- หน้าแรก
- วิวัฒน์ไร้ขอบเขต
- ตอนที่ 1313 เมืองซ้อนเมือง
ตอนที่ 1313 เมืองซ้อนเมือง
ตอนที่ 1313 เมืองซ้อนเมือง
มู่เหลียงไม่ได้ออกจากเมืองซาลุนเอ๋อ แต่กลับตรงไปยังหอตำราของพระราชวัง
"เอี๊ยด..."
ประตูหอตำราถูกผลักออก หยู่ฉินอี๋ที่กำลังอ่านหนังสืออยู่หันกลับมามอง
"มู่เหลียง? "
เธอเอ่ยปากหยั่งเชิงด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา
"ฉันเอง"
มู่เหลียง คลายสถานะล่องหน ก่อนจะเอื้อมมือไปปิดประตูหอตำราตามหลัง
"คืนนี้ไม่ต้องไปทำธุระเหรอ?"
แววตาของหยู่ฉินอี๋ ทอประกายดีใจวูบหนึ่ง ทว่าสีหน้ากลับยังคงเรียบเฉย
มู่เหลียง เอ่ยอย่างมีนัยยะว่า
"เรื่องบางเรื่องรีบร้อนไปก็เท่านั้น ค่อยเป็นค่อยไปจะดีกว่า"
"เรื่องไหนหรอ?"
หยู่ฉินอี๋เบิกตากว้าง มู่เหลียงดูอะไรออกอย่างนั้นหรือ?
สายตาของเธอเริ่มลุกลิก ใบหูเปลี่ยนเป็นสีชมพูระเรื่อ เธอขบเม้มริมฝีปากล่างเหมือนอยากจะพูดอะไรบางอย่างแต่ก็หยุดไว้
มู่เหลียงหยิบหนังสือขึ้นมาเล่มหนึ่งอย่างไม่ใส่ใจนัก พร้อมกับอธิบายว่า
"ช่วงนี้ฉันกำลังศึกษายุทธภัณฑ์วิญญาณ อยู่สองสามชิ้นน่ะ ยังจับต้นชนปลายไม่ถูกเลยรีบร้อนไม่ได้"
"...อย่างนี้นี่เอง"
หยู่ฉินอี๋ ชะงักไปเล็กน้อย
เธอแอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก แต่ในใจกลับแอบบ่นอุบอิบ ที่แท้เธอก็คิดมากไปเอง
"ยังมีหนังสืออีกกี่เล่มที่ยังไม่ได้อ่าน?"
มู่เหลียงเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
หยู่ฉินอี๋ รวบรวมสติ ก่อนจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
"เหลือชั้นหนังสืออีกสองแถวสุดท้าย ก็หมดแล้วล่ะ"
"งั้นก็พยายามอ่านให้จบภายในสองวันนี้แล้วกัน"
มู่เหลียงพยักหน้า ก่อนจะเปิดหนังสือในมือและเริ่มอ่านอย่างละเอียด
"สองวันนี้งั้นเหรอ..."
หยู่ฉินอี๋รู้สึกเศร้าใจขึ้นมาเล็กน้อย
มู่เหลียงหันขวับไปมองเธอ แววตาฉายแววความประหลาดใจ
"เป็นอะไรไป?"
"เปล่า ไม่มีอะไร นายรีบอ่านเถอะ"
หยู่ฉินอี๋ตอบปัดๆ
มู่เหลียงไม่ได้คิดอะไรมาก เขาหันกลับไปสนใจหนังสือต่อ
เวลาค่อยๆ ล่วงเลยไป ท้องฟ้าด้านนอกหอตำราเริ่มสว่างขึ้นทีละน้อย
มู่เหลียงปิดหนังสือลง เขายืนขึ้นแล้วเอ่ยเสียงเบา
"วันนี้พอแค่นี้ก่อนเถอะ เดี๋ยวตอนค่ำถ้าว่างฉันจะมาใหม่"
"ตกลง"
หยู่ฉินอี๋พยักหน้าเบาๆ
เธอหันไปมองชั้นหนังสือแถวสุดท้าย หากคืนนี้มู่เหลียง มาอีก แค่คืนเดียวก็คงอ่านหนังสือบนนั้นจนจบหมดแน่
มู่เหลียงนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ จึงถามด้วยความอยากรู้
"อ่านหนังสือมาตั้งนาน เธอเจอข้อมูลที่ต้องการหรือยัง?"
