เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 2 ชายหนุ่มคนใดบ้างที่ไม่คลั่งรัก

บทที่ 2 ชายหนุ่มคนใดบ้างที่ไม่คลั่งรัก

บทที่ 2 ชายหนุ่มคนใดบ้างที่ไม่คลั่งรัก


บทที่ 2 ชายหนุ่มคนใดบ้างที่ไม่คลั่งรัก

บริเวณลานหน้าประตูสถาบันหมิงจู ชายหนุ่มในชุดลำลองสีฟ้าน้ำทะเลกำลังจ้องมองไปที่ประตูสถาบันด้วยสีหน้าเปี่ยมความหวัง เมื่อเสียงเพลงเลิกเรียนดังขึ้น ประตูสถาบันเปิดออก กลุ่มชายหนุ่มและหญิงสาวต่างก็พากันกรูออกมาจากประตูดังกล่าว

ชายหนุ่มชุดฟ้าทอดสายตามองดูเหล่าชายหนุ่มหญิงสาวที่แห่กันออกมาจากประตูสถาบันด้วยความอิจฉา ทว่าเขาก็ซ่อนแววตานั้นไว้อย่างรวดเร็ว แล้วเริ่มกวาดสายตามองหาใครบางคนในฝูงชน

ชั่วครู่ต่อมา แววตาของชายหนุ่มก็เป็นประกาย เขาพุ่งตัวเข้าไปหาเด็กสาวผมยาวที่สวมชุดกระโปรงลายดอกไม้สีม่วง ยื่นช่อดอกไม้ในมือให้พลางกล่าว "ม่านม่าน ดอกไม้ช่อนี้ผมให้คุณนะ"

เด็กสาวหยุดเดิน ผิวพรรณของเธอขาวเนียนราวกับอาบน้ำนม เมื่อเงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่ม ความงดงามของเธอก็ทำให้หนุ่มสาวรอบข้างหมองลงไปในทันที จะใช้คำว่าหงส์ในฝูงกาก็คงไม่เหมาะนัก ทว่าเพียงแค่เธอมายืนอยู่ตรงนี้ ก็ทำให้หนุ่มสาวรอบข้างสูญเสียความเปล่งประกายแห่งวัยเยาว์ไปจริงๆ

แม้ใบหน้าของเธอจะยังดูอ่อนเยาว์ ทว่ารูปร่างอันสมบูรณ์แบบนั้นก็เริ่มฉายแววให้เห็นแล้ว ลองจินตนาการดูสิว่าอีกไม่กี่ปีข้างหน้า เธอจะงดงามเปล่งประกายได้เพียงใด คนทั้งสถาบันต่างก็รู้จักเธอดี เจินม่าน หญิงสาวที่งดงามที่สุดในนครมุกดา

เจินม่านมองชายหนุ่มตรงหน้าที่แทบจะคลั่งรักเธออย่างเข้ากระดูกดำ เธอไม่ได้ยื่นมือออกไปรับช่อดอกไม้จากเขา แต่กลับเงียบไปนานนับสิบวินาที ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน "ตี้จิ่ว วันนี้ฉันเพิ่งเลื่อนขั้นไปถึงระดับนักรบยุทธ์ อีกไม่นานก็จะย้ายออกจากแคว้นบริบาลแล้ว คุณดูแลตัวเองให้ดีๆ นะคะ ไว้มีวาสนาคงได้พบกันใหม่"

มือของตี้จิ่วสั่นเทิ้ม ช่อดอกไม้ร่วงหล่นลงพื้นกระจุยกระจาย

ทำไมเขาจะไม่เข้าใจความหมายที่เจินม่านพูด เขารู้ดีว่าด้วยพรสวรรค์ด้านวิทยายุทธ์ของเธอ ไม่ช้าก็เร็วคงต้องออกจากแคว้นบริบาลไป เพียงแต่ไม่นึกว่าจะเร็วขนาดนี้ก็เท่านั้นเอง ในการฝึกยุทธ์นั้น ตราบใดที่สามารถก้าวไปถึงระดับนักรบยุทธ์ได้ก่อนอายุยี่สิบปี ก็จะสามารถออกจากแคว้นบริบาลแล้วมุ่งหน้าไปยังจักรวรรดิลู่หยวนได้ทันที

เมื่อวานเขาเพิ่งจะเข้ารับการทดสอบวิทยายุทธ์ในวัยสิบหกปีไป และผลก็ยังคงเป็นความล้มเหลว ข่าวนี้อย่าว่าแต่เจินม่านเลย เกรงว่าคนทั้งนครมุกดาก็คงจะรู้เรื่องนี้กันหมดแล้ว

