดซกมกสองคนนั้น ก็ต้องทนลำบากลำบนอดมื้อกินมื้อ ที่พวกคุณทำแบบนี้ ก็เพราะกลัวว่าพวกฉันจะได้ส่วนแบ่งเงินปันผลตอนสิ้นปีใช่มั้ยล่ะ เลยคิดจะใช้วิธีสกปรกขับไล่พวกฉันออกไปน่ะสิ!"

ฟ่านหมิงเซี่ยเองก็หัวไวไม่แพ้กัน นางรีบผสมโรงด้วยการกุเรื่องขึ้นมาเพื่อสร้างภาพให้ตัวเองดูเป็นเหยื่อผู้น่าสงสาร เพราะนางรู้ดีว่าในบริเวณนี้จะต้องมีนักท่องเที่ยวหรือนักข่าวปะปนอยู่ด้วยอย่างแน่นอน และคนพวกนี้ก็ชอบเรื่องฉาวๆ คาวๆ เป็นที่สุด คำพูดของพวกนางในตอนนี้ จะต้องถูกเผยแพร่ออกไปอย่างกว้างขวางแน่นอน

"ป้ามหาภัยสองคนนี้มันตอแหลหน้าตายชัดๆ! ตายไปก็ต้องตกนรกหมกไหม้โดนดึงลิ้นแน่ๆ!" เมื่อได้ยินคำโกหกพกปลมที่ปั้นน้ำเป็นตัวของป้ามหาภัยทั้งสอง ชาวบ้านหมู่บ้านเถาหยวนก็โกรธจนกัดฟันกรอด

แต่สิ่งที่ทำให้ชาวบ้านต้องประหลาดใจยิ่งกว่า ก็คือปฏิกิริยาของผู้ใหญ่บ้านเหยา เขาไม่ได้แสดงอาการโกรธเคืองเลยแม้แต่น้อย กลับมีรอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้า เขาเดินเข้าไปหาป้ามหาภัยทั้งสองอย่างช้าๆ แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน "พวกคุณเจ็บตรงไหนหรือเปล่าครับ เป็นอะไรมากมั้ย ก็แค่พวกคุณอยากจะมาดูประกาศ ชาวบ้านก็ควรจะหลีกทางให้พวกคุณสิครับ ในฐานะที่คุณสองคนเพิ่งจะย้ายเข้ามาอยู่ในหมู่บ้านเถาหยวนได้ไม่นาน เดี๋ยวกระผมจะจัดการตำหนิพวกเขาชุดใหญ่ให้เองครับ แล้วนี่... พวกคุณอยากจะดูประกาศแล้วใช่มั้ยครับ เดี๋ยวกระผมจะพาพวกคุณเข้าไปข้างใน แล้วจะอ่านให้ฟังด้วยตัวเองเลยครับ"

"ผู้ใหญ่บ้านเหยา! ทำไมถึงทำแบบนี้ล่ะครับ! ป้าสองคนนี้มันโกหกหน้าด้านๆ เลยนะ" คำพูดอันแสนอ่อนโยนของผู้ใหญ่บ้านเหยา ทำเอาชาวบ้านที่ยืนอยู่บริเวณนั้นถึงกับอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง นี่ผู้ใหญ่บ้านเหยาไม่เพียงแต่จะไม่ต่อว่าป้ามหาภัยสองคนนี้ แต่กลับโยนความผิดมาให้พวกเขาแทนเนี่ยนะ!

กลุ่มชายหนุ่มที่เคยปะทะคารมกับป้ามหาภัยเมื่อครู่ ยิ่งรู้สึกโกรธเคืองเข้าไปใหญ่ ผู้ใหญ่บ้านเหยาที่เคยเห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมมาโดยตลอด ทำไมจู่ๆ ถึงได้มาเข้าข้างป้ามหาภัยสองคนนี้ได้ "ผู้ใหญ่บ้านเหยา! ชาวบ้านทุกคนก็เห็นเหตุการณ์กันหมดนะ จะมาเข้าข้างยัยป้าสองคนนี้ไม่ได้นะครับ!" ชายหนุ่มหลายคนเริ่มส่งเสียงประท้วงด้วยความไม่พอใจ

มีเพียงหวังเหวยซานและชาวบ้านอีกไม่กี่คนเท่านั้น ที่เผยรอยยิ้มมุมปากอย่างมีเลศนัย ราวกับกำลังรอชมละครฉากเด็ด

