- หน้าแรก
- ฉันเกษียณจากเกมสยองขวัญ มาเป็นผู้ช่วยตัวประกอบ
- บทที่ 303 ทะลุมิติมาเป็นภรรยาเอกตัวประกอบที่ไม่เป็นที่โปรดปรานของจวนโหว 14
บทที่ 303 ทะลุมิติมาเป็นภรรยาเอกตัวประกอบที่ไม่เป็นที่โปรดปรานของจวนโหว 14
บทที่ 303 ทะลุมิติมาเป็นภรรยาเอกตัวประกอบที่ไม่เป็นที่โปรดปรานของจวนโหว 14
บทที่ 303 ทะลุมิติมาเป็นภรรยาเอกตัวประกอบที่ไม่เป็นที่โปรดปรานของจวนโหว 14
พ่อลูกคู่นี้ช่างมีใจสื่อถึงกัน
กวางหนิงโหวเองก็ไปหาพระเถระชั้นสูง
พระเถระชั้นสูงมีนามว่าฉุนซิ่ว
ไต้ซือฉุนซิ่วได้ฟังเรื่องเล่า "ข้ามีสหายคนหนึ่ง" อีกรอบ
และมอบคำสอนหกพยางค์ให้เช่นเดิม ฝึกกาย ฝึกใจ ฝึกคุณธรรม
ที่แตกต่างกันคือ สมองของกวางหนิงโหวดีกว่าลูกชายหน่อย พอได้ยินคำนี้ สีหน้าเรียบเฉย เดาอารมณ์ไม่ออก "ท่านไต้ซือหมายความว่าอย่างไร?"
ไต้ซือฉุนซิ่วพนมมือ "ก็ตรงตามตัวอักษร ประสก อาตมาช่วยได้เท่านี้"
ในเมื่อไปยั่วโมโหสิ่งที่ไม่ควรยั่ว ก็ได้แต่เร่งสั่งสมบุญกุศล ภาวนาให้กรรมตามสนองเบาบางลงหน่อยเถิด
.
พอกวางหนิงโหวกลับถึงจวน องครักษ์ก็รายงานสองเรื่อง
เรื่องแรก ฮูหยินทำมื้อเช้าให้ฮูหยินซื่อจื่อ แต่ฮูหยินซื่อจื่อไม่แตะสักคำ สั่งให้นำไปบริจาคที่โรงทานในเมือง
ฮูหยินกลับถึงเรือนก็ล้มพับ หมดสติไปอีกรอบ
เรื่องที่สอง เมื่อเช้าซื่อจื่อบุกไปที่เรือนหลังของฮูหยินซื่อจื่อ ครู่ต่อมา ก็ถูกใครบางคนหิ้วไปแขวนไว้บนต้นไม้ที่สูงที่สุดในจวน
ตอนนี้แขวนมาเกือบสองชั่วโมงแล้ว
เพราะกวางหนิงโหวสั่งกำชับเป็นพิเศษว่า เรื่องเกี่ยวกับฮูหยินซื่อจื่อ ห้ามวู่วาม และให้ตามใจนางให้มากที่สุด
ดังนั้นองครักษ์จึงไม่กล้าบุ่มบ่ามเข้าไปช่วยซื่อจื่อ
—— ก็แค่แขวนอยู่บนต้นไม้ ไม่น่าจะมีอันตรายถึงชีวิตในเร็วๆ นี้หรอก
กวางหนิงโหวคิดดูแล้ว ไปดูฮูหยินโทวก่อน
ตู้มามากำลังเช็ดน้ำตา พอกวางหนิงโหวมาถึง ไม่ต้องให้ถาม ก็รีบเล่าเรื่องเมื่อเช้าให้ฟังอย่างรวดเร็ว
นางไม่กล้าพูดจารุนแรงเกินไป บอกแค่ว่า "ฮูหยินตื่นแต่เช้าตรู่มาทำอาหารให้นาง แม้แต่ซื่อจื่อยังไม่เคยได้รับการปฏิบัติเช่นนี้ แต่นางกลับ... กลับ..."
นางคุกเข่าลง "บ่าวรู้สึกคับแค้นแทนฮูหยินเจ้าค่ะ"
กวางหนิงโหวรู้ดี ตู้มามากำลังขอให้เขาจัดการ
เขามองภรรยาคู่ทุกข์คู่ยากที่นอนหมดสติอยู่บนเตียง ถามว่า "ฮูหยินกลับมาก็เป็นแบบนี้ตลอดเลยหรือ?"