"ขอโทษด้วยนะ!" เจินม่านก้มหน้าลงพลางเอ่ยออกมาเบาๆ สามคำ เธอแอบถอนหายใจอยู่ในใจ ก่อนจะเดินเลี่ยงตี้จิ่วแล้วจากไปอย่างรวดเร็ว

ไม่ใช่ว่าเธอไม่ให้โอกาสเขา เธอเคยรอเขามาแล้ว แต่ก็น่าเสียดายที่การทดสอบรากวิทยายุทธ์ครั้งที่สามของตี้จิ่วก็ยังคงล้มเหลว ความจริงแล้ว ต่อให้รากวิทยายุทธ์ของตี้จิ่วที่ได้จากการทดสอบครั้งที่สามจะแย่ไปสักนิด เธอก็คงไม่ด่วนจากแคว้นบริบาลไปเร็วขนาดนี้หรอก

...

ไม่ว่าจะเป็นแคว้นบริบาลหรือทวีปอารันต์ที่แคว้นบริบาลตั้งอยู่ ต่างก็ยกย่องวิทยายุทธ์เป็นอย่างมาก แม้ว่าเทคโนโลยีของที่นี่จะล้ำหน้าไม่แพ้กัน ทว่าการฝึกยุทธ์คือสิ่งสำคัญที่สุด บุคลากรด้านเทคโนโลยีทั้งหมดล้วนมีไว้เพื่อรับใช้วิทยายุทธ์ และผู้ปกครองของทุกประเทศ ณ ที่แห่งนี้ก็ล้วนต้องเป็นยอดฝีมือด้านวิทยายุทธ์ทั้งสิ้น

การฝึกยุทธ์ในทวีปอารันต์จำเป็นต้องมีรากวิทยายุทธ์ หากปราศจากสิ่งนี้ หรือรากวิทยายุทธ์ยังไม่ปรากฏ ไม่ว่าจะพยายามมากแค่ไหน ก็ทำได้เพียงแค่ทำให้ร่างกายแข็งแรงขึ้นเท่านั้น แต่ไม่อาจเป็นยอดฝีมือวิทยายุทธ์ที่แท้จริงได้เลย

ช่วงเวลาที่รากวิทยายุทธ์ปรากฏขึ้นนั้นไม่แน่นอน การทดสอบรากวิทยายุทธ์จะแบ่งออกเป็นหลายช่วงอายุ ครั้งแรกคือช่วงก่อนอายุห้าขวบ ซึ่งถ้าหากตรวจพบรากวิทยายุทธ์ในช่วงนี้ มักจะเป็นรากวิทยายุทธ์ชั้นยอด

แต่ถ้าการทดสอบครั้งแรกไม่พบรากวิทยายุทธ์ ก็ไม่ได้หมายความว่าจะฝึกยุทธ์ไม่ได้ เพราะรากวิทยายุทธ์ของบางคนอาจจะปรากฏตอนอายุสิบสองปี ทว่าหากถึงตอนนั้นแล้วยังไม่ปรากฏอีก ก็ต้องรอจนถึงอายุสิบหกปีเพื่อเข้ารับการทดสอบครั้งสุดท้าย

และถ้าอายุสิบหกปีแล้วยังไม่มีรากวิทยายุทธ์อีก นั่นก็หมายความว่าหมดสิทธิ์ฝึกยุทธ์แล้วล่ะ เพราะในทวีปอารันต์ยังไม่เคยมีข่าวว่าใครที่รากวิทยายุทธ์เพิ่งจะโผล่มาหลังอายุสิบหกเลย

ตี้จิ่วเป็นเด็กฉลาดหลักแหลมมาตั้งแต่เด็กๆ ถึงขั้นเคยถูกยกย่องให้เป็นเด็กอัจฉริยะอันดับหนึ่งของแคว้นบริบาล ตี้ซานผู้เป็นบิดาจึงฝากความหวังทั้งหมดในการฟื้นฟูเส้นทางวิทยายุทธ์ของตระกูลตี้ไว้ที่เขาเพียงผู้เดียว

อย่างที่เขาว่ากันว่า ยิ่งคาดหวังมากก็ยิ่งผิดหวังมาก เพราะในการทดสอบครั้งแรก ตี้จิ่วกลับไม่มีรากวิทยายุทธ์ ซึ่งนั่นหมายความว่าเขาไม่สามารถฝึกยุทธ์ได้