ส่วนเฉินอวี้เจินและฟ่านหมิงเซี่ย เมื่อได้ยินคำพูดที่อ่อนโยนผิดปกติของผู้ใหญ่บ้านเหยา ก็รู้สึกประหลาดใจจนตั้งตัวไม่ติด ก่อนหน้านี้ตอนที่พวกนางบุกไปเรียกร้องเรื่องเงินปันผลที่ที่ทำการหมู่บ้าน ผู้ใหญ่บ้านเหยาก็ยังทำหน้าตึงขึงขังใส่พวกนางอยู่เลย บอกปัดอย่างไม่ไยดีว่าไม่มีทางเป็นไปได้เด็ดขาด ทำไมจู่ๆ วันนี้ถึงได้เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ อ่อนโยนปานน้ำผึ้งหยดย้อยซะขนาดนี้ล่ะ เปลี่ยนโหมดไวจนตามไม่ทันเลยแฮะ

แต่ไม่นานนัก ความรู้สึกประหลาดใจก็แปรเปลี่ยนเป็นความได้ใจ พวกนางคิดว่าการแกล้งตายเรียกร้องความสนใจเมื่อครู่นี้ คงจะได้ผลชะงัดนัก ผู้ใหญ่บ้านเหยาก็คงแค่เป็นข้าราชการท้องถิ่นตัวเล็กๆ ที่ไม่อยากมีเรื่องมีราวให้เสื่อมเสียตำแหน่ง ก็เลยต้องยอมอ่อนข้อให้พวกนางแน่ๆ ก่อนหน้านี้ที่ทำเป็นขึงขัง ก็แค่สร้างภาพไปอย่างนั้นแหละ พอเจอของจริงเข้าหน่อย ก็หงอไปเลยสินะ

"แหม... ดูเหมือนว่าในหมู่บ้านเถาหยวน ก็ยังมีคนมีเหตุผลอยู่บ้างเหมือนกันนะ ผู้ใหญ่บ้านเหยาเนี่ย ถือเป็นคนที่ยุติธรรมที่สุดในหมู่บ้านเลยนะคะ คงจะรู้ดีว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อครู่นี้ ใครผิดใครถูก พวกฉันก็เป็นคนหมู่บ้านเถาหยวนเหมือนกัน ทำไมถึงจะดูประกาศไม่ได้ล่ะคะ แค่ให้ผู้ชายอกสามศอกพวกนี้หลีกทางให้ผู้หญิงตาดำๆ อย่างพวกฉัน มันเหนือบ่ากว่าแรงนักหรือไงคะ"

เฉินอวี้เจินพยักหน้าอย่างพึงพอใจ นางนั่งเชิดหน้าชูคออยู่บนพื้นราวกับผู้ชนะในศึกครั้งนี้ ในเมื่อพวกนางยังต้องพึ่งพาผู้ใหญ่บ้านเหยาในการจัดการเรื่องสวัสดิการต่างๆ จึงต้องยอมลงให้เขาบ้าง ไม่ควรจะหักหาญน้ำใจกันจนเกินไป

"นั่นสิคะ! ผู้ชายเป็นโขยงมารุมรังแกผู้หญิงสองคนเนี่ยนะ ยังมีหน้ามาเถียงอีก ถ้าไม่ใช่เพราะผู้ใหญ่บ้านเหยามาช่วยพูดปลอบใจพวกฉันล่ะก็ ฉันคงไปฟ้องผู้ใหญ่ระดับมณฑลให้มาจัดการเรื่องนี้ไปแล้ว" ฟ่านหมิงเซี่ยรีบสมทบคำพูดของเพื่อนรักอย่างรวดเร็ว

"พวกคุณวางใจได้เลยครับ เดี๋ยวผมจะสั่งสอนพวกเขาให้หลาบจำเอง เอาล่ะ... ตอนนี้ผมขอช่วยพยุงพวกคุณลุกขึ้นก่อนนะครับ แล้วเดี๋ยวผมจะพาไปดูประกาศตรงนู้น แล้วจะอ่านให้ฟังด้วยตัวเองเลยครับ" ผู้ใหญ่บ้านเหยายิ้มรับพลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ยังคงความอ่อนโยนไม่เปลี่ยน

