- หน้าแรก
- บอสมาเฟียสุดโหดในโหมดคุณแม่แสนดี
- บทที่ 30 เอาฉินหนีฉางจอมบ๊องคืนมานะ!
บทที่ 30 เอาฉินหนีฉางจอมบ๊องคืนมานะ!
บทที่ 30 เอาฉินหนีฉางจอมบ๊องคืนมานะ!
บทที่ 30 เอาฉินหนีฉางจอมบ๊องคืนมานะ!
"เธอเพี้ยนไปแล้วเหรอ? ฉันเนี่ยนะจะอิจฉาเธอ?!"
เจียงหว่านจ้องมองเซียวถิงด้วยสีหน้าไม่อยากจะเชื่อ
"แล้วคุณหมายความว่ายังไงล่ะ?!"
ทางด้านเซียวถิงก็ทำหน้าตาน้อยอกน้อยใจ "ผมอยู่ข้างบ้านคุณ เจอกันออกจะบ่อย... คุณช่วยบอกผมหน่อยไม่ได้เหรอว่าผมทำอะไรผิด? ผมจะได้ขอโทษไง!"
"คุณผิดตรงที่..."
คุณผิดตรงที่ฉันอาจจะชอบคุณงั้นเหรอ?
เจียงหว่านไม่มีทางพูดประโยคนั้นออกไปแน่ๆ
ประการแรก ก่อนที่แม่หนูน้อยจะเข้าโรงเรียนมัธยม เธอไม่มีความคิดที่จะมองหาคู่ครองให้ตัวเองเลย เพราะเธอไม่รู้ว่ามันจะส่งผลกระทบอะไรต่อแม่หนูน้อยหรือเปล่า... ต่อให้ผู้ชายคนนั้นจะเป็นเซียวถิง คนที่แม่หนูน้อยชอบที่สุดก็ตาม
ประการที่สอง เจียงหว่านยังไม่ค่อยแน่ใจในความรู้สึกของตัวเองที่มีต่อเซียวถิงนัก
บางทีอาจจะเป็นแค่ความหลงใหลชั่วครู่ชั่วยามเพราะเซียวถิงหน้าตาหล่อเหลาแถมหุ่นดีก็ได้มั้ง?
ยังไงซะ อายุอานามของเธอก็ไม่ใช่น้อยๆ แล้วนี่นา!
เจียงหว่านไม่อยากมีความสัมพันธ์แบบนั้นหรอก
ประการสุดท้าย... เจียงหว่านอาจจะมองตัวเองไม่ออก แต่เธอมักจะมองคนอื่นทะลุปรุโปร่งเสมอ
ความรู้สึกที่เซียวถิงมีต่อเธอนั้น เป็นเพียงผลพลอยได้มาจากความเอ็นดูที่เขามีต่อแม่หนูน้อยเท่านั้น รักวัวให้ผูกรักลูกให้ตีอะไรทำนองนั้นแหละ เขาไม่ได้มีความคิดลึกซึ้งอะไรกับเธอเป็นการส่วนตัวเลย
ดูได้จากการที่เซียวถิงยังสามารถทักทายเธอได้อย่างเปิดเผย หลังจากเหตุการณ์ 'นอนเตียงเดียวกัน' ในวันนั้น
ถ้าเขามีชนักติดหลัง เขาคงทำตัวเปิดเผยแบบนั้นไม่ได้หรอก... ก็เหมือนกับตัวเธอเองนี่แหละ
"สรุปว่าผมทำอะไรผิดล่ะครับ?"
เซียวถิงเบิกตากว้าง จ้องมองเธอด้วยสายตาจับผิด
"ไม่มีอะไรผิดหรอก! ฉันก็แค่อิจฉาคุณเท่านั้นแหละ!"
เจียงหว่านชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเปลี่ยนเรื่อง "ฉันเลี้ยงเสี่ยวเจ้าตัวเล็กมาตั้งสี่ปี ยังไม่สนิทกันขนาดนี้เลย แล้วทำไมคนแปลกหน้าอย่างคุณถึงสนิทกับลูกได้ล่ะ? แต่ก็นะ... เรื่องนี้คงเป็นเพราะฉันใจแคบไปเองแหละ ขอโทษด้วยแล้วกัน"
เฮ้!