"ยังเลย..."
หยู่ฉินอี๋ส่ายหน้าพลางเผยสีหน้าเสียดาย
แม้หอตำราจะใหญ่โต ทว่ากลับไม่มีหนังสือเล่มไหนเขียนถึงทวีปเก่าเลย ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเบาะแสเกี่ยวกับผีมายา หรือสาเหตุที่พืชพรรณเหี่ยวเฉา
"น่าเสียดายจังเลยนะ"
มู่เหลียง เอ่ยอย่างเห็นใจ
"ค่อยเป็นค่อยไปเถอะ รีบร้อนไปก็เท่านั้น"
หยู่ฉินอี๋ฝืนยิ้มออกมา
มู่เหลียงยิ้มบางๆ ช่างเป็นประโยคที่คุ้นหูเสียจริง
"ฉันไปก่อนนะ ถ้าว่างก็มาเที่ยวที่เมืองเต่าทมิฬสิ"
เขายกมือขึ้นโบกไปมา ก่อนที่ร่างกายจะค่อยๆ เลือนหายเข้าสู่สถานะล่องหน
"อืม..."
หยู่ฉินอี๋พยักหน้าด้วยความอาวรณ์ เธอมองดูประตูหอตำราที่เปิดออกแล้วปิดลง
เธอถอนหายใจยาวอีกครั้ง ก่อนจะเดินออกจากหอตำราไปด้วยความรู้สึกหดหู่
มู่เหลียงออกจากพระราชวังและเหาะทะยานกลับไปยังภัตตาคารเต่าทมิฬ เวลานี้ท้องฟ้าใกล้จะสว่างเต็มที่แล้ว
แมลงโคมไฟบนภัตตาคารเต่าทมิฬ หยุดเปล่งแสง พวกมันกระพือปีกบินกลับไปยังรังพักผ่อนภายในภัตตาคาร
ตึง! ตึง! ตึง!
ระฆังเต่าทมิฬก็ดังขึ้นในเวลานี้เช่นกัน มันดังกังวานอยู่หกครั้งก่อนจะเงียบเสียงลง
"ท่านมู่เหลียง "
ลี่ลี่และคนอื่นๆ เดินเข้ามาจากระยะไม่ไกลนัก
"อืม เริ่มกันเถอะ"
มู่เหลียง เอ่ยขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย
"เริ่มอะไรเหรอ?"
หนี่จี่ชาและคนอื่นๆ มองหน้ากันด้วยความงุนงง
มู่เหลียงไม่ได้ตอบคำถาม เขาเพียงหลับตาลงและปลดปล่อยพลังของตนออกมา
ครืน! !
คลื่นพลังที่มองไม่เห็นแผ่กระจายออกจากใต้เท้าของเขา พื้นดินเริ่มสั่นสะเทือน
บริเวณใกล้กับเสาหินและดิน พื้นดินแตกออกเป็นรอยแยกสายแล้วสายเล่า ดินและหินมารวมตัวกันก่อกำเนิดเป็นกำแพงสูงครึ่งเมตร ล้อมรอบพื้นที่ซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของเมืองเต่าทมิฬ เอาไว้ทั้งหมด
กองกำลังป้องกันเมืองที่ประจำการอยู่ก้าวขึ้นไปยืนบนกำแพงสูงครึ่งเมตรนั้น จากนั้นก็ยืนนิ่งไม่ขยับเขยื้อน
"ยกเว้นกองกำลังป้องกันเมือง คนอื่นๆ ให้ออกห่างจากกำแพง"
น้ำเสียงราบเรียบของมู่เหลียง ดังก้องไปทั่วค่อนเมืองซาลุนเอ๋อ
"นี่เขาคิดจะทำอะไรเนี่ย?"