เมื่อได้ยินคำพูดประจบประแจงของผู้ใหญ่บ้านเหยา ชาวบ้านหลายคนก็เริ่มโห่ร้องด้วยความไม่พอใจ ถ้าไม่ใช่เพราะความเคารพที่เคยมีให้ผู้ใหญ่บ้านเหยามาโดยตลอดล่ะก็ ป่านนี้พวกเขาคงตะโกนด่าสาดเสียเทเสียไปแล้ว

"ผู้ใหญ่บ้านเหยา ไม่ต้องหรอกค่ะ เดี๋ยวพวกฉันพยุงกันลุกขึ้นเองดีกว่า ถึงจะยังเจ็บระบมไปทั้งตัวก็เถอะ แต่จะให้คนแก่กระดูกเปราะอย่างผู้ใหญ่บ้านมาพยุงพวกฉันก็คงไม่เหมาะ เกิดพลาดพลั้งหกล้มไปจะแย่เอานะคะ" เฉินอวี้เจินรีบโบกมือปฏิเสธ พร้อมกับเหน็บแนมผู้ใหญ่บ้านเหยาไปในตัวด้วยความเคยชิน เพราะนางเองก็กลัวเหมือนกันว่าตาเฒ่าคนนี้จะแกล้งล้มแล้วมาเรียกร้องค่าเสียหายจากพวกนาง

"ผู้ใหญ่บ้านเหยา! ฟังที่พวกมันพูดสิ! พวกมันยังด่าผู้ใหญ่บ้านอยู่เลยนะ" ชาวบ้านบางคนตะโกนด้วยความเจ็บใจ ทำไมจู่ๆ ผู้ใหญ่บ้านเหยาถึงได้เปลี่ยนไปเป็นคนละคนแบบนี้ หรือว่าเขาจะหวาดกลัวป้ามหาภัยสองคนนี้จริงๆ พวกเขาไม่อยากจะเชื่อเลยจริงๆ

แต่ดูเหมือนคำพูดที่เต็มไปด้วยความคับแค้นใจของชาวบ้าน จะไม่ได้เข้าหูผู้ใหญ่บ้านเหยาเลยแม้แต่น้อย เมื่อเฉินอวี้เจินและฟ่านหมิงเซี่ยลุกขึ้นยืนได้สำเร็จ เขาก็โบกมือไล่ชาวบ้าน "ทุกคนช่วยหลีกทางหน่อยครับ ผมจะพาสองท่านนี้ไปดูประกาศ"

"พวกเราไม่หลีก! จะปล่อยให้ป้ามหาภัยจอมตอแหลสองคนนี้เข้าไปดูประกาศไม่ได้นะ! ผู้ใหญ่บ้านเหยา ปกติผมเคารพผู้ใหญ่บ้านมากที่สุดเลยนะ แต่ทำไมวันนี้ผู้ใหญ่บ้านถึงได้ไปเข้าข้างพวกมันล่ะ!" ชาวบ้านหลายคนพากันยืนขวางทางไว้ ไม่ยอมถอยให้แม้แต่ก้าวเดียว สีหน้าของพวกเขาเต็มไปด้วยความโกรธแค้นและความไม่เข้าใจ

"ถ้าพวกคุณยังเห็นผมเป็นผู้ใหญ่บ้านอยู่ ก็จงหลีกทางให้ผมเดี๋ยวนี้! เรื่องอื่นเอาไว้ค่อยคุยกันทีหลัง!" ผู้ใหญ่บ้านเหยาตะคอกเสียงแข็ง ใบหน้าเคร่งขรึมจริงจัง

"ตอนนี้ผู้ใหญ่บ้านกลายเป็นลูกสมุนของป้ามหาภัยสองคนนี้ไปแล้วสิเนี่ย ดีไม่ดีเดี๋ยวก็คงจะช่วยพวกมันเรียกร้องเงินปันผลด้วยล่ะมั้ง ยังไงพวกเราก็ไม่ยอมหลีกทางให้เด็ดขาด!" กลุ่มคนที่ยืนขวางทางอยู่ด้านหน้ายังคงยืนกรานไม่ยอมขยับเขยื้อน