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับเจียงหว่านที่กำลังกล่าวขอโทษ เซียวถิงก็อธิบายไม่ถูกเลยว่าเขารู้สึกได้ใจขนาดไหนในตอนนั้น
ฉันนี่มันมองคนขาดจริงๆ!
"เอาล่ะๆ คุณไม่ต้องขอโทษหรอกครับ เรื่องนี้ผมเองก็มีส่วนผิดเหมือนกัน... ถ้าลูกสาวผมวิ่งไปคลุกอยู่บ้านคนแปลกหน้าทั้งวัน ผมก็คงรู้สึกไม่ค่อยดีเหมือนกันนั่นแหละ"
เซียวถิงน้อมรับ 'คำขอโทษ' ของเจียงหว่านอย่างจริงจัง
"แต่ขอทำความเข้าใจกันก่อนนะครับ ผมไม่ได้พูดจาเป่าหูอะไรเสี่ยวเจ้าตัวเล็กเลยนะ แกเต็มใจมาหาผมเองต่างหาก!"
เจียงหว่าน: "..."
ทำไมหมอนี่ถึงได้หน้าด้านหน้าทนขนาดนี้นะ?
ใครถามนายกันยะ!
อย่างไรก็ตาม เจียงหว่านเองก็แอบรู้สึกประหลาดใจอยู่ลึกๆ ในตอนนี้เหมือนกัน
ลูกสาวของเธอเป็นเด็กตากลมโต หน้าตาน่ารักจิ้มลิ้ม แถมยังว่านอนสอนง่าย ไม่ร้องไห้งอแง นิสัยดีเลิศ แล้วยังช่างเจรจาอีกต่างหาก... เอาล่ะ เลิกแปลกใจละ
ใครบ้างล่ะจะไม่หลงรักเด็กน่ารักแบบนี้?
อีกด้านหนึ่ง
เมื่อเห็นเจียงหว่านเงียบไป เซียวถิงก็รีบรุกฆาตทันที เขายัดกระเป๋าไม้ใบเล็กในมือใส่มือของเจียงหว่าน "เอ้านี่ ของขวัญสำหรับคุณ เราตกลงกันแล้วนะว่าจะไม่โกรธกันอีก โอเคไหม!"
"อืม ต่อไปจะไม่โกรธแล้วล่ะ"
เจียงหว่านดูเหมือนจะไม่แยแสกับของที่เซียวถิงยัดเยียดให้เลย เธอไม่แม้แต่จะก้มลงมอง ทำเพียงพยักหน้ารับคำเซียวถิงส่งๆ ไปเท่านั้น
"นี่! คุยกันให้รู้เรื่องไปเลยมันไม่ดีกว่าการพยายามหลบหน้าผมหรือไง... ผมไปล่ะ จะไปเล่นกับเสี่ยวเจ้าตัวเล็กแล้ว!"
เมื่อได้รับคำตอบที่ต้องการ เซียวถิงก็ไม่มีความคิดที่จะรั้งรออยู่อีกต่อไป เขาอุ้มแม่หนูน้อยวิ่งกลับไปที่บ้านของตัวเองทันที
เจียงหว่าน: "..."
ตอนนี้อารมณ์ของเจียงหว่านมันช่างแปลกประหลาดนัก เดิมทีเธอตั้งใจจะแค่พูดปัดๆ ไปเท่านั้น แต่เธอกลับพบว่าตอนนี้ตัวเองกำลังรู้สึกอิจฉาจริงๆ ซะงั้น?
อิจฉาเรื่องอะไรล่ะ? อิจฉาที่แม่หนูน้อยกับเซียวถิงสนิทกันงั้นเหรอ?
หรือว่า... "อี๋!"
เจียงหว่านทำหน้าขยะแขยง สลัดความคิดฟุ้งซ่านในหัวทิ้งไป แล้วก้มลงให้ความสนใจกับของขวัญที่เซียวถิงให้มา
กระเป๋าถือที่ดูประณีตงดงามมาก... ทำมาจากไม้เหรอเนี่ย?
เธอไม่รู้หรอกว่ามันคือไม้ชนิดไหน แต่มันก็ค่อนข้างเบาและพกพาสะดวก เซียวถิงนี่ช่างใส่ใจรายละเอียดจริงๆ
เดี๋ยวนะ มีลวดลายสลักอยู่บนนั้นด้วยเหรอ?
"หึ..."