ตู้มามาพยักหน้า
กวางหนิงโหวสั่งให้คนไปตามหมอหลวง แล้วค่อยไปดูลูกชายจอมโง่
เซี่ยเจิงชาไปทั้งตัวแล้ว
เขาถูกหิ้วขึ้นมา ใช้เข็มขัดผูกติดกับกิ่งไม้
ตอนแรกเขายังด่าทอ ตะโกนโวยวาย เดี๋ยวก็ด่าจู๋อิน เดี๋ยวก็ด่าคนในจวนว่าตาบอด ไม่มีใครมาช่วยเขา
ด่าไปหนึ่งชั่วโมง คอแห้งผาก หมดแรงข้าวต้ม
ผ่านไปอีกชั่วโมง เขาคิดแค่ว่า ไม่ว่าใครก็ได้ ถ้าช่วยเขาลงจากต้นไม้ได้ เขาจะตบรางวัลให้อย่างงาม
ในที่สุดเขาก็รอกวางหนิงโหวจนเจอ
"ท่านพ่อ! ท่านพ่อ!" เซี่ยเจิงดีใจ
"ท่านรีบช่วยข้าลงไปที! ข้าจะบอกท่านว่า เสิ่นซู่ซินนังผู้หญิงคนนั้น—"
กวางหนิงโหวขัดจังหวะ "ข้าให้คนเอาเจ้าลงมาได้ แต่เจ้าต้องรับปากข้าเรื่องหนึ่ง"
เซี่ยเจิงงงไปวินาทีหนึ่ง ไม่เข้าใจว่าทำไมพ่อเห็นสภาพตัวเองแบบนี้ ไม่รีบช่วยลงมา แต่กลับมีข้อแลกเปลี่ยน
แต่เขาถูกแขวนมานาน สมองที่ไม่ค่อยฉลาดอยู่แล้วยิ่งเบลอ รีบรับคำ "ข้ารับปาก! รับปากทุกอย่าง!"
วินาทีถัดมา เอวเขาก็คลายออก ถูกคนจับลงมายืนบนพื้น
ความรู้สึกที่เท้าแตะพื้นมันดีจริงๆ
น่าเสียดายยังไม่ทันได้ซาบซึ้ง ก็ได้ยินเสียงท่านพ่อ "เจ้าไปจัดการตัวเอง แล้วไปขอขมาที่เรือนซู่ซินด้วยตัวเอง ข้าไม่สนว่าเจ้าจะขอโทษ คุกเข่า หรือใช้วิธีไหน ทำให้นางยกโทษให้เจ้า จำไว้หรือยัง?"
เซี่ยเจิง: ???
เขาจ้องมองพ่อตัวเองด้วยความตกตะลึง ไม่เข้าใจว่าทำไมพ่อถึงพูดคำพูดเย็นชาเช่นนี้ออกมาได้
ให้เขาไปขอโทษเสิ่นซู่ซิน?
แถมยังให้คุกเข่า?
ขอให้ยกโทษ?
งั้นชาตินี้เขาคงไม่มีวันเงยหน้าอ้าปากต่อหน้านังผู้หญิงคนนี้ได้อีกแล้วสิ?
"พ่อ!" เขาถามเสียงดัง
"ท่านก็โดนเสิ่นซู่ซินทำคุณไสยใส่เหมือนกันเหรอ?"
ไม่งั้นเขาไม่เข้าใจจริงๆ
กวางหนิงโหวเพียงพูดเสียงเย็นกับองครักษ์ "ถ้าซื่อจื่อไม่ไป ก็ให้เขาขึ้นไปแขวนบนต้นไม้ต่อ"
เซี่ยเจิง ???
.
จู๋อินย่อมรู้ความเคลื่อนไหว
นางพูดกับบาร์บาร่า "กวางหนิงโหวคนนี้ พอจะมีสมองอยู่บ้าง น่าเสียดาย—"
บาร์บาร่าพลิกตัว โชว์พุงนุ่มนิ่ม ทำหน้ามึน "น่าเสียดาย? น่าเสียดายอะไร?"
"น่าเสียดายที่ยังเย่อหยิ่งอยู่ดี" จู๋อินจิ้มพุงนุ่มๆ ของมัน พูดอย่างไม่ใส่ใจ
"เขาคงไม่ได้คิดว่าจนป่านนี้ ฉันแค่หึงหวงโกรธเคืองเรื่องเซี่ยเจิงไอ้โง่นั่น พอเรื่องนี้จบ ทุกอย่างก็จะจบลงด้วยดีหรอกนะ?"