ชาวเมืองบางคนที่ยังจับต้นชนปลายไม่ถูก ได้แต่มองกำแพงสูงครึ่งเมตรที่ปรากฏขึ้นมาอย่างกะทันหันด้วยความมึนงง
"ฉันเข้าใจแล้ว พื้นที่ภายในกำแพงเตี้ยๆ นี้น่าจะเป็นเขตดูแลของเมืองเต่าทมิฬ "
ใครบางคนคาดเดา
"ก็น่าจะใช่นะ แต่กำแพงเตี้ยขนาดนี้ มันจะมีประโยชน์อะไรล่ะ"
ชาวเมืองพากันวิพากษ์วิจารณ์ไปต่างๆ นานา บางคนที่ใจกล้าหน่อยก็เดินมาที่หน้ากำแพงเตี้ย แล้วลองทำท่ายืนบนนั้นเลียนแบบกองกำลังป้องกันเมือง
เสียงของมู่เหลียง ดังขึ้นอีกครั้ง
"ขอย้ำอีกครั้ง ยกเว้นกองกำลังป้องกันเมือง ทุกคนจงถอยห่างจากกำแพง หากเกิดอะไรขึ้นรับผลกรรมกันเอาเอง"
"ถ้าไม่ออกไปแล้วจะเกิดอะไรขึ้นล่ะ?"
คนใจกล้าหัวเราะเยาะ
ครืนนน
วินาทีต่อมา พื้นดินก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง
กำแพงที่เคยสูงแค่ครึ่งเมตรกลับยืดตัวสูงขึ้นด้วยความเร็วอันน่าเหลือเชื่อ ในขณะเดียวกันความหนาของมันก็เพิ่มขึ้นด้วย
การสั่นสะเทือนดำเนินไปนานถึงห้านาที กำแพงสูงครึ่งเมตรถูกยกให้สูงตระหง่านถึงสิบเมตร และมีความหนาถึงห้าเมตร
"น...นี่มัน... เกิดอะไรขึ้นเนี่ย!?"
"ปล่อยฉันลงไปนะ แม่ พ่อ หนูผิดไปแล้ว..."
พวกคนที่ยังไม่ทันได้ถอยห่างออกมาเริ่มร้องห่มร้องไห้คร่ำครวญ พวกเขาแทบจะขวัญหนีดีฝ่อกันหมดแล้ว
สิ่งที่เคยเป็นเพียงกำแพงเตี้ยๆ บัดนี้ได้กลายเป็นกำแพงเมืองที่สมบูรณ์แบบ ราวกับเป็นเมืองซ้อนเมืองอย่างแท้จริง
บนกำแพงเมือง ชาวเมืองที่ยังไม่ทันได้กระโดดลงมาต่างนั่งยองๆ ตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว ใบหน้าซีดเผือดราวกับกระดาษ
กองกำลังป้องกันเมืองมองดูพวกเขาด้วยสายตาเย็นชา หน้าไม้ทหารในมือเล็งตรงไปที่พวกเขาแล้ว
"ยกมือขึ้น"
กองกำลังป้องกันเมืองตวาดเสียงเย็น
ชาวเมืองบนกำแพงเมืองแทบจะร้องไห้โฮ พวกเขารีบยกมือขึ้นและนั่งยองๆ ลงกับพื้น
มู่เหลียงก้าวขึ้นไปบนกำแพงเมือง เขาใช้พลังอีกครั้งเพื่อเจาะช่องกำแพงให้กลายเป็นประตูเมืองขนาดกว้างสี่เมตร สูงห้าเมตร จากนั้นจึงใช้ผลึกแก้วสร้างเป็นบานประตูเมือง ซึ่งเขาทำเรื่องแบบนี้ได้อย่างเชี่ยวชาญแล้ว
เขาใช้วิธีเดียวกันนี้เจาะช่องประตูเมืองเพิ่มอีกห้าแห่งบนกำแพงเมืองในจุดต่างๆ ทำให้ตอนนี้มีประตูเมืองทั้งหมดหกบาน