เมื่อเห็นรูปแม่หนูน้อยสุดน่ารักสลักอยู่บนกระเป๋า เจียงหว่านก็ยกมือขึ้นปิดปากยิ้ม
ในชั่วพริบตา น้ำแข็งและหิมะก็ละลายหายไป แทนที่ด้วยดอกไม้ผลิบานในฤดูใบไม้ผลิ... "หม่าม้า? หม่าม้า? หม่าม้า!"
แม่หนูน้อยกระโดดโลดเต้นไปมาอยู่พักใหญ่ ในที่สุดก็หาเจียงหว่านเจอในห้องน้ำ เธอกำลังวุ่นอยู่กับอ่างล้างหน้า
"หม่าม้า ดูสิคะ!"
แม่หนูน้อยพยายามกางว่าวที่มีรูปตัวเธอเองวาดอยู่ แต่ขนาดของว่าวมันสูงกว่าตัวเธอเสียอีก เธอพูดด้วยน้ำเสียงเจื้อยแจ้ว "นี่เป็นของขวัญจากคุณป๊ะป๋าค่ะ ในสายตาคุณป๊ะป๋า หนูหน้าตาเป็นแบบนี้แหละ..."
เจียงหว่านมองดู 'องค์หญิงน้อย' บนว่าว ความรู้สึกแรกคือความปลาบปลื้มใจ แต่หลังจากนั้นก็รู้สึกอึดอัดเหมือนกลืนแมลงวันลงไป
เป็นความจริงสินะ: ในสายตาเขามีแต่แม่หนูน้อยจริงๆ
ของขวัญทั้งสองชิ้นต่างก็มีรูปของแม่หนูน้อยอยู่ด้วย
"หม่าม้า คุณป๊ะป๋าบอกว่าเจ้านี่เรียกว่าว่าว มันบินบนฟ้าได้ แต่ต้องใช้พื้นที่กว้างๆ ถึงจะขึ้นได้... หม่าม้าพาหนูไปที่กว้างๆ หน่อยได้ไหมคะ?" แม่หนูน้อยช้อนตามองเจียงหว่าน ดวงตากลมโตใสแป๋วเต็มไปด้วยความคาดหวัง
เซียวถิงพูดถูกจริงๆ แม่หนูน้อยมีความหลงใหลในเรื่อง 'การบิน' อย่างผิดปกติ
พอได้ว่าวมาปุ๊บ เธอก็เริ่มงอแงจะออกไปเล่นข้างนอกปั๊บ
แต่เจียงหว่านรู้สึกลำบากใจนิดหน่อย... การพาแม่หนูน้อยออกไปข้างนอกไม่ใช่เรื่องใหญ่เลย ตอนนี้แมงป่องรับหน้าที่จัดการเรื่องที่บริษัทให้หมดแล้ว ช่วงนี้เธอจึงว่างมากๆ
ปัญหาคือเธอเล่นว่าวไม่เป็นนี่สิ!
จะให้เซียวถิงพาแม่หนูน้อยออกไปงั้นเหรอ?
เธอก็ไม่ค่อยวางใจเท่าไหร่
ไม่ใช่ว่าเธอมีปัญหาอะไรกับเซียวถิงหรอกนะ
แต่จะให้ผู้ชายพาเด็กออกไปข้างนอกกันตามลำพัง เธอจะวางใจได้ยังไงล่ะ?
ถ้าไปกันหมด... เจียงหว่านก็ยังลังเลอยู่ดี
เธอมีความรู้สึกว่ามันคงจะดูกระอักกระอ่วนพิกล
"หม่าม้าน้า~"
"ไปสิ! เราต้องไปอยู่แล้ว!"
เมื่อได้ยินเสียงออดอ้อนงุ้งงิ้งสุดน่ารักของแม่หนูน้อยพร้อมกับริมฝีปากที่ยื่นออกมา เจียงหว่านก็ตอบตกลงไปโดยไม่ทันได้คิดด้วยซ้ำ
เธอชะงักไปนิดหนึ่ง ก่อนจะอธิบายเพิ่มเติม "แต่หม่าม้าเล่นว่าวไม่เป็นนะ คงต้องให้คุณป๊ะป๋าสอนหนูแล้วล่ะ ไปถามคุณป๊ะป๋าสิว่าว่างเมื่อไหร่ แล้วเราค่อยไปพร้อมกันนะจ๊ะ"
"โอเคค่า!"
แม่หนูน้อยกระโดดตัวลอยด้วยความดีใจ จากนั้นก็หันหลังกอดว่าวแน่น แล้ววิ่งแจ้นไปหาเซียวถิงอีกรอบ
"จิ๊ๆๆ... 'ถามคุณป๊ะป๋าสิว่าว่างเมื่อไหร่' ทำไมประโยคนี้มันฟังดูทะแม่งๆ นะ?"
เจียงหว่านสะดุ้งเฮือก
เมื่อมองตามเสียงไป เธอก็เห็นฉินหนีฉางนั่งอยู่บนโซฟาตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ กำลังมองเจียงหว่านที่ชะโงกหน้าออกมาจากห้องน้ำด้วยสายตาล้อเลียน
"ฉันล่ะไม่เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับเพื่อนบ้านคนนั้นจริงๆ... 'คุณพ่อของลูก' งั้นเหรอ? เธอพูดออกมาได้หน้าตาเฉยแบบนั้นได้ยังไงเนี่ย?"
สีหน้าของฉินหนีฉางเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น
เจียงหว่านไม่ตอบคำถาม เธอเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเปลี่ยนเรื่อง "ฉันมีกระเป๋าหลุยส์ วิตตองใบหนึ่งที่ยัดตู้ไม่พอแล้ว เธออยากได้ไหม?"
"เอาสิ!!!"
ต้องยอมรับเลยว่า แม้วิธีการเปลี่ยนเรื่องแบบนี้จะดูโผงผางไปหน่อย แต่มันได้ผลชะงัดนักกับฉินหนีฉาง
ฉินหนีฉางเดินตามเจียงหว่านเข้าไปในห้องแต่งตัวแบบวอล์กอิน มองดูกระเป๋าที่วางกองอยู่บนพื้น เอื้อมมือออกไปด้วยความประหลาดใจ แต่แล้วก็ชักมือกลับก่อนที่จะสัมผัสโดนกระเป๋าใบนั้น
จากนั้นเธอก็หันขวับมาด้วยสีหน้าจับผิด "ไม่ถูกสิ ฉันจำได้ว่าเธอเคยบอกว่าถ้ากระเป๋าเต็มตู้แล้วก็ถือว่าพอ และถ้าตู้เต็มเมื่อไหร่ เธอจะไม่ซื้อใบใหม่เพิ่มอีก
ปีที่แล้วเธอยังโพสต์ลงโมเมนต์อยู่เลยว่าตู้เต็มแล้ว... สรุปว่าเธอแหกกฎตัวเองไปซื้อของใหม่มาใช่ไหม? เร็วเข้า ขอดูหน่อยสิ!"
เจียงหว่าน: (⊙ ˍ ⊙)
นี่เธอ ทำไมบทจะฉลาดก็ฉลาดขึ้นมาซะอย่างนั้นล่ะ?
ก่อนที่เจียงหว่านจะทันได้ตั้งตัว ฉินหนีฉางก็ดึงประตูตู้ข้างๆ เปิดออกอย่างรวดเร็ว และสายตาของเธอก็ปะทะเข้ากับกระเป๋าถือทำจากไม้ที่วางเด่นหราอยู่ตรงช่องกลางตู้ทันที
"นั่นอะไรน่ะ?"
ใบหน้าของฉินหนีฉางเต็มไปด้วยความตกตะลึง "ของพรรค์นี้เนี่ยนะมาแย่งที่กระเป๋าหลุยส์ในตู้เธอ?"
"ไม่ใช่นะ!"
ฉินหนีฉางหรี่ตามอง จับผิดเจียงหว่านที่เห็นได้ชัดว่ากำลังมีอาการร้อนรน "คนอย่างเธอไม่มีทางซื้อของแบบนี้มาใช้หรอก ต้องมีคนให้มาแน่ๆ... เซียวถิงเป็นคนให้ใช่ไหม?"
เจียงหว่าน: Σ(っ ° Д °; )っ
เรื่องนี้มันชักจะไม่ชอบมาพากลแล้วสิ?
ฉินหนีฉางที่ฉันรู้จัก หูตาไวขนาดนี้เชียวเหรอ?
ยัยนี่ต้องโดนสลับตัวมาแน่ๆ
เร็วเข้า เอาฉินหนีฉางจอมบ๊องที่โดนหลอกไปขายแล้วยังช่วยเขานับเงินคนนั้นคืนมาเดี๋ยวนี้นะ!