นางไม่สงสัยเลย กวางหนิงโหวตอนนี้ที่ยอมตามใจ เอาใจนาง ก็เพราะเขาไม่รู้ตื้นลึกหนาบางของนาง ไม่กล้าบุ่มบ่าม
ถ้าเขามั่นใจว่าจัดการนางได้ คงสั่งฆ่านางโดยไม่ลังเลแน่นอน
เทียบกันแล้ว เซี่ยเจิงนี่ "พ่อพยัคฆ์ลูกสุนัข" จริงๆ
.
ซื่อจื่อไม่เข้าใจ
ซื่อจื่อโกรธแค้น
ซื่อจื่อน้อยใจ
ซื่อจื่อไม่กล้าขัดคำสั่งพ่อ อิดออดจนเกือบมืดค่ำ ถึงมาที่เรือนของจู๋อิน
เขายืนอยู่ไกลๆ ไม่ยอมเข้าใกล้
หมิงเติงถามแทนจู๋อิน "ซื่อจื่อมีธุระอันใด?"
เซี่ยเจิงอึกอัก "ข้ามา... เมื่อกลางวันข้าเข้าใจเจ้าผิด ไม่ควรว่าเจ้าแบบนั้น"
ไม่มีใครสนใจ
ไม่มีใครตอบเขา
เซี่ยเจิงโกรธอีกแล้ว "เสิ่นซื่อ เจ้าไม่ได้ยินที่ข้าพูดรึไง?"
หมิงเติงทำหน้าที่อย่างดี "ซื่อจื่อ คุณหนูของบ่าวได้ยินแล้วเจ้าค่ะ"
เซี่ยเจิง: ?
"ได้ยินแล้วทำไมไม่ตอบ?"
หมิงเติงตอบอย่างจริงจัง "คุณหนูบอกว่า 'อ้อ'"
เซี่ยเจิงไม่สงสัยเลย นังผู้หญิงคนนี้จงใจเล่นตัว แกล้งเขาชัดๆ
แต่เขาดันทำอะไรไม่ได้
เขากล้ำกลืนความโกรธ พูดซ้ำอีกรอบ "ข้าบอกว่า เมื่อกลางวันข้าพูดผิด ข้าไม่ควรว่าเจ้าแบบนั้น ข้าผิดไปแล้ว ข้าขอโทษ เจ้าหายโกรธได้ไหม? ยกโทษให้ข้าเถอะ?"
พูดจบหน้าเขาก็แดงก่ำ ในหัวมีแต่ความคิดว่า "รอข้ามีอำนาจเมื่อไหร่ นังแพศยาเสิ่นซื่อ ข้าจะให้มันมาคุกเข่าต่อหน้า..."
เขาจินตนาการต่อไม่ไหว
เพราะหน้าซีดๆ ของท่านปู่โผล่ขึ้นมาในหัว ทำเอาเขาเกือบก้นจ้ำเบ้า
เขาโดนถีบกลางอากาศ "ตุ้บ" คุกเข่าลงกับพื้น
เข่ากระแทกพื้นหินอย่างจัง เจ็บจนหน้าบิดเบี้ยว
"พิธีการยิ่งใหญ่ขนาดนี้เชียว?" จู๋อินยิ้มด้วยความประหลาดใจ
"หมิงเติง รีบไปพยุงซื่อจื่อลุกขึ้นเร็ว"
เซี่ยเจิงย่อมไม่อยากคุกเข่า
ทันทีที่เข่าถึงพื้น เขาก็อยากจะลุกขึ้น แต่มีพลังที่มองไม่เห็นกดทับตัวเขาไว้ ทำให้ขาขยับไม่ได้
สาวใช้ที่ชื่อหมิงเติงเดินมาพยุงพอเป็นพิธี แน่นอนว่าพยุงไม่ขึ้น
จู๋อินจึงพูดอย่างเห็นอกเห็นใจ "ในเมื่อซื่อจื่อชอบคุกเข่า งั้นก็อย่าไปขัดศรัทธาซื่อจื่อเลย ให้เขาคุกเข่าไปเถอะ นึกอยากลุกเมื่อไหร่ ก็ลุกเองแหละ"
เซี่ยเจิง: ????