เมื่อเห็นเพื่อนรุ่นราวคราวเดียวกันต่างพยายามฝึกยุทธ์อย่างหนัก สหายที่เคยเท่าเทียมกันก็ค่อยๆ ทิ้งห่างเขาไป ตี้จิ่วจึงทำได้เพียงทุ่มเทแรงกายแรงใจทั้งหมดให้กับการเรียน เขามั่นใจว่ารากวิทยายุทธ์ของตนเองจะต้องปรากฏขึ้นอย่างแน่นอน เพียงแต่อาจจะช้าไปสักหน่อยก็เท่านั้น

การศึกษาของแคว้นบริบาลไม่ใช่เพียงแค่ความรู้เชิงทฤษฎีเท่านั้น แต่เป็นการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาผสมผสานกับทฤษฎี ก่อนที่ตี้จิ่วจะอายุครบสิบสองปี เขาใช้เวลาเพียงแปดปีก็สามารถเรียนรู้ทุกสิ่งทุกอย่างที่คนอื่นต้องใช้เวลาถึงยี่สิบหรือสามสิบปีจนเกือบหมด ยิ่งไปกว่านั้นเขายังสามารถออกแบบเครื่องบินรุ่นใหม่ได้อีกด้วย

ทว่าเมื่อการทดสอบครั้งที่สองตอนอายุสิบสองปีมาถึง ตี้จิ่วก็ยังคงไม่มีรากวิทยายุทธ์อยู่ดี

คราวนี้ไม่ใช่แค่ตี้จิ่วที่ร้อนใจ แม้แต่พ่อของเขาก็กระวนกระวายเช่นกัน ตี้จิ่วสูญเสียความสนใจที่จะศึกษาเทคโนโลยีและวัฒนธรรมต่อไปโดยสิ้นเชิง ที่ผ่านมาเขาพยายามตั้งใจเรียนรู้ความรู้ด้านเทคโนโลยีก็เพื่อจะเอาเวลาที่คนอื่นไปฝึกยุทธ์มาใช้ให้เกิดประโยชน์ก็เท่านั้น แต่ตอนนี้เขาพลาดการทดสอบติดต่อกันถึงสองครั้ง แล้วจะมีกะจิตกะใจไปเรียนหนังสืออีกได้อย่างไร

พ่อของตี้จิ่วบอกเขาว่าอย่าเพิ่งรีบร้อน ยังมีการทดสอบรากวิทยายุทธ์ครั้งที่สามตอนอายุสิบหกปีอีก

แต่ตี้จิ่วไม่ต้องการพึ่งพิงโชคชะตาเช่นนี้อีกต่อไป เขาจึงเริ่มหันมาศึกษาด้านการแพทย์แทน

ในทวีปอารันต์ บุคลากรด้านเทคโนโลยีนั้นไร้ค่าและมีสถานะต่ำต้อยที่สุด ในขณะที่แพทย์มีสถานะเป็นรองเพียงผู้ฝึกยุทธ์เท่านั้น หากประสบความสำเร็จในด้านการแพทย์ล่ะก็ จะยิ่งได้รับความเคารพนับถือมากกว่ายอดฝีมือวิทยายุทธ์เสียอีก

เหตุผลที่ตี้จิ่วเลือกเรียนแพทย์ ไม่ใช่เพราะสถานะของแพทย์เป็นรองแค่ผู้ฝึกยุทธ์ ทว่าเขากังวลว่าการทดสอบครั้งที่สามตอนอายุสิบหกปีจะยังคงล้มเหลวอีก

เซวียถัว ปรมาจารย์แพทย์แห่งแคว้นบริบาลเคยกล่าวไว้ว่า ปรมาจารย์แพทย์ขั้นสูงสุดสามารถใช้ศาสตร์แพทย์ทำให้ผู้ไร้รากวิทยายุทธ์สามารถฝึกยุทธ์ได้ การที่ตี้จิ่วเรียนแพทย์ก็เพื่อเปิดทางถอยให้ตัวเอง หากตอนอายุสิบหกปีเขายังไม่มีรากวิทยายุทธ์ เขาก็อยากจะใช้ศาสตร์แพทย์กรุยทางสู่เส้นทางวิทยายุทธ์ของตนเอง

เขาไม่เคยปริปากบอกเรื่องนี้กับใครเลย เพราะหากหลุดปากพูดออกไป ก็รังแต่จะโดนหัวเราะเยาะเปล่าๆ

ปรมาจารย์แพทย์ที่สามารถช่วยให้ผู้ไร้รากวิทยายุทธ์ฝึกยุทธ์ได้นั้น เป็นตัวตนที่สูงส่งกว่ากษัตริย์แห่งแคว้นบริบาลไม่รู้ตั้งกี่เท่าต่อกี่เท่า ทั่วทั้งทวีปอารันต์อาจจะไม่มีคนแบบนั้นอยู่เลยด้วยซ้ำ สิ่งที่เซวียถัวพูดก็เป็นเพียงแค่ตำนานเท่านั้น

ตระกูลตี้ร่ำรวยมหาศาลอยู่แล้ว ตี้ซานก็ยังเป็นเทพสงครามอันดับหนึ่งและแม่ทัพใหญ่แห่งแคว้นบริบาลอีก ตี้จิ่วเองก็เป็นลูกชายเพียงคนเดียวของตี้ซาน เขาอยากได้ตำราแพทย์เล่มไหนมีหรือจะหาไม่ได้

เวลาสี่ปีผ่านไป ตี้จิ่วอ่านตำราแพทย์ทั้งหมดเท่าที่ตระกูลตี้จะหามาได้จนทะลุปรุโปร่ง ทั้งยังฝากตัวเป็นศิษย์ของแพทย์ใหญ่แห่งแคว้นบริบาลอย่าง เซวียถัว ว่านชวน ฟางซีหลิน และอีกมากมาย ด้วยความฉลาดหลักแหลมเป็นทุนเดิม ตลอดสี่ปีแห่งการศึกษาศาสตร์แพทย์ ระดับความรู้ด้านการแพทย์ของเขาจึงสูงกว่าปรมาจารย์แพทย์บางคนเสียอีก

เมื่อตี้จิ่วอายุได้สิบห้าปี เขาก็ตกหลุมรักหญิงสาวคนหนึ่ง เธอคือ เจินม่าน สาวงามอันดับหนึ่งแห่งนครมุกดา แคว้นบริบาล

เพียงแรกเห็นเจินม่าน ตี้จิ่วก็หลงรักเธออย่างสุดหัวใจ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเขาเป็นเด็กหนุ่มที่เปี่ยมไปด้วยความรัก หรือเพราะเจินม่านนั้นงดงามเกินห้ามใจ ตั้งแต่วินาทีที่ได้สบตาเธอ เขาก็ไม่อาจลบภาพของเธอออกจากหัวใจได้อีกเลย

ตี้จิ่วผู้ไม่เคยแม้แต่จะบอกพ่อเรื่องจุดประสงค์ของการเรียนแพทย์ กลับยอมบอกพ่อว่าเขาแอบชอบเจินม่าน เขาหวังว่าพ่อจะไปสู่ขอเธอที่บ้านตระกูลเจินให้เขา

แม้ว่าตี้ซานจะมีลูกชายถึงหกคน แต่ลูกชายทั้งห้ากลับต้องจบชีวิตลงจากการรับใช้ชาติ เหลือเพียงตี้จิ่วคนเดียวเท่านั้น ไม่ต้องพูดถึงเรื่องที่ตี้จิ่วเป็นคนมุมานะและใฝ่เรียนรู้หรอก ต่อให้เขาวันๆ เอาแต่เที่ยวเตร่ ถ้าลูกชายถูกใจสาวบ้านไหน เขาก็พร้อมจะบุกไปสู่ขอด้วยตัวเองทั้งนั้น

ตี้ซานคือแม่ทัพใหญ่อันดับหนึ่งแห่งแคว้นบริบาล กุมอำนาจกองทัพกว่าเจ็ดในสิบส่วนของประเทศ เรียกได้ว่าเป็นบุคคลที่อยู่ใต้คนเพียงคนเดียวแต่อยู่เหนือคนนับหมื่น การที่เขาไปสู่ขอด้วยตัวเอง ถือเป็นการให้เกียรติตระกูลเจินอย่างมาก

เมื่อต้องเผชิญหน้ากับการสู่ขอของตี้ซาน ตระกูลเจินก็ไม่ได้ตอบตกลงหรือปฏิเสธ เพียงแค่บอกว่าขอให้เด็กๆ ได้ลองคบหาดูใจกันไปก่อน

สำหรับการตามจีบของตี้จิ่วนั้น เจินม่านเองก็ไม่ได้ปฏิเสธหรือตอบรับ เธอแค่ทำตัวสนิทสนมขึ้นมาหน่อยก็เท่านั้น

เวลาล่วงเลยผ่านไปจนตี้จิ่วอายุสิบหกปี ความกังวลของเขาก็กลายเป็นความจริง ในปีนั้นตี้จิ่วเข้ารับการทดสอบรากวิทยายุทธ์ครั้งที่สาม และผลลัพธ์ก็ยังคงว่างเปล่าดังเดิม…

จบบทที่ บทที่ 2 ชายหนุ่มคนใดบ้างที่ไม่คลั่งรัก

คัดลอกลิงก์แล้ว