ในจังหวะนั้นเอง หวังเหวยซานก็เอ่ยแทรกขึ้นมาด้วยรอยยิ้ม "ทุกคนก็รู้จักนิสัยใจคอของผู้ใหญ่บ้านเหยาดีไม่ใช่หรือไง เขาทำเพื่อหมู่บ้านมาตั้งมากมาย เสียสละไปก็ไม่ใช่น้อยๆ โจวอวี่อาจจะเป็นคนนำความเจริญมาสู่หมู่บ้านของเราก็จริง แต่ถ้าไม่มีผู้ใหญ่บ้านเหยาคอยดูแลความเรียบร้อย หมู่บ้านของเราก็คงจะไม่มีวันนี้หรอกนะ ในเมื่อเขาบอกว่าเรื่องอื่นเอาไว้ค่อยคุยกันทีหลัง ก็แสดงว่าเดี๋ยวเราคงจะได้รู้ความจริงเองนั่นแหละ ตอนนี้ทุกคนช่วยหลีกทางให้ผู้ใหญ่บ้านเขาก่อนเถอะ"

คำพูดของหวังเหวยซาน ทำให้ชาวบ้านหลายคนเริ่มนึกถึงคุณงามความดีที่ผู้ใหญ่บ้านเหยาเคยทำเพื่อหมู่บ้านมาโดยตลอด ท่าทีแข็งกร้าวของพวกเขาจึงเริ่มอ่อนลง หรือว่าเรื่องนี้จะมีเบื้องลึกเบื้องหลังที่พวกเขาไม่รู้กันแน่?

ผู้ใหญ่บ้านเหยาส่งยิ้มและพยักหน้าให้หวังเหวยซานเป็นการขอบคุณ ก่อนจะหันไปหาเฉินอวี้เจิน "มาครับ ตามผมมาเลย เดี๋ยวผมจะพาไปดูป้ายประกาศ"

พูดจบ เขาก็เดินนำป้ามหาภัยทั้งสองตรงไปยังป้ายประกาศ ในตอนแรก ชาวบ้านที่ยืนขวางทางอยู่ก็ยังคงลังเลใจ แต่สุดท้ายพวกเขาก็ยอมหลีกทางให้แต่โดยดี เมื่อคนข้างหน้าหลีกทาง คนข้างหลังก็พากันขยับตามไปตามน้ำ พวกเขาอยากจะรู้เหมือนกันว่า เหตุการณ์ต่อไปนี้จะพลิกผันไปในทิศทางใด

ในขณะเดียวกัน นักท่องเที่ยวหลายคนที่ยืนดูอยู่ ก็เริ่มจะปะติดปะต่อเรื่องราวและเข้าใจสถานการณ์บางอย่างได้แล้ว รอยยิ้มแห่งความคาดหวังปรากฏขึ้นบนใบหน้าของพวกเขา นี่สินะที่เขาเรียกว่า ผู้ชมมักจะมองเห็นภาพรวมได้ชัดเจนกว่าผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์

ผู้ใหญ่บ้านเหยาและเจ้าหน้าที่คณะกรรมการหมู่บ้าน เดินนำเฉินอวี้เจินและฟ่านหมิงเซี่ยตรงไปยังป้ายประกาศ ระหว่างทาง ป้ามหาภัยทั้งสองก็กวาดสายตามองชาวบ้านรอบๆ ด้วยแววตาหยิ่งผยองและเหยียดหยาม บางครั้งก็ถ่มน้ำลายลงพื้นเพื่อแสดงความขยะแขยง ซึ่งพฤติกรรมอันหยาบคายนี้ ยิ่งสุมไฟแค้นในใจของชาวหมู่บ้านเถาหยวนให้ลุกโชนขึ้นไปอีก

เมื่อเดินมาหยุดอยู่หน้าป้ายประกาศ ป้ามหาภัยทั้งสองก็ยืนกอดอก แสร้งทำเป็นจ้องมองข้อความบนป้ายราวกับกำลังอ่านอย่างตั้งใจ ก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า "อ๋อ... ประกาศเขียนไว้อย่างนี้นี่เอง แต่ยังไง พวกฉันก็อยากให้ผู้ใหญ่บ้านเหยาอ่านให้ฟังอีกรอบอยู่ดีนะคะ"

"ถุย! ป้ามหาภัยไร้การศึกษา หนังสือสักตัวก็อ่านไม่ออก ยังมีหน้ามาทำเป็นกอดอกอ่านประกาศอีก น่าสมเพชจริงๆ!" ชาวบ้านบางคนที่ทนดูไม่ได้ อดไม่ได้ที่จะตะโกนด่าทอ ป้ามหาภัยสองคนนี้ไม่เคยได้เรียนหนังสือ อ่านหนังสือไม่ออกแม้แต่ตัวเดียว แถมยังมีชื่อเสียงเรื่องความร้ายกาจมาตั้งแต่สมัยสาวๆ แล้ว