"ส่วนชื่อ ก็ใช้ตัวเลขตามเดิมแล้วกัน ประตูหมายเลขหนึ่ง"
มู่เหลียง สะบัดมือเบาๆ ป้ายที่ทำจากหลิวหลีก็ปรากฏขึ้นเหนือประตูเมือง บนนั้นสลักตัวอักษรขนาดใหญ่ไว้สามคำว่าประตูหมายเลขหนึ่ง
เขาใช้วิธีเดียวกันแขวนป้ายตั้งแต่ประตูหมายเลขสองไปจนถึงหมายเลขหก
"กำแพงเมืองก็มีแล้ว ต่อไปก็คือเขตที่พักอาศัย"
มู่เหลียง หันขวับกลับไปมองพื้นที่ที่ถูกล้อมกรอบเอาไว้
ดวงตาของเขาทอประกายสว่างวาบ เสียงคำรามกึกก้องดังขึ้นอีกครั้ง พื้นดินสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง
วินาทีต่อมา เสาหินดินที่คุ้นเคยก็ปรากฏขึ้นจากพื้นดิน แบ่งพื้นที่ทรงกลมออกเป็นเจ็ดส่วน
พื้นที่ทรงกลมตรงกลางคือย่านการค้า ส่วนพื้นที่รูปพัดทั้งหกส่วนรอบๆ คือเขตที่พักอาศัย เหมือนกับโมเดลจำลองที่มู่เหลียง เคยสร้างไว้ทุกประการ
"ทุกคนในพื้นที่นี้ ให้อพยพออกจากบ้านเรือนของตนก่อนเวลาเที่ยงตรง เพราะช่วงบ่ายฉันจะทำการปรับปรุงพื้นที่บริเวณนี้ใหม่ทั้งหมด"
มู่เหลียง ลอยตัวอยู่กลางอากาศ น้ำเสียงของเขาดังก้องกังวานไปทั่วพื้นที่รูปพัดที่ถูกล้อมรอบด้วยเสาหินเบื้องล่าง
"แล้วพวกเราจะย้ายไปอยู่ที่ไหนล่ะ!?"
ใครบางคนตะโกนถาม
มู่เหลียงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะใช้พลังสร้างบ้านเรือนสามชั้นจำนวนมากในอีกพื้นที่หนึ่ง เพื่อใช้เป็นที่พักชั่วคราวให้กับประชาชน
เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่า
"ไปพักที่นี่ชั่วคราวก่อน รอจนกว่าการปรับปรุงจะเสร็จสิ้น แล้วจะมีบ้านหลังใหม่ให้พวกคุณเข้าอยู่"
ประชาชนมองไปยังตึกแถวสามชั้นที่เรียงรายอย่างเป็นระเบียบและดูหรูหรา ความรู้สึกลังเลและไม่อยากย้ายในใจพลันมลายหายไปกว่าครึ่ง
เมื่อวานตอนที่มีการลงทะเบียนประชากร ประชาชนก็ได้รับแจ้งจากกองกำลังป้องกันเมืองแล้วว่าพื้นที่ที่พวกเขาอยู่อาศัยจะถูกปรับปรุงใหม่ ดังนั้นคนส่วนใหญ่จึงยินดีให้ความร่วมมือ
ส่วนคนกลุ่มเล็กๆ ที่เคยต่อต้าน หลังจากได้เห็นพลังในการสร้างกำแพงเมืองของมู่เหลียงแล้ว พวกเขาก็ต่างขวัญหนีดีฝ่อ และยอมตกลงให้ความร่วมมือกับงานปรับปรุงพื้นที่อย่างเต็มใจ