เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 752 จุดจบของซูเสวียน

บทที่ 752 จุดจบของซูเสวียน

บทที่ 752 จุดจบของซูเสวียน


ซูเสวียนรู้สึกชาวาบไปทั้งหนังศีรษะ

แค่ไอ้สารเลวหวังฮ่าวหรานแย่งชิงคนรักของเขาไปทีละคนก็ว่าเจ็บปวดเกินทนแล้ว แต่นี่มันถึงขั้นเสียสติ สิ้นคิดถึงขนาดมาลงมือกับท่านอาจารย์สุดที่รักของเขาเลยงั้นหรือ!

[ติ๊ง! โฮสต์ทำให้สภาพจิตใจของตัวเอกซูเสวียนได้รับการกระทบกระเทือน ได้รับแต้มวายร้าย 18,000 แต้ม ออร่าตัวเอกของซูเสวียน -900 ออร่าตัวร้ายของโฮสต์ +900!]

"ท่านอาจารย์ ข้าไม่ยอม! ข้าขอคัดค้าน!" ซูเสวียนโวยวายด้วยความคลุ้มคลั่ง

"เสี่ยวเสวียน ข้าวสารกลายเป็นข้าวสุกไปแล้ว ต่อให้เจ้าคัดค้านไปก็เปล่าประโยชน์ ข้ากับอาจารย์ของเจ้าตกลงกันไว้แล้วว่าในอีกไม่ช้าพวกเราจะจัดพิธีวิวาห์กัน ถึงตอนนั้น เจ้าก็อย่าลืมมาร่วมดื่มสุรามงคลที่ตระกูลหวังล่ะ" หวังฮ่าวหรานเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

เมื่อได้ยินวลีที่ว่า ‘ข้าวสารกลายเป็นข้าวสุก’ ใบหน้างดงามของกู้หงอีก็พลันซับสีเลือดฝาดขึ้นมา ทว่าซูเสวียนกลับรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังพังทลายลงตรงหน้า

[ติ๊ง! โฮสต์ทำให้สภาพจิตใจของตัวเอกซูเสวียนได้รับการกระทบกระเทือน ได้รับแต้มวายร้าย 10,000 แต้ม ออร่าตัวเอกของซูเสวียน -500 ออร่าตัวร้ายของโฮสต์ +500!]

[ติ๊ง! โฮสต์ทำให้สภาพจิตใจของตัวเอกซูเสวียนได้รับการกระทบกระเทือน ได้รับแต้มวายร้าย 10,000 แต้ม ออร่าตัวเอกของซูเสวียน -500 ออร่าตัวร้ายของโฮสต์ +500!]

[ติ๊ง! โฮสต์ทำให้สภาพจิตใจของตัวเอกซูเสวียนได้รับการกระทบกระเทือน ได้รับแต้มวายร้าย 10,000 แต้ม ออร่าตัวเอกของซูเสวียน -500 ออร่าตัวร้ายของโฮสต์ +500!]

......

"ท่านอาจารย์! ไม่ว่าอย่างไรข้าก็ไม่มีวันยอมให้ท่านแต่งงานกับมันเด็ดขาด!" ซูเสวียนแผดเสียงคำราม

"เสี่ยวเสวียน..." กู้หงอีขมวดคิ้วมุ่น นางรู้สึกว่าปฏิกิริยาของซูเสวียนนั้นรุนแรงเกินกว่าเหตุไปมาก

หวังฮ่าวหรานไม่รอช้า รีบเอ่ยแทงใจดำขึ้นมาทันที "เสี่ยวเสวียน ข้ารู้ว่าเจ้าแอบมีความคิดอกุศลกับอาจารย์ของเจ้า ทว่านางคืออาจารย์ของเจ้านะ เจ้ากล้ามีความคิดอกตัญญูผิดจารีตประเพณีเช่นนี้ได้อย่างไร?!"

กู้หงอีเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง หันไปมองซูเสวียนทันที

ภาพที่นางเห็นคือ ซูเสวียนกำลังขบกรามแน่น ไม่ยอมเอ่ยปากโต้แย้งใดๆ ท่าทีเช่นนี้ไม่ต่างอะไรกับการยอมรับกลายๆ

คิ้วเรียวงามของกู้หงอียิ่งขมวดแน่นขึ้น ภายในใจเริ่มบังเกิดความรู้สึกอึดอัดระคนรังเกียจ

นางเห็นซูเสวียนเป็นเพียงศิษย์มาโดยตลอด คิดไม่ถึงเลยว่าซูเสวียนจะแอบมีความคิดสกปรกเช่นนี้กับนาง