ผู้ใหญ่บ้านเหยาระบายรอยยิ้มบางๆ บนใบหน้า พลางพยักหน้ารับ "ได้ครับ เดี๋ยวผมจะอ่านให้ฟัง พวกคุณก็ตั้งใจฟังให้ดีๆ นะครับ ส่วนคนที่อยู่ข้างหลังที่ยังไม่ได้ฟัง ก็ตั้งใจฟังด้วยนะครับ 'ประกาศแจ้งให้ชาวหมู่บ้านเถาหยวนทราบโดยทั่วกัน: ทุกท่านคงจะคุ้นเคยกับโจวอวี่เป็นอย่างดี เขาคือผู้มีพระคุณอย่างใหญ่หลวงต่อหมู่บ้านของเรา...'"

เมื่อได้ยินชื่อ 'โจวอวี่' ป้ามหาภัยทั้งสองก็เบ้ปากด้วยความรังเกียจ ชื่อนี้เปรียบเสมือนฝันร้ายที่คอยหลอกหลอนพวกนางมาโดยตลอด

แต่เมื่อได้ยินเนื้อหาในประกาศที่บอกว่าโจวอวี่จะแจกข้าวเจ้าวิญญาณ แววตาของพวกนางก็ทอประกายแห่งความโลภขึ้นมาทันที ถ้าพวกนางได้รับส่วนแบ่งด้วยล่ะก็ พวกนางไม่มีทางเอาไปกินเองเด็ดขาด สู้เอาไปขายโก่งราคาให้นักท่องเที่ยวรวยๆ ไม่ดีกว่าหรือ อย่างน้อยๆ ก็น่าจะขายได้จินละเป็นหมื่นหยวนเลยล่ะ

ส่วนข้าวที่พวกนางจะกิน ก็เอาส่วนแบ่งของสามีจอมซกมกสองคนนั้นมากินแทนก็สิ้นเรื่อง ไอ้พวกนั้นมันก็แค่เศษสวะ ให้กินข้าวเจ้าวิญญาณไปก็เสียของเปล่าๆ

เมื่อฟังมาถึงเงื่อนไขการรับข้าว ความกังวลใจของพวกนางก็มลายหายไปจนสิ้น รอยยิ้มแห่งความดีใจปรากฏขึ้นบนใบหน้า ขอแค่มีชื่อในทะเบียนบ้านเถาหยวน และมีอายุเกิน 18 ปี ก็มีสิทธิ์รับข้าวคนละจินแล้ว ที่แท้ไอ้พวกชาวบ้านที่ตะโกนบอกว่าไม่มีส่วนแบ่งของพวกนาง ก็แค่พยายามจะกีดกันไม่ให้พวกนางรู้ข่าวดีนี้สินะ

"ผู้ใหญ่บ้านเหยาคะ พวกฉันก็มีชื่อในทะเบียนบ้านเถาหยวนแล้วนะคะ แถมอายุก็เกิน 18 ปีมาตั้งนานแล้วด้วย แบบนี้พวกฉันก็มีสิทธิ์ได้รับแจกข้าวเจ้าวิญญาณด้วยใช่มั้ยคะ" เฉินอวี้เจินอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามเพื่อความแน่ใจ แม้ว่าเงื่อนไขในประกาศจะระบุไว้อย่างชัดเจนแล้วก็ตาม

"อ้อ ผมยังอ่านไม่จบเลยครับ เดี๋ยวอ่านจบแล้วพวกคุณก็จะรู้เองแหละครับ" ผู้ใหญ่บ้านเหยาปรายตามองป้ามหาภัยทั้งสอง พลางตอบด้วยรอยยิ้มเยือกเย็น

รอยยิ้มของผู้ใหญ่บ้านเหยาในครั้งนี้ ช่างดูเย็นเยียบและน่าสะพรึงกลัว จนทำให้เฉินอวี้เจินและฟ่านหมิงเซี่ยรู้สึกเสียวสันหลังวาบขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ

และในขณะเดียวกัน ชาวบ้านเถาหยวนหลายคนที่เพิ่งจะปะติดปะต่อเรื่องราวได้ ก็แทบจะกลั้นหัวเราะเอาไว้ไม่อยู่ พวกเขาหันไปมองหน้ากันอย่างรู้ทัน พยายามฝืนกลั้นเสียงหัวเราะเอาไว้อย่างสุดความสามารถ

"และต่อไปนี้คือข้อความสำคัญในย่อหน้าสุดท้าย โจวอวี่ได้สร้างคุณูปการอันยิ่งใหญ่ให้กับหมู่บ้านของเรา เขาคือผู้มีพระคุณที่ชาวหมู่บ้านเถาหยวนทุกคนควรจะสำนึกในบุญคุณ ทว่า กลับมีบุคคลบางกลุ่มในหมู่บ้านที่แสดงพฤติกรรมล่วงเกินและไม่เคารพต่อโจวอวี่ ซ้ำยังไม่มีทีท่าว่าจะสำนึกผิดเลยแม้แต่น้อย..."

น้ำเสียงของผู้ใหญ่บ้านเหยาเริ่มหนักแน่นและดุดันขึ้นเรื่อยๆ "...ด้วยเหตุนี้ โจวอวี่และคณะกรรมการหมู่บ้านจึงมีมติเอกฉันท์ ให้ตัดสิทธิ์ นางฟ่านหมิงเซี่ย และ นางเฉินอวี้เจิน จากการรับสวัสดิการข้าวเจ้าวิญญาณในครั้งนี้ และเพื่อเป็นการตอบสนองต่อความประสงค์ของโจวอวี่ สวัสดิการทั้งหมดที่โจวอวี่จะมอบให้ในอนาคต บุคคลทั้งสองก็จะถูกตัดสิทธิ์เช่นกัน หวังว่าชาวบ้านทุกท่านจะใช้เรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์ และจงรำลึกถึงบุญคุณของผู้ที่ทำประโยชน์ให้แก่หมู่บ้านอยู่เสมอ"

"ผมอ่านจบแล้วครับ พวกคุณฟังชัดเจนดีมั้ย ถ้ายังไม่ชัด ผมจะอ่านทวนประโยคที่ว่า 'ตัดสิทธิ์สวัสดิการทั้งหมดในอนาคต' ให้ฟังอีกรอบก็ได้นะ อ้อ! แล้วก็... ขอผมสั่งสอนชาวบ้านเถาหยวนที่ยืนอยู่ตรงนี้สักหน่อยเถอะ! ในเมื่อพวกคุณเฉินอวี้เจินเขาอยากจะดูประกาศ ทำไมพวกคุณถึงไม่ยอมให้พวกเขาดูแถมไม่อ่านให้ฟังดีๆ ล่ะครับ ช่างไร้มารยาทกันจริงๆ เลย!" ผู้ใหญ่บ้านเหยาชี้หน้าชาวบ้านที่ยืนอยู่รอบๆ พลางพูดติดตลก

เมื่อได้ยินคำพูดของผู้ใหญ่บ้านเหยา ชาวบ้านทุกคนก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมาอย่างพร้อมเพรียง บางคนก็รู้ทันแผนการของผู้ใหญ่บ้านเหยาตั้งแต่ตอนที่เขาเริ่มอ่านประกาศแล้ว ในขณะที่บางคนที่หัวช้าเพิ่งจะมาถึงบางอ้อเอาตอนนี้

"ฮ่าๆๆ! ผู้ใหญ่บ้านเหยายอดเยี่ยมไปเลย! ผู้ใหญ่บ้านเหยาเยี่ยมที่สุด! เป็นความผิดของพวกเราเองแหละครับ ที่ไร้มารยาท ไม่ยอมอ่านประกาศให้พวกนางฟังดีๆ เอาล่ะ... เพื่อเป็นการแสดงความมีมารยาท พวกเรามาช่วยกันอ่านประกาศท่อนสุดท้ายให้พวกนางฟังพร้อมๆ กันอีกรอบดีกว่า!" ชาวบ้านคนหนึ่งตะโกนขึ้นมาด้วยความสะใจ

สิ้นเสียงตะโกนนั้น ชาวบ้านทุกคนก็พร้อมใจกันประสานเสียง ตะโกนข้อความท่อนที่ว่า "ตัดสิทธิ์ นางฟ่านหมิงเซี่ย และ นางเฉินอวี้เจิน จากการรับสวัสดิการข้าวเจ้าวิญญาณในครั้งนี้ และสวัสดิการทั้งหมดในอนาคต" ดังลั่นไปทั่วบริเวณ

จบบทที่ บทที่ 451 ฉันจะอ่านให้ฟังเอง

คัดลอกลิงก์แล้ว