- หน้าแรก
- สมาคมผู้ประสบภัยจากบีเกิ้ล
- บทที่ 74 กระดุมเสื้อของหลินไจ้ถัง
บทที่ 74 กระดุมเสื้อของหลินไจ้ถัง
บทที่ 74 กระดุมเสื้อของหลินไจ้ถัง
"ทรัพยากรและเวลาไม่เคยพอ"
"ดังนั้น แทนที่จะทุ่มทรัพยากรของตัวเอง ก็ใช้ของคนอื่นซะเลย" จิ้นยวิ๋นยิ้มเหมือนจิ้งจอกที่คิดแผนสำเร็จ "ดูสิ ตอนนี้ฉันก็อยู่สบายดีแล้ว"
"เข้าใจแล้วครับ" ฉีเหยาพยักหน้า สายตาจ้องมองจิ้นยวิ๋นอย่างครุ่นคิด
จิ้นยวิ๋นดึงฉีเหยาเข้ามา ให้นั่งอยู่บนเก้าอี้นอนเดียวกัน "อาบแดดร่วมกันมั้ย? วันนี้แสงแดดดีมากเลย"
"โอเคครับ!" ฉีเหยาขึ้นไปนั่งแล้วก็ดึงมลทินระดับสามเข้ามาด้วยอย่างเป็นธรรมชาติ
มลทินระดับสามไม่อยากมาอย่างเห็นได้ชัด เว่อร์หนึ่งเสียง
ฉีเหยาพับมันอย่างเป็นธรรมชาติ ครึ่งหนึ่งกลายเป็นหมอนของเขากับจิ้นยวิ๋น อีกครึ่งวางทอดอยู่บนท้องทั้งสองอย่างลงตัว
จิ้นยวิ๋นอยากรู้ "ฉันเห็นว่าไจ้ถังก็ทำแบบนี้เหมือนกัน อากาศร้อนแค่ไหนก็ยังต้องปิดท้องทุกที"
ฉีเหยาอธิบายอย่างเป็นกันเอง "เพราะนี่คือเอกลักษณ์ของฮวกก๊วกครับ"
"ปิดท้องไว้แล้วจะได้ไม่ถูกลมเย็นและท้องเสีย"
"อ๋อ ได้เลย!" จิ้นยวิ๋นอุทาน "ฮวกก๊วกเป็นประเทศที่มีชีวิตชีวาจริงๆ"
ขณะเดียวกัน หลินไจ้ถังก็ได้เจอกับกองซื้อขายจากประเทศอื่นในที่สุด
เพียงแต่ต่างจากที่นัดไว้ หลังการเจรจา พวกเขาไม่ต้องการจะเดินทางกับหลินไจ้ถังไปยังค่าย แต่ต้องการทำการซื้อขาย ณ จุดที่พวกเขาอยู่ตอนนี้
"เราเดินทางมาไกลแล้ว และสถานที่ที่คุณกำหนดมานั้นก็อยู่ลึกเข้าไปในประเทศ S มาก หากคุณต้องการทำอะไร ฉันคิดว่านั่นไม่ยุติธรรม"
หลินไจ้ถังไม่โต้เถียง แค่มองเขา
"เป็นอย่างนั้นเหรอ? กองทัพเสรีชนจะทำตัวเป็นคนไม่รักษาคำพูดเหรอ?"
"กองทัพเสรีชนไม่มีวันทำเช่นนั้น" หลินไจ้ถังตรวจตราดูคนตรงหน้า เป็นหน้าที่ไม่คุ้นเคย "เพียงแต่ฉันแปลกใจว่า ก่อนที่คุณจะมา ไม่ได้ตรวจสอบชื่อเสียงของพวกเรามาก่อนเหรอ?"
"ศักดิ์ศรีของกองทัพเสรีชนอย่าให้ถูกแตะต้อง การกล่าวหาอย่างไม่มีเหตุผล จะนำมาซึ่งเพียงการลงโทษ"
ราวกับจะพิสูจน์คำพูดของหลินไจ้ถัง เสียงกิ่งไม้แตกดังกระจายมาจากป่ารอบข้าง และในทันที ปืนนับไม่ถ้วนก็ผุดขึ้นรอบกองซื้อขายจากทุกชาติ
"คุณจะต่อต้านก็ได้ แต่หัวหน้าของเราก็อยู่ฝั่งนี้เช่นกัน"
"ถ้าถึงเวลาที่นัดไว้แล้วพวกคุณยังไม่มา พวกคุณรวมถึงตระกูลและองค์กรเบื้องหลัง ล้วนจะถูกกองทัพเสรีชนไล่ล่าตลอดไปเพราะผิดสัญญา"
"ยิ่งกว่านั้น ถ้าเราต้องการทำอะไรจริงๆ จะมาวุ่นวายให้ยุ่งยากทำไม? ตั้งแต่วินาทีที่พวกคุณข้ามชายแดนเข้า S ก็จัดการได้เงียบๆ แล้ว"
บรรดาหัวหน้าทีมมองหน้ากัน "เราขอเวลาปรึกษากันสักครู่"
"ได้เลย ฉันทำตามที่นัดไว้เท่านั้น"
"หวังว่าพวกคุณจะมาถึงจุดนัดหมายก่อนถึงเวลา" พูดจบหลินไจ้ถังก็พาคนเดินจากไป
---
ค่ายพักของกองซื้อขายประเทศ S
หลินไจ้ถังกลับมาอย่างรวดเร็ว ไม่ได้เสียเวลาบนทางกลับ
ฟังรายงานจบ จิ้นยวิ๋นไม่ได้แปลกใจ
"ครั้งก่อนที่ซื้อขายกับกลุ่มอำนาจอื่น พวกเขาไม่ได้มีข้อเรียกร้องมากขนาดนี้ ครั้งนี้..."
"ปกติ พวกเขาน่าจะรู้จากช่องทางบางอย่างเรื่องสัญญาสุภาพบุรุษที่ฉันกับผู้บัญชาการฮวกก๊วกทำไว้"
สีหน้าหลินไจ้ถังเปลี่ยนไปเล็กน้อย "ไม่แปลกเลย ทีมพวกนี้ต้องการเปลี่ยนสถานที่ซื้อขาย แน่นอนว่าต้องการทำลายสัญญาแล้วหนีไปฝั่งฮวกก๊วก"
จิ้นยวิ๋นกับผู้บัญชาการมีสัญญาสุภาพบุรุษกัน ใจความคือถ้าไม่ใช่ยามมหันต์ภัย
จิ้นยวิ๋นและผู้บัญชาการจะไม่ก้าวเข้าไปในประเทศของอีกฝ่าย
และถ้าจำเป็นต้องเข้า ระดับทั้งคู่จะถูกลดเหลือระดับ D
กลุ่มคนพวกนี้น่าจะรู้เรื่องนี้ จึงกล้าทำแบบนี้
แต่ฝ่ายตรงข้ามจะชอบแบบนี้ จิ้นยวิ๋นก็แค่รับมือตาม
"จัดการวิดีโอฉีเหยาและมลทินระดับสามแล้วส่งให้พวกเขา"
"ท่านหมายความว่า?"
"บอกพวกเขาว่าเราเพิ่มข้อเสนอ นอกจากมลทินระดับสามแล้ว ยังจะซื้อขายไก่อ่อนฮวกก๊วกที่เข้าใจภาษาสิ่งประหลาดของมลทินระดับสามนี้ด้วย"
"เหยื่อล่อต้องน่าดึงดูดพอ ถึงจะจับปลาใหญ่ได้ไม่ใช่เหรอ!"
หลินไจ้ถังเข้าใจจิ้นยวิ๋นแล้ว รีบถอยลงไปเตรียมการ
พอดีกับที่ข้างนอกมีเสียงอึกทึกขึ้น ชัดเจนว่ามลทินระดับสามทำอะไรบางอย่างอีกแล้ว
" อยู่สักวันก็ไม่ยอมสงบจริงๆ ไม่รู้จะทำอะไรอีก"
ทว่าพอออกไปดู กลับพบว่านักวิจัยทั้งหลายพร้อมใจกันเปลี่ยนเป็นชุดยูนิฟอร์มของกองทัพเสรีชน
"ทำอะไรกันอยู่?"
ฉีเหยาอาสาอธิบาย "บิ๊บิกบอกว่าจะได้พบกับกองจากประเทศอื่นแล้ว ทุกคนต้องแต่งกายเรียบร้อยเพื่อแสดงออกถึงจิตวิญญาณของทีม!"
"นายมาจากฮวกก๊วก จะมาพูดเรื่องจิตวิญญาณทีม S กับฉันทำไม?" หลินไจ้ถังหัวเราะเยาะหนึ่งที
ทว่าพักหนึ่ง ก็ดูเหมือนจะนึกอะไรขึ้นมาได้ หันไปดูคนข้างหลัง "ในเมื่อทุกคนใส่ นายก็ต้องใส่ด้วยสิ!"
"ไปดูว่ามีชุดสำรองในกองไหม"
ลูกน้องรีบไปหามา ได้ชุดยูนิฟอร์มของทหารฝึกหัดใหม่ของกองทัพเสรีชน
"ในกองทัพเสรีชน ทหารใหม่ทุกคนต้องเริ่มจากเลี้ยงหมู ชุดนี้เหมาะกับนายพอดีเลย"
ฉีเหยารับชุดมาดูสักครู่ แล้วหันไปหามลทินระดับสาม ชี้นิ้วไปอย่างไม่เกรงใจ ไปฟ้อง "บิ๊บิก หลินไจ้ถังบอกว่านายคือหมู"
มลทินระดับสามหันไปมองหลินไจ้ถังทันที
จากประสบการณ์หลายวันที่ผ่านมา หลินไจ้ถังกลัวมลทินระดับสามอย่างสนิทใจแล้ว กัดฟันถามว่า "นายต้องการอะไร?"
ฉีเหยาตรวจตราเขา "ฉันต้องการชุดของนาย"
"อะไรนะ?"
"ฉันต้องการชุดของนาย!" ฉีเหยาน้ำเสียงจริงจัง "ไม่ให้ บิ๊บิกจะโกรธ"
หลินไจ้ถัง: "..."
ฉีเหยา: "บิ๊บิกบอกว่าเขาออกล่ามาแล้วเจอของดีเยอะมาก"
หลินไจ้ถัง: ให้เลย ให้เดี๋ยวนี้เลย
แต่ออกมาอย่างรีบ หลินไจ้ถังก็เอามาแค่ชุดเดียว
ฉีเหยาใส่ชุดของเขา สุดท้ายตัวเองก็จำยอมใส่ชุดทหารฝึกหัดใหม่ด้วยความแค้นคั่งอยู่
ร่างกายของหลินไจ้ถังนั้นกว้างใหญ่ดั่งตู้เย็นสองบาน แต่ชุดทหารฝึกหัดเป็นไซส์ปกติ แม้จะใส่ได้แต่ก็ตึงมากจนผ้าแนบเนื้อ
ทำให้หลินไจ้ถังอึดอัดอยู่ไม่น้อย แต่พอคิดว่าฉีเหยาใส่ชุดของเขาก็ต้องไม่ทรงเหมือนกัน คงดูอัปลักษณ์กว่าอีก ก็ยังรู้สึกปลอบใจตัวเองได้บ้าง
ทว่าพอเปลี่ยนชุดเสร็จ กลับพบว่านักวิจัยหลายคนช่วยกันแก้ไขชุดให้ฉีเหยาพอดีตัวแล้วเรียบร้อย
ตอนนี้ฉีเหยาใส่ชุดรองหัวหน้าที่พอดีตัวยืนอยู่ข้างๆ จิ้นยวิ๋น ในตำแหน่งที่เขายืนอยู่ ถ้าไม่รู้ก็จะเข้าใจผิดว่าฉีเหยาเข้ามาแทนที่เขาแล้ว!
ความโกรธพุ่งขึ้นมาทันที
แต่จิ้นยวิ๋นก็หันมามองเขาพอดีกัน
พอสังเกตเห็นชุดที่คับตึงเกินไปบนร่างกายของหลินไจ้ถัง จิ้นยวิ๋นขมวดคิ้วเล็กน้อย
หลินไจ้ถังก็อดรู้สึกอายขึ้นมาไม่ได้ เขาพอนึกภาพตัวเองออกว่าตอนนี้หน้าตาเป็นอย่างไร เสื้อขึงตึงอยู่บริเวณหน้าอกจนดูแปลกประหลาด
แล้วพอหายใจออกแรงหน่อยเดียว กระดุมเสื้อก็ดีดหลุดออกมาเต็มๆ เสื้อผ้าพันกันยุ่งเหยิง ดูยิ่ง...
คนอื่นต่างหันหน้าหนีไม่กล้ามอง
มีแต่จิ้นยวิ๋นที่ตบมือหนึ่งที ราวกับนึกขึ้นมาได้ ร้องออกมาว่า "คล้ายเลย!"
ฉีเหยาก็พยักหน้าเห็นด้วย "คล้ายจริงๆ เลยครับ"
"คล้ายอะไร?" หลินไจ้ถังถามสัญชาตญาณ
ฉีเหยากับจิ้นยวิ๋น: วรรณกรรมสำนวนยายซือคงเจิ้นจากเกม กษัตริย์แห่งความรุ่งโรจน์ ที่เคยฮิตสุดขีดก่อนมหันต์ภัย!
---
ทั้งหมดนี่คืออะไรกัน? ฟังแล้วมันสมเหตุสมผลตรงไหน? หลินไจ้ถังที่พังทลายอยู่แล้วยิ่งสภาพย่ำแย่ลงไปอีก
สำคัญกว่านั้น ทั้งฉีเหยาและจิ้นยวิ๋นไม่มีทีท่าจะปล่อยเขาไป หนีบเขาไว้ตรงกลางแล้วร่ายบรรยายอย่างมีชีวิตชีวาว่า "วรรณกรรมสำนวนยายซือคงเจิ้น" คืออะไร ล้างสมองและไร้สาระขนาดไหน
"มันมาจากไหนกัน? หลังมหันต์ภัย แม้แต่มรดกทางวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ยังขาด ทำไมสิ่งนี้ถึงยังส่งต่อกันมาได้!" หลินไจ้ถังงงสนิท
ฉีเหยาบอกว่าเป็นเรื่องปกติ "ก็มีคนชอบแล้วจำไว้ มันก็เลยตกทอดมาไง! เหมือนวันนี้ที่ฉันกับยวิ๋นยวิ๋นให้สำนวนยายกับนาย ขอแค่ฉันจำได้ ตอนกลับไปก็บอกเจี้ยนเจี้ยนกับชิวชิว แล้วก็ฝากบอกศิษย์พี่คนเล็กด้วย"
"อ้อ! แล้วก็บอกท่านผู้บัญชาการกับรองผู้บัญชาการด้วย แบบนี้พวกเขาก็รู้แล้ว"
"พอพวกเขารู้แล้วก็บอกต่อให้คนถัดไป... ยิ่งนานไปคนรู้ยิ่งเยอะ พอถึงมหันต์ภัยครั้งถัดไป เพราะคนรู้มากพอ มันก็จะส่งต่อไปได้อีก!"
คิดอยู่ครู่หนึ่ง ฉีเหยายื่นมือไปหาหลินไจ้ถังทันที "หลินไจ้ถัง ให้เงินฉันหน่อย"
หัวข้อเปลี่ยนเร็วเกินไป หลินไจ้ถังตามแทบไม่ทัน ตัวเองไม่ได้อยากจะสนใจฉีเหยา แต่ข้างๆ ฉีเหยายังมีมลทินระดับสามที่น่าหัวร้อนติดมาด้วย หลินไจ้ถังจึงต้องล้วงกระเป๋าหยิบกระเป๋าสตางค์ เอาธนบัตรออกมาทั้งหมดแล้วยื่นให้ฉีเหยา
"อย่าคิดจะหนีนะ ฉันเตือนแล้ว ที่นี่คือประเทศ S มีเงินก็ใช้ไม่ได้!"
"ไม่ได้จะหนี" ฉีเหยาน้ำเสียงจริงจัง "นี่คือค่าตอบแทนที่ทำให้นายได้รับการจดจำชั่วนิรันดร์"
หลินไจ้ถัง: ???
ผ่านไปหลายนาที หลินไจ้ถังจึงค่อยๆ เข้าใจหลักคิดของฉีเหยา
แล้วข้อมูลเกี่ยวกับฉีเหยาที่จิ้นยวิ๋นเคยโชว์ให้เขาดูก็ค่อยๆ ลอยขึ้นมาในหัว
เจี้ยนเจี้ยนไม่รู้ว่าใคร แต่ชิวชิวน่าจะเป็นอวี่ฉิวเหลียง
จากมุมนั้น เจี้ยนเจี้ยนก็ต้องเป็นจงซื่อ
ศิษย์พี่คนเล็กคือจ้านจิงหลิน ท่านผู้บัญชาการนั้น ในศูนย์กักกันปีศาจผู้ที่อาวุโสกว่าฉีเหยาในวัยนี้มีเยอะ แต่ที่มีรองผู้บัญชาการ มีแค่คนเดียว คือผู้บัญชาการใช่ไหม?
ดังนั้นฉีเหยาจะบอกเรื่องนี้ให้คนอื่นรู้ด้วย?
ไม่ได้เรื่องเลย! หลินไจ้ถังโดดขึ้นทันที พุ่งตรงไปหาฉีเหยา แต่สายไปเสียแล้ว ฉีเหยาพูดทุกอย่างที่บอกได้และบอกไม่ได้ออกไปครบหมดแล้ว แถมยังแนบภาพและวิดีโอประกอบ นั่นคือวินาทีที่กระดุมเสื้อของหลินไจ้ถังดีดหลุดออกมา