"เสี่ยวเสวียน ข้าฝากความหวังไว้ที่เจ้ามาตลอด หวังว่าในภายภาคหน้าเจ้าจะเติบโตขึ้นเป็นยอดคน แม้เจ้าจะมีความคิดที่ไม่ควรเช่นนี้ แต่หากเจ้าสามารถกลับตัวกลับใจได้ทันเวลา อาจารย์ก็จะไม่ถือโทษโกรธเคือง ความสัมพันธ์ฉันศิษย์อาจารย์ระหว่างเราก็จะยังคงเดิมเหมือนที่ผ่านมา" กู้หงอีพยายามเอ่ยเตือนสติด้วยความหวังดี

"ให้กลับไปเป็นเหมือนเดิมงั้นหรือ? ย่อมได้! แต่ท่านอาจารย์ต้องไม่แต่งงานกับมัน!" ซูเสวียนชี้หน้าหวังฮ่าวหราน พลางยื่นคำขาดกับกู้หงอี

"เรื่องนี้ถูกกำหนดไว้แล้ว จะไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆเพียงเพราะคำพูดของเจ้าหรอก" แม้กู้หงอีจะมีนิสัยอ่อนโยนและใจดีเพียงใด ทว่ากับเรื่องสำคัญถึงเพียงนี้ นางย่อมไม่มีทางยอมถอยให้เด็ดขาด

"ท่านอาจารย์ ข้าเองก็ไม่มีวันเปลี่ยนใจเช่นกัน!" ซูเสวียนประกาศกร้าว

"ไม่มีทางประนีประนอมกันได้เลยจริงหรือ?" กู้หงอีทอดถอนใจ

"มีข้าต้องไม่มีมัน มีมันต้องไม่มีข้า!" ซูเสวียนยืนกรานหนักแน่น

ใบหน้าของกู้หงอีซีดเผือดลงหลายส่วน นางฝืนสู้กับความรู้สึกลังเลในใจอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยตัดสินใจด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด

"ตกลง... ถ้าเช่นนั้น นับตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป ความสัมพันธ์ฉันศิษย์อาจารย์ระหว่างเจ้ากับข้า ถือเป็นอันขาดสะบั้นลง!"

ซูเสวียนยืนนิ่งอึ้งราวกับถูกสายฟ้าฟาด

ท่านอาจารย์ของเขา... ถึงขนาดยอมตัดขาดความสัมพันธ์กับเขา เพียงเพื่อผู้ชายสารเลวที่แย่งชิงคนรักของเขาไปนับไม่ถ้วนงั้นหรือ?!

ซูเสวียนเชื่อมั่นมาโดยตลอดว่า ต่อให้หญิงสาวรอบกายจะทอดทิ้งเขาไปจนหมดสิ้น แต่ท่านอาจารย์จะไม่มีวันเป็นเช่นนั้น

เพลิงโทสะเริ่มก่อตัวขึ้นทีละน้อย จนทำให้ใบหน้าของซูเสวียนบิดเบี้ยวดูน่าเกลียดน่ากลัว

[ติ๊ง! โฮสต์ทำให้สภาพจิตใจของตัวเอกซูเสวียนได้รับการกระทบกระเทือน ได้รับแต้มวายร้าย 20,000 แต้ม ออร่าตัวเอกของซูเสวียน -1,000 ออร่าตัวร้ายของโฮสต์ +1,000!]

[ติ๊ง! ซูเสวียนเข้าสู่ด้านมืด สูญเสียสถานะตัวเอกโดยสมบูรณ์]

ความโกรธแค้นและความไม่ยินยอมที่สะสมมาอย่างยาวนานได้ปะทุขึ้นในวินาทีนี้

"กู้หงอี! ตอนที่เจ้ารับข้าเป็นศิษย์ เจ้าก็มีความเห็นแก่ตัวแอบแฝงอยู่แล้ว เจ้าหวังจะหลอกใช้ข้าให้ช่วยสร้างกายเนื้อให้เจ้า พอตอนนี้เจ้าได้คืนชีพสมใจอยาก ก็คิดจะเตะข้าทิ้งสินะ ดี... ดีมาก!" ซูเสวียนแผดเสียงคำรามอย่างบ้าคลั่ง

"เจ้า..." กู้หงอีรู้สึกเสียใจอย่างถึงที่สุด

ตอนที่นางรับซูเสวียนเป็นศิษย์ นางย่อมฝากความหวังไว้ที่เขาจริง ทว่าหากลองถามใจตัวเองดู นางก็ปฏิบัติกับซูเสวียนในฐานะศิษย์มาโดยตลอด ทุ่มเทความจริงใจให้ไปไม่น้อย คิดไม่ถึงเลยว่าท้ายที่สุดแล้ว สิ่งที่ได้รับกลับมาคือการถูกสาดโคลนใส่ร้ายเช่นนี้

"ทำไม ถูกข้าแทงใจดำจนเถียงไม่ออกแล้วล่ะสิ?!" ซูเสวียนแค่นเสียงเย้ยหยัน

กู้หงอีทอดถอนใจ รู้ดีว่าต่อให้พูดอะไรไปก็เปล่าประโยชน์ จึงเลือกที่จะนิ่งเงียบ

ซูเสวียนพ่นคำด่าทอระบายอารมณ์ใส่กู้หงอีอยู่อีกพักใหญ่ ก่อนจะสะบัดแขนเสื้อเดินจากไปด้วยความโกรธแค้นถึงขีดสุด ทั้งที่อาการบาดเจ็บยังไม่หายดี

กู้หงอีเป็นหญิงสาวที่อ่อนโยนเกินไป

ถูกซูเสวียนด่าทอเสียดสีขนาดนั้น กลับไม่ตอบโต้เลยสักคำ

หากเปลี่ยนเป็นคนอารมณ์ร้อน ป่านนี้คงตบซูเสวียนปลิวไปไกลลิบแล้ว

หลังจากสร้างกายเนื้อขึ้นมาใหม่ ระดับพลังของกู้หงอีก็ฟื้นฟูกลับมาได้มากโข ตอนนี้นางบรรลุถึงขอบเขตผสานร่างขั้นหนึ่งเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งขอบเขตใหญ่ระดับที่หกของการบำเพ็ญเซียน เป็นระดับเดียวกับบรรดาผู้นำตระกูลใหญ่ทั้งเก้าของมณฑลจื้อจุนเลยทีเดียว

กู้หงอีแค่สะบัดมือเบาๆ ซูเสวียนก็แหลกละเอียดเป็นเถ้าธุลีได้แล้ว

กู้หงอีมองแผ่นหลังของซูเสวียนที่เดินจากไปด้วยความรู้สึกปวดร้าวในใจ

หวังฮ่าวหรานดึงนางเข้ามากอดไว้ในอ้อมอก เอ่ยปลอบโยนอยู่นานสองนาน จนสภาพจิตใจของนางเริ่มดีขึ้น

เมื่อจัดการเรื่องนี้เสร็จสิ้น หวังฮ่าวหรานก็ปลีกตัวออกมาจากสายตาของกู้หงอี หยิบเอาโลหิตต้นกำเนิดของซูเสวียนที่เขาแอบเก็บรวบรวมไว้ก่อนหน้านี้ออกมา

ภายในแววตาของเขา ปรากฏจิตสังหารพลุ่งพล่าน

ซูเสวียนเข้าสู่ด้านมืดและสูญเสียสถานะตัวเอกไปแล้ว ไม่มีคุณค่าใดๆให้หลอกใช้อีกต่อไป

ยิ่งไปกว่านั้น ซูเสวียนที่กลายเป็นปีศาจ ย่อมต้องหาทางแก้แค้นด้วยวิธีการสกปรกสารพัดรูปแบบอย่างแน่นอน

หวังฮ่าวหรานย่อมไม่มีทางปล่อยให้ซูเสวียนมีโอกาสเติบโตจนมาสร้างปัญหาให้เขาได้

หากเมื่อครู่กู้หงอีไม่ได้อยู่ด้วย หวังฮ่าวหรานคงลงมือสังหารซูเสวียนทิ้งไปตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว

......

หลังจากเดินพ้นอาณาเขตของหุบเขาเพลิงอัคคี ในหัวของซูเสวียนมีเพียงความคิดเดียว คือต้องตั้งใจฝึกฝนให้แข็งแกร่ง วันข้างหน้าเมื่อเขามีพลังอำนาจล้นฟ้าเมื่อใด เขาจะกลับมาฆ่าล้างโคตรไอ้หญิงร้ายชายเลวพวกนี้ให้เหี้ยน!

"หวังฮ่าวหราน สวีชิงถง ฮวาเจี่ยอวี่ เจียงชิงขุย เหยียนหลิงเอ๋อร์ และกู้หงอี พวกแกทั้งหมดจงรอ..." ซูเสวียนตะโกนก้องฟ้า ระบายความคลุ้มคลั่งที่อัดอั้น

ทว่า... ประโยคอาฆาตมาดร้ายยังไม่ทันจบคำ ร่างของซูเสวียนก็พลันกระตุกเกร็ง ขาดใจตายคาที่ กลายเป็นศพนอนทอดร่างอยู่กลางป่ารกร้างอย่างน่าอนาถ

หวังฮ่าวหรานสัมผัสได้ว่าซูเสวียนสิ้นลมหายใจแล้ว มุมปากของเขายกยิ้มเหี้ยมเกรียมขึ้นมาเล็กน้อย

เหตุผลที่เขาเลือกใช้คำสาปโลหิต ประการแรกคือมันสะดวกสบาย สามารถสังหารศัตรูได้โดยไร้ร่องรอย ส่วนประการที่สองก็เพื่อ ‘ป้ายสี’

ศึกชิงแก่นอัคคีพิสุทธิ์ที่หุบเขาเพลิงอัคคีจบลงแล้ว ธุระของหวังฮ่าวหรานก็เสร็จสิ้น ถึงเวลาต้องเดินทางกลับเสียที

หวังฮ่าวหรานพากู้หงอีและเหล่าผู้คุ้มกันจากตระกูลเจียงเดินทางออกจากหุบเขาเพลิงอัคคี

ระหว่างทาง หวังฮ่าวหรานจงใจนำทางให้เฉียดเข้าไปใกล้บริเวณที่ศพของซูเสวียนนอนอยู่

เมื่อกู้หงอีพบศพของซูเสวียน นางก็ถึงกับยืนตะลึงอยู่กับที่

แม้นางจะตัดขาดความสัมพันธ์กับซูเสวียนไปแล้ว แต่พอมาเห็นเขาตกตายเช่นนี้ ลึกๆในใจก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกเศร้าสลด

กู้หงอีเข้าไปตรวจสอบสาเหตุการตายของซูเสวียน และสามารถระบุได้อย่างรวดเร็วว่า เขาตายด้วยคำสาปอันน่าสะพรึงกลัวชนิดหนึ่ง

และเมื่อไม่นานมานี้ ก็มีตระกูลใหญ่ในมณฑลจินเหยียนถูกล้างบางด้วยคำสาปแบบเดียวกันนี้

ผู้ที่ลงมือล้างบางตระกูลนั้นก็ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากเย่ซวนเทียน

ประกอบกับช่วงที่อยู่หุบเขาเพลิงอัคคี ซูเสวียนก็เพิ่งจะมีเรื่องบาดหมางกับเย่ซวนเทียนมาหมาดๆ

ดังนั้น ฆาตกรย่อมเป็นใครอื่นไปไม่ได้

ซูเสวียนถูกเย่ซวนเทียนฆ่าตาย!

กู้หงอีไม่มีความคิดที่จะไปล้างแค้นแทนซูเสวียนเลยแม้แต่น้อย นางเพียงแค่อยากจะขุดหลุมฝังศพให้ซูเสวียนอย่างสมเกียรติ เพื่อเห็นแก่ความผูกพันครั้งสุดท้าย จึงหันไปปรึกษาหวังฮ่าวหราน

หวังฮ่าวหรานย่อมไม่ขัดข้อง

ในเมื่อซูเสวียนตายไปแล้ว เขาก็ไม่ได้เลือดเย็นอำมหิตถึงขั้นจะปล่อยให้ศพของอีกฝ่ายกลายเป็นอาหารสัตว์หรอก

หวังฮ่าวหรานถึงขั้นอาสาเป็นคนลงมือขุดหลุมและฝังศพซูเสวียนด้วยตัวเองเลยทีเดียว

และในระหว่างนั้น เขาก็ฉวยโอกาสนำเอา ‘หยกวิญญาณ’ ของฟางโหยวรั่วกลับคืนมาอย่างแนบเนียน

นี่คือของหมั้นที่ฟางโหยวรั่วมอบให้เขา หากวันดีคืนดีนางเกิดถามหาขึ้นมา แล้วเขาไม่มีให้ดู มันคงกลายเป็นเรื่องลำบากไม่น้อย

หลังจากจัดการฝังศพซูเสวียนเสร็จสิ้น หวังฮ่าวหรานและกู้หงอีก็มุ่งหน้าเดินทางกลับไปยังตระกูลหวังแห่งแดนบูรพาทันที

ตอนนี้เหลือเวลาอีกเพียงครึ่งเดือนก็จะถึงกำหนดการจัดงานวิวาห์แล้ว

บรรดาว่าที่เจ้าสาวทั้งหลายต่างก็แยกย้ายกันกลับไปยังบ้านเกิดของตน เพื่อรอคอยวันสำคัญ

เฟิ่งซวนซู่เดินทางกลับไปที่เขาเฟิ่งซี ส่วนจัวชิวเฉินอวี้และจัวชิวลั่วเหยียนก็เดินทางกลับไปที่ฉางโจว...

เมื่อวันวิวาห์ใกล้เข้ามาถึง หวังฮ่าวหรานก็จะจัดขบวนไปรับพวกนางถึงที่หมายด้วยตัวเอง

*****

จบบทที่ บทที่ 752 จุดจบของซูเสวียน

คัดลอกลิงก์แล้ว