เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 285 ลำดับเส้นทางวาทกรรมอันน่ามหัศจรรย์

บทที่ 285 ลำดับเส้นทางวาทกรรมอันน่ามหัศจรรย์

บทที่ 285 ลำดับเส้นทางวาทกรรมอันน่ามหัศจรรย์


ไม่ใช่ว่าพวกเฉินเยี่ยไม่ยอมให้เฉินห่าวเข้ามามีส่วนร่วมตอนปรึกษาแผนการต่อไปหรอกนะ

อย่างแรกคือเพิ่งจะรู้จักกับเฉินห่าว ทุกคนก็เลยยังไม่ค่อยคุ้นเคยกันเท่าไหร่ ถึงแม้เฉินห่าวจะช่วยชีวิตเถี่ยซือกับคนทั้งรถไว้ก็เถอะ

อย่างที่สองคือเวลาเฉินห่าวพูดมันชวนให้คนฟังรู้สึกอึดอัดใจจริงๆ แต่จู่ๆ เฉินห่าวก็พูดขึ้นมา เลยทำให้สายตาทุกคู่หันไปจับจ้องที่เขา

เฉินเยี่ยหรี่ตาลงเล็กน้อย ใบหน้าเต็มไปด้วยความประหลาดใจ "นาย... ลำดับ 3 แล้วเหรอ?"

เฉินห่าวไม่ตอบอะไร ทำเพียงพยักหน้า

พอคำตอบนี้ออกมายืนยัน ทุกคนก็พร้อมใจกันตกตะลึง

นึกไม่ถึงเลยว่าคนซื่อๆ ที่ดูไม่มีอะไรโดดเด่นคนนี้ จะเลื่อนเป็นลำดับ 3 ไปแล้วอย่างเงียบๆ

แม้จะไม่รู้ว่าคนตรงหน้าเลื่อนเป็นลำดับ 2 ตั้งแต่เมื่อไหร่ และใช้เวลาจากลำดับ 2 เป็นลำดับ 3 นานแค่ไหน แต่มันก็ยังทำให้ทุกคนอดประหลาดใจไม่ได้อยู่ดี

"เขา... เขาตายแล้ว ฉัน... รักษาสัญญา..."

"ฉันก็เลย... เลื่อนระดับ"

เฉินห่าวเล่าเรื่องที่ตัวเองเลื่อนระดับลำดับให้ฟังอย่างตะกุกตะกัก ทำเอาเฉินเยี่ยถึงกับพูดไม่ออกไปชั่วขณะ

ลำดับเส้นทางวาทกรรมล้วนเป็นพวกบ้ายึดติด แต่ความยึดติดแบบนี้ กลับสามารถยกระดับลำดับของพวกเขาได้ด้วยงั้นเหรอ?

น่าจะเป็นเพราะก่อนหน้านี้เฉินห่าวไปพนันขันต่อกับไอ้ "คนบ้า" นั่น แล้วทั้งสองคนก็ทำข้อตกลงกันไว้ คำสัญญานี้ผูกมัดเฉินห่าวมาตลอด ทำให้เขาต้องยอมทำตามคำสั่งบางอย่างของไอ้ "คนบ้า" ตอนนี้ไอ้ "คนบ้า" นั่นตายไปแล้ว ก็ถือว่าเฉินห่าวทำตามสัญญาสำเร็จ ระดับลำดับก็เลยเลื่อนขึ้นตามไปด้วย

ผลข้างเคียงผูกมัดเฉินห่าวเอาไว้ แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นพลังคอยเกื้อหนุนเขาด้วย ส่วนลำดับเส้นทางนักจินตนาการก่อนหน้านี้ ผลข้างเคียงช่วยสร้างผู้มีพลังลำดับนักจินตนาการขึ้นมา แต่ในขณะเดียวกันก็ทำลายตัวเขาเองด้วย จะร่วงหรือจะรอด ก็อยู่ที่ความบ้ายึดติดนี่แหละ!

"นายมีวิธีหารถเหรอ?" ทุกคนประหลาดใจเล็กน้อย ก่อนจะหันมาสนใจเรื่องที่สำคัญที่สุดในตอนนี้

เฉินห่าวพยักหน้า จากนั้นท่ามกลางสายตาประหลาดใจของทุกคน เขาก็ล้วงเอาสมุดปกหนังสีดำเล่มเล็กๆ ออกมาจากอกเสื้อ

ทุกคนเห็นว่าหน้าแรกๆ ของสมุดเล่มนี้เขียนคำประหลาดๆ เอาไว้ ส่วนใหญ่จะเป็นพวก "ในนามของข้า ขออาหาร!" "ในนามของข้า จงสะอาด!" อะไรทำนองนั้น

พอนึกถึงประโยคที่ไอ้หนุ่มติดอ่างนี่พูดตอนช่วยชีวิตคนบนถนนภูเขาก่อนหน้านี้ ทุกคนก็พอจะเข้าใจประโยชน์ของสมุดเล่มนี้ขึ้นมาบ้าง เพียงแต่ ทำไมต้องจดประโยคพวกนี้ไว้ในสมุดด้วยล่ะ? ทุกคนมองหนุ่มติดอ่างด้วยความแปลกใจไปชั่วขณะ

เฉินห่าวไม่สนใจสีหน้าของทุกคน เขาเปิดสมุดไปที่หน้าแรก หน้าแรกเขียนไว้ว่า "ในนามของข้า รถจงมา!"

สีหน้าของพวกเฉินเยี่ยก็ยิ่งดูพิลึกเข้าไปใหญ่

"พวกนาย... พวกนายอยากได้... รถแบบไหนล่ะ?"

"มี... มีเงื่อนไข... อะไรไหม?"

ฉู่เช่อบอกความต้องการของตัวเองให้เฉินห่าวฟัง จะให้ดีขอเป็นรถบัสสองชั้นคันใหญ่สองคัน เอาเป็นว่าขอแค่เป็นรถที่จุผู้รอดชีวิตทั้งร้อยห้าสิบคนในตอนนี้ได้ก็พอ

เฉินห่าวพยักหน้า จากนั้นก็ก้มหน้ามองหน้าแรกของสมุด แล้วอ่านออกเสียงด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก "ในนามของข้า รถจงมา!"

ตอนที่เฉินห่าวอ่านสี่คำแรก "ในนามของข้า" ออกมา เฉินเยี่ยก็เห็นว่าสี่คำบนสมุดนั้นราวกับถูกปลุกให้ตื่นขึ้น มันเปล่งแสงสีทองเจิดจ้าออกมาทั้งประโยค สว่างวาบจนแสบตาไปหมด

ตอนที่พูดคำว่า "รถจงมา!" ซึ่งฟังดูเบียวๆ ไปนิด เฉินเยี่ยก็เห็นแสงสีทองบนตัวอักษรหลุดลอยออกมาทันที

เพียงชั่วพริบตา... แสงสีทองพวกนี้ก็พุ่งทะยานออกไปราวกับสายฟ้าแลบ

ทุกคนได้แต่มองตาค้าง

"แค่นี้ก็เสร็จแล้วเหรอ?" เฉินห่าวเกาหลังหัว "ฉัน... ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน ประโยคนี้... ไม่ได้ใช้มานาน... นานมากแล้ว"

"หา? ~~~"

"แล้วรถจะมาเมื่อไหร่ล่ะ?" ฉู่เช่อถามสิ่งที่ทุกคนอยากรู้ที่สุด

เฉินห่าวคิดอยู่ครู่หนึ่ง "เร็วสุดก็... เร็วสุดก็วันนึง! ช้า... ช้าหน่อยก็... สองวัน! ~~"

สองวันงั้นเหรอ? ถ้าสองวัน รถกระบะปีศาจก็น่าจะอัปเกรดเสร็จพอดี เฉินเยี่ยคำนวณในใจ

ฉู่เช่อครุ่นคิดเล็กน้อย ถ้าเป็นเวลาปกติ รอวันสองวันก็ไม่ใช่ปัญหาอะไร แค่หาที่ปลอดภัยๆ กางม่านพลังพรางตัวแล้วรอก็พอแล้ว

แต่ที่นี่...

ที่นี่ไม่ใช่ที่ปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์ อย่างแรกคือทุกคนอยู่ที่นี่มานานเกินไปแล้ว กลิ่นอายของสิ่งมีชีวิตแถวนี้จะค่อนข้างเข้มข้น ดึงดูดความสนใจของพวกสิ่งลี้ลับได้ง่ายมาก ต่อให้กางม่านพลังพรางตัว ก็เกรงว่าจะไม่ปลอดภัยเต็มร้อย

แต่ตอนนี้ก็ไม่มีทางเลือกที่ดีกว่านี้แล้ว คนตั้งร้อยกว่าคนนะ ขืนให้เดินเท้าอพยพกันไป ก็คงไปได้ไม่ไกลหรอก ทุกคนเป็นแค่คนธรรมดา นอกจากพวกผู้มีพลังลำดับ คนธรรมดาเดินวันนึงไปได้ไม่ไกลหรอก

ยิ่งไปกว่านั้น คนเยอะขนาดนี้ ขืนเคลื่อนย้ายสุ่มสี่สุ่มห้าก็ยิ่งดึงดูดสิ่งลี้ลับได้ง่ายขึ้นไปอีก จากการสัมผัสของเขา ห่างออกไปหลายสิบกิโลเมตร มีสิ่งลี้ลับตนหนึ่งที่มีความเร็วสูงมากๆ กำลังอาละวาดไปทั่ว ความเร็วของสิ่งลี้ลับตนนี้ไวยังกะสายลม

ก็เพราะการมีอยู่ของสิ่งลี้ลับตนนี้แหละ ฉู่เช่อถึงได้ลังเล แต่ตอนนี้ไม่มีทางเลือกแล้ว ไม่ว่าจะไปหรือจะอยู่ ก็อันตรายพอกัน ถ้าเทียบกันแล้ว รอรถของเฉินห่าวอยู่ที่นี่น่าจะดีกว่าหน่อย

ฉู่เช่อจึงจำต้องพยักหน้าตกลง จากนั้นก็ออกคำสั่งให้ตั้งค่ายพักแรมตรงนี้เลย มีเถี่ยซือคอยช่วยเซวียหนานดูแลคนพวกนี้ ต่อให้มีพวกหัวแข็งไม่ยอมฟัง ก็คงไม่กล้าหือหรอก

ฉู่เช่อถือไม้พลองเดินไปยืนอยู่กลางวง แล้วปักมันลงพื้นอย่างแรง ม่านพลังป้องกันโปร่งใสคว่ำลงมาครอบทุกคนไว้เหมือนชามใบใหญ่ เรียกเสียงฮือฮาจากหลายๆ คน

เซวียหนานพาคนไปเริ่มตรวจนับเสบียงของคนพวกนี้ ภายในค่ายพักแรมก็เลยเริ่มวุ่นวายขึ้นมาทันที

แต่เรื่องพวกนี้ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเฉินเยี่ยเลย คุยกับคนแซ่เดียวกันอยู่นานสองนาน ถึงได้เข้าใจจุดเด่นของลำดับเส้นทางวาทกรรม และรู้ด้วยว่าทำไมเมื่อกี้เฉินห่าวถึงบอกว่าเขาน่าจะมีวิธี

ตอนนี้ชื่อลำดับของเฉินห่าวเรียกว่า "สยบวาจา"

ลำดับเส้นทางวาทกรรมจะมีวาทกรรมมากมาย วาทกรรมพวกนี้ส่วนใหญ่จะมีรูปแบบประโยคทำนองว่า "ในนามของข้า xx..." ขอแค่อ่านประโยคนี้ออกมา ก็จะสามารถทำตามที่พูดได้ดั่งใจนึก

เพียงแต่วาทกรรมพวกนี้จะต้องจดบันทึกไว้ในสมุด สมุดคือสื่อกลางของวาทกรรมเหล่านี้ และประโยคพวกนี้ก็เปรียบเสมือนอาวุธของลำดับเส้นทางวาทกรรม เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม ก็หยิบอาวุธที่เหมาะสมออกมาใช้

หลังจากเลื่อนเป็นลำดับ 3 แล้ว ผู้มีพลังลำดับเส้นทางวาทกรรมจะมีความสามารถหนึ่งเรียกว่า "นานไม่เอ่ยปาก" ในบรรดาวาทกรรมที่จดไว้ในสมุดเหล่านี้ บางประโยคอาจจะไม่ได้ใช้เลยเป็นเวลานาน ในเวลาปกติ ตอนที่ไม่ได้ใช้งาน วาทกรรมเหล่านี้ก็จะกักเก็บพลังงานสะสมไว้เรื่อยๆ พอถึงเวลาที่ต้องนำมาใช้จริงๆ พลังงานที่สะสมไว้ก็จะถูกปลดปล่อยออกมาในคราวเดียว

อย่างเช่นประโยคเมื่อกี้ของเฉินห่าวที่ว่า "ในนามของข้า รถจงมา!" ประโยคนี้เคยถูกใช้แค่ครั้งเดียว ตอนที่เรียกเจ้ารถคันน้อยแสนสุขนั่นแหละ ตอนนี้สะสมพลังงานไว้มากแค่ไหนแล้ว เฉินห่าวเองก็ไม่รู้เหมือนกัน

เฉินเยี่ยได้ยินเฉินห่าวพูดแบบนั้น ก็อดยกย่องในความอัศจรรย์ไม่ได้ ลำดับเส้นทางวาทกรรมนี่มันช่างมหัศจรรย์จริงๆ

"ถ้าเกิดนายจดลงสมุดว่า 'ในนามของข้า จงไร้เทียมทาน!' แล้วไม่ยอมใช้ประโยคนี้เลยสักสิบปี พอเอาออกมาใช้ทีนึง มันจะไม่ไร้เทียมทานไปเลยเหรอวะ?"

เฉินห่าวเกาหัวแกรกๆ "ฉัน... ฉัน... ไม่..."

"เอาล่ะๆ ฉันเข้าใจที่นายจะบอก นายเองก็ไม่รู้เหมือนกันใช่ปะล่ะ..."

"ถ้าพูดแบบนี้ วาทกรรมที่แต่ละคนจดลงสมุดก็ไม่มีทางเหมือนกันสิ นั่นก็แปลว่าผู้มีพลังลำดับเส้นทางวาทกรรมแต่ละคนก็มีความสามารถไม่เหมือนกันเลยน่ะสิ!" สาวน้อยผมชมพูอุทานด้วยความแปลกใจ

"ใช่... ใช่..."

หัวหน้าฉู่เช่อถือปากกาจดลักษณะเด่นของลำดับเส้นทางวาทกรรมลงในสมุด

เฉินเยี่ยเหลือบมองเวลาถอยหลังของรถกระบะปีศาจ คาดว่าพรุ่งนี้น่าจะอัปเกรดเสร็จแล้ว ชักจะตั้งตารอแล้วสิว่ารถกระบะปีศาจจะออกมาหน้าตาเป็นยังไง

ทันใดนั้น เฉินเยี่ยก็เหลือบไปเห็นคนอ้วนท่าทางลับๆ ล่อๆ คนหนึ่งในฝูงชน

คนอ้วนงั้นเหรอ? นี่มันวันสิ้นโลกแล้วนะเว้ย ทำไมยังมีสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าคนอ้วนอยู่อีกวะเนี่ย?

จบบทที่ บทที่ 285 ลำดับเส้นทางวาทกรรมอันน่ามหัศจรรย์

คัดลอกลิงก์แล้ว