- หน้าแรก
- ถอนพิษจอมนาง สู่วิถีผู้ไร้เทียมทาน
- ตอนที่ 181 ปะทะศิษย์ตำหนักหลิงเซียวอีกครา!
ตอนที่ 181 ปะทะศิษย์ตำหนักหลิงเซียวอีกครา!
ตอนที่ 181 ปะทะศิษย์ตำหนักหลิงเซียวอีกครา!
พลังที่พลุ่งพล่านของหม้อเทพโกลาหลได้ชี้แนะทิศทางให้อีกครั้งในชั่วพริบตา
นัยน์ตาของซูหานทอประกายวาบ เขาก้าวเท้าออกไปตามการชี้แนะของหม้อเทพโกลาหล พุ่งทะยานร่างออกไปราวกับลูกธนูที่หลุดจากแล่ง
ร่างของเขากะพริบไหววูบวาบผ่านเบื้องหน้าเงาร่างของผู้คนมากมายอย่างต่อเนื่อง
เวลาล่วงเลยไปราวหนึ่งชั่วยาม
หมอกหนาทึบปกคลุมไปทั่วบริเวณ
กลิ่นอายสีดำทมึนม้วนตัวตลบอบอวลราวกับควันไฟที่พวยพุ่ง
ซูหานขมวดคิ้ว เขาสัมผัสได้ถึงเจตจำนงแห่งมารที่แฝงอยู่อย่างเลือนลางจากกลิ่นอายเหล่านี้
เขาก้าวเท้าเดินอย่างเชื่องช้าเข้าไปในกลุ่มควันทึบนั้น และในพริบตาเดียว สุสานโบราณขนาดมหึมาก็ปรากฏขึ้นแก่สายตา
สุสานโบราณแห่งนี้ดูยิ่งใหญ่โอ่อ่ากว่าสุสานโบราณแห่งก่อนหน้าอยู่หลายส่วน
ซูหานยืนนิ่งอยู่กับที่ นัยน์ตาทั้งคู่ทอประกายแสงเป็นสาย
"ช่างเป็นสุสานใหญ่ที่แปลกประหลาดยิ่งนัก"
เขาพึมพำแผ่วเบา กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
โดยปราศจากความลังเล ซูหานก้าวเท้าเข้าไปในสุสานใหญ่นั้นทันที
พรึ่บ! พรึ่บ! พรึ่บ!
ทันใดนั้น เงาร่างหลายสายก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าซูหาน
นัยน์ตาของพวกเขาทอประกายเย็นเยียบ จ้องมองซูหานด้วยสายตาเฉยเมย
ชายหนุ่มในชุดคลุมสีเข้มผู้หนึ่งก้าวเดินออกมา จ้องมองซูหานอย่างเรียบเฉย
"สุสานใหญ่แห่งนี้ ตำหนักหลิงเซียวกำลังค้นหาวาสนาอยู่ ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องจงไสหัวออกไปซะ"
ซูหานหรี่ตาทั้งสองลง แววตาอันเยียบเย็นปลดปล่อยประกายแสงอันหนาวเหน็บอย่างถึงที่สุด
"เรื่องตลกอันใดกัน สุสานใหญ่เหล่านี้ล้วนเป็นของไร้เจ้าของทั้งสิ้น"
ชายหนุ่มชุดเข้มจ้องมองซูหานอย่างเย็นชา
"นี่เจ้าคิดจะยั่วยุตำหนักหลิงเซียวอย่างนั้นหรือ ที่แห่งนี้คืออาณาเขตของตำหนักหลิงเซียวของข้า ไสหัวไป!"
เขาตวาดกร้าว พร้อมกับปลดปล่อยกลิ่นอายระดับครึ่งก้าวสู่ขอบเขตเทวะออกมา
สายตาของกลุ่มศิษย์ตำหนักหลิงเซียวที่มองมายังซูหานค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นมืดมนและเย็นเยียบ ล้วนเต็มไปด้วยความไม่เป็นมิตรและประกายแสงอันหนาวเหน็บ
ทว่ามีบางคนในหมู่พวกเขากลับขมวดคิ้วมุ่น เจ้านี่ดูคุ้นหน้าคุ้นตายังไงพิกล
ซูหานหรี่ตาลง แหย้มยิ้มบางเบา
"แล้วถ้าหาก….ข้าจะดึงดันจะเข้าไปเล่า"
ชายหนุ่มชุดเข้มแค่นหัวเราะ
"เจ้าก็ต้องตาย"
แววตาของเขาค่อยๆ เย็นเยียบจนน่าขนลุก
"เจ้าจะดึงดันเข้าไปให้ได้งั้นรึ?"
ซูหานพยักหน้า
"ใช่แล้ว"
ใบหน้าของชายหนุ่มชุดเข้มพลันทะมึนลง ตวาดลั่น
"ตาย!"
เขาซัดหมัดออกไปในทันที
เมื่อซูหานเห็นดังนั้น นัยน์ตาของเขาก็วูบไหวด้วยความเย็นชา ปล่อยหมัดสวนกลับไปโดยตรง
ตูม!
เมื่อหมัดปะทะหมัด ความรู้สึกเจ็บปวดรวดร้าวก็แล่นพล่านเข้ามาในทันที ใบหน้าของชายหนุ่มชุดเข้มดูไม่ได้เอาเสียเลย หมัดของเขาราวกับจะแหลกสลายเป็นเสี่ยงๆ เขาคำรามลั่นด้วยความเดือดดาล
"เจ้ากล้าดีอย่างไร?"
ชายหนุ่มชุดเข้มโกรธจัดจนถึงขีดสุด ทั้งยังรู้สึกอัปยศอดสูเป็นล้นพ้น พลังฝีมือของไอ้เด็กตรงหน้านี่เหตุใดจึงได้แข็งแกร่งถึงเพียงนี้? ระดับครึ่งก้าวสู่ขอบเขตเทวะอย่างเขากลับไม่ใช่คู่มืองั้นหรือ?
"แล้วทำไมข้าจะไม่กล้า!"
สิ้นเสียงของซูหาน เขาก็ชักกระบี่ออกมากวาดตวัด ศีรษะขนาดใหญ่หลุดลอยกระเด็นออกไปในทันที โลหิตพุ่งกระฉูดสาดกระเซ็นเต็มพื้น นัยน์ตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความเหลือเชื่อและไม่ยินยอมพร้อมใจ
ใบหน้าของผู้คนจากตำหนักหลิงเซียวกลายเป็นย่ำแย่ถึงขีดสุด ราวกับเพิ่งกลืนกินอุจจาระเข้าไปอย่างไรอย่างนั้น หญิงสาวนางหนึ่งในกลุ่มมีสีหน้าเปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน แผดเสียงแหลมปรี๊ดออกมา
"เขาคือซูหาน!"
ซูหาน? ใบหน้าของศิษย์ตำหนักหลิงเซียวทุกคนพลันอัปลักษณ์ลงในพริบตา ชายหนุ่มในชุดขาวผู้หนึ่งมีสีหน้ามืดทะมึนลง
"ที่แท้ก็เป็นเจ้าเองที่รังแกศิษย์น้องเติ้งเยียนหราน หากไม่ใช่เพราะเจ้าเอาชนะศิษย์น้องเยียนหราน นางจะสูญเสียสิทธิ์สนามรบโบราณไปถึงสามที่นั่งอย่างนั้นหรือ? ทำให้นางกินไม่ได้นอนไม่หลับ ร่างกายซูบผอมลงไปตั้งหลายส่วน"
หลินเฮ่อ ผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตเทวะ ขั้น 1
ซูหานเผยรอยยิ้มบางๆ
"ใครใช้ให้นางมาประลองกับข้าเล่า? หากไร้ซึ่งฝีมือ จะอวดตนทำเพื่อ?"
เมื่อหลินเฮ่อได้ยินคำพูดของซูหาน เขาก็โกรธจนตัวสั่นเทิ้ม ตวาดลั่น
"ไอ้นี้รนหาที่ตาย ปล่อยให้อวดดีไปเถอะ ล่วงเกินตำหนักหลิงเซียว เจ้าจะต้องตายอย่างอนาถ"
ตูม! พรึ่บ! กลิ่นอายพลังระดับขอบเขตเทวะขั้น 1 ของหลินเฮ่อปะทุออกมาอย่างเต็มที่ เขาซัดหมัดออกไปอย่างดุดัน
ไอ้เด็กนี่เห็นอยู่ชัดๆ ว่าอยู่เพียงขอบเขตเป็นตายเท่านั้น ทว่ากลับยังกล้าอวดดีถึงเพียงนี้ ทั้งยังกล้าตั้งตนเป็นศัตรูกับตำหนักหลิงเซียว ช่างรนหาที่ตายเสียจริง
ท่ามกลางเสียงหมัดอันน่าสะพรึงกลัวที่พุ่งแหวกอากาศเข้ามา ซูหานที่กุมกระบี่กลืนวิญญาณอยู่ในมือก็แทงปลายกระบี่ออกไปโดยตรง ปราณกระบี่พรั่งพรูราวกับเกลียวคลื่น พุ่งเข้าปะทะกับการโจมตีของหลินเฮ่อในพริบตา
ใบหน้าของหลินเฮ่อมืดครึ้มลงฉับพลัน ร่างกายเซถลาร่นถอยหลังไปหลายก้าว เขาโกรธเกรี้ยวเป็นอย่างยิ่ง ทั้งยังขุ่นเคืองสุดแสน เขากลับถูกไอ้สวะนี่โจมตีจนต้องถอยร่นอย่างนั้นหรือ? ช่างน่าอัปยศอดสูนัก
ศิษย์ตำหนักหลิงเซียวหลายคนมีสีหน้าย่ำแย่
"ศิษย์พี่หลินเฮ่อมีพลังระดับขอบเขตเทวะเชียวนะ นี่คือพลังระดับสัตว์ประหลาดที่แท้จริง เป็นไปได้อย่างไรกัน?"
น้ำเสียงของพวกเขาสั่นเครือเล็กน้อย ขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน ใบหน้าบิดเบี้ยวถมึงทึง นัยน์ตาทั้งสองเปี่ยมไปด้วยความเดือดดาล
พรึ่บ! ฝ่าเท้าของซูหานกระทืบลงพื้นอย่างแรง ร่างกายสั่นสะท้านอย่างบ้าคลั่ง ประกายแสงล้ำค่าทอประกายออกมาจากผิวหนัง เขาชูตวัดกระบี่กลืนวิญญาณในมือ พุ่งเข้าใส่หลินเฮ่ออีกครั้งโดยตรง
"ไอ้สวะบัดซบ แกล้งบ้าคลั่งไปเถิด"
หลินเฮ่อเบิกตากว้างจนแทบฉีกขาด แผดเสียงคำรามด้วยความโกรธแค้น
เขารวบฝ่ามือทั้งสองเข้าหากัน พลังปราณอันน่าสะพรึงกลัวบิดม้วนเข้ามาในทันที ราวกับงูปราณที่พุ่งพล่านกระจัดกระจาย ลำแสงแต่ละสายค่อยๆ ร่วงหล่นลงมา มีอานุภาพทำลายล้างฟ้าดิน
อัสนีกัมปนาทแปดทิศ
แววตาดุร้ายปรากฏขึ้นในนัยน์ตาของซูหาน มือขวาดันขึ้นอย่างแรง กระบี่กลืนวิญญาณระเบิดปราณกระบี่ออกมากระแทกอย่างรุนแรงในชั่วพริบตา ตูม! ตูม! ตูม! เสียงระเบิดดังกึกก้องกังวานอย่างน่าขนลุก
หลินเฮ่อมีสีหน้าดำทะมึน ภายใต้แรงสั่นสะเทือนอันมหาศาล เขาต้องล่าถอยไปหลายก้าว ใบหน้ายิ่งดูไม่ได้สุดๆ นัยน์ตาพยัคฆ์คู่นั้นแดงก่ำไปด้วยสายเลือด
"บัดซบ"
เขารู้สึกอัปยศจนถึงที่สุด
ฟุ่บ! หมัดสะท้านฟ้าแปดทิศ ซูหานโคจรพลังกายาเทพมารบรรพกาล ซัดรัวหมัดออกไป รอยประทับหมัดอันน่าตื่นตะลึงพุ่งเข้าใส่ในพริบตา
แรงกดดันที่แผ่ซ่านมาจากร่างของซูหาน ทำให้ดวงตาของหลินเฮ่อแดงก่ำไร้ที่เปรียบ เขาไม่ทันได้ป้องกันตัว ความเร็วของซูหานนั้นรวดเร็วจนเกินไป
ฉัวะ! โลหิตสาดกระเซ็น ร่างของเขาถูกกระแทกลงกับพื้นอย่างจัง
ผู้คนจากตำหนักหลิงเซียวหน้าถอดสี เมื่อมองเห็นหลินเฮ่อที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส ใบหน้าของพวกเขาก็บิดเบี้ยวเหยเก
"ไอ้สารเลว"
"กล้าทำร้ายศิษย์พี่หลินเฮ่อรึ? ตายซะ"
ศิษย์ตำหนักหลิงเซียวแต่ละคนมีใบหน้ามืดครึ้มถึงขีดสุด กลิ่นอายทั่วร่างพุ่งทะยานขึ้นสูง ก่อนจะพุ่งทะยานเข้าใส่ซูหานอย่างพร้อมเพรียงกัน
เมื่อซูหานเห็นเช่นนั้น ใบหน้าของเขาก็ฉายแววเหี้ยมเกรียม
"แม้แต่ศิษย์พี่ของพวกแกยังไม่ใช่คู่มือของข้า พวกน้ำหน้ายังแกคิดจะลงมือกับข้าอีก ช่างรนหาที่ตายเสียจริง พวกสวะที่รนหาที่ตาย"
ศิษย์ตำหนักหลิงเซียวพุ่งเข้ามาในพริบตา มุมปากของซูหานประดับด้วยรอยยิ้มแสยะ เข็มดับวิญญาณ!
ฟุ่บ! พลังวิญญาณแปรเปลี่ยนเป็นรูปทรงเข็มแหลมเรียวยาว เข็มแต่ละเล่มเชื่อมโยงกับจิตวิญญาณ ภายใต้การควบคุมของซูหาน พวกมันก็ถูกซัดออกไปโดยตรงในชั่วพริบตา
"อ๊ากกก!"
"อะไรกัน?"
"ไม่นะ!"
พลังวิญญาณของซูหานทะลวงลึกเข้าไปในทะเลวิญญาณของคนเหล่านั้น บดขยี้จิตวิญญาณ ทำให้ใบหน้าของพวกเขาเปลี่ยนสีอย่างรุนแรง แผดเสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดและอัปยศอยู่หลายครั้ง
ร่างของพวกเขาร่วงหล่นลงมากระแทกพื้นอย่างแรง ซูหานเห็นดังนั้นจึงตวัดกระบี่ฟันลงไป ชิ้ง! ชิ้ง! ชิ้ง! ปราณกระบี่ถาโถมดั่งคลื่นน้ำ ชอนไชทะลวงเข้าสู่สมองของพวกเขาในพริบตา ทำให้พวกเขากรีดร้องออกมาอีกหลายครา ก่อนที่ความตายจะพรากเอาลมหายใจไปอย่างสมบูรณ์ นัยน์ตาทั้งคู่เบิกโพลง
ใบหน้าของซูหานเย็นเยียบดุจน้ำแข็ง เขายกมือขึ้นโบกสะบัด เคล็ดกายาเทพมารบรรพกาลสูบกลืนเลือดและพลังสายเลือดของคนกลุ่มนั้นจนหมดสิ้น เหลือทิ้งไว้เพียงหลินเฮ่อที่มีใบหน้าเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกตกใจ
ใบหน้าของหลินเฮ่อบิดเบี้ยว แผดเสียงคำรามด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเดือดดาล
"เหตุใดถึงแข็งแกร่งถึงเพียงนี้?"
นัยน์ตาที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้นแฝงไปด้วยความอาฆาตพยาบาท จ้องมองซูหานเขม็ง แทบจะอยากใช้สายตาฉีกทึ้งซูหานให้แหลกเป็นชิ้นๆ
อีกฝ่ายประดับรอยยิ้มเหยียดหยามที่มุมปาก
"มีปัญหารึ?"
"เจ้าห้ามแตะต้องตัวข้า หากเจ้าแตะต้องข้า ตำหนักหลิงเซียวจะไม่ปล่อยเจ้าเอาไว้แน่"
หลินเฮ่อใบหน้าบิดเบี้ยว แผดเสียงตะโกน
ซูหานจ้องมองเขาอย่างเรียบเฉย
"ศิษย์ตำหนักหลิงเซียวที่ตายด้วยน้ำมือข้ายังน้อยไปอีกหรือ? มีเจ้าเพิ่มมาอีกสักคนก็ไม่ถือว่ามาก ขาดเจ้าไปสักคนก็ไม่ถือว่าน้อย ข้ามีอันใดต้องกลัว?"
รูม่านตาของหลินเฮ่อหดเกร็งอย่างรุนแรง